บทความน่าสนใจ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ได้ตอนไหน ถ้าอยากย้ายสิทธิประกันสังคมออนไลน์ ต้องทำยังไง

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 ได้เมื่อไหร่ สามารถย้ายสิทธิประกันสังคมออนไลน์ได้ไหม ต้องทำอย่างไร ที่นี่มีบอกครบ !

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569

ใครใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 รักษาพยาบาล รู้ไหมว่าเราสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ตามปกติปีละ 1 ครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนที่อยากย้ายสิทธิประกันสังคมไปยังโรงพยาบาลอื่น แต่จะต้องทำอย่างไรบ้าง เรารวบรวมข้อมูลวิธีเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569 มาบอกแล้ว

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 
ใครมีสิทธิ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
  • ต้องเป็นผู้ประกันตนตาม ประกันสังคม มาตรา 33 หรือ ประกันสังคม มาตรา 39  
  • ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารักษาพยาบาล  
  • หากผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สิ้นสภาพจากความเป็นผู้ประกันตนแล้ว เช่น ลาออกจากงานประจำที่เดิม จะยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลต่อไปได้อีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพ

เปลี่ยน รพ. ประกันสังคม 2569
ได้กี่ครั้ง

          ตามปกติจะสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ปีละ 1 ครั้ง คือช่วงปลายปีจนถึงต้นปียกเว้นกรณีย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน ก็สามารถยื่นขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมระหว่างปีได้เช่นกัน

เปลี่ยน รพ. ประกันสังคม 2569
ได้เมื่อไหร่ ตอนไหน

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569

 การขอเปลี่ยนโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมในที่นี้ แบ่งเป็น 2 กรณีคือ

1. เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมประจำปี

          ในปี 2569 หากต้องการย้ายสิทธิประกันสังคมไปรักษายังสถานพยาบาลอื่น สามารถยื่นขอเปลี่ยนโรงพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

2. เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมระหว่างปี

          สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเปลี่ยนโรงพยาบาลในช่วงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 และภายหลังมีเหตุจำเป็นต้องย้ายที่อยู่หรือย้ายสถานที่ทำงาน ย้ายไปประจำที่ต่างจังหวัด จึงไม่สะดวกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งเดิมแล้ว กรณีนี้เราสามารถยื่นขอเปลี่ยนโรงพยาบาลได้ตลอดทั้งปี แต่สิ่งสำคัญก็คือ ต้องยื่นเรื่องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ย้ายที่ทำงานหรือย้ายที่อยู่อาศัย

วิธีเปลี่ยน รพ. ประกันสังคม 2569

          เราสามารถขอย้ายสิทธิประกันสังคมได้โดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ดังนี้

  • เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ที่เราสะดวก
  • กรอกแบบฟอร์มการเลือกสถานพยาบาลสำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (สปส. 9-02)
  • ยื่นแบบฟอร์มพร้อมบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอย้ายสิทธิ

          อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ไม่สะดวกไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคม ปัจจุบันสามารถยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลผ่านระบบออนไลน์ได้แล้วหลากหลายช่องทาง

วิธีเปลี่ยน รพ. ประกันสังคม 2569 
ออนไลน์

         หากต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมออนไลน์ สามารถทำได้ 4 ช่องทาง คือ

1. เปลี่ยน รพ. ประกันสังคม ในแอปฯ SSO Plus

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม  
  • ลงชื่อเข้าสู่ระบบ (ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนให้ลงทะเบียนก่อน)
  • กดภาพสี่เหลี่ยมตรงมุมบนซ้ายของแอปฯ 
  • เลือก “เปลี่ยนโรงพยาบาล”
  • เลือกเหตุผลในการเปลี่ยนสถานพยาบาล และเลือกสถานพยาบาลแห่งใหม่ที่ต้องการ
  • อ่านหลักเกณฑ์การเลือกสถานพยาบาลให้ครบถ้วน
  • กดยอมรับข้อตกลง และกด “ยืนยัน”

2. เปลี่ยน รพ. ประกันสังคมผ่าน LINE

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
  • แอดไลน์สำนักงานประกันสังคม @ssothai แล้วเลือก “เข้าสู่ระบบ
  • กรอกข้อมูล Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบ หรือถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกให้สมัครสมาชิกก่อน
  • จากนั้นเลือก “เปลี่ยนโรงพยาบาล”
  • เลือกสาเหตุที่เปลี่ยนโรงพยาบาล 
  • เลือกโรงพยาบาลใหม่ที่ต้องการ
  • อ่านหลักเกณฑ์การเปลี่ยนสถานพยาบาลให้ครบถ้วน
  • กดยอมรับข้อตกลง และกด “บันทึก”

3. เปลี่ยน รพ. ประกันสังคมผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
  • เข้าเว็บไซต์ sso.go.th เมนู e-Self Service
  • กรอกเลขบัตรประชาชน หรือ Username และ Password เดียวกับที่ลงทะเบียนผ่านไลน์สำนักงานประกันสังคม)
    • หากยังไม่เคยลงทะเบียนให้เลือก “สมัครสมาชิก” หรือเลือกดำเนินการต่อด้วยแอปฯ ThaiD แล้วทำตามขั้นตอน
  • เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้เลือก “ขอเปลี่ยนสถานพยาบาล”
  • กรอกข้อมูลสถานพยาบาลที่ต้องการย้ายสิทธิไป และกดยอมรับข้อตกลง

4. เปลี่ยน รพ. ประกันสังคม ผ่านแอปฯ ทางรัฐ

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ 
  • ลงชื่อเข้าสู่ระบบ (ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนให้ลงทะเบียนก่อน)
  • เลือกงานบริการสำนักงานประกันสังคม
  • เข้าสู่ระบบ e-Self Service
  • เลือกเปลี่ยนสถานพยาบาล
  • เลือกสาเหตุ
  • เลือกสถานพยาบาล
  • กดยืนยันข้อมูล
  • รอตรวจสอบผลการเปลี่ยนสถานพยาบาล

เปลี่ยน รพ. ประกันสังคม 
ใช้เวลานานไหม กี่วันใช้ได้

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569

   หลังจากยื่นเรื่องของย้ายสิทธิโรงพยาบาลประกันสังคมแล้ว เราสามารถใช้สิทธิ ณ สถานพยาบาลแห่งใหม่ได้ ดังนี้

  • กรณีสำนักงานประกันสังคมรับเอกสารขอเปลี่ยนโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 (ก่อน 16.30 น. ของวันที่ 15) สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ในวันที่ 16 ของเดือนนั้น
  • กรณีสำนักงานประกันสังคมรับเอกสารขอเปลี่ยนโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน (ก่อน 16.30 น. ของวันสุดท้ายของเดือน) สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไป

โรงพยาบาลที่เปิดรับประกันสังคม
มีที่ไหนบ้าง

          จากข้อมูล ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2568 มีโรงพยาบาลที่เปิดรับผู้ประกันตนประกันสังคมอยู่ทั้งสิ้น 97 แห่ง ดังนี้

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
ภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
ภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
ภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม
เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569
ภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม

  ทั้งนี้ ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในกรณีที่โรงพยาบาลดังกล่าวรับผู้ประกันตนครบจำนวนแล้ว หรือในกรณีที่โรงพยาบาลอื่น ๆ เปิดรับผู้ประกันตนเพิ่มเติม ดังนั้น สามารถเช็กรายชื่อสถานพยาบาลแบบอัปเดตในแต่ละวันผ่านระบบออนไลน์ได้อีกทาง

เปลี่ยน รพ. ประกันสังคมไม่ได้ ทำยังไง

          กรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลได้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรงพยาบาลที่เราต้องการย้ายไปยังไม่เปิดรับคนเพิ่ม หรืออยู่ในช่วงเวลานอกเหนือให้ใช้สิทธิเปลี่ยนโรงพยาบาล เป็นต้น

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2569

 สำหรับใครพบปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานพยาบาลหรือต้องการทราบข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 หรือ โทร. 0-2956-2400
ที่มา : https://health.kapook.com/view297185.html

โรค FIP แมว เกิดจากอะไร? ป้องกันน้องแมวอย่างไรให้ไกลจากโรคนี้!!

“โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ” เป็นหนึ่งในโรคที่เป็นฝันร้ายของคนเลี้ยงแมว ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อโรครุนแรง ติดต่อกันได้ผ่านทางอุจจาระ จึงแพร่กระจายผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน อย่างกระบะทราย ทาสแมวที่เลี้ยงแมวหลายตัว แล้วมีแมวตัวใดตัวหนึ่งเป็นโรคนี้ ควรแยกออกจากแมวตัวอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยง

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (FIP) ในแมวคืออะไร เกิดจากอะไร ?

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Feline Infectious Peritonitis หรือ FIP) คือ โรคติดต่อในแมว ที่เกิดจากการติดเชื้อในกลุ่มโคโรนาไวรัส Feline enteric coronavirus (FCov) มักเกิดในแมวเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี และแมวที่อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป

โดยปกติแล้ว เชื้อ FCov นี้ จะติดต่อกันได้ง่าย ในระยะที่ยังไม่ได้กลายพันธุ์และก่อโรครุนแรง ทำให้สามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัสอุจจาระของแมว หรือการใช้ของร่วมกัน อย่างกระบะทรายแมว ซึ่งพบบ่อยในบ้านหรือสถานที่ที่เลี้ยงแมวจำนวนมาก ที่มีสภาพแวดล้อมไม่สะอาด หรือทำให้แมวเกิดความเครียด

ความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น อายุของแมว สุขภาพ ความรุนแรงของเชื้อไวรัสที่ได้รับ

การติดเชื้อและอาการที่พบบ่อย

เจ้าของแมวสามารถสังเกตความผิดปกติของน้องแมวได้ง่าย ๆ ซึ่งอาการจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ แต่ก็อาจพบทั้งสองแบบในแมวตัวเดียวกันก็ได้ ดังนี้ 

  1. ติดเชื้อแบบแห้ง (Non-effusive form) เป็นการติดเชื้อที่สังเกตค่อนข้างยาก แต่มักจะพบก้อนแข็ง ๆ ในร่างกายที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นแบบช้า ๆ โดยอาจจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไป ควรพาไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด 
  2. ติดเชื้อแบบเปียก (Effusive form) เป็นอาการที่สังเกตได้ง่ายกว่า โดยจะมีของเหลวคั่งอยู่บริเวณช่องท้องและช่องอก ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก หรือหายใจไม่ค่อยสะดวก บริเวณท้องมีขนาดใหญ่ขึ้นจนผิดสังเกต 

อาการที่พบบ่อยในแมวที่ติดเชื้อ FIP

  • น้ำหนักลด 
  • เบื่ออาหาร 
  • ชักม่านตาอักเสบ
  • ดวงตาผิดปกติ 
  • ซึม 
  • มีไข้ 
  • เดินไม่สัมพันธ์กัน 
โรค FIP แมว

การวินิจฉัยและรักษา

หากพบว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติ อย่างการมีก้อนที่ช่องท้อง ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ท้องใหญ่ หายใจลำบาก ให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพิ่มเติม 

การวินิจฉัยโรค

ส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะทำการตรวจเลือด เพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ค่าโปรตีน การตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันต่อโรค FIP การวิเคราะห์น้ำในช่องท้องและช่องอก อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์ ซึ่งแพทย์จะดูอาการและแนะนำการตรวจรักษาที่เหมาะสม อาจจะต้องตรวจหลากหลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด และวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ 

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มี วิธีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงไปที่โรค FIP แต่จะเป็นการรักษาตามอาการ อย่างการให้ยาลดอักเสบ ยาต้านเชื้อไวรัส และในกรณีที่มีน้ำในช่องท้องหรือช่องอกก็จะทำการเจาะระบายน้ำออกมา ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจจะต้องถ่ายเลือด 

การป้องกัน

ทาสแมวทั้งหลายที่ไม่อยากจะสูญเสียน้องแมวไปเพราะโรค FIP สามารถป้องกันโรคชนิดนี้ได้ 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้ 

ฉีดวัคซีนป้องกันโรค FIP

ปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรค FIP ในแมว ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อเป็น (Modified live non – adjuvant) แต่วัคซีนชนิดนี้ไม่ได้เป็นวัคซีนตัวหลัก และยังมีการถกเถียงถึงเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันโรค แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือตรวจเลือดก่อนที่จะทำวัคซีน หากว่าไม่พบเชื้อ FIP ก็สามารถทำวัคซีนได้ 

วิธีลดความเสี่ยงการติดเชื้อ FIP

แม้ว่าจะยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ 100% และมีประสิทธิภาพ แต่ทาสแมวก็สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ดังนี้ 

  • เลี้ยงแมวระบบปิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสจากแมวตัวอื่น หากว่าไม่สามารถเลี้ยงระบบปิดได้ แนะนำให้ช่วงที่ยังเป็นลูกแมว ภูมิคุ้มกันยังน้อย ให้เลี้ยงภายในบ้านก่อน เพื่อลดความเสี่ยง 
  • ทำวัคซีนหลักให้ครบและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัยของแมวเป็นประจำ ทั้งที่นอน จานชาม และพื้นที่โดยรอบ รวมถึงกระบะทราย 
  • แยกจุดที่วางน้ำและอาหารออกจากจุดที่วางกระบะทราย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคในชามอาหาร 
  • ไม่ควรเลี้ยงแมวจำนวนมากในพื้นที่จำกัด ควรให้น้องแมวแต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง 
  • ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ และฉีดวัคซีนประจำปีเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง   

อาการเจ็บป่วยของน้องแมว ในบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ทาสแมวไม่สามารถควบคุมได้ แต่สามารถให้การดูแลน้องแมวอย่างดี เพื่อเสริมสร้างสารอาหารที่จำเป็นและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง 

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. FIP แมว คือ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 จาก https://www.baanlaesuan.com/315142/pets/health/cat-infected-fip 
  2. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 จาก https://www.royalcanin.com/th/cats/kitten/feline-infectious-peritonitis 
  3. รู้จักกับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (FIP).  สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 จาก https://www.utmost-pet.com/articles/feline-infectious-peritonitis-cat/ 

7 เทรนด์สี 2026

7 เทรนด์สี 2026 จาก CEA เฉดสีสดใส-เอิร์ธโทน-สีธรรมชาติมาแรง!

เป็นประจำทุกปีที่ “สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์” (องค์การมหาชน) หรือ CEA จะออก E-book “เจาะเทรนด์โลก” ปีนี้มาในซีรีส์ “เจาะเทรนด์โลก TREND 2026: MAZE OF ECHOES เสียงสะท้อนจากอดีตและปัจจุบัน กำลังก่อรูปอนาคตใหม่ อัดแน่นด้วยเรื่องราวเจาะลึก หนึ่งในนั้นคือ เทรนด์สีแห่งปี 2026 ที่สื่อถึงปีแห่งการเปลี่ยนทิศทางใหม่ ประกอบด้วย 7 กลุ่มสีที่สะท้อนถึงการผสมผสานความกล้า ความผ่อนคลาย และความรู้สึกเงียบสงบ

1. สีชมพูพีชเฉด Peach Powder

  • เฉดสีตัวแทนของความโรแมนติก ความอ่อนหวาน
  • สะท้อนความกล้าในการเป็นตัวเองของผู้หญิงยุคใหม่ และจิตวิญญาณที่สนุกสนาน
  • กระตุ้นความคิด ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และน่าติดตาม
  • หนึ่งในวงการที่นำเฉดสีนี้ไปใช้ เช่น แบรนด์แฟชั่น
7 เทรนด์สี 2026

2. สีฟ้าอมเทาเฉด Clear Sky

  • กลุ่มสีพาสเทลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เงียบสงบ ให้ความอบอุ่น แต่ล้ำสมัย
  • สะท้อนถึงการเป็นนักสำรวจผู้ปรารถนาที่จะค้นพบ
  • ช่วยเติมเต็มจิตใจ และเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น
  • เป็นเฉดสีที่เหมาะทั้งชายและหญิง ใช้ได้หลายฤดูกาล
  • สามารถปรับใช้กับวัสดุรีไซเคิล ของตกแต่ง เครื่องใช้ภายในบ้าน-เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งการออกแบบแฟชั่น โดยใช้คู่กับวัสดุหลายประเภท เช่น ผ้ากำมะหยี่, พื้นผิวแบบเมทัลลิก
7 เทรนด์สี 2026

7 เทรนด์สี 2026 ผสานความกล้า-ความผ่อนคลาย ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่

3. สีม่วงดอกฟูเชียเฉด Fuchsia Red

  • เฉดสีที่อยู่ระหว่างสีชมพูและสีม่วง
  • สะท้อนทัศนคติที่ก้าวหน้าและท้าทายต่อขนมเดิม ท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอน วุ่นวาย วิตกกังวล
  • ให้ความรู้สึกตื่นเต้น และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์เหนือจริงในโลกยุค AI
  • สำหรับธุรกิจ/แบรนด์ หรือการสื่อสารที่ต้องการเชื่อมโยงระหว่างโลกจริง และโลกเสมือน เฉดสี Fuchsia Red ช่วยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
7 เทรนด์สี 2026

4. สีส้มสดใสเฉด Tangelo

  • เฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ Art Deco ในช่วงทศวรรษ 1920 และ 1930 ที่ผสมผสานเอกลักษณ์จากวัฒนธรรมที่หลากหลายเข้าด้วยกัน
  • ปี 2026 เฉดสี Tangelo เป็นตัวแทนของขุมพลังความสุข ที่ให้รู้สึกมีพลัง และกระตุ้นแรงบันดาลใจ
  • นอกจากเป็นเฉดสีที่ในอดีตนิยมใช้ออกแบบเครื่องประดับ งานตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรมแล้ว ปัจจุบันยังใช้กับสิ่งทอและแฟชั่นด้วยเช่นกัน
7 เทรนด์สี 2026

5. สีเขียวโลกสวยเฉด Vivid Green

  • ใช้แทนประสบการณ์วัยเยาว์ ชวนให้หวนนึกถึงความสนุกในอดีต สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาของชีวิต
  • เป็นเฉดสีที่เหมาะกับหน้าร้อน
  • สามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลาย เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และงานสถาปัตยกรรม
7 เทรนด์สี 2026

6. สีน้ำตาลคลาสสิกเฉด Bitter Chocolate

  • น้ำตาลอมแดงสะท้อนสไตล์วินเทจ ให้ความหรูหรา คลาสสิก ชวนหวนคิดถึงยุคเรโทรในอดีต
  • เป็นเฉดสีตัวแทนงานคราฟต์ เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนมาหลายยุคสมัย
  • ตัวอย่างสินค้าที่ใช้เฉดสีนี้ เช่น แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ให้ความหรูหราและคลาสสิกเหนือกาลเวลา
7 เทรนด์สี 2026

7. สีเทาเข้มเรียบง่ายเฉด Asphalt

  • เฉดเทาเข้มอมเขียว สะท้อนความเรียบง่าย คลาสสิก ให้ความรู้สึกลึกลับ เงียบสงบ
  • เป็นเฉดที่ส่งเสริมพื้นผิววัสดุให้เงางาม หรือแมตต์อย่างร่วมสมัย
  • สามารถปรับใช้กับการออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Gadget เช่น สมาร์ทโฟน และวงการสถาปัตยกรรมอย่างการออกแบบอาคารที่ทำให้เห็นโครงเหล็ก หรือโครงสร้างตึก ช่วยเพิ่มความคลาสสิก และเรียบง่ายเป็นอย่างดี
7 เทรนด์สี 2026

คนละครึ่งพลัส เฟส 2

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เป็นโครงการที่หลายคนกำลังจับตามอง เนื่องจากเป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม หลังจากเฟสแรกมีผู้ตกหล่นจำนวนมาก โดยผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จในเฟสนี้ คาดว่า จะได้รับวงเงินสูงสุด 4,000 บาท และจะสามารถเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาและออกแบบระบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. วันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะให้สิทธิกับผู้ที่ตกหล่นจากเฟสแรกเป็นกลุ่มแรก รับวงเงินอุดหนุน 4,000 บาท และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันทีในเดือนมกราคม 2569 เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อเนื่องหลังเฟสแรกสิ้นสุด

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน

ปัจจุบัน โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 อยู่ระหว่างขั้นตอนการหารือและออกแบบการดำเนินงาน โดยรัฐบาลยืนยันว่า จะเปิดให้ผู้ตกหล่นจากเฟสแรกลงทะเบียนใหม่ได้ เบื้องต้น คาดว่าเปิดลงทะเบียนภายในเดือนธันวาคม 2568 และ เริ่มใช้สิทธิได้จริงในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประชาชน
  • ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือเรียกคืนเงินในโครงการที่เกี่ยวข้อง

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2

ประชาชนที่สนใจ คาดว่า สามารถลงทะเบียนผ่านแอป เป๋าตัง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตัง
  2. กดลงทะเบียนรับสิทธิในแบนเนอร์โครงการ
  3. ตรวจสอบผลผ่าน SMS หรือหน้าแอปฯ
  4. เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วจึงเริ่มใช้สิทธิได้ตามกำหนด

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้เท่าไร ใช้วันไหน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวชัดเจนแล้วว่า คนที่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเฟส 1 ควรได้รับวงเงินมากกว่า ส่วนวงเงินที่จะได้รับต่อคนนั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่รัฐบาล และสำนักงานงบประมาณจัดสรร พร้อมยืนยันว่า ตัวเงิน 4,000 บาท เป็นเพียงตัวเลขสมมติเท่านั้น 

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ควบคู่ไปกับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รอบใหม่ ยืนยันจะเริ่มจ่ายเงินให้ประชาชนภายในเดือน ม.ค. 69 

วิธีลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”

แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นช่องทางหลักในการกดรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัส เฟส 2 สำหรับผู้ใช้งานใหม่หรือผู้ที่ยังไม่เคยยืนยันตัวตน ควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยมีขั้นตอนสำคัญที่แนะนำให้ดำเนินการก่อนถึงวันลงทะเบียนจริง

1. การติดตั้งและสมัครใช้งานสำหรับผู้ใช้ใหม่

  • ดาวน์โหลดแอปฯ “เป๋าตัง” ผ่าน App Store (iOS) หรือ Google Play (Android)
  • ปิดสัญญาณ Wi-Fi และเปิดอินเทอร์เน็ตมือถือ (4G/5G) เพื่อความเสถียรในการยืนยันตัวตน
  • กรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ และใส่รหัส OTP ที่ได้รับ
  • ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าหรือเลือกยืนยันผ่านแอปฯ ThaID ตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ตั้งรหัส PIN 6 หลักและกดเปิดใช้งานบริการ G-Wallet เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิ์

2. การกดรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัส เมื่อโครงการเปิดให้ลงทะเบียน

เมื่อถึงช่วงเปิดลงทะเบียน (คาดว่าเดือนธันวาคม 2568) ให้เข้าแอปฯ เป๋าตัง และเลือกแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2” เพื่อทำรายการลงทะเบียน หลังจากนั้นรอรับ SMS แจ้งผลการพิจารณาสิทธิ์ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบจะสามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป

วิธียืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM กรุงไทย (กรณีสแกนหน้าไม่ผ่าน)

สำหรับผู้ที่ใช้การสแกนใบหน้าไม่สำเร็จ สามารถยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตร ATM ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยลดปัญหาการยืนยันตัวตนในระบบแอปพลิเคชัน

  • เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน” หรือ “ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่หน้าตู้
  • เลือกเมนู “บริการยืนยันตัวตน” ตามด้วยการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • เสียบบัตรประชาชนลงในช่องอ่านบัตร และรอให้ระบบตรวจสอบจนเสร็จสมบูรณ์
  • นำบัตรออกและกลับไปยืนยันตัวตนต่อบนแอปฯ เป๋าตังอีกครั้งเพื่อให้การสมัครสมบูรณ์

เงื่อนไขคนละครึ่งพลัส เฟส 2

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างออกแบบหลักเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งในกลุ่มผู้เคยได้รับสิทธิและผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วม โดยมีแนวทางเบื้องต้นว่า

  • ผู้ใช้สิทธิครบ 2,000 บาทในเฟสแรก สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้
  • ผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน จะได้รับวงเงินมากกว่า
  • วงเงินที่ผู้ใช้เฟสแรกไม่ได้ใช้จะถูกรวมกลับเข้าสู่ระบบเพื่อนำมาใช้ในเฟสใหม่

สรุป คนละครึ่งพลัส เฟส 2

โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 คาดว่ารัฐบาลจะเริ่มจ่ายเงินให้ประชาชนได้ในเดือน ม.ค. 69 โดยผู้ที่ตกหล่นจากเฟสแรกมีโอกาสได้รับวงเงินมากกว่า ทั้งนี้ ต้องรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง

5 อาชีพที่ AI ทำแทนไม่ได้

5 อาชีพที่ AI ทำแทนไม่ได้ จากข้อได้เปรียบสำคัญที่มนุษย์ยังเหนือกว่า แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทในโลกการทำงานมากขึ้น แต่เทคโนโลยีก็ไม่อาจแทนที่ความเป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด

ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่อง AI แย่งงาน หลัง Amazon ประกาศปลดพนักงานกว่า 14,000 ตำแหน่งจากการปรับองค์กรเข้าสู่ยุค AI และมีรายงานว่าทั่วโลกอาจมีงานถูกกระทบมากถึง 300 ล้านตำแหน่ง หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่าอนาคตอาชีพของตัวเองจะไปทางไหนต่อ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้เปิดเผยว่า ไม่ใช่ทุกอาชีพที่จะเสี่ยงถูกแทนที่ ในทางกลับกัน ทศวรรษต่อจากนี้อาจเป็นยุคทองของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้

 

อาชีพที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ และอยู่บนกฎเกณฑ์ตายตัว เช่น งานป้อนข้อมูล งานธุรการ งานบริการลูกค้า รวมถึงงานด้านเทคโนโลยีบางประเภท ล้วนมีโอกาสถูกแทนที่ได้ง่าย เพราะสามารถเขียนเป็นอัลกอริทึมให้ AI ทำแทนได้เร็วกว่า แต่สำหรับงานที่ต้องอาศัยสัญชาตญาณ ความคิดเชิงจริยธรรม และการทำงานร่วมกับคนอื่น AI ยังเทียบมนุษย์ไม่ได้เลย

5 อาชีพที่ AI ทำแทนไม่ได้ และเป็นอาชีพที่ปลอดภัยจากการถูก AI แย่งงาน

ทีมวิจัยของ TargetJobs ได้เปิดเผย 5 กลุ่มอาชีพที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบหรือทำงานแทนได้อย่างแท้จริง ได้แก่อาชีพดังต่อไปนี้

1. สาธารณสุขและจิตวิทยา

แม้ AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและวินิจฉัยได้รวดเร็วขึ้น แต่ความเข้าใจด้านอารมณ์และการให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วย ยังเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งมนุษย์เท่านั้น

2. การศึกษาและการฝึกอบรม

AI อาจช่วยครูได้หลายด้าน แต่การผสมผสานเทคโนโลยีกับความเข้าใจเด็กอย่างลึกซึ้ง รวมถึงความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจนั้น ยังคงต้องอาศัยมนุษย์เป็นหลัก

3. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ไม่ว่าจะเขียนเรื่องราว ออกแบบ ทำคอนเทนต์ หรือโฆษณาก็ตาม AI ช่วยคิดไอเดียได้ แต่ความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างผู้สร้างกับผู้ชมเป็นสิ่งที่เกิดจากประสบการณ์ของมนุษย์เท่านั้น

4. งานช่างฝีมือและงานภาคสนาม

ช่างก่อสร้าง วิศวกร ช่างไฟฟ้า ยังคงเป็นอาชีพที่ต้องใช้การตัดสินใจเฉพาะหน้าและรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนได้ยาก

5. งานด้านจริยธรรม กฎหมาย และนโยบาย

แม้ AI จะอยู่ในหลายอุตสาหกรรม แต่การกำกับ ดูแล และตัดสินใจด้านจริยธรรมยังคงต้องใช้มนุษย์ เพราะเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับสูง

นักวิจัยได้ระบุว่า ข้อได้เปรียบสำคัญที่มนุษย์มีเหนือ AI ก็คือ “ความยืดหยุ่น” ทำให้คนที่สามารถผสานความรู้ด้าน AI เข้ากับทักษะมนุษย์ เช่น การสื่อสาร การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการเข้าใจอารมณ์ผู้อื่น จะเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูงที่สุดในอนาคต

วิธีปรับตัวไม่ให้ถูก AI แย่งงาน

นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้แนะนำแนวทางสำหรับการพัฒนาตัวเองในยุค AI ดังนี้

  • พัฒนาทักษะ Soft Skills ให้แข็งแรงขึ้น

  • ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยงาน ไม่ใช่คู่แข่ง

  • เรียนรู้ทักษะหลากหลายเพื่อเพิ่มโอกาสในอาชีพ

  • ลงทุนกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

  • สร้างเครือข่ายให้กว้างขึ้น

  • พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)

สุดท้ายแล้ว คำตอบไม่ได้อยู่ที่การหนีหรือต่อต้าน AI แต่คือการทำงานร่วมกับมันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง

“สรุปรีวิวเกม Sword of Justice เปิดตัวแรง! ผู้เล่นกว่า 5 ล้านคน”

สรุปรีวิวเกม Sword of Justice คือเกม MMORPG โลกเปิดแนวยุทธภพ จาก NetEase Games จุดเด่นคือการผสมผสานระบบต่อสู้แบบแอ็กชัน, โลกจีนโบราณยุคศตวรรษที่ 12 และระบบ NPC ที่ใช้ AI ในการจดจำพฤติกรรมผู้เล่น ทำให้เกมถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว

Sword of Justice


สรุปรีวิวเกม Sword of Justice 🧭 จุดเด่นที่ผู้เล่นรีวิวหลังได้ลองจริง

✔ 1. โลกเปิดจีนโบราณทำออกมาสวยและมีชีวิต

สื่อไทยส่วนใหญ่ชื่นชมด้าน งานภาพที่สวยมาก, รายละเอียดเมือง–หมู่บ้าน–ฉากธรรมชาติใส่เต็มเหมือนเกม AAA ทำให้การท่องยุทธภพมีความรู้สึก “มีชีวิต”

  • ทั้งกลางวัน–กลางคืน
  • NPC มีพฤติกรรมของตัวเอง
  • การเดินทางบนหลังม้า, ปีนป่าย, โผบินแบบเบากาย

ถือเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนดูซีรีส์จีนกำลังภายในแบบเล่นได้จริง


✔ 2. ระบบ AI-NPC คือไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุด

เกมได้รับคำชมอย่างมากเพราะ NPC สามารถ

  • จดจำสิ่งที่คุณทำก่อนหน้า
  • โต้ตอบตามบุคลิก
  • มีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามการเลือก
  • ตอบแบบไม่ซ้ำซากเหมือน MMO ทั่วไป

รีวิวไทยพูดตรงกันว่าเป็น “ระบบที่ทำให้ยุทธภพของเกมดูมีตัวตนมากขึ้น”


✔ 3. การต่อสู้สนุกและคอมโบลื่นไหล

รูปแบบต่อสู้เป็นแอ็กชันแบบผสม RPG

  • มีการลอยตัว–ปล่อยคอมโบต่อเนื่อง
  • ท่าไม้ตายตามสายอาวุธ
  • เน้นอ่านจังหวะมากกว่า “กดสกิลรัว ๆ”

หลายรีวิวบอกว่า “ลื่นใกล้เคียงเกมคอนโซล” แม้จะเล่นบนมือถือก็ตาม


✔ 4. ไม่มี Pay-to-Win เป็นข้อดีที่ผู้เล่นชอบมาก

ผู้เล่นไทยจำนวนมากพูดถึงระบบนี้ว่า ยุติธรรมที่สุดใน MMO จีนช่วงหลัง เพราะ

  • มีการจำกัดค่าสถานะ (Attribute Cap)
  • ไม่สามารถเติมเงินเพื่อกระโดดขั้นได้
  • การเติบโตขึ้นกับ “การเล่น” มากกว่าการเปย์

ประเด็นนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อเกมทันทีหลังเปิดบริการ


✔ 5. เนื้อเรื่องเข้มข้น มีเลือกเส้นทาง

เรื่องราวเส้นหลักเกี่ยวกับ

  • ความขัดแย้งระหว่างสำนักยุทธภพ
  • การเมืองในยุคโบราณ
  • การสืบหาความจริงเบื้องหลัง “ดาบแห่งความยุติธรรม”

หลายรีวิวบอกว่า เหมือนกำลังดูซีรีส์จีนกำลังภายใน และผู้เล่นมีผลต่อทิศทางเรื่องจริง


⚠ จุดที่ถูกวิจารณ์จากผู้เล่น

แม้รีวิวโดยรวมเป็นบวก แต่ก็มีบางข้อสังเกต เช่น

✖ เกมค่อนข้างกินสเปก

มือถือรุ่นกลางบางรุ่นอาจกระตุกในฉากเมืองใหญ่

✖ ระบบเกมเยอะจนใหม่ ๆ อาจงง

มีฟีเจอร์จำนวนมาก เช่น เส้นทางสายอาชีพ, ระบบสำนัก, การคราฟต์ ทำให้ผู้เล่นใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัว

✖ UI หนาแน่นแบบเกมจีน

เมนูเยอะและบางครั้งยังไม่เป็นมิตรต่อจอเล็ก


⭐ บทสรุปรีวิวจากหลายสำนัก

Sword of Justice ถือเป็น MMORPG ยุทธภพคุณภาพสูงที่โดดเด่นเรื่องภาพ, ระบบต่อสู้, และ NPC แบบ AI ที่หาไม่ได้ในเกมอื่น จุดยืน “ไม่มี Pay-to-Win” ทำให้เกมได้รับเสียงชื่นชมและถูกจับตามองอย่างมากในปี 2025

คะแนนรีวิวเฉลี่ยจากสื่อไทยอยู่ที่:

👍 8/10 – 8.5/10 (ดีมาก)
✔ 1. โลกเปิดจีนโบราณทำออกมาสวยและมีชีวิต

รีวิว 10 ที่เที่ยวโฮจิมินห์ 2025 เมืองหลวงเวียดนาม สัมผัสยุโรปใกล้ไทย

รีวิว 10 ที่เที่ยวโฮจิมินห์ 2025 เมืองหลวงเวียดนาม สัมผัสยุโรปใกล้ไทย ใครที่มีความฝันอยากไปเที่ยวยุโรปแต่งบมีจำกัด ลองเปลี่ยนเป้าหมายไปเวียดนามใกล้ ๆ ก่อนก็ไม่ผิด โดยเฉพาะเมืองโฮจิมินห์ที่มีความงดงามและน่าประทับใจไม่แพ้กันแน่นอน วันนี้เลยมาเปิดลิสต์รีวิว 10 ที่เที่ยวโฮจิมินห์ ต้องไปสัมผัสให้จงได้!!!

ประวัติน่าสนใจของเมืองโฮจิมินห์

ในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า “ไซ่ง่อน” อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เคยตกเป็นเมืองขึ้นของเขมรกระทั่งชาวเวียดนามเข้ามายึดครองอยู่อาศัยมาหลายร้อยปี กระทั่งยุคล่าอาณานิคมจึงถูกยึดครองโดยฝรั่งเศสตั้งแต่ พ.ศ. 2401 ส่งผลให้เกิดการสร้างสถาปัตยกรรมแบบยุโรปขึ้นแทบทุกจุด กระทั่งมีการแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและใต้ ไซ่ง่อนจึงกลายเป็นเมืองหลวงทางตอนใต้ หลังสงครามเวียดนามสงบลงจึงมีการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 และเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินห์ ตามชื่อของผู้นำนักปฏิวัติชาวเวียดนาม

เที่ยวเวียดนามมีกี่ฤดู ควรเที่ยวช่วงไหนบ้าง?

บอกก่อนว่าอุณหภูมิหรืออากาศที่บ้านเขาก็ร้อนพอๆกับบ้านเราเลย เผลอๆอาจร้อนกว่าอีกด้วยซ้ำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ฤดู ดังนี้

  • ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อากาศสบาย ๆ ไม่ร้อนเกินไป ใบไม้กำลังผลิบานเป็นสีเขียว เหมาะกับการท่องเที่ยวในทุกพื้นที่
  • ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ถือว่าร้อนไม่ต่างจากเมืองไทย อุณหภูมิราว 26-35 องศาเซลเซียส บางแห่งอาจสูงกว่านั้น แนะนำไปตามเมืองท่า หรือชมวิวสวย ๆ ของสถาปัตยกรรม
  • ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน อุณหภูมิราว 23-28 องศาเซลเซียส วิวต้นไม้ใบหญ้าป่าเขาเป็นสีเหลืองทอง ให้ความโรแมนติก เหมาะกับเที่ยวทุกจุด
  • ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิตอนเหนือบางแห่ง 0 องศาเซลเซียส อยากสัมผัสวิวยุโรปไม่ต้องไปไกล มาช่วงนี้เที่ยวได้ทุกเมืองเช่นกัน

การเดินทางในเวียดนาม

ส่วนใหญ่คนเวียดนามนิยมใช้มอเตอร์ไซต์กันแต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราแนะนำให้เรียก Grab ไปเลยดีว่า พอถึงเวียดนามแล้วก็ใช้ซิมของเวียดนามซื้อตามสนามบิมได้เลยประมาณ 200 บาท ได้อินเทอร์เน็ต 4G ด้วยนะ ไปใกล้ๆก็เรียก Grab วินมอเตอร์ไซต์ได้เลยมีเต็มเมืองหรือไปไกลหน่อยก็เรียก Grab แท็กซี่ เรียกรถผ่านแอปราคาไม่แพงไม่ต้องกังวลเรื่องโดนโกงค่าโดยสารอีกด้วย เมื่อเก็บข้อมูครบแล้วมาอัพเดท ที่เที่ยวโฮจิมินห์ ที่คุณต้องไปสัมผัสให้ได้

1. Notre Dame Cathedral

เริ่มต้นด้วยโบสถ์ไซ่ง่อนนอร์ทเทรอดาม สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863 จากแนวคิดของอาณานิคมฝรั่งเศสในช่วงที่เวียดนามโดนล่าอาณานิคม โดดเด่นด้วยหอคอยคู่สูง 40 เมตร ตามสไตล์ยุโรปเก่าแก่ และมีรูปปั้นพระนางมารีด้านหน้าซึ่งได้มีการย้ายจากกรุงโรมมาที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1959 บอกเล่าประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ หามุมสวย ๆ ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกเลย

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 20.00 น.
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 30, 36, 52 ลงป้าย 3 Phạm Ngọc Thạch แล้วเดินตรงมาทางวิหารได้เลย

2. Tan Dinh Church

ต่อด้วย ที่เที่ยวโฮจิมินห์ หรือโบสถ์ทันดินห์ถูกสร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบโรมันตั้งแต่ทศวรรษ 1870 สวยงามด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบโกธิกกับเรเนซองส์ มองเห็นแต่ไกลด้วยหอคอยสูง 60 เมตร แถมตัวโบสถ์ยังใช้สีชมพูสดใส ถือเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเมือง ด้วยความงดงามและสีสันแบบนี้จึงทำให้ชาวเวียดนามนิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งอีกด้วย

ค่าเข้าชม : 60,000 VND (กรณีเข้าไปชมด้านใน)
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 2 ช่วง คือ 08.00 – 11.00 น. และ 14.00 – 16.30 น. ปิดวันจันทร์
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 3, 31, 36 ลงป้าย 295 Hai Bà Trưng ก็ถึงหน้าโบสถ์เลย

3. Nguyen Hue Walking Street

รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ กับถนนคนเดินในเมืองโฮจิมินห์ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ด้วยความยาวถึง 670 เมตร จึงเป็นแหล่งเดินเล่นพักผ่อน ช้อปปิ้ง นั่งชิลล์ของชาวเวียดนามที่มักออกมาทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจกันในช่วงเย็น ร่มรื่นด้วยต้นไม้ข้างทางกว่า 200 ต้น เย็นสบายหายห่วงเพราะจะมีการตั้งจุดปล่อยละอองความเย็น มาสำรวจเมือง ถ่ายวิวสวย ๆ และชมวิถีชีวิตผู้คนกันเลย

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
24 ชม.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 123 ลงป้าย Đối Diện 34 – 36 Đồng Khởi ก็ถึงหน้าทางเข้าเดินไปชมกันตามสะดวก

4. Ho Chi Minh City Opera House

เพลินกับ ที่เที่ยวโฮจิมินห์ ที่คนไทยมักคุ้นเคยกันในชื่อโรงโอเปร่าเฮาส์ไซ่ง่อน ถือเป็นอีกสถานที่เก่าแก่มากในเมืองนี้ สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1897 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสนามว่า Eugène Ferret  โครงสร้างสถาปัตยกรรมเป็นสไตล์ฝรั่งเศสโคโลเนียล ภายในจุผู้ชมได้กว่า 800 ที่นั่ง เพื่อชมละครเวที หรือใครมาแค่ถ่ายรูปวิวสวย ๆ ก็คุ้มแล้ว

ค่าเข้าชม : ฟรี (ยกเว้นเข้าชมการแสดงภายในต้องเสียเงินตามโซนที่นั่ง)
เวลาเปิด-ปิด : 
24 ชม. (เฉพาะถ่ายรูปด้านนอก)
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 3, 19, 45 ลงป้าย 101 Hai Bà Trưng แล้วเข้ามาตรงซอย Công Trường Lam Sơn ไม่เกิน 200 เมตร

5. Ho Chi Minh City Museum

เปิดประสบการณ์ต่อที่พิพิธภัณฑ์เมืองโฮจิมินห์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และรำลึกถึง “โฮจิมินห์” หรือ “ลุงโฮ” ผู้มีส่วนสำคัญทำให้เวียดนามเป็นปึกแผ่น ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ให้ชมอยู่ตลอด ไฮไลต์สำคัญคือชมภาพวาดกว่า 3,000 ภาพ และโบราณวัตถุกว่า 700 ชิ้น ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวสำคัญที่ให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ค่าเข้าชม : 50,000 VND
เวลาเปิด-ปิด : 
08.00 – 17.00 น.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 44 ลงป้าย Thư Viện Khoa Học Tổng Hợp เดินตามทางอีกไม่เกิน 100 เมตร ก็ถึงแล้ว

รีวิว 10 ที่เที่ยวโฮจิมินห์ 2025 เมืองหลวงเวียดนาม สัมผัสยุโรปใกล้ไทย

6. Saigon Central Post Office

รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ อีกแห่งที่ห้ามพลาด อาคารไปรษณีย์กลางโดดเด่นด้วยการใช้สีเหลืองมัสตาร์ดมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ไม่ไกลจากวิหารนอร์ทเทอดาม ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิกจึงมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะ ที่สำคัญภายในยังเปิดบริการส่งไปรษณีย์และมีตู้โทรศัพท์ระหว่างประเทศให้โทรหาคนทางบ้านอีกต่างหาก หรือใครอยากซื้อโปสการ์ด ชุดแสตมป์สะสมก็จัดไปเลย

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
07.30 – 17.00 น. หยุดวันอาทิตย์
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 30, 36, 52 ลงป้าย 3 Phạm Ngọc Thạch แล้วเดินตรงมาตามทางก็ถึงเลย

7. Cao Dai Temple

เที่ยวกันต่อกับวัดเกาเตี๋ย สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1926 สถานที่สำคัญทางศาสนาซึ่งผสานความเชื่อของผู้คนที่นับถือแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม ขงจื๊อ ฮินดู เต๋า หรือชาตินิยม ด้วยพื้นที่กว่า 5,600 ตร.ม. โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่รวมเอาทุกความเชื่อโดยใช้โทนสีเหลืองเป็นพื้นหลักของตัวอาคารภายนอก และเมื่อก้าวเข้าไปด้านในก็จะเจอกับความแปลกใหม่ที่คุณต้องประทับใจแน่นอน

ค่าเข้าชม :  ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
24 ชม.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 1 ลงป้าย 813 Trần Hưng Đạo เดินไม่เกิน 160 เมตร ก็ถึงที่หมายกันอย่างง่ายดาย

8. Ben Thanh Market


ที่เที่ยวโฮจิมินห์ นามว่าตลาดเบนถั่น สร้างขึ้นมากว่า 100 ปี ด้านหน้ามีหอนาฬิกาขนาดใหญ่ให้แชะภาพเป็นที่ระลึก ส่วนด้านในคือทีเด็ดในการลากขาทั้ง 2 ข้างไปช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ มีสินค้าทั่วไปตั้งแต่เสื้อผ้า ของกินของใช้ ไปจนถึงของพื้นถิ่นต่าง ๆ รวมถึงอาหารประจำชาติอย่างเฝอก็อร่อยล้ำอย่าบอกใคร แวะไปได้ของฝากกลับมาในราคาถูกแน่

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
06.00 – 19.00 น.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 1, 44, 52, 65, 86, 93, 102, 109, 152 ลงป้าย Chợ Bến Thành ก็ถึงหน้าตลาดทันที

9. Dong Khoi Street

รีวิวเที่ยวโฮจิมินห์ ไปกับถนนคนเดินอีกแห่งที่สายช้อปปิ้งไม่ควรพลาด มีสิ่งของ เสื้อผ้า อาหารและของฝากอื่น ๆ เพียบ ไฮไลต์ไม่ใช่แค่ใช้เงินกันสนุกมือเท่านั้น แต่รอบข้างยังแวดล้อมด้วยบรรยากาศของตัวอาคารสไตล์ยุโรปคลาสสิก ให้ความพิเศษต่างไปจากถนนเดินเที่ยวทั่วไปเสมือนอยู่ในยุโรปก็ไม่ปาน แต่นี่แค่เวียดนามเองด้วยซ้ำ

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
24 ชม.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 3, 19, 45 ลงป้าย 101 Hai Bà Trưng แล้วตัดเข้ามาทางซอย Công Trường Lam Sơn ไม่เกิน 200 เมตร

10. The Cafe Apartment

ปิดท้ายด้วย ที่เที่ยวโฮจิมินห์ เรียกง่าย ๆ ว่า “คาเฟ่อพาร์ทเม้นท์” ใจกลางเมือง อัดแน่นไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหารให้สายกินได้เลือกเข้ากันอย่างจุใจ อาคารตึกเก่าขนาด 9 ชั้น แห่งนี้จึงมีชีวิตชีวาและสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าประทับใจ อยากถ่ายรูปกับร้านไหน ชิมอาหารสไตล์ใด จัดให้แบบไม่มีพัก หายเหนื่อยแน่นอน

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 
08.00 – 21.00 น.
การเดินทาง : 
นั่งรถบัสสาย 123 ลงป้าย Đối Diện 34 – 36 Đồng Khởi แล้วตัดเข้ามาถนน Mạc Thị Bưởi ไม่เกิน 200 เมตร

ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาด

ด่วน! “ทหารไทย” เหยียบระเบิดขาขาด 1 นาย แน่นหน้าอก 1 นาย พื้นที่ตามาเรีย

ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาด มีรายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร.1611 เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ข้อเท้าขวาขาด 1 นาย อีกนายแน่นหน้าอก นำตัวส่ง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์

วันที่ 10 พ.ย. 2568 มีรายงานว่า พบทหารเหยียบระเบิดข้อเท้าขวาขาด ในพื้นที่ตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ทราบชื่อต่อมาคือ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาคม สังกัด ร.1611 กำลังส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนาย มีอาการแน่นหน้าอก ทราบชื่อ พลฯ วชิระ ทันทนา สังกัด ร.1611

ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป.

ที่มา thairath.co.th

ติดตามข่าวได้ที่ playkhao.com

หมอช้าง ทศพร เผย 2 ราศีดวงแรง แซงทุกคู่แข่ง ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม พร้อมเฉือนชนะศัตรู

หมอช้าง ทศพร เผย 2 ราศีดวงแรง แซงทุกคู่แข่ง ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม พร้อมเฉือนชัยชนะทุกศัตรูที่เคยขัดขา 

หมอช้าง ทศพร เผย 2 ราศีดวงแรง แซงทุกคู่แข่ง ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม พร้อมเฉือนชัยชนะทุกศัตรูที่เคยขัดขา

      วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง โพสต์คำทำนายดวงชะตาราศีผ่านทางเฟซบุ๊ก เผยถึง 2 ราศีดวงแรง แซงทุกคู่แข่ง นั่นคือ 

 – ราศีพิจิก 17 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม

          – ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 

          โดยชี้ว่าราศีดังกล่าว ช่วงนี้ดวงการแข่งขันเปิดสุด ๆ ไม่ว่าจะเรื่องงาน ธุรกิจ การเรียน หรือศัตรูที่เคยขัดขา คุณพร้อมเฉือนชนะทุกสนาม และเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม 

 - ราศีพิจิก 17 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม
- ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ - 14 มีนาคม
โดยชี้ว่าราศีดังกล่าว ช่วงนี้ดวงการแข่งขันเปิดสุด ๆ ไม่ว่าจะเรื่องงาน ธุรกิจ การเรียน หรือศัตรูที่เคยขัดขา คุณพร้อมเฉือนชนะทุกสนาม และเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม

ที่มา : https://horoscope.kapook.com/view296352.html

Scroll to top