พรรคเพื่อไทย

วิสุทธิ์ จี้ สส. ใครให้ 10 ล้านปัญญาอ่อน?

“วิสุทธิ์” ลั่น ปัญญาอ่อน ใครจะให้ 10 ล้าน เลื่อนลอย จี้ สส. พรรคประชาชน เปิดชื่อมาเลย ไม่ต้องมาย่อ ส.นั้น ส.นี้ บอกฟังแล้วไม่เชื่อ ชี้ เป็นไปได้ถูก “สแกมเมอร์” หลอก เพราะแก๊งต้มตุ๋นเยอะแยะ

วันที่ 14 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงที่ สส.พรรคประชาชน อ้างว่าถูกซื้อให้โหวตร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 หนัก 10 ล้านบาท ว่า ตนฟังคลิปแล้ว ต้องบอกว่าเลื่อนลอย ไม่รู้ใครส่งมา

“หากจะมีการเจรจากันเขาไม่ใช้โทรศัพท์หรอก ต้องเรียกมาคุยกัน จะจ่ายเงินตั้ง 10 ล้านบาท จะให้ใครไม่รู้โทรมา จะอ้างว่า คนนั้น คนนี้โทรมา แล้วใครล่ะ บอกมาสิ จะมาบอกว่าเป็น สส.ในพรรครัฐบาลโทรไป แล้วใครล่ะ ตนหรือ ก็เอามาเปิดเผยสิว่าเป็นใคร แล้วจะช่วยตรวจสอบให้ ผมเป็นกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะได้ตรวจสอบว่าใครทำผิด คลิปที่บอกว่าใครไม่รู้โทรมา เป็นใครก็พูดได้หมด แบบนี้มันเลื่อนลอย ประชาชนฟังแล้วก็ตัดสินกันเองว่าจริงหรือไม่ ถามว่าใครโทรมา ก็ไม่รู้ คุณไม่รู้แล้วผมจะรู้ได้อย่างไร จะมาอ้างฝ่ายรัฐบาลได้อย่างไร ก็บอกชัดๆ เอาไปให้ตำรวจแจ้งความเลยจะได้ดำเนินคดี ไปดีเอสไอก็ได้ จะได้ลากมาว่าเป็นใครบ้างโทรไปหาคุณ ต้องชัดเจนพูดแบบนี้เลื่อนลอย แล้วมาใส่ร้ายคนอื่น พี่น้องประชาชนฟังแล้วเป็นอย่างไร ผมฟังแล้วไม่เชื่อ ผมเป็นกลางที่สุดแล้ว ในใจพยายามจะเชื่อ แต่ถามว่าใครก็ไม่รู้โทรมา ก็ไม่รู้อีก แล้วจะมาบอกว่าเอาเงินให้ 10 ล้าน ปัญญาอ่อน ใครจะให้ 10 ล้าน แล้วไม่บอกว่าใครโทรไปจริงหรือ”

นายวิสุทธิ์ กล่าวยืนยันว่า เรื่องพวกนี้พรรคเราไม่จำเป็น ที่จะต้องไปซื้อเสียงเป็น 10 ล้าน ตอนนี้มีเสียงเกิน 10+ พรุ่งนี้จะเยอะกว่านี้ หลายคนไม่สบาย นอนโรงพยาบาล พรุ่งนี้จะถอดสายน้ำเกลือมา ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงแน่นอน เมื่อถามว่า ในคลิปเสียงมีการเปิดเผยว่าบุคคลดังกล่าวใหญ่กว่าคนตัวอักษร ส. ในพรรค นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี บอกมาตรงๆ ไม่ต้องมาย่อ ส.นั้น ส.นี้ บอกมาเลยว่าใคร นามสกุลอะไร สส.พรรคไหน อย่างไร บอกมา ถ้าไม่กล้าก็มากระซิบตน เดี๋ยวจะจัดการให้ แมนๆ หน่อย ถ้าจะพูดต้องพูดให้กล้าหาญชัดเจน ไม่ใช่มาพูดว่าคนนั้นคนนี้มากระซิบบอก ตลก

เมื่อถามว่า เป็นเพราะเสียงปริ่มน้ำหรือไม่จึงเกิดกระแสข่าวแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่า ไม่ได้ปริ่มน้ำ เกินมา 10 กว่าเสียง และขณะนี้เราก็ยังพออยู่ไม่ต้องไปซื้อ ราคา 10 ล้านแพงไป ไม่มีราคาอะไรขนาดนั้นหรอก เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าโดนสแกมเมอร์ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แก๊งต้มตุ๋นเยอะแยะ ไม่จริงหรอก ลองดูดีๆ จะโดนเขาต้ม ท่านผู้แทน

ปัญญาอ่อน ใครจะให้ 10 ล้าน วิสุทธิ์ถาม

วิสุทธิ์ตอบโต้ สส. ปชช. หลังอ้างมีคนเสนอเงิน 10 ล้าน

จากกรณีที่มี สส. พรรคประชาชนออกมาอ้างว่ามีผู้เสนอเงิน 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 นั้น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้ออกมาตอบโต้ว่าเรื่องดังกล่าว “ปัญญาอ่อน ใครจะให้ 10 ล้าน” และเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องออกมา

นายวิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่า การกล่าวอ้างเช่นนี้เป็นเรื่องเลื่อนลอยและไม่น่าเชื่อถือ หากมีการเสนอเงินจริง คงไม่มีใครโทรศัพท์มาเจรจา แต่จะเรียกไปคุยกันเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่า สส. คนดังกล่าวอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ เนื่องจากปัจจุบันมีแก๊งต้มตุ๋นจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายวิสุทธิ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่ สส. พรรคประชาชนอ้างว่า บุคคลที่เสนอเงินมีตำแหน่งใหญ่กว่า ส. ในพรรคว่า หากมีข้อมูลจริงก็ควรเปิดเผยออกมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

สรุปประเด็นที่น่าสนใจ:

  • นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ตอบโต้กรณี สส. พรรคประชาชนอ้างว่ามีผู้เสนอเงิน 10 ล้านบาท
  • นายวิสุทธิ์เรียกร้องให้เปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • นายวิสุทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า สส. คนดังกล่าวอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์

การออกมาตอบโต้ของนายวิสุทธิ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อการกล่าวอ้างดังกล่าว และต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน

ที่มา – ปัญญาอ่อน ใครจะให้ 10 ล้าน “วิสุทธิ์” จี้ สส.ปชน. ไม่ต้องมาย่อ เปิดชื่อมาเลย

วิโรจน์เหน็บรัฐบาล ไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน

วิโรจน์เหน็บรัฐบาล ถาม “ไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน” หลังสภาล่ม อ้างคำพูดอดิศรที่บอกหายใจเองได้ ไม่ต้องยืมจมูกฝ่ายค้าน ชี้หากสภาล่ม รัฐบาลต้องรับผิดชอบเอง

วิโรจน์เหน็บรัฐบาล ไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 มาตรา 18 งบกระทรวงพลังงาน หลังจากการแสดงตนและลงมติ ปรากฏว่ามีผู้แสดงตน 257 เสียง โดยผลการลงมติมีจำนวนผู้ลงมติ 390 เสียง เห็นด้วย 255 เสียง ไม่เห็นด้วย 129 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ที่ประชุมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ

จากนั้น นายมังกร ยนต์ตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นหารือว่า การถ่ายทอดสด 3 วัน มีเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปรับชม แต่การแสดงตน 257 เสียง แต่ลงมติ 390 เสียง อาจสร้างความสับสน

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า ที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ต้องพึ่งฝ่ายค้านเรื่ององค์ประชุมนั้น แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องเป็นหลักในการควบคุมองค์ประชุม พวกตนยังคงยืนยันจุดยืนเดิมคือ “อยู่อย่างไร้ตัวตน คืออยู่ครบ องค์ครบ ก็โหวตให้ องค์ไม่ครบรัฐบาลก็รับผิดชอบ”

“อยู่กันครบ ไม่ได้ไปไหน ไม่ต้องอ้างว่าอยู่ที่โรงอาหาร ไม่ต้องอ้างว่าอยู่ข้างนอก พวกเราอยู่ในนี้อยู่กันครบ องค์ครบก็โหวต องค์ไม่ครบ รัฐบาลก็รับผิดชอบ หวังว่านายมังกรเข้าใจนะครับ” นายวิโรจน์ กล่าว

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงประธานสภาว่า ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่นายมังกรตั้งข้อสังเกต และขอให้แพนกล้องไปยังที่นั่ง สส. บางคนที่ปรากฏชื่อว่าแสดงตน แต่ไม่พบตัวในห้องประชุม

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาคนที่สอง กล่าวขอบคุณและระบุว่า “เล็กๆ น้อยๆ นะครับ เพื่อนกันครับ” ก่อนจะดำเนินการพิจารณามาตรา 19 ต่อไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายอดิศรได้ตอบโต้ฝ่ายค้าน โดยกล่าวขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมั่นคงและรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุมได้ด้วยตนเอง โดยนายปกรณ์วุฒิได้ย้อนกลับว่า “ขอบคุณท่านอดิศรที่ยืนยัน จะได้รู้ว่าอยู่ด้วยตัวเองได้ พวกผมจะได้ไม่ต้องแสดงตนให้”

ทำไมวิโรจน์ถึงเหน็บรัฐบาลเรื่ององค์ประชุมฝ่ายค้าน?

ประเด็นสำคัญที่วิโรจน์หยิบยกขึ้นมาคือ ความรับผิดชอบของรัฐบาลในการควบคุมองค์ประชุมให้ครบ เพื่อให้การลงมติในสภาเป็นไปอย่างราบรื่น การที่นายอดิศรกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งฝ่ายค้าน ทำให้วิโรจน์มองว่ารัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถบริหารจัดการองค์ประชุมได้ด้วยตนเอง หากสภาล่ม รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา

การอภิปรายเรื่ององค์ประชุมมักเกิดขึ้นเมื่อมีข้อกังขาเกี่ยวกับจำนวน สส. ที่เข้าร่วมการประชุมจริงหรือไม่ การแสดงตนและการลงมติเป็นกระบวนการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของ สส. ในการพิจารณากฎหมายและงบประมาณ การที่จำนวนผู้แสดงตนและลงมติไม่ตรงกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยและความไม่ไว้วางใจในการทำงานของสภา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองและความพยายามของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การที่ สส. ฝ่ายค้านออกมาตั้งคำถามและประท้วง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของพวกเขาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล

วิโรจน์แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร การอ้างว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งฝ่ายค้านยิ่งทำให้รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง หากองค์ประชุมไม่ครบ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงพลวัตทางการเมืองและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ

ที่มา – เหน็บรัฐบาล “วิโรจน์” ถามไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน สภาฯ ล่มให้รับผิดชอบเอง

เพื่อไทยส่ง “สง่า” ลงเลือกตั้งซ่อมเชียงราย

การรับสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 วันแรกเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยในช่วงเช้ามีผู้สมัครเพียงรายเดียวคือ นายสง่า พรมเมือง จากพรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 1 ไปครอง ท่ามกลางการให้กำลังใจจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่มาร่วมหาเสียงและย้ำว่า การเลือกเพื่อไทยคือการเลือกอยู่ฝ่ายรัฐบาล

เพื่อไทยส่ง “สง่า” ลงเลือกตั้งซ่อมเชียงราย-รับสมัครวันแรกยังเงียบเหงา

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 บรรยากาศการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงราย เขต 7 เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลงของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ตั้งแต่วันที่ 13-17 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน โดยมีนายชูชาติ สุขสงวน ผอ.กกต.เชียงราย มาร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวก

ในช่วงเช้าวันแรกของการเปิดรับสมัคร มีเพียงชาวบ้านที่เป็นกองเชียร์ของนายสง่า พรมเมือง อดีต ส.อบจ.เขตเชียงแสน และผู้สมัครในนามพรรคเพื่อไทย ประมาณ 100 คน สวมเสื้อแดงชูป้ายรูปและชื่อ ร่วมให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ส่วนผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นยังไม่ปรากฏตัว ทำให้เมื่อถึงเวลา 08.30 น. มีเพียงนายสง่า พรมเมือง ตัวแทนพรรคเพื่อไทยมายื่นใบสมัครแต่เพียงผู้เดียว และได้หมายเลข 1 ไปโดยปริยาย

นายชูชาติ สุขสงวน ผอ.กกต.เชียงราย กล่าวว่า ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) การเลือกตั้ง สส.เชียงราย เขต 7 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง และกำหนดให้มีการรับสมัครในวันที่ 13-17 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย วันนี้เป็นการรับสมัครวันแรก มีผู้สมัครมายื่นสมัครเพียงพรรคเดียว ช่วงก่อน 08.30 น. เจ้าหน้าที่เขตเลือกตั้งที่ 7 กกต.เขต ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมของสถานที่รับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนใดๆ เกิดขึ้น

ผอ.กกต.เชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ปฏิบัติตามกฎหมายการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัดในการหาเสียง และเป็นไปตามประกาศของ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงและข้อห้ามในการหาเสียง

นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครในนามพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เชียงราย เขต 7 ในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการเข้ามาสานต่อนโยบายของพรรค และเป็นตัวแทนประชาชนในพื้นที่เขต 7 ซึ่งประกอบด้วย อ.เชียงแสน อ.เวียงแก่น อ.ดอยหลวง อ.เชียงของ และ อ.แม่จัน (ต.จันจว้า และ ต.จันจว้าใต้) รู้สึกตื่นเต้นที่พรรคเลือกตนลงสมัคร สส.ในเขต 7 แต่นโยบายหลักที่ใช้หาเสียงคือ การดูแลปากท้องความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา

นโยบายหลักของสง่า พรมเมือง ผู้สมัครเพื่อไทย

สำหรับการลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมองว่าเป็นการแข่งขันโดยเสรี ตนเป็นตัวเลือกให้ประชาชนเขต 7 ได้พิจารณา หากได้รับเลือกจะทำงานให้ดีที่สุด ด้วยความซื่อสัตย์และความขยันทุ่มเท หลังจากนี้จะเร่งลงพื้นที่พบปะประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าหลายคนมองว่ากระแสพรรคเพื่อไทยอยู่ในช่วงขาลง ตนมองว่าตนเองเป็นตัวแทนพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาล สามารถนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ได้ และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในจุดนี้

“สมศักดิ์” ย้ำ เลือกเพื่อไทย อยู่ฝ่ายรัฐบาล แก้ปัญหาได้ทันที

หลังจากเสร็จสิ้นการรับสมัคร นายสง่า ได้เดินทางกลับบ้านที่บ้านป่าสักน้อย ม.12 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน ซึ่งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา มาให้กำลังใจและแนะนำตัวผู้สมัครให้ชาวบ้านในพื้นที่

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ จึงลาราชการมาช่วยนายสง่า ซึ่งพรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ตนมา ซึ่งทำเห็นจุดเด่นของนายสง่า เหมือนตนเกือบ 100% เพราะเป็นวิศวกรไฟฟ้าเหมือนกัน เริ่มต้นทางการเมืองด้วยการเป็น สจ.สมัยแรกเหมือนกัน และบ้านอยู่ในชนบทเหมือนกัน มั่นใจว่าคนเป็นวิศวกรอยู่ในสภาฯ มีไม่กี่คน แต่ถ้าได้เป็น สส.แล้วจะเป็นนาน และเติบโตทางการเมืองได้ จึงขอให้ประชาชนสนับสนุนนายสง่า เพราะมีความเข้าใจเรื่องการเกษตรเป็นอย่างดี ก็จะสามารถช่วยประชาชนได้ทันที ที่สำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสง่าคือฝ่ายรัฐบาล แต่คู่แข่งน่าจะมาจากฝ่ายค้าน ดังนั้นเวลามีปัญหานายสง่าก็สามารถประสานรัฐบาลได้ทันที

นายยงยุทธ กล่าวว่า การแก้ปัญหาต้องเอาคนที่มีประสบการณ์ อย่าเอาคนอ่อนประสบการณ์เข้าไป เพราะประชาชนมีปัญหาที่จะให้ช่วยเหลือ เขาจะไม่สามารถทำได้ แต่นายสง่าสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ เนื่องจากมีประสบการณ์และความเข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี

ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้สมัครจากพรรคอื่น ขณะนี้พบว่ามี น.ส.มิรันตี บุญแก้ว ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งก่อนสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนประมาณ 1 หมื่นกว่าคะแนน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้หันไปซบพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ปรากฏตัว คาดว่าหากไม่ติดเงื่อนไขการย้ายพรรคก่อนรับสมัคร 30 วัน น.ส.มิรันตีอาจจะมาสมัครในนามพรรค พปชร. หรือถ้าติดเงื่อนไขดังกล่าว อาจจะต้องลงสมัครในนามอิสระแทน ส่วนพรรคประชาชนซึ่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มีนายประหยัด เสียงดัง หรือ ทนายไก่ เป็นตัวแทนพรรค ได้คะแนนประมาณ 2 หมื่นกว่าคะแนน ตามหลังนายพิเชษฐ์จากพรรคเพื่อไทย แต่รอบนี้พรรคประชาชนเปิดเกมเงียบ จนถึงวันนี้ยังไม่ประกาศตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ แต่มีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของเชียงราย เขต 7 อย่าลืมออกไปใช้สิทธิของท่าน

ที่มา – เพื่อไทย ส่ง “สง่า” ลงเลือกตั้งซ่อมเชียงราย-รับสมัครวันแรกยังเงียบเหงา

ปชช. ส่งผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย แน่นอน!

“ณัฐพงษ์” ยัน พรรคประชาชนส่ง เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ขอตรวจสอบประวัติก่อนเปิดตัว โยนถาม “แพทองธาร” กระแสชิงลาออกก่อนศาล รธน. วินิจฉัย ชี้ ยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลตัดสินใจ

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการส่งผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ว่า พรรคประชาชนจะส่งผู้สมัครอย่างแน่นอน ซึ่งนายสรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรค จะดำเนินการส่งเอกสารผู้รับสมัครด้วยตนเอง ส่วนรายชื่อของผู้สมัคร ขณะนี้กรรมการบริหารกำหนดรายชื่อแล้วแต่ขอรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในการตรวจสอบประวัติย้อนหลังเพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ยังยืนยันถึงความมั่นใจในทุกสนามการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ว่าอย่างน้อยจังหวัดเชียงรายก็เป็นพื้นที่ที่มี สส.ของพรรคประชาชน 3 คน ตนคิดว่าจะเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่ และหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อาจจะไม่มีการพูดคุยในแบบนั้นว่าจะส่งหรือไม่ เพราะเป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรค ทุกพรรคมีสิทธิลงชิงสนามของตนเองอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าทุกสนามการเลือกตั้งทุกพรรคคงไม่ยอมถอยให้ใคร หากว่าเชื่อมั่นในพื้นที่นั้นๆ

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังตอบคำถามถึงกระแสข่าวการชิงลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า การตัดสินใจจะลาออกหรือไม่ลาออกต้องถามที่ตัวของนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวตอบแทนไม่ได้ ขณะที่แนวทางคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรก็คงอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องรอติดตามสถานการณ์กันต่อไป

เมื่อถามต่อไป มีการประเมินไว้หรือไม่ว่าหลังจากผ่านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีการยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีชิงลาออก นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การตัดสินใจจะยุบสภาหรือไม่ อยู่ที่ทางรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย หากประเมินตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วนตัวเชื่อว่าอาจมีการพยายามพยุงรัฐบาลแบบนี้ไปก่อน แต่ว่าจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย

พรรคประชาชนมั่นใจ เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย

การเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นสนามที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง พรรคประชาชนแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ในการส่งผู้สมัคร และพร้อมที่จะแข่งขันกับทุกพรรคการเมือง เพื่อช่วงชิงความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวน การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ ในการส่งผู้สมัคร รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการ เลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรคการเมือง และสื่อมวลชนที่รายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “เท้ง” ยัน ปชน. ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเชียงราย โยนถาม “อิ๊งค์” กระแสชิงลาออก

เพื่อไทยหวังศาล รธน. เลื่อนคดีคืนอำนาจ “อิ๊งค์”

“หมอเชิดชัย” สส.เพื่อไทย หวังศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนตัดสินคดี คืนอำนาจนายกฯ แก้วิกฤติ เชื่อ “อิ๊งค์” ไม่ผิด หากเป็นลบยังมี “ชัยเกษม” เป็นแผนสำรอง

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการประชุมศาลรัฐธรรมนูญประจำสัปดาห์ในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่อาจจะพิจารณานัดฟังคำวินิจฉัยคดีถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรณีคลิปสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการพิจารณาคดีดังกล่าวไว้ก่อน พร้อมทั้งให้ยกเลิกคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กลับมามีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในช่วงภาวะวิกฤติทั้งปัญหาสงครามชายแดน กรณีภาษีการค้าสหรัฐอเมริกา และแก้ปัญหาภายในประเทศต่างๆ ทั้งการปราบยาเสพติด คดีเขากระโดง ควรหยุดคดีนายกรัฐมนตรีไว้สัก 6 เดือน เมื่อแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านไปแล้วค่อยนัดตัดสินคดีอีกครั้ง

นพ.เชิดชัย เผยต่อไปว่า การมีนายกรัฐมนตรีตัวจริงบริหารประเทศในภาวะวิกฤติ ย่อมเป็นผลดีต่อประเทศมากกว่านายกรัฐมนตรีรักษาการแน่นอน ที่การบริหารงานไม่ราบรื่น อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าพิจารณาคดีนายกรัฐมนตรี และคำวินิจฉัยออกมาในทางลบต่อพรรคเพื่อไทย ก็มีแผนสำรองคือผลักดัน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

แต่ถ้ายังมีการต่อต้านนายชัยเกษมอย่างหนัก จนยื้อต่อไม่ไหวจริงๆ คงต้องยุบสภา จึงอยากให้การเมืองนิ่งที่สุดเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์คงไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น ยังมั่นใจศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยนายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด เช่นเดียวกับกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรีจะลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสิน ก็ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวลือ ในพรรคไม่เคยคุยกันเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน นพ.เชิดชัย ยังกล่าวถึงการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 นั้น เชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยกำชับ สส. และรัฐมนตรีให้อยู่ร่วมการประชุมตลอดเวลา และทุกพรรคอยากให้กฎหมายผ่าน พรรคร่วมรัฐบาลพร้อมรักษาองค์ประชุมอย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องยืมจมูกพรรคฝ่ายค้านหายใจ ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในหลักเกณฑ์ข้อบังคับการประชุม.

เพื่อไทยหวังศาล รธน. เลื่อนตัดสินคดี คืนอำนาจนายกฯ แก้วิกฤติ เชื่อ “อิ๊งค์” ไม่ผิด

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนแรง พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงความหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเลื่อนการตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน เพื่อให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทำไมเพื่อไทยถึงหวังศาล รธน. เลื่อนตัดสินคดี คืนอำนาจนายกฯ?

เหตุผลหลักที่พรรคเพื่อไทยแสดงความหวังดังกล่าว คือ สถานการณ์วิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสงครามชายแดน ผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา รวมถึงปัญหาภายในประเทศที่ยังต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การมีนายกรัฐมนตรีที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และการที่ศาล รธน. เลื่อนตัดสินคดีออกไป จะช่วยให้นายกฯ “อิ๊งค์” สามารถบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมั่นใจว่า น.ส.แพทองธาร ไม่ได้กระทำความผิดใดๆ และหากผลการตัดสินออกมาเป็นลบ ก็ยังมี “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นตัวเลือกสำรองในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม พรรคยังคงหวังว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายถึงขั้นต้องยุบสภา และทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ โดยเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาด้วยดี และทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือในการรักษาองค์ประชุมเพื่อให้กฎหมายผ่านไปได้ด้วยดี

การเมืองไทยในขณะนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความหวังเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันและความต้องการที่จะให้ประเทศสามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี

แม้สถานการณ์จะมีความซับซ้อน แต่พรรคเพื่อไทยยังคงมีความหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี และประเทศจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย

เพื่อไทยหวังศาล รธน. เลื่อนตัดสินคดี คืนอำนาจนายกฯ แก้วิกฤติ เชื่อ “อิ๊งค์” ไม่ผิด และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ที่มา – เพื่อไทยหวังศาล รธน. เลื่อนตัดสินคดี คืนอำนาจนายกฯ แก้วิกฤติ เชื่อ “อิ๊งค์” ไม่ผิด

“สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออก ยันเพื่อไทยกำลังใจดี

“สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” จ่อลาออก ยันเพื่อไทยไม่กังวล กำลังใจยังดี

จากกระแสข่าวลือเรื่องการลาออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 เสร็จสิ้น นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลใดๆ และกำลังใจของทุกคนยังดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ท้องสนามหลวง โดยกล่าวถึงกระแสข่าวที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมที่จะลาออกจากตำแหน่ง หากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพรรคเพื่อไทย โดยนายสรวงศ์กล่าวว่า “ไม่มี วันนี้นายกรัฐมนตรีเองก็ยังมาร่วมทำบุญตักบาตร” ซึ่งเป็นการยืนยันว่านายกรัฐมนตรียังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

นายสรวงศ์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว และไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้เป็นการภายในแต่อย่างใด ทั้งยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข่าวลือเรื่อง “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออกไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียกำลังใจแต่อย่างใด และกำลังใจของสมาชิกพรรคยังคงดีเยี่ยม โดยนายสรวงศ์ได้แสดงท่าทีให้เห็นถึงความมั่นใจด้วยการยกนิ้วโป้งขึ้นทั้งสองข้าง

ความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยต่อข่าวลือ “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออก

การออกมาปฏิเสธข่าวลือของนายสรวงศ์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยในการบริหารประเทศ และความเชื่อมั่นในตัวของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แม้ว่าจะมีกระแสข่าวลือต่างๆ เกิดขึ้น แต่พรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

  • ความสำคัญของเสถียรภาพทางการเมือง: เสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ การปล่อยข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน
  • การทำงานเป็นทีม: การที่พรรคเพื่อไทยออกมาสนับสนุนและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรค
  • การมุ่งเน้นไปที่การทำงาน: พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ข่าวลือเรื่อง “นายกฯ อิ๊งค์”​ แพทองธาร ชินวัตร ลาออก จึงถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย และเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

โดยสรุปแล้ว พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ “นายกฯ อิ๊งค์” ยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ แม้จะต้องเผชิญกับข่าวลือและการโจมตีต่างๆ นานา การออกมาแสดงความมั่นใจและปฏิเสธข่าวลือของนายสรวงศ์ เทียนทอง จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ และจะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศต่อไป

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ ข่าวลือและการปล่อยข่าวที่ไม่เป็นความจริง อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรหรือบุคคลได้ ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเชื่อหรือเผยแพร่ข่าวสารใดๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การมีความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรหรือบุคคลสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – “สรวงศ์” ปัดข่าว “นายกฯ อิ๊งค์” จ่อลาออก ยันเพื่อไทยไม่กังวล กำลังใจยังดี

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 ลั่นไม่มีแผนสำรอง

“ภูมิธรรม” โต้ข่าว “แพทองธาร ชินวัตร” ชิงลาออกนายกฯ หลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 วาระ 3 บอกไม่เคยได้ยินใครพูด ถามสื่อเอาข่าวมาจากไหน ลั่นไม่มีแผนสำรองแคนดิเดต “ชัยเกษม” ทุกอย่างว่าตามกระบวนการ

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะลาออกหลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 3 โดยนายภูมิธรรม ถามกลับผู้สื่อข่าวว่าเอาข่าวมาจากไหน ไม่เคยมีกระแสข่าวนี้ และไม่เคยมีคนพูด น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้พูด และก็พิสูจน์ตัวเอง จะไปเอาอะไรที่คนพูดกันนิดหน่อยมาเป็นกระแสในสังคมเพราะจะเป็นปัญหา

นายภูมิธรรม ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดเรื่องนี้ และพรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นจะต้องเตรียมแผนอะไรรับมือเรื่องของศาล ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร อย่าไปทำให้มีประเด็นอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าแผนสำรองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรียังเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ อยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “ไม่มีแผนสำรอง ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ”

“ภูมิธรรม” ย้ำชัด ไม่มีแผนสำรอง กรณี “อิ๊งค์” ลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569

จากกรณีที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภายหลังจากการที่สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระที่ 3 นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบโต้ข่าวลือดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่มีมูล

นายภูมิธรรม ได้กล่าวว่า เขาไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้จากที่ใดมาก่อน และยังตั้งคำถามกลับไปยังผู้สื่อข่าวถึงแหล่งที่มาของข่าว พร้อมทั้งย้ำว่านางสาวแพทองธารเองก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้กล่าวถึงการทำงานของนางสาวแพทองธารว่า ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารประเทศ ดังนั้นการนำเอาข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงมากระพือในสังคมจึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากกว่า

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังได้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนการใดๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาล เนื่องจากทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นพิเศษ และขอให้ทุกฝ่ายอย่าสร้างประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความรู้สึกว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

เมื่อถูกถามย้ำถึงความเป็นไปได้ที่นายชัยเกษม นิติสิริ จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสำรอง นายภูมิธรรมได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีแผนสำรอง ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ” ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความไว้วางใจในตัวนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

การออกมาตอบโต้ข่าวลือของนายภูมิธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยในการสนับสนุนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และเป็นการสยบข่าวลือที่อาจก่อให้เกิดความสับสนในสังคมได้เป็นอย่างดี การที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเช่นนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนได้เป็นอย่างมาก

ดังนั้น การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลใดๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

ที่มา – “ภูมิธรรม” โต้ข่าว “อิ๊งค์” ชิงลาออกหลังสภาผ่านงบประมาณ 2569 ลั่นไม่มีแผนสำรอง

Scroll to top