วงการเมืองไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญไปอีกหนึ่งท่าน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวเศร้าการจากไปของ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นแม่ทัพใหญ่คนสำคัญของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน การจากไปครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉาก ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย ที่สร้างความอาลัยให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานีและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างมาก
ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย
นายเกรียง กัลป์ตินันท์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเล่นว่า ‘เบี้ยว’ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2495 ตลอดชีวิตการทำงานของท่านได้อุทิศตัวให้กับงานการเมืองและการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองระดับประเทศ แต่ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง
เส้นทางชีวิตและจุดเริ่มต้นการเมือง
เส้นทางสายการเมืองของนายเกรียงเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2538 ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเองและเข้าถึงง่าย ทำให้ท่านกลายเป็นขวัญใจของคนอีสานและได้รับฉายาว่าเป็น ‘แม่ทัพภาคอีสาน’ ที่สามารถบริหารจัดการคะแนนเสียงและความสัมพันธ์ในพรรคได้อย่างเหนียวแน่น
- ปี 2538: เริ่มต้นเส้นทาง สส. ครั้งแรก
- ปี 2566: ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน
- บทบาทสำคัญ: ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และงานด้านการจัดการน้ำเสีย
อย่างไรก็ตาม ใน ประวัติ เกรียง กัลป์ตินันท์ ปิดฉากแม่ทัพอีสานเพื่อไทย ชีวิตการเมืองของท่านไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งช่วงที่รุ่งโรจน์จากการชนะเลือกตั้งและช่วงที่ต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญของนักการเมืองที่ต้องทำงานภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
แม้จะมีการสูญเสียเกิดขึ้น แต่สิ่งที่นายเกรียงได้ทิ้งไว้คือความทรงจำในฐานะนักสู้ทางการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย บุตรชายของท่านอย่าง นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ก็ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์และทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป การจากไปครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นว่า ชีวิตนักการเมืองไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ
ในมุมมองส่วนตัว สิ่งที่น่าจดจำที่สุดสำหรับคนทั่วไปไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ท่านเคยได้รับ แต่คือความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อฐานเสียงในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นต้นแบบของนักการเมืองต่างจังหวัดที่ให้ความสำคัญกับการดูแลชาวบ้านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวกัลป์ตินันท์อย่างสุดซึ้งสำหรับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้
ที่มา – ประวัติ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ปิดฉากการเมืองแม่ทัพภาคอีสานเพื่อไทย ถึงแก่อนิจกรรม







