วิโรจน์เหน็บรัฐบาล ถาม “ไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน” หลังสภาล่ม อ้างคำพูดอดิศรที่บอกหายใจเองได้ ไม่ต้องยืมจมูกฝ่ายค้าน ชี้หากสภาล่ม รัฐบาลต้องรับผิดชอบเอง
วิโรจน์เหน็บรัฐบาล ไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 มาตรา 18 งบกระทรวงพลังงาน หลังจากการแสดงตนและลงมติ ปรากฏว่ามีผู้แสดงตน 257 เสียง โดยผลการลงมติมีจำนวนผู้ลงมติ 390 เสียง เห็นด้วย 255 เสียง ไม่เห็นด้วย 129 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ที่ประชุมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ
จากนั้น นายมังกร ยนต์ตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ลุกขึ้นหารือว่า การถ่ายทอดสด 3 วัน มีเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปรับชม แต่การแสดงตน 257 เสียง แต่ลงมติ 390 เสียง อาจสร้างความสับสน
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า ที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ต้องพึ่งฝ่ายค้านเรื่ององค์ประชุมนั้น แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องเป็นหลักในการควบคุมองค์ประชุม พวกตนยังคงยืนยันจุดยืนเดิมคือ “อยู่อย่างไร้ตัวตน คืออยู่ครบ องค์ครบ ก็โหวตให้ องค์ไม่ครบรัฐบาลก็รับผิดชอบ”
“อยู่กันครบ ไม่ได้ไปไหน ไม่ต้องอ้างว่าอยู่ที่โรงอาหาร ไม่ต้องอ้างว่าอยู่ข้างนอก พวกเราอยู่ในนี้อยู่กันครบ องค์ครบก็โหวต องค์ไม่ครบ รัฐบาลก็รับผิดชอบ หวังว่านายมังกรเข้าใจนะครับ” นายวิโรจน์ กล่าว
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงประธานสภาว่า ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่นายมังกรตั้งข้อสังเกต และขอให้แพนกล้องไปยังที่นั่ง สส. บางคนที่ปรากฏชื่อว่าแสดงตน แต่ไม่พบตัวในห้องประชุม
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาคนที่สอง กล่าวขอบคุณและระบุว่า “เล็กๆ น้อยๆ นะครับ เพื่อนกันครับ” ก่อนจะดำเนินการพิจารณามาตรา 19 ต่อไป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายอดิศรได้ตอบโต้ฝ่ายค้าน โดยกล่าวขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมั่นคงและรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุมได้ด้วยตนเอง โดยนายปกรณ์วุฒิได้ย้อนกลับว่า “ขอบคุณท่านอดิศรที่ยืนยัน จะได้รู้ว่าอยู่ด้วยตัวเองได้ พวกผมจะได้ไม่ต้องแสดงตนให้”
ทำไมวิโรจน์ถึงเหน็บรัฐบาลเรื่ององค์ประชุมฝ่ายค้าน?
ประเด็นสำคัญที่วิโรจน์หยิบยกขึ้นมาคือ ความรับผิดชอบของรัฐบาลในการควบคุมองค์ประชุมให้ครบ เพื่อให้การลงมติในสภาเป็นไปอย่างราบรื่น การที่นายอดิศรกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งฝ่ายค้าน ทำให้วิโรจน์มองว่ารัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถบริหารจัดการองค์ประชุมได้ด้วยตนเอง หากสภาล่ม รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา
การอภิปรายเรื่ององค์ประชุมมักเกิดขึ้นเมื่อมีข้อกังขาเกี่ยวกับจำนวน สส. ที่เข้าร่วมการประชุมจริงหรือไม่ การแสดงตนและการลงมติเป็นกระบวนการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของ สส. ในการพิจารณากฎหมายและงบประมาณ การที่จำนวนผู้แสดงตนและลงมติไม่ตรงกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยและความไม่ไว้วางใจในการทำงานของสภา
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองและความพยายามของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การที่ สส. ฝ่ายค้านออกมาตั้งคำถามและประท้วง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของพวกเขาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล
วิโรจน์แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร การอ้างว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งฝ่ายค้านยิ่งทำให้รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง หากองค์ประชุมไม่ครบ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
การเมืองไทยเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงพลวัตทางการเมืองและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ
ที่มา – เหน็บรัฐบาล “วิโรจน์” ถามไหนว่าไม่พึ่งองค์ประชุมฝ่ายค้าน สภาฯ ล่มให้รับผิดชอบเอง

