พรรคเพื่อไทย

ยศชนัน นำเพื่อไทยหนุน ไข่มุก เฉลิมขวัญ ชิงนายก อบจ.กาฬสินธุ์

พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเต็มสูบในการลงพื้นที่ภาคอีสาน ล่าสุด ยศชนัน นำเพื่อไทยเปิด 2 เวทีใหญ่หนุน “ไข่มุก เฉลิมขวัญ” ชิงนายก อบจ.กาฬสินธุ์ อย่างคึกคัก เพื่อตอกย้ำถึงความพร้อมในการพัฒนาท้องถิ่นและเชื่อมโยงนโยบายจากรัฐบาลสู่ประชาชนชาวกาฬสินธุ์โดยตรง

ยศชนัน นำเพื่อไทยเปิด 2 เวทีใหญ่หนุน “ไข่มุก เฉลิมขวัญ” ชิงนายก อบจ.กาฬสินธุ์

บรรยากาศการปราศรัยทั้ง 2 จุด ณ อ.คำม่วง และ อ.กุฉินารายณ์ เต็มไปด้วยพลังจากพี่น้องประชาชนที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล มาร่วมสมทบ เพื่อสนับสนุนให้ ไข่มุก – เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าใจรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง

เหตุผลที่ต้องเลือก ไข่มุก เฉลิมขวัญ ในนามพรรคเพื่อไทย

นายยศชนันได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญ 5 สร้าง ที่จะเป็นรากฐานในการพลิกโฉมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่

  • สร้างสุขภาพ: ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงการแพทย์ให้ทั่วถึงทุกพื้นที่
  • สร้างรายได้: ยกระดับเกษตรนวัตกรรมและปศุสัตว์ให้มีมูลค่าเพิ่ม
  • สร้างการศึกษา: พัฒนาเยาวชนด้วยหลักสูตรที่ทันสมัย
  • สร้างคุณภาพชีวิต: ดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ
  • สร้างเมืองปลอดภัย: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

การที่ ยศชนัน นำเพื่อไทยเปิด 2 เวทีใหญ่หนุน “ไข่มุก เฉลิมขวัญ” ชิงนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหาเสียงธรรมดา แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานต่อเนื่องจากระดับชาติสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะการดึงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานรัฐมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจและการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวชื่นชมในตัวคุณไข่มุกว่าเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเพื่อไทยที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และเชื่อมั่นว่าพลังของชาวกาฬสินธุ์จะนำพาให้เธอได้รับชัยชนะเพื่อเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชนได้อย่างภาคภูมิใจ หากเราต้องการเห็นกาฬสินธุ์ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การเลือกคนที่มีวิสัยทัศน์และมีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งหนุนหลังคือคำตอบที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้

ที่มา – “ยศชนัน” นำเพื่อไทยเปิด 2 เวทีใหญ่หนุน “ไข่มุก เฉลิมขวัญ” ชิงนายก อบจ.กาฬสินธุ์

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

กลายเป็นภาพที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้ากราบตักนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นการรวมตัวของ 4 นายกรัฐมนตรีในที่เดียว ทั้งนายอนุทิน, นายทักษิณ, นางสาวแพทองธาร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

โดยนายอนุทินได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นดังกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะตนเองถือว่าเป็นลูกน้องเก่าที่เคยได้รับความเมตตาจากนายทักษิณในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 การแสดงความเคารพในฐานะผู้อาวุโสจึงเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ตนเต็มใจทำอย่างยิ่งโดยไม่มีนัยยะทางการเมืองที่ซับซ้อนแต่อย่างใด

บรรยากาศการรวมตัวของ 4 นายกฯ ที่มีความคุ้นเคยกันดี

นอกจากภาพการกราบตักที่เป็นกระแสแล้ว นายอนุทินยังได้ย้ำว่า การพบปะกับบุคคลสำคัญทางการเมืองเหล่านี้เป็นเรื่องของคนคุ้นเคยกันทั้งสิ้น โดยกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะทุกคนในที่นั้นต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน การเจอกันครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง

ในส่วนของประเด็นการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินได้ให้ความมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้มีความเข้าขากันได้เป็นอย่างดี โดยระบุถึงรายละเอียดการทำงานร่วมกันว่า:

  • มีความร่วมมือที่ดีในระดับรัฐบาล
  • มีการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นตลอดมา
  • มีรัฐมนตรีจากหลายพรรคที่เข้าขากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพ อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว จะเป็นเพียงการแสดงออกถึงความเคารพส่วนตัว แต่ก็นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่แน่นแฟ้นขึ้น ซึ่งในทางการเมืองแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลย่อมส่งผลบวกต่อเสถียรภาพและการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองว่าการทำงานของรัฐบาลในยุคนี้จะสามารถสร้างผลงานให้ประชาชนได้ประทับใจมากน้อยเพียงใด

ที่มา – “อนุทิน” เผยเจอ “ทักษิณ” ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

บรรยากาศทางการเมืองในห้วงเวลานี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในงานบำเพ็ญกุศล นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีบุคคลระดับวีไอพีของประเทศมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยไฮไลท์ที่สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการปรากฏตัวของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” ซึ่งถือเป็นภาพที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางการเมืองที่น่าจับตามอง

ในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา งานพิธีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ แกนนำจากพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น

เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สื่อจับตา

การมาร่วมงานของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมาแสดงความเสียใจต่อผู้วายชนม์เท่านั้น แต่ยังเป็นวาระสำคัญที่ทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้พบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยตรงเป็นครั้งแรกหลังจากที่นายทักษิณได้รับการปล่อยตัว ทำให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากผู้ที่อยู่ในงานอย่างมาก

นอกเหนือจากบุคคลสำคัญระดับอดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีรัฐมนตรีและแกนนำพรรคการเมืองชั้นนำมาร่วมงานมากมาย เช่น:

  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ
  • นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
  • นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์
  • พร้อมด้วย สส. และแกนนำคนสำคัญในพื้นที่ภาคอีสาน

การรวมตัวกันของบุคคลระดับแถวหน้าของประเทศไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในแง่ของความเป็นพี่น้องทางการเมืองและการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย แน่นอนว่าภาพข่าวของ 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง” กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองไทยไปทั่วประเทศ

ในมุมมองของเรา นี่คือภาพสะท้อนของการเมืองไทยที่แม้จะมีความแตกต่างในเชิงนโยบายหรือสังกัดพรรค แต่เมื่อถึงเวลาของมิตรภาพและความสูญเสีย การรวมพลังและร่วมงานในลักษณะนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในแวดวงการเมืองไทยได้อย่างน่าสนใจครับ

ที่มา – 4 นายกฯ “ทักษิณ-อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย” ร่วมงานศพ “เกรียง”

อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ ทักษิณ ในงานศพ

อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ ทักษิณ ในงานศพ

เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และจับตามองจากสังคมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสำคัญทางการเมืองในขณะนี้

ความรู้สึกจากใจของ อนุทิน ต่อการจากไปของ เกรียง

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทินได้เปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ เนื่องจากตนเองไม่ทราบว่าอาการป่วยของนายเกรียงนั้นอยู่ในขั้นหนัก โดยนายอนุทินได้กล่าวถึงความผูกพันในฐานะที่เคยร่วมงานกันมาว่า นายเกรียงเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่น่ารัก มีน้ำใจ และเป็นผู้ใหญ่ที่ได้รับการเคารพในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างดี

นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การสูญเสียบุคคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่รักของคนในพื้นที่ไป ถือเป็นความสูญเสียที่น่าใจหายสำหรับแวดวงการเมืองไทย

  • ความผูกพันในฐานะอดีตเพื่อนร่วมงานในกระทรวงมหาดไทย
  • ความประทับใจในอัธยาศัยและน้ำใจของนายเกรียง กัลป์ตินันท์
  • มุมมองต่อบทบาทความเป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างมากคือการพบกันระหว่างนายอนุทินและนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในงานศพครั้งนี้ ซึ่งเป็นหัวข้อที่หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ทางด้านของนายอนุทินได้เลือกที่จะปัดตอบในประเด็นดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียมากกว่า อนุทิน รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม เกรียง ก่อนหน้านี้ จึงกลายเป็นประเด็นหลักที่เจ้าตัวอยากสื่อสารออกมามากกว่าการเมืองในขณะนี้

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การเดินทางไปร่วมงานศพของบุคคลระดับรัฐมนตรีครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำหน้าที่ตามประเพณีแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือความแตกต่างทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แม้ว่าจะต้องเผชิญกับคำถามที่ยากลำบากเกี่ยวกับประเด็นการเมืองที่ซับซ้อนก็ตาม

ที่มา – “อนุทิน” รับเสียใจไม่ได้ไปเยี่ยม “เกรียง” ก่อนหน้านี้ ปัดตอบพบ “ทักษิณ” ในงานศพ

เคลื่อนร่าง เกรียง กัลป์ตินันท์ กลับอุบลฯ ลูกชายโพสต์คลิป พาพ่อกลับบ้าน

เคลื่อนร่าง เกรียง กัลป์ตินันท์ กลับอุบลฯ ลูกชายโพสต์คลิป พาพ่อกลับบ้าน

เป็นข่าวเศร้าที่สร้างความอาลัยให้กับพี่น้องประชาชนชาวอุบลราชธานีและแวดวงการเมืองไทยเป็นอย่างมาก เมื่อมีการรายงานข่าวการสูญเสียครั้งสำคัญ กับการเคลื่อนร่าง เกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีต สส. พรรคเพื่อไทย ออกจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดอุบลราชธานี

บรรยากาศในช่วงเช้าของวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบุตรชาย ได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายส่งคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัวกัลป์ตินันท์ โดยทางครอบครัวได้มีการแจ้งกำหนดการว่าขบวนจะเดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานีในช่วงบ่าย เพื่อเตรียมการสำหรับพิธีสวดอภิธรรมที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคมนี้

เปิดคลิปซึ้ง พาพ่อกลับบ้าน ครั้งสุดท้าย

นอกจากภาพบรรยากาศการเดินทางแล้ว นายวรสิทธิ์ยังได้โพสต์คลิปผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “พาพ่อกลับบ้าน” ซึ่งภาพในคลิปแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของครอบครัวที่ร่วมกันส่งคุณเกรียงเดินทางกลับสู่มาตุภูมิเป็นครั้งสุดท้าย ทางด้านนางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ก็ได้ร่วมโพสต์ข้อความอาลัยถึงพ่อสามีว่า “พาคุณพ่อเดินทางกลับบ้านที่อุบลราชธานี ไปเป็นเทวดาบนฟ้า” สร้างความตื้นตันใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก

การจากไปของท่านถือเป็นการปิดฉากตำนานแม่ทัพใหญ่แห่งภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ท่านเป็นที่รักของชาวบ้านและผู้ร่วมงานมาโดยตลอด ผลงานการเมืองและการทำงานเพื่อส่วนรวมของท่านจะยังคงอยู่ในความทรงจำของคนอุบลฯ ตลอดไป

ขั้นตอนการจัดพิธีศพในจังหวัดอุบลราชธานี

  • เคลื่อนร่าง เกรียง กัลป์ตินันท์ ถึงที่หมายในช่วงบ่ายวันที่ 12 สิงหาคม
  • เริ่มพิธีสวดอภิธรรมศพวันแรกในวันที่ 13 สิงหาคมนี้
  • เปิดให้ประชาชนและผู้ที่เคารพรักร่วมวางหรีดและแสดงความอาลัย

พวกเราขอร่วมเป็นกำลังใจให้ครอบครัวกัลป์ตินันท์ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง และเชื่อมั่นว่าคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้จะเป็นที่จดจำสืบไป หากท่านต้องการติดตามรายละเอียดกำหนดการสวดอภิธรรมเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบได้จากช่องทางประชาสัมพันธ์ของทางครอบครัวครับ

ที่มา – เคลื่อนร่าง “เกรียง กัลป์ตินันท์” ออกจาก รพ. กลับอุบลฯ ลูกชายโพสต์คลิป “พาพ่อกลับบ้าน”

นายกฯ บอก “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นคนน่ารัก แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช.

เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีการจากไปของนักการเมืองชื่อดังที่สร้างความเสียดายให้กับผู้ร่วมงานอย่างมาก ซึ่งประเด็นหลักที่หลายคนติดตามคือ นายกฯ บอก “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นคนน่ารัก แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช.

นายกฯ บอก “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นคนน่ารัก แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช.

เหตุการณ์การเสียชีวิตของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ โดยนายอนุทินได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ในอดีตสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ว่าตนเคยทำงานร่วมกับท่านมาก่อน และมีความรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง เพราะในมุมมองของนายกฯ นั้น ท่านเป็นคนน่ารักและตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด

มุมมองต่องานการเมืองและอนาคตของตำแหน่ง เลขาฯ สมช.

นอกจากเรื่องการอาลัยแล้ว สิ่งที่สังคมจับตามองคือกระแสข่าวลือเรื่องการปรับเปลี่ยนตัวเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) อย่างคุณฉัตรชัย บางชวด ซึ่งมีกระแสหนาหูว่าจะถูกโยกไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายกฯ บอก “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นคนน่ารัก แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช. เพื่อยืนยันว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น

ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม:

  • การชี้แจงเรื่องโผทหารที่หลายคนกังวล
  • จุดยืนของนายกรัฐมนตรีต่อความรับผิดชอบในสภากลาโหม
  • ความชัดเจนเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง

นายกฯ ได้ย้ำชัดเจนว่าในเรื่องของโผโยกย้ายนายทหารนั้น ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของสภากลาโหมโดยตรง ดังนั้นกระแสข่าวที่ว่าโผทหารไม่ลงตัวจนกระทบมาถึงเก้าอี้เลขาฯ สมช. จึงเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง

ในฐานะประชาชน สิ่งที่เราได้เห็นจากเหตุการณ์นี้คือความชัดเจนในการทำงานของผู้นำประเทศที่ไม่ออกมาให้ความเห็นในเรื่องที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ และยังคงรักษาบรรยากาศการทำงานที่มุ่งเน้นความต่อเนื่องเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าราชการหรือการแสดงความไว้อาลัยต่อบุคคลสำคัญทางการเมืองก็ตาม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้จะมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง

ที่มา – นายกฯ บอก “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นคนน่ารัก แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯ สมช.

ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย

วงการเมืองไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญไปอีกหนึ่งท่าน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวเศร้าการจากไปของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นแม่ทัพใหญ่คนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน การจากไปครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉาก ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย ที่สร้างความอาลัยให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานีและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างมาก

ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเล่นว่า ‘เบี้ยว’ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2495 ตลอดชีวิตการทำงานของท่านได้อุทิศตัวให้กับงานการเมืองและการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองระดับประเทศ แต่ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง

เส้นทางชีวิตและจุดเริ่มต้นการเมือง

เส้นทางสายการเมืองของนายเกรียงเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2538 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเองและเข้าถึงง่าย ทำให้ท่านกลายเป็นขวัญใจของคนอีสานและได้รับฉายาว่าเป็น ‘แม่ทัพภาคอีสาน’ ที่สามารถบริหารจัดการคะแนนเสียงและความสัมพันธ์ในพรรคได้อย่างเหนียวแน่น

  • ปี 2538: เริ่มต้นเส้นทาง สส. ครั้งแรก
  • ปี 2566: ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน
  • บทบาทสำคัญ: ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และงานด้านการจัดการน้ำเสีย

อย่างไรก็ตาม ใน ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย ชีวิตการเมืองของท่านไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งช่วงที่รุ่งโรจน์จากการชนะเลือกตั้งและช่วงที่ต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญของนักการเมืองที่ต้องทำงานภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แม้จะมีการสูญเสียเกิดขึ้น แต่สิ่งที่นายเกรียงได้ทิ้งไว้คือความทรงจำในฐานะนักสู้ทางการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย บุตรชายของท่านอย่าง นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ก็ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์และทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป การจากไปครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นว่า ชีวิตนักการเมืองไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ

ในมุมมองส่วนตัว สิ่งที่น่าจดจำที่สุดสำหรับคนทั่วไปไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ท่านเคยได้รับ แต่คือความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อฐานเสียงในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นต้นแบบของนักการเมืองต่างจังหวัดที่ให้ความสำคัญกับการดูแลชาวบ้านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวกัลป์ตินันท์อย่างสุดซึ้งสำหรับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

ที่มา – ประวัติ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ปิดฉากการเมืองแม่ทัพภาคอีสานเพื่อไทย ถึงแก่อนิจกรรม

รองโฆษกรัฐบาลแจงงบน้ำบาดาล สะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย

รองโฆษกรัฐบาลแจงงบน้ำบาดาล สะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมือง เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการกระจายงบประมาณโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ว่าอาจมีความไม่เป็นธรรม ล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่าการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยระบุว่า รองโฆษกรัฐบาลแจงงบน้ำบาดาล สะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อเท็จจริงเบื้องหลังตัวเลขโครงการน้ำบาดาล

จากการชี้แจง พบว่าโครงการทั้งหมด 858 แห่งนั้นเป็นโครงการชุดเดิมและพิกัดเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อนำมาวางเทียบกับแผนที่เขตเลือกตั้งใหม่หลังปี 2566 ตัวเลขการกระจุกตัวของโครงการจึงเปลี่ยนไปตามผู้ชนะในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่การจัดสรรใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง สิ่งที่น่าสนใจคือ:

  • พรรคการเมืองฝ่ายค้านอย่างพรรคกล้าธรรม ก็ได้รับโครงการไปถึง 142 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 16.6 ของทั้งหมด
  • ค่าเฉลี่ยของจำนวนโครงการต่อ สส. 1 คน ของฝ่ายค้านบางพรรคสูงกว่าพรรคร่วมรัฐบาลเสียอีก
  • พื้นที่ของพรรคประชาชน กลับได้รับวงเงินเฉลี่ยต่อโครงการสูงที่สุดที่ 7.81 ล้านบาทต่อแห่ง

ด้วยเหตุนี้ รองโฆษกรัฐบาลแจงงบน้ำบาดาล สะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย โดยยืนยันว่าวงเงินงบประมาณที่แตกต่างกันในแต่ละแห่งนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม ความลึกของบ่อ และระยะทางในการเดินระบบท่อส่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยทางเทคนิคล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องของการแบ่งเค้กทางการเมืองแต่อย่างใด

หากเราลองพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านจะเห็นได้ว่า พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ปัจจุบันกลับมีจำนวนโครงการในเขตพื้นที่ลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 93 ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ย้อนแย้งกับข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลจัดสรรงบให้พวกพ้อง นอกจากนี้ ในฐานะประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากน้ำสะอาด การได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จากทางรัฐบาลถือเป็นเรื่องดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากกระแสข่าวที่อาจยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน

รัฐบาลยืนยันพร้อมรับการตรวจสอบในทุกขั้นตอน ขอเพียงให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลที่รอบด้านและเป็นธรรมในการพิจารณา เพื่อให้โครงการน้ำบาดาลเหล่านี้สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนทั่วประเทศอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเขตเลือกตั้งของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม

ที่มา – รองโฆษกรัฐบาลแจงงบน้ำบาดาล สะท้อนจำนวน สส. และเขตพื้นที่ ย้ำฝ่ายค้านได้รับด้วย

“ทักษิณ” นำทัพเพื่อไทยร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บิดา “หมออ้อม”

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เต็มไปด้วยความโศกเศร้าแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น เมื่อ “ทักษิณ” นำทัพเพื่อไทยร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บิดา “หมออ้อม” หรือ พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดาของ แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน โดยการปรากฏตัวของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองตระกูลใหญ่ได้เป็นอย่างดี

“ทักษิณ” นำทัพเพื่อไทยร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บิดา “หมออ้อม” พร้อมแกนนำรัฐบาล

ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยลูกสาว คุณพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และลูกเขย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยและคณะรัฐมนตรีหลายท่านเดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นางสาวจิราพร สินธุไพร และบุคคลสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาร่วมแสดงความอาลัยแก่ พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพรักของครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด

บรรยากาศความผูกพันและมิตรภาพที่ยั่งยืน

การที่ “ทักษิณ” นำทัพเพื่อไทยร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บิดา “หมออ้อม” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเสียใจตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางการเมืองและมิตรภาพส่วนตัวที่ยั่งยืนระหว่างตระกูลชินวัตรและครอบครัวทวีสิน โดยตลอดทั้งงาน นายเศรษฐา ทวีสิน และ แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน ได้คอยต้อนรับแขกเหรื่อและเพื่อนพ้องที่มาร่วมไว้อาลัยด้วยตนเองอย่างเป็นกันเอง

ภายในงานยังมีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วม อาทิ:

  • แกนนำพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีจากหลายกระทรวง
  • บุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจและการเมือง
  • ตัวแทนสื่อมวลชนระดับแถวหน้าของประเทศ นำโดย นายสราวุธ วัชรพล ผู้บริหารเครือไทยรัฐ

ภาพบรรยากาศภายในงานนับว่ามีความสงบเรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยความหมาย สะท้อนถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างสูงสุด ท่ามกลางความสูญเสียครั้งสำคัญนี้ เราได้เห็นถึงพลังของความร่วมมือและความสามัคคีที่เหนียวแน่นของบรรดาผู้มีเกียรติที่มาร่วมส่งดวงวิญญาณของผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย นับเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิตที่สอนให้เราเห็นค่าของมิตรภาพที่ยั่งยืนเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร สายใยของความเป็นมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ

ที่มา – “ทักษิณ” นำทัพเพื่อไทยร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม บิดา “หมออ้อม”

Scroll to top