ข่าวการเมืองเลือกตั้ง

“ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

“ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

บรรยากาศการเมืองในพื้นที่เขตคันนายาวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นจากพี่น้องประชาชนที่มาพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด

ในการลงพื้นที่หาเสียงครั้งสำคัญนี้ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคันนายาว หมายเลข 9 ได้รับกำลังใจอย่างดีเยี่ยมจาก ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สามี และลูกชายอย่าง “ปาร์ตี้” พลพลัฐ วิภัติภูมิประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจลงพื้นที่เดินพบปะประชาชนทั้งเช้าและเย็น เพื่อย้ำจุดยืนในการทำงานเพื่อคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เสียงสะท้อนจากพื้นที่สู่การเปลี่ยนแปลงในสภากทม.

สำหรับภารกิจของ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขอคะแนนเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาและความต้องการในชุมชนโดยตรง โดยนางชญาดาย้ำว่า “การเป็นผู้แทนที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟังอย่างตั้งใจ เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้ปัญหาอย่างแท้จริง”

ทางด้าน ดร.พลภูมิ ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า การเมืองท้องถิ่นเป็นการทำงานบริการพี่น้องประชาชน การที่ทีมงานลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เข้าถึงปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ทำให้แคมเปญ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกเป็นอย่างมาก

นโยบายเน้นการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากมองถึงทิศทางการพัฒนาเขตคันนายาว ทีมคนทำงานภายใต้การนำของนางชญาดาได้วางแนวทางไว้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน ดังนี้:

  • การผลักดันระบบสาธารณูปโภคที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
  • การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
  • การเป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาเข้าสู่สภากรุงเทพมหานครอย่างมีพลัง
  • การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนผ่านการรับฟังผู้ประกอบการรายย่อย

สุดท้ายนี้ วันเลือกตั้ง สก. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ คือโอกาสสำคัญที่ชาวคันนายาวจะได้ตัดสินใจเลือกตัวแทนที่พร้อมจะลงมือทำจริง ขยันลงพื้นที่ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาเขตคันนายาวให้มีความก้าวหน้าและน่าอยู่ยิ่งขึ้น การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็นการกำหนดทิศทางอนาคตของพวกเราทุกคนครับ

ที่มา – “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อมีการพยายามโยงชื่อของ สก. พรรคประชาชน หรือพรรคส้มเดิม เข้าไปพัวพันกับกระแสข่าวลือเรื่องการฮั้วเงินทอน ล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ออกมาเปิดใจชัดเจนว่า เขาเป็นคนจุดประเด็นเรื่องการทุจริตงบ กทม. นี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปคือความโปร่งใส ไม่ใช่การหาเสียงแบบสาดโคลนใส่กัน

เปิดเบื้องหลัง วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

นายวิโรจน์อธิบายว่า ตนได้ออกมาตีแผ่กลโกงเรื่อง ‘งบแปรญัตติ’ มาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยพบกระบวนการตัดงบประมาณอย่างไม่มีเหตุผลเพื่อนำไปต่อรองกับผู้ว่าฯ และล็อกสเปกผู้รับเหมาเครือข่ายตนเอง หากพรรคส้มเป็นตัวการทุจริตเสียเอง ตนคงไม่นำความลับเหล่านี้ออกมาแฉแต่แรก การที่ สส. ศุภณัฐ ร่วมตั้งข้อสังเกตเรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกาย จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าพรรคของเรายืนหยัดต่อสู้กับคอร์รัปชันอย่างแท้จริง

หากพิจารณาถึงความจริงจังในการปราบทุจริต นายวิโรจน์เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานดังนี้:

  • การปรับระบบงบประมาณ: ต้องทำให้อุดช่องโหว่การโกง ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บริหารก็ไม่สามารถทุจริตได้
  • ความโปร่งใสในสภา กทม.: สก. ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ผู้แสวงหาผลประโยชน์
  • การคัดเลือกคนดีเข้าสู่สภา: สก. ที่มีคุณภาพเปรียบเสมือน CFO ที่ซื่อตรง ช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างคุ้มค่า

ในอีกมิติหนึ่ง นายวิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน เพราะนโยบายของพรรคคือการทำงานอย่างสร้างสรรค์ การนำเรื่องเก่ามาตีปี๊บใส่ร้ายโดยปราศจากหลักฐาน คือพฤติกรรมของการเมืองยุคเก่าที่ประชาชนชาว กทม. ไม่พึงปรารถนา และเชื่อมั่นว่าในวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ ชาวเมืองหลวงจะมีวิจารณญาณที่เพียงพอในการตัดสินใจลงคะแนนให้กับผู้ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

สุดท้ายแล้ว การปราบทุจริตไม่ใช่แค่การพูดให้ดังในช่วงหาเสียง แต่คือการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้จริง เราอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดอนาคตของ กทม. ร่วมกันครับ

ที่มา – “วิโรจน์” ยันแฉทุจริตงบ กทม. ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หยุดสาดโคลนกล่าวหา สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

“คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อนายคริส โปตระนันทน์ ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงานภายในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนที่ต้องการความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาษี

เจาะลึกปม “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายคริสได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบพฤติกรรมส่อทุจริตที่เรียกกันว่า “ระบบอากง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเขตต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และสร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานครอย่างมหาศาล

เปิดกลโกงผ่านการซอยโครงการย่อย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการติดตามของนายคริส คือวิธีการใช้งบประมาณที่ถูกแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ ให้มีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลตามระเบียบพัสดุ วิธีการนี้เปิดช่องให้เกิดการเลือกผู้รับเหมาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมักจะเล็งเห็นได้ว่าอาจเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองท้องถิ่น ข้อมูลนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าความจริงจะปรากฏ

นายคริสได้ระบุชื่อเขตที่พบความผิดปกติหลายแห่ง ได้แก่:

  • เขตบางนา และ พระขนง
  • เขตบางแค และ บางซื่อ
  • เขตจตุจักร และ ราชเทวี
  • เขตลาดพร้าว และ ยานนาวา
  • เขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร

บริษัทเอกชนที่ได้รับงานในเขตเหล่านี้กำลังถูกตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในยุคนั้นหรือไม่ ซึ่งนายคริสได้เรียกร้องให้อดีตผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง สก. ในพื้นที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์กับบริษัทผู้รับเหมาเหล่านั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าสาธารณชน

นอกเหนือจากการตรวจสอบย้อนหลังแล้ว นายคริสยังได้เตรียมเสนอญัตติปฏิรูปการบริหารจัดการ กทม. ทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “องค์กรอิสระด้านต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพฯ” ซึ่งองค์กรนี้ต้องทำงานเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและปราบปรามการทุจริตโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ของนายคริสในสัปดาห์หน้า นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกมการเมือง แต่คือการทวงคืนความยุติธรรมและความโปร่งใสให้กับการใช้ภาษีของคนกรุงเทพฯ ทุกบาททุกสตางค์ การตรวจสอบที่เข้มข้นเช่นนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและขอบเขตของอำนาจที่ตนเองได้รับมา

ที่มา – “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน สร้างสีสันและเข้าถึงใจพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง พร้อมด้วยทีมรองโฆษกพรรค ได้ลงพื้นที่ลุยตลาดท่าดินแดงเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ตอกย้ำความพร้อม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งพัฒนาเมืองกรุงอย่างยั่งยืน โดย ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมพันสำคัญอย่างคลองสาน พร้อมชูนโยบายที่จะเปลี่ยนเขตคลองสานให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยกว่าเดิม

วิสัยทัศน์ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ว่าที่ สก.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2 ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพื้นที่ 3 ด้านหลักที่จะผลักดันหากได้รับโอกาสกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง:

  • สร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา: เชื่อมต่อคลองสานและสัมพันธวงศ์ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก
  • ขยายรถไฟฟ้าสายสีทอง: ผลักดันให้ไปถึงสถานีประชาธิปก เพื่อเชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง เพิ่มความสะดวกในการสัญจรของคนในเขต
  • พัฒนาโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า: เพิ่มเส้นทางและเที่ยววิ่งเชื่อมสถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ และคลองสาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง ยังได้เชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงร่วมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่านโยบายที่นำเสนอจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและการเดินทางของพี่น้องชาวไทยได้อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทน แต่คือการเลือกอนาคตของเขตคลองสาน หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่ย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเขตอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ชู “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯ เลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์

ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

เชื่อว่าหลายคนกำลังตื่นตัวสุดๆ กับกระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ก่อนที่คุณจะกดแชร์โพลหรือผลสำรวจต่างๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ต้องระวังให้ดี เพราะล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมาเน้นย้ำถึงข้อกฎหมายสำคัญที่ว่า ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา อย่างเด็ดขาด

กฎเหล็ก กกต.! ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม กกต. จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคการเมือง ผู้สมัคร สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกคน ให้งดเว้นการแชร์หรือเปิดเผยผลสำรวจทุกประเภท ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569

บทลงโทษหากใครฝ่าฝืน ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล่นๆ แต่อย่าได้ชะล่าใจไปครับ เพราะการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นมีโทษค่อนข้างหนัก ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ระบุบทลงโทษไว้ดังนี้:

  • โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
  • ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น ก่อนจะโพสต์หรือแชร์อะไรในช่วงที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องมาเดือดร้อนเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นอกเหนือจากเรื่องข้อกฎหมายแล้ว กกต. ยังอยากเชิญชวนให้ทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งของท่าน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินอนาคตของเมืองที่เราอยู่ด้วยตัวเอง เสียงของคุณมีความหมายสำคัญเสมอ

ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง ผมมองว่าการปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัดคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของสังคมประชาธิปไตย แม้การแชร์โพลจะเป็นความอยากรู้อยากเห็นหรือความหวังดี แต่การเคารพกฎหมายย่อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งที่โปร่งใสและร่วมกันสร้างเมืองให้น่าอยู่ไปด้วยกันนะครับ เจอกันที่คูหาเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ครับ!

ที่มา – กกต. ย้ำมีความผิดตามกฎหมาย ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

ชัชชาติลุยหาเสียง 4 เขต สร้างแรงจูงใจเกษตรกรลดเผา แก้ PM 2.5

เชื่อว่าคนกรุงหลายคนคงกำลังให้ความสนใจกับนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างจริงจัง ล่าสุด คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงพื้นที่หาเสียงพร้อมนำเสนอแนวทางจัดการปัญหาฝุ่นละอองที่ถือเป็นวาระเร่งด่วน โดยเฉพาะการลงพื้นที่ใน 4 เขตเกษตรกรรมสำคัญอย่าง สะพานสูง คลองสามวา หนองจอก และมีนบุรี เพื่อพูดคุยถึงแนวทาง ชัชชาติลุยหาเสียง 4 เขต สร้างแรงจูงใจเกษตรกรลดเผา แก้ PM 2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง

ชัชชาติลุยหาเสียง 4 เขต สร้างแรงจูงใจเกษตรกรลดเผา แก้ PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้เพียงแค่การฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ แต่ต้องแก้ที่ตอซังและจุดความร้อน การที่ ชัชชาติลุยหาเสียง 4 เขต สร้างแรงจูงใจเกษตรกรลดเผา แก้ PM 2.5 ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับการลดต้นตอ ตั้งแต่การส่งเสริมเครื่องจักรทันสมัยไปจนถึงการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายแทนการเผา ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา กทม. สามารถลดจุดความร้อนลงได้ถึง 44% ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก

นโยบายจัดการปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณชัชชาติได้นำเสนอแผนงานเชิงรุกที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การจัดตั้ง “ศูนย์ติดตามการเผาและช่วยเหลือเกษตรกรครบวงจร” เพื่อเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
  • โครงการให้ยืมรถอัดฟางและเครื่องจักรฟรี เพื่อเปลี่ยนฟางข้าวให้กลายเป็นรายได้ แทนที่จะเผาทิ้งให้เป็นมลพิษ
  • การจับมือกับกรมวิชาการเกษตรแจกจุลินทรีย์สำหรับย่อยสลายตอซัง
  • การสร้างแบรนด์ “แปลงนี้ไม่เผา” เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ชาวบ้านสะท้อนปัญหาเข้ามา ทั้งเรื่องการกักเก็บน้ำและการระบายน้ำที่ยังมีอุปสรรค เรื่องอุปกรณ์ประตูน้ำสูญหาย และปัญหาน้ำเน่าเสียจากการกักน้ำไว้นานเกินไป ซึ่งคุณชัชชาติมองว่าต้องแก้ปัญหาแบบองค์รวม เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของอาชีพเกษตรกรอย่างแท้จริง

ไม่เพียงแค่ภาคเกษตรกรรมเท่านั้น ในภาพรวมของเมืองเขายังมีแนวคิด “Bangkok and Beyond” ที่จะขยายผลไปสู่การคุมเข้มรถยนต์ดีเซลและการจัดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ Super Station เพื่อให้การพยากรณ์และการแก้ปัญหาแม่นยำขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา การตั้งใจนำเสนอแนวทางแก้ไขในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และมีอากาศที่สะอาดสำหรับทุกคน

เราหวังว่านโยบายเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงแค่คำสัญญา แต่จะถูกนำไปปฏิบัติจริงเพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้หายใจได้เต็มปอดและไม่มีฝุ่นมาเป็นอุปสรรคต่อสุขภาพอีกต่อไปครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ลุยหาเสียง 4 เขต สร้างแรงจูงใจเกษตรกรลดเผา แก้ PM 2.5 ที่ต้นเหตุ

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

การเมืองกรุงเทพมหานครกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันถึงความพร้อมของทีมงานทุกคนในการสู้ศึกครั้งสำคัญนี้

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งยังคงนั่งแท่นประธานยุทธศาสตร์ให้เหมือนเดิม สิ่งที่พรรคมุ่งเน้นในตอนนี้คือการนำเสนอนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐานอย่างทางเท้าหรือไฟส่องสว่าง แต่รวมไปถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างส่วยเทศกิจและสินบนใบอนุญาต

มุมมองต่อโพลสำรวจและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.”

แม้ผลโพลล่าสุดจะชี้ให้เห็นว่าคู่แข่งอย่างนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กำลังมีคะแนนนำ แต่ทางพรรคประชาชนยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพด้วยการน้อมรับทุกข้อคิดเห็น นายณัฐพงษ์ย้ำเตือนด้วยประสบการณ์ส่วนตัวว่า โพลที่แม่นยำที่สุดคือโพลในวันเลือกตั้งจริง ดังนั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” จะยังคงมุ่งหน้าลงพื้นที่สื่อสารนโยบายให้ถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นโยบายหลักที่พรรคประชาชนนำเสนอในช่วงโค้งสุดท้าย มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การขับเคลื่อนงบประมาณ กทม. ให้มีความโปร่งใสผ่าน สก. ทั้ง 50 เขต
  • การยกระดับเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงให้ดีขึ้น
  • การทำงานควบคู่กับ สส. 119 คน เพื่อผลักดันกฎหมายจากสภาฯ สู่ท้องถิ่น
  • การสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านผู้นำที่กล้าคิดกล้าทำ

ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกตัวบุคคล แต่มันคือการเลือกอนาคตของเมืองหลวงที่ทุกคนปรารถนาให้ดีกว่าเดิม ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ทุกท่านออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อใช้อำนาจที่มีในการกำหนดทิศทางของเมืองด้วยความหวังและพลังที่แท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง

“พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

“พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ ดร.ซัน ผู้สมัครอิสระเบอร์ 3 ได้สร้างความฮือฮาด้วยการจัดกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริงเพื่อโชว์วิสัยทัศน์ผ่านนโยบาย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone กลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้พี่น้องชาวกรุงมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ดร.ซัน ได้ลงพื้นที่เดินหน้าพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่านโยบายหลักอย่าง “Security Phone” หรือการสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่คำสัญญา แต่เป็นแผนการวางเครือข่ายอัจฉริยะกว่า 100,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับทั้งคนกรุงเทพฯ ผู้มาเยือน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังเมืองหลวงแห่งนี้

เจาะลึกนโยบาย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

สำหรับระบบ Security Phone ที่ถูกนำเสนอโดย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone ในครั้งนี้ มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์: ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 2 ทาง เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือเข้าสู่ศูนย์กลางทันที
  • เน็ตเวิร์กที่ครอบคลุม: ติดตั้งจุดบริการรวม 100,000 จุด โดยกระจายในทุกเขตเขตละ 2,000 จุด เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว
  • ศูนย์ครอบครัวกรุงเทพ: เป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งความช่วยเหลือได้ตรงจุดและแม่นยำ
  • ความปลอดภัยสำหรับทุกคน: ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการรักษาความปลอดภัยที่เท่าเทียมกัน

ดร.พงษ์ศักดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้การถ่ายทำเหตุการณ์จำลองครั้งนี้จะเป็นการจุดเริ่มต้นของการสื่อสาร แต่เชื่อว่าวิสัยทัศน์นี้จะสามารถเปลี่ยนมุมมองเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ไปอย่างสิ้นเชิง และหากประชาชนต้องการเห็นเมืองที่ “ปลอดภัยสูงสุด” การเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้จะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่าแนวคิดนี้จะถูกนำมาปฏิบัติจริงได้หรือไม่

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าหาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารจัดการความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ หากทำได้จริงตามตัวเลข 100,000 จุด คงเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าความปลอดภัยของกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น ลองพิจารณาดูว่านโยบายนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากน้อยเพียงใดก่อนตัดสินใจเข้าคูหาในวันเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้

ที่มา – “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83%

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันตัดสินอนาคตคนกรุงเทพฯ หลายคนคงอยากทราบกระแสความนิยมล่าสุด ซึ่งผลสำรวจจากไทยรัฐโพลชี้ให้เห็นว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการเมืองและการบริหารเมืองหลวง

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% จริงหรือไม่?

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ผ่านหัวข้อ “เสียงคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกผู้ว่าฯ ภาษี งบเมือง ความโปร่งใส และผู้ว่าฯ ที่คุณอยากได้” พบว่ามีผู้ร่วมโหวตถึง 1,467 คน โดยคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งคือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามมาด้วยคุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งผลโพลนี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความคาดหวังของชาวเมืองที่มีต่อตัวผู้สมัครในปัจจุบัน

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญในการเลือกผู้ว่าฯ

นอกจากตัวเลขคะแนนเสียงแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเหตุผลในการตัดสินใจของผู้อ่านที่ระบุว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% โดยให้ความสำคัญกับเรื่องอันดับต้นๆ ดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นในความโปร่งใส (43.51%)
  • ความเชื่อมั่นในผลงานที่ผ่านมา (36.55%)
  • วิสัยทัศน์สำหรับกรุงเทพฯ ในอนาคต (19.94%)

ด้วยเหตุนี้ ชาวกรุงจึงส่งเสียงสนับสนุนให้มีการเปิดเผยงบประมาณรายเขตแบบ Open Data อย่างแข็งขัน โดยกว่า 61.81% เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายภาษีได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด

สำหรับลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ภาษีของประชาชนควรถูกนำไปพัฒนาในด้านใดบ้าง?

  • ความปลอดภัย แสงสว่าง และกล้อง CCTV (56.91%)
  • การลดค่าโดยสารขนส่งมวลชนให้ถูกลง (25.60%)
  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิต (17.49%)

อย่างไรก็ตาม ผลโพลนี้เป็นเพียงความคิดเห็นบางส่วนจากกลุ่มผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนคือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ต่อไป อย่าลืมรักษาสิทธิของตนเองในวันจริง แล้วไปร่วมลงคะแนนเพื่ออนาคตเมืองที่คุณต้องการกันนะครับ

ที่มา – หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% และหนุนเปิดงบรายเขตแบบ Open Data

Scroll to top