ข่าวการเมืองเลือกตั้ง

ดร.โจ-ธนาธร หาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ดร.โจ-ธนาธร หาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่นำทีมโดย ดร.โจ-ธนาธร ซึ่งได้ลงพื้นที่ย่านสุขสวัสดิ์ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและนำเสนอนโยบายที่ตั้งใจจะเข้ามาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีกว่าเดิม แม้ผลโพลในช่วงนี้จะระบุว่ามีคะแนนตามหลังผู้สมัครหมายเลข 9 อย่างคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่ทางพรรคยังคงเดินหน้าอย่างเต็มกำลังและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ

ความเชื่อมั่นของ ดร.โจ-ธนาธร ต่อพี่น้องประชาชน

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้สมัครหมายเลข 10 เปิดเผยว่า ตนและทีมงาน สก. จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยเชื่อมั่นว่าประชาชนคนกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ตัดสินใจและมองเห็นถึงวิสัยทัศน์ที่พรรคได้มุ่งมั่นพัฒนา ทั้งเรื่องสวัสดิการ ระบบคมนาคมสาธารณะ และการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่กัดกินเมืองมานาน เช่น ปัญหาถนนทรุดตัวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพื่อให้ชีวิตคนเมืองมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงคนสำคัญ ได้ออกมาร่วมเดินสายรณรงค์และย้ำกับประชาชนว่า ดร.โจ-ธนาธร ได้เตรียมแผนงานที่ครอบคลุมทุกมิติเอาไว้แล้ว พร้อมเชิญชวนให้ทุกท่านอ่านรายละเอียดในโบรชัวร์หาเสียง เพื่อทำความเข้าใจถึงความตั้งใจจริงที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตชาวกรุงให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยมองว่ากรุงเทพฯ มีศักยภาพมากพอที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วไทยได้

  • เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย: ปรับปรุงการสัญจร ทาสีตีเส้น และติดกล้อง CCTV สแกนถนนเพื่อป้องกันหลุมยุบ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร: ยกระดับสาธารณสุขและระบบขนส่งมวลชน
  • เข้าถึงคนทุกกลุ่ม: เดินสายพบปะชาวบ้านถึงหน้าบ้านและร้านค้า เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชาวกรุงเทพฯ จะได้เลือกว่าทิศทางของเมืองหลวงจะเป็นอย่างไรต่อไป ทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังเสียงของประชาชนจะเทไปสู่การเลือกตัวแทนพรรคประชาชน เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่กลั่นกรองมาจากปัญหาจริง ใครที่ยังลังเลใจ ลองไปศึกษาแนวคิดของ ดร.โจ อีกครั้ง แล้วคุณจะพบว่ามีความตั้งใจที่น่าสนใจรออยู่ ขอเชิญชวนพี่น้องชาว กทม. ทุกท่านออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ให้พร้อมเพรียงกันครับ!

ที่มา – “ดร.โจ-ธนาธร” หาเสียงโค้งสุดท้าย ลั่นยังมั่นใจแม้ผลโพลตามหลัง “ชัชชาติ” ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิ์

“Bangkok Vote” ชวนคนกรุงไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.

เชื่อว่าตอนนี้ชาวกรุงเทพฯ หลายคนน่าจะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวสำคัญกันแล้ว เมื่อทาง กทม. ได้จัดกิจกรรม “Bangkok Vote” เพื่อปล่อยขบวนรณรงค์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ งานนี้ถือเป็นการแสดงพลังความพร้อมและความโปร่งใสของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ครับ

สาระสำคัญของกิจกรรม “Bangkok Vote”

กิจกรรม “Bangkok Vote” ไม่ใช่แค่การปล่อยขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์ธรรมดา แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของข้าราชการ กทม. กว่า 700 คน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเราทุกคนที่เป็นเจ้าของสิทธิ์เสียงครับ

รายละเอียดการใช้สิทธิเลือกตั้งที่ควรรู้

เพื่อให้การไปเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ราบรื่นที่สุด สำหรับใครที่ยังสับสนเรื่องบัตรเลือกตั้ง ทาง กกต. กำหนดไว้ชัดเจนครับคือ บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ใช้บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง สก. ใช้บัตรสีชมพู ข้อมูลนี้สำคัญมากเพราะจะได้ไม่หยิบผิดใบในคูหาครับ

นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดความรู้สำหรับคนที่เพิ่งย้ายทะเบียนบ้านมาครับ:

  • หากย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตใหม่ไม่ถึง 1 ปี: ท่านจะยังสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ปกติ (เพราะใช้บัตรสีเขียว) แต่จะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง สก. ในเขตใหม่นั้น
  • สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกตั้ง สก. ในกรณีข้างต้น: ท่านจะต้องกลับไปใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก่อนหน้านี้ครับ

ทาง กทม. ยังย้ำเตือนด้วยว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 คือวันสุดท้ายสำหรับการแจ้งเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นใครที่ย้ายบ้านหรือยังไม่แน่ใจเรื่องสิทธิ อย่าลืมรีบเช็กข้อมูลให้เรียบร้อยผ่านช่องทางออนไลน์ของ กทม. นะครับ

โค้งสุดท้ายกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.5 ล้านคน หากใครติดภารกิจจริงๆ จนไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ อย่าลืมแจ้งเหตุผลล่วงหน้าก่อนหรือหลังวันเลือกตั้งภายใน 7 วัน เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองไว้ตามกฎหมายครับ สำหรับผมแล้ว การออกมาใช้สิทธิ “Bangkok Vote” ในครั้งนี้ถือเป็นหน้าที่สำคัญของคนกรุงทุกคน เพื่อร่วมกันตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้เข้ามาดูแลเมืองหลวงของเราให้เติบโตไปในทิศทางที่เราต้องการ แล้วพบกันที่คูหาเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้นะครับ!

ที่มา – “Bangkok Vote” กทม. ปล่อยขบวนชวนประชาชนใช้สิทธิ 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.

อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ไม่หวั่นกระแสโพล

อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ไม่หวั่นกระแสโพล

การเมืองกรุงเทพมหานครกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อทีมพรรคประชาธิปัตย์นำโดย อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลงพื้นที่อย่างเข้มข้นในเขตคลองเตยและอโศก เพื่อพบปะประชาชนและโชว์วิสัยทัศน์ก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง แม้โพลหลายสำนักจะให้คะแนนความนิยมนำหน้า แต่ทางทีมงานก็ยืนยันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าถึงพี่น้องคนกรุงให้ได้มากที่สุดผ่านการทำงานอย่างหนัก

บรรยากาศการลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเข้าสู่โค้งสุดท้ายในการหาเสียงของพรรคเก่าแก่ ซึ่ง อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ไม่หวั่นกระแสโพล แม้แต่น้อย โดยทั้งคู่เลือกใช้การเดินเท้าสัมผัสวิถีชีวิตคนเมือง เริ่มจากสวนเบญจกิติ ไปจนถึงย่านอโศกที่เป็นศูนย์รวมของคนทำงาน เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรงจากชาวบ้าน

เจาะลึกนโยบายพร้อมสู้ศึกเมืองกรุง

นอกจากจะมีภาพการทักทายประชาชน นายอนุชายังได้แสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องการจัดการพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะการสร้าง “Dog Park” ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และคนรักสัตว์ในเขตเมือง ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้ที่มาใช้บริการสวนสาธารณะในวันดังกล่าว

ในประเด็นเรื่องผลสำรวจความนิยม นายอนุชาได้กล่าวย้ำอย่างมั่นใจว่า แม้ อนุชา-อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ไม่หวั่นกระแสโพล แต่กลับมองว่าเป็นพลังบวกที่ช่วยกระตุ้นให้ทีมงานต้องขยันลงพื้นที่ให้มากขึ้น พร้อมกับบอกว่าประสบการณ์ในอดีตทำให้เข้าใจดีว่าตัวเลขในโพลไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ความจริงใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญ

  • เร่งเครื่องนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง
  • ปรับปรุงพื้นที่สาธารณะเพื่อคนเมือง
  • เชื่อมโยงการทำงานในระดับเขตสู่ระดับมหานคร

จากการสังเกตการณ์ตลอดทั้งวัน เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้มองเพียงแค่การหาเสียง แต่เป็นการวางรากฐานนโยบายในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการทำงานหนักเพื่อประชาชนในครั้งนี้ จะเป็นตัวตัดสินให้คนกรุงเทพฯ พิจารณาเลือกผู้สมัครที่พร้อมที่สุดในวันเข้าคูหา

ที่มา – “อนุชา-อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ยันไม่หวั่นกระแสโพล พร้อมเร่งเครื่องชูนโยบายเพื่อคน กทม.

“เท้ง” ช่วย 3 ผู้สมัคร สก. หาเสียง ชูชุมชนปลอดภัย คลองสะอาด เดินทางสะดวก

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ที่กำลังจะมาถึง บรรยากาศการเมืองในกรุงเทพมหานครเริ่มคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยล่าสุด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่นำทัพผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ลุยหาเสียงอย่างหนักหน่วงใน 3 เขตพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เขตคลองสาน, เขตบางคอแหลม และเขตยานนาวา เพื่อนำเสนอนโยบายเร่งด่วนในการพัฒนาเมืองให้เป็นมิตรกับคนทุกกลุ่มภายใต้แคมเปญ “เท้ง” ช่วย 3 ผู้สมัคร สก. หาเสียง ชูชุมชนปลอดภัย คลองสะอาด เดินทางสะดวก

“เท้ง” ช่วย 3 ผู้สมัคร สก. หาเสียง ชูชุมชนปลอดภัย คลองสะอาด เดินทางสะดวก

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม โดยนายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่า พรรคประชาชนมุ่งเน้นการสร้างเมืองที่ “แคร์คน” อย่างแท้จริง ผ่านแนวคิดหลัก 3 ด้านที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่ชาวกรุงต้องเผชิญในทุกๆ วัน

ยกระดับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุม

สำหรับแนวทางในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ ทีมผู้สมัครของพรรคประชาชนได้ชูประเด็นเรื่อง “เท้ง” ช่วย 3 ผู้สมัคร สก. หาเสียง ชูชุมชนปลอดภัย คลองสะอาด เดินทางสะดวก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • เพิ่มความปลอดภัย: ติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงและเพิ่มไฟส่องสว่าง LED ให้ครอบคลุมทุกตรอกซอกซอย เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม
  • จัดการคูคลองเชิงรุก: เร่งแผนขุดลอกคูคลองอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบจัดการขยะ: ปรับปรุงรอบการจัดเก็บขยะให้สัมพันธ์กับปริมาณการใช้งานในแต่ละชุมชน พร้อมส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ ในด้านการคมนาคมขนส่ง พรรคประชาชนมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการปรับปรุงป้ายรถเมล์ให้ใช้งานได้จริง มีฟังก์ชันครบถ้วน ทั้งหลังคากันแดดฝน และไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังมีการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์และรถสองแถวให้เป็นระเบียบ ไม่เบียดเบียนพื้นที่จราจรบนท้องถนน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางทุกวัน

นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาที่พบใน 3 เขตนี้คือภาพสะท้อนของกรุงเทพฯ ในมิติที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างด่วนที่สุด พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ที่มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอจะสามารถเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ยั่งยืนได้จริง ท่านเห็นด้วยอย่างไรกับการปรับปรุงเมืองครั้งใหญ่ในครั้งนี้ สามารถมาร่วมแสดงความคิดเห็นหรือสนับสนุนนโยบายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันได้ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ

ที่มา – “เท้ง” ช่วย 3 ผู้สมัคร สก. หาเสียง ชูชุมชนปลอดภัย คลองสะอาด เดินทางสะดวก

“ชัชชาติ” ชูนโยบายขยะจาก “ไม่เทรวม” สู่ “ขยะเป็นเงิน” ลดฝังกลบเหลือ 30%

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องนโยบายจัดการขยะของ กทม. มาบ้างแล้วนะครับ แต่ล่าสุดคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาตอกย้ำแนวคิดที่น่าสนใจมาก นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากนโยบาย “ไม่เทรวม” ที่เราคุ้นเคย สู่โครงการ “ชัชชาติ” ชูนโยบายขยะจาก “ไม่เทรวม” สู่ “ขยะเป็นเงิน” ลดฝังกลบเหลือ 30% เพื่อเปลี่ยนภาระของเมืองให้กลายเป็นโอกาสของชุมชนอย่างยั่งยืน

“ชัชชาติ” ชูนโยบายขยะจาก “ไม่เทรวม” สู่ “ขยะเป็นเงิน” ลดฝังกลบเหลือ 30%

วันนี้ผมอยากพาทุกคนมาเจาะลึกว่า การที่กทม. จะเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินนั้น มันทำได้อย่างไรบ้าง ปัจจุบันเรามีขยะถึง 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งเกินครึ่งต้องจบลงด้วยการฝังกลบ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอน แนวทางที่ทีมงานกทม. กำลังทำคือการคัดแยกขยะที่ต้นทาง โดยแบ่งประเภทให้ชัดเจนขึ้นเป็น 5 ประเภท รวมถึงการนำ “ขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำ” เช่น ถุงพลาสติก หรือกล่องอาหาร มาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อให้เกิดมูลค่าอีกครั้ง

ทำไมต้อง “ขยะเป็นเงิน” และประโยชน์ต่อชุมชนคืออะไร

นโยบาย “ชัชชาติ” ชูนโยบายขยะจาก “ไม่เทรวม” สู่ “ขยะเป็นเงิน” ลดฝังกลบเหลือ 30% นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่คือการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนครับ ผ่านการจัดตั้งศูนย์คัดแยกขยะ 1,000 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดขยะที่ต้องส่งไปฝังกลบแล้ว ยังสนับสนุนให้พี่น้องในชุมชนมีรายได้เสริมจากการคัดแยกขยะอีกด้วย

เพื่อให้ระบบนี้ยั่งยืน กทม. จึงมีกลไกสนับสนุนที่น่าสนใจดังนี้:

  • ยกระดับซาเล้ง: ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการขยะอย่างเป็นทางการ ผ่านการขึ้นทะเบียนและอบรม
  • อาสาสมัคร MRF: จ้างคนในชุมชนเข้ามาช่วยคัดแยกขยะ พร้อมมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม
  • โครงการชักลากขยะ: ช่วยเหลือพื้นที่ที่รถขยะเข้าไม่ถึง โดยจ้างคนในชุมชนจัดการแทน
  • ลดขยะฝังกลบ: ตั้งเป้าลดการนำขยะไปฝังกลบให้เหลือเพียง 30% จากที่เคยสูงถึง 70% ในอดีต

อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนกังวลคือ “คัดแยกแล้ว กทม. จะเอาไปเทรวมอีกไหม?” คุณชัชชาติยืนยันชัดเจนครับว่า รถขยะมีการแยกช่องเก็บขยะเปียกชัดเจน และถ้าพบความไม่โปร่งใส ประชาชนสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue ได้ทันที นี่คือความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้จริง

ผมมองว่านี่เป็นการเริ่มต้นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนความคิดเราจาก “ขยะคือของทิ้ง” ให้กลายเป็น “ขยะคือทรัพยากร” หากทุกชุมชนร่วมมือกันคัดแยกอย่างสม่ำเสมอ เราไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของ กทม. แต่เรากำลังสร้างเมืองที่น่าอยู่และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นหลังอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ชูนโยบายขยะจาก “ไม่เทรวม” สู่ “ขยะเป็นเงิน” ลดฝังกลบเหลือ 30%

ผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3: ชัชชาติยังนำ

ผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3 “ชัชชาติ” ยังอันดับ 1 ทิ้งห่างคู่แข่ง

ในช่วงโค้งก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งที่หลายคนจับตามอง ล่าสุดมีการเผยแพร่ ผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3 “ชัชชาติ” ยังอันดับ 1 ทิ้งห่างคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมที่น่าสนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองระดับท้องถิ่น โดยสวนดุสิตโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ กว่า 2,029 คน เพื่อสะท้อนภาพรวมคะแนนนิยมก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนจริง ผลสำรวจนี้มีความน่าสนใจอย่างไร และใครคือตัวเต็งในสนามนี้บ้าง เรามาเจาะลึกไปพร้อมกันครับ

เจาะลึกข้อมูลผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3 “ชัชชาติ” ยังอันดับ 1 ทิ้งห่างคู่แข่ง

จากผลการสำรวจพบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) ยังคงครองใจคนกรุงด้วยคะแนนทิ้งห่างสูงถึง 60.08% ในขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ที่ได้รับคะแนนสนับสนุนอยู่ที่ 13.17% โดยยังมีกลุ่มตัวอย่างอีกประมาณ 12.07% ที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ทั้งนี้ ผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3 “ชัชชาติ” ยังอันดับ 1 ทิ้งห่างคู่แข่ง ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า กระแสความนิยมในตัวบุคคลหรือความเชื่อมั่นในผลงานที่ผ่านมายังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกผู้นำของชาวกรุงเทพฯ

นอกเหนือจากตำแหน่งผู้ว่าฯ แล้ว ผลสำรวจในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยตัวเลขบ่งชี้ว่าประชาชนสนใจเลือกผู้สมัครอิสระมาเป็นอันดับ 1 (35.39%) ตามด้วยพรรคประชาชน (28.88%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ในยุคนี้ให้ความสำคัญกับ “การเมืองเชิงประสิทธิภาพ” ที่จับต้องได้มากกว่ายึดติดกับโลโก้พรรคเพียงอย่างเดียว นี่คือบทเรียนสำคัญให้นักการเมืองทุกคนต้องเร่งพิสูจน์ฝีมือผ่านผลงานที่เห็นผลจริง

ในเชิงสถิติและการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ การที่คะแนนนิยมของผู้ว่าฯ และ สก. กระจายตัวในลักษณะนี้บ่งบอกถึงความต้องการความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ความเป็นมืออาชีพในการแก้ปัญหาเมือง และความโปร่งใส ซึ่งผู้สมัครที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการลงมือทำจริงๆ จึงเป็นที่ยอมรับมากกว่าการอาศัยชื่อเสียงของพรรคเพียงประการเดียว ความเคลื่อนไหวของฐานเสียงในครั้งนี้จึงเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรมผู้ลงคะแนนไทยในอนาคต

แม้ผลโพลจะออกมาในลักษณะนี้ แต่สถานการณ์การเมืองมักมีความไม่แน่นอนเสมอ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามนโยบายและวิสัยทัศน์ของทุกท่านอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจหย่อนบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ตัวแทนที่จะเข้ามาพัฒนาเมืองหลวงของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืน แล้วคุณล่ะครับ มีอยู่ในใจแล้วหรือยังว่าใครคือคนที่ใช่สำหรับกรุงเทพฯ ของเราในอีก 4 ปีข้างหน้า?

ที่มา – ผลโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ครั้งที่ 3 “ชัชชาติ” ยังอันดับ 1 ทิ้งห่างคู่แข่ง

เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ต่างเฝ้ารอกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่จะมาถึงนี้ และแน่นอนว่าการติดตามคะแนนให้ทันใจเป็นเรื่องที่สนุกที่สุด! ครั้งนี้ 18 องค์กรสื่อยักษ์ใหญ่ได้จับมือร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอการรายงานผล เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน ให้ประชาชนทุกคนได้เกาะติดสถานการณ์กันแบบวินาทีต่อวินาทีในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้

เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน

ทันทีที่ปิดหีบในเวลา 17.00 น. เพื่อนๆ สามารถติดตามผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ได้ผ่านสื่อหลักทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ไทยรัฐทีวี, ช่อง 3 HD, One31, PPTV หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของพันธมิตรสื่อชั้นนำมากมาย ที่ระดมกำลังมาเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสและตรวจสอบได้มากที่สุด การ เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

สมัครเป็นอาสาสมัคร ร่วมด้วยช่วยกันนับคะแนน

นอกจากจะเป็นผู้ชมแล้ว คุณยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ด้วยการสมัครเป็นอาสาสมัครนับคะแนน! หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีส่วนร่วมในการ เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน คุณสมบัติที่ต้องการมีไม่ยากเลยครับ แค่คุณเป็นคนที่:

  • ใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
  • สามารถนับคะแนนและถ่ายภาพใบรายชื่อคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งได้ถูกต้อง
  • มีความกระตือรือร้นและอยากเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส

หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ อย่ารอช้า! สามารถเข้าไปลงทะเบียนสมัครได้ที่ ลิงก์สมัครอาสาสมัคร เพื่อรับหน้าที่สำคัญในการเป็นตัวแทนประชาชนรายงานผลคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด การที่เราช่วยกันคนละไม้คนละมือแบบนี้ จะทำให้กระบวนการประชาธิปไตยของเราเข้มแข็งยิ่งขึ้น ใครที่สนใจรีบไปกดสมัครกันเลยนะครับ เพราะนอกจากจะได้ทำหน้าที่เพื่อสังคมแล้ว ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการทำหน้าที่อาสาสมัครด้วย หากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดจากข่าวประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครได้ตลอดเวลา

ที่มา – เปิดช่องทางรายงานผล เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบเรียลไทม์ รับอาสาช่วยนับคะแนน

“ชัชชาติ” ไม่หวั่นถูกยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้าย 17 ข้าราชการ

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ล่าสุด “ชัชชาติ” ไม่หวั่นถูกยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้าย 17 ข้าราชการ โดยผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมามีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

“ชัชชาติ” ไม่หวั่นถูกยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้าย 17 ข้าราชการ พร้อมให้พิสูจน์ความจริง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการเดินทางไปยื่นหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่าตนยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะการตั้งข้าราชการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

มุมมองจาก “ชัชชาติ” ไม่หวั่นถูกยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้าย 17 ข้าราชการ

สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้น นายชัชชาติได้ฝากข้อคิดถึงผู้ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนว่า:

  • การร้องเรียนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทำได้ แต่ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง
  • ไม่ควรเป็นเพียงการสร้างกระแสข่าว หรือหวังผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียว
  • ควรติดตามบทสรุปของคดีจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ นายชัชชาติยังกล่าวถึงความคืบหน้าของคดีอื่นๆ เช่น การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีหากมีการติดตามและเร่งรัดเพื่อให้สังคมได้รับทราบความจริงโดยเร็ว เพราะกระบวนการตรวจสอบนั้นมีหลายขั้นตอนที่ซับซ้อน

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูบทสรุปของเรื่องนี้ต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร การตรวจสอบที่เข้มข้นถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การบริหารเมืองหลวงพัฒนาไปในทิศทางที่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น เราหวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววันเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความกระจ่างครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ไม่หวั่นถูกยื่น ป.ป.ช. สอบปมโยกย้าย 17 ข้าราชการ ย้ำ 4 ปีทำงานโปร่งใส ท้าให้พิสูจน์

“เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

เรียกได้ว่ากลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ที่ควงคู่มากับ “หน่อง ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินสายหาเสียงบริเวณหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งมีน้องๆ นักเรียนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและคึกคักสุดๆ

“เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

ทันทีที่ทั้งคู่มาถึงหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ได้รับเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากน้องๆ นักเรียนที่มารอให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น ภาพที่เห็นคือบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดย “เต้ มงคลกิตติ์” ได้สร้างสีสันด้วยการวิดพื้นโชว์น้องๆ กลางวงล้อม สร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจให้กับเหล่าแฟนคลับวัยเรียนที่หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและคลิปวิดีโอไปแชร์ต่อในโซเชียลกันรัวๆ นับเป็นวิธีเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นโยบายที่เน้นความเท่าเทียมในกรุงเทพฯ

นอกจากลีลาการหาเสียงที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว “หน่อง ภาสพงศ์” ยังถือโอกาสนี้ได้ชูนโยบายสำคัญที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การปรับปรุงทางเท้าและสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเดินทางได้ง่ายขึ้น
  • การติดตั้งลิฟต์และทางลาดในจุดที่สำคัญของอาคารราชการ
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน
  • ส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพและสวัสดิการที่ครอบคลุมสำหรับผู้พิการ

งานลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการนำแนวคิดจากคนรุ่นใหม่มาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองกรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม การที่ “เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้มีแค่เรื่องเคร่งเครียด แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่เข้าถึงใจประชาชนทุกกลุ่ม การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาวกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

คุณคิดว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้นได้จริงหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังใจให้กับทุกความตั้งใจในการพัฒนาบ้านเมืองของเรากันต่อไปครับ

ที่มา – “เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

Scroll to top