วัน: 12 ตุลาคม 2025

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี: เพื่อไทยมั่นใจ!

พรรคเพื่อไทยสู้เต็มที่ เชื่อหัวใจคนเมืองกาญจน์ยังเป็นสีแดง มั่นใจ “พล.อ.ชินวัฒน์” ทวงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ล้มคู่แข่งที่ทิ้งพรรคไปสังกัดสีน้ำเงิน ชวนประชาชนเข้าคูหา 19 ต.ค.

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี แทนนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ได้ลาออกจากสมาชิกและ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น พรรคเพื่อไทยได้จัดทีม ประกอบด้วย แกนนำ พรรค และ สส.ดาวเด่น อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอดิศร เพียงเกษ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์, นายพนม โพธิ์แก้ว, นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และ น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยผู้สมัครรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยจะลงพื้นที่พบปะพูดคุยพี่น้องประชาชนในทุกตำบลและปราศรัยย่อยต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 นี้

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครคือ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นลูกหลานคนเมืองกาญจน์โดยแท้ เติบโตและเรียนหนังสือที่เมืองกาญจน์ เชื่อว่า พล.อ.ชินวัฒน์ จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เป็นตัวแทนในฐานะ สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานในสภาฯ เข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผลประโยชน์ของพี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 อย่างแข็งขัน

“พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการส่งเสียงครั้งสำคัญของคนเมืองกาญจนบุรี เขต 4 พิสูจน์ว่าคนกาญจนบุรียังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างมั่นคง ไม่สนับสนุนระบบการเมืองที่ผูกขาดกินรวบ ไม่เห็นด้วยกับขบวนการฮั้ว สว. หรือการฝังรากลึกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินที่กระจายทุกหนแห่ง ทุกองค์กร และจะร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ถ่วงดุลอำนาจ ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยกลับมาใหม่ และเวทีนี้พรรคเพื่อไทยจะสู้อย่างเต็มที่แน่นอน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 ออกมาใช้สิทธิกันให้มาก และออกมาร่วมแสดงพลังผ่านการเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้ไปด้วยกัน”

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นการพิสูจน์ความนิยมในพื้นที่และเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ พรรคฯ จึงส่งทีมงานและ สส. ลงพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ชินวัฒน์

สถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้ค่อนข้างเข้มข้น เนื่องจากเป็นการแข่งขันกับผู้สมัครจากพรรคอื่นที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อน การเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองของผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจและมีความหมายทางการเมืองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ทำไมการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกผู้แทนคนใหม่ แต่เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทย และเป็นการตรวจสอบความนิยมของพรรคในพื้นที่อีกด้วย

  • เป็นการวัดกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่
  • เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงพรรคอื่นๆ
  • เป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์ของประชาชน

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่กาญจนบุรี และต้องการที่จะรักษาฐานเสียงของตนเองไว้

ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญได้ ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าคนกาญจนบุรียังคงสนับสนุนพรรคฯ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ มีความเชื่อมั่นในฐานเสียงของตนเอง และเชื่อว่าประชาชนจะยังคงให้โอกาสพรรคฯ เข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของตนเอง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวกาญจนบุรี

มาร่วมกันติดตามผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นปากเสียงและทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

อยุธยา น้ำเริ่มลด แต่ยังท่วมสูง 12 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ ได้รับผลกระทบเกือบ 5 หมื่นครัวเรือน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สืบเนื่องจากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ยังคงระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ส่งผลให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย รวมถึงคลองสาขาต่างๆ ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา หลายพื้นที่ อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างเล็กน้อย เฉลี่ยประมาณ 5-10 ซม. เท่านั้น

ถึงแม้ว่า อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงน่าเป็นห่วง

จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึง 12 อำเภอ รวม 147 ตำบล และ 889 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากถึง 49,492 ครัวเรือน หลายชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสาขาต่างๆ ที่อยู่นอกแนวคันกันน้ำ ยังคงเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมสูง แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงไปบ้างแล้วก็ตาม

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ใน หมู่ที่ 5 ตำบลลาดชิด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับคลองลาดชิดและรับน้ำจากแม่น้ำน้อย พบว่าในบริเวณดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมหลายหมู่บ้านและตำบลข้างเคียง มีบ้านเรือนตั้งอยู่สองฝั่งริมคลอง และระดับน้ำยังคงท่วมสูง แม้ว่าจะลดลงไปบ้างเล็กน้อยก็ตาม

ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า พื้นที่บริเวณนี้ ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ริมสองฝั่งคลอง ซึ่งถูกน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ระดับน้ำในปัจจุบันลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงทรงตัว ทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านในละแวกนี้ เดิมทีหน้าบ้านจะอยู่ริมน้ำ แต่ปัจจุบันต้องใช้ถนนเป็นทางเข้าออก ซึ่งอยู่ห่างจากถนนพอสมควร และต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง

ชาวบ้านยังกล่าวอีกว่า พื้นที่นี้ถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากน้ำท่วมเป็นเวลานานและลดลงช้า ในแต่ละปี จะต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมและรอน้ำลดเป็นเวลานานรวมกว่า 3-4 เดือน หรือบางพื้นที่อาจนานกว่านั้น

นอกจากนี้ ที่ประตูระบายน้ำต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ที่ประตูระบายน้ำผักไห่ – เจ้าเจ็ด ก็ยังคงเปิดระบายน้ำเข้าสู่อำเภอเสนา ทุ่งเสนา เพื่อระบายและกระจายมวลน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ

ผลกระทบและความช่วยเหลือ

สถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก การเดินทางสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

การแก้ไขปัญหาระยะยาว

ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก การแก้ไขปัญหาระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาถึงการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงระบบชลประทาน และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในอนาคต

สถานการณ์ อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – อยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังท่วมสูงใน 12 อำเภอ กระทบเกือบ 5 หมื่นครัวเรือน

“ไดแอน คีตัน” เสียชีวิต นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์

ไดแอน คีตัน (Diane Keaton) นักแสดงหญิงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลออสการ์ ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 79 ปี ที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการยืนยันจากโฆษกครอบครัวต่อเว็บไซต์เดอะ พีเพิล และโดรี ราธ โปรดิวเซอร์และเพื่อนสนิทของเธอ การจากไปของ “ไดแอน คีตัน” สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการฮอลลีวูด

ไดแอน คีตัน ซึ่งเกิดที่ลอสแอนเจลิส โด่งดังเป็นที่รู้จักในยุค 70 จากบทบาท เคย์ อดัมส์-คอร์ลีโอเน ภรรยาของไมเคิล คอร์ลีโอเน ในภาพยนตร์ไตรภาคชุด The Godfather เธอประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในปี 1978 เมื่อคว้ารางวัล ออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Annie Hall ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล ลูกโลกทองคำ และ BAFTA ในสาขาเดียวกันด้วย

ตลอดอาชีพการแสดงที่ยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ คีตันได้แสดงในภาพยนตร์หลายสิบเรื่องที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำ เช่น Father of the Bride, First Wives Club, The Family Stone, Something’s Gotta Give เธอยังมีผลงานที่ร่วมงานกับวูดดี้ อัลเลน อีกหลายเรื่อง เช่น Play It Again, Sam, Sleeper, Love and Death และ Manhattan

โดยผลงานกำกับภาพยนตร์ที่โดดเด่นคือสารคดี Heaven (1987) และภาพยนตร์ตลก-ดราม่า Unstrung Heroes (1995) ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอคือ Summer Camp (2024) ซึ่งแสดงร่วมกับยูจีน เลวี และแคธี เบตส์ 

ข่าวการจากไปของเธอสร้างความตกตะลึงให้กับเพื่อนร่วมงานในฮอลลีวูดเป็นอย่างมาก โดยเบตต์ มิดเลอร์ เพื่อนนักแสดงจาก First Wives Club ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า “ไดแอน คีตัน ที่ยอดเยี่ยม สวยงาม และไม่ธรรมดาได้จากไปแล้ว ฉันไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันทำให้ฉันเสียใจมากแค่ไหน” พร้อมยกย่องว่าเธอเป็นคนตลก มีความเป็นตัวของตัวเอง และไม่มีความเสแสร้งใด ๆ

ด้านเบน สติลเลอร์ นักแสดงชื่อดัง ก็ได้ร่วมไว้อาลัยผ่าน X ว่า “ไดแอน คีตัน เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นไอคอนด้านสไตล์ อารมณ์ขัน และตลกขบขัน อัจฉริยะมาก เป็นคนที่สุดยอดจริง ๆ”

ทำความรู้จัก ไดแอน คีตัน นักแสดงผู้เป็นตำนาน

ทั้งนี้ คีตันไม่เคยแต่งงาน แต่มีบุตรบุญธรรมสองคน เธอเป็นที่รู้จักจาก สไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งในบทบาทภาพยนตร์และชีวิตจริง ซึ่งมักจะโดดเด่นด้วยเสื้อผ้าผู้ชาย และ หมวกปีกกว้าง ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเธอ

ในอัตชีวประวัติของเธอที่ชื่อว่า Then Again (2011) คีตันเคยกล่าวถึงความสุขในชีวิตไว้ว่า เธอรู้สึกพอใจอย่างยิ่งเมื่อคนที่เธอรักมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อครอบครัวนั้นช่างยอดเยี่ยมและมีความหมายอย่างยิ่ง.

“ไดแอน คีตัน” นักแสดงผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ไดแอน คีตัน ไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ความสามารถในการแสดงที่หลากหลาย และทัศนคติในการใช้ชีวิตที่น่าชื่นชม การจากไปของเธอเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิง แต่ผลงานและความทรงจำของเธอจะยังคงอยู่ตลอดไป

ตลอดอาชีพการงานที่ยาวนานของเธอ ไดแอน คีตันได้ฝากผลงานอันน่าประทับใจไว้มากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันหลากหลายของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทดราม่าที่เข้มข้น บทบาทตลกที่เรียกเสียงหัวเราะ หรือบทบาทที่ผสมผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เธอก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับตัวละครและเรื่องราวที่เธอถ่ายทอด

นอกจากความสามารถในการแสดงแล้ว ไดแอน คีตันยังเป็นบุคคลที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน เธอเป็นที่รู้จักจากการแต่งกายที่ผสมผสานความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมักจะสวมเสื้อผ้าผู้ชายที่มีดีไซน์เก๋ไก๋ และหมวกปีกกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ สไตล์การแต่งกายของเธอไม่เพียงแต่สร้างความโดดเด่นให้กับเธอ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายที่ต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

ไดแอน คีตัน ยังเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก เธอเคยกล่าวไว้ว่าความสุขที่แท้จริงในชีวิตคือการได้เห็นคนที่เธอรักมีความสุข และความรู้สึกที่เธอมีต่อครอบครัวนั้นมีความหมายอย่างยิ่ง คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นและความเอื้ออาทรที่เธอมีต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นที่รักและเคารพของผู้คนมากมาย

การจากไปของไดแอน คีตันเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงและผู้คนมากมายที่ชื่นชมเธอ แต่ผลงานและความทรงจำของเธอจะยังคงอยู่ตลอดไป และจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแสดงรุ่นใหม่และผู้คนทั่วไปที่ต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

“ไดแอน คีตัน” จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

ที่มา – “ไดแอน คีตัน” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เสียชีวิตในวัย 79 ปี

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!


นาทีชีวิต! ทหารพรานช่วยเหลือหนุ่มวัย 23 ปี เป็นตะคริวกลางคลองพรหมโหด ขณะลักลอบหนีกลับไทย หลังไปทำงานที่กัมพูชาแล้วเข้าไปพัวพันกับบัญชีม้าจนถูกอายัด

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 (ร้อย.ทพ.1304), ร.2 พัน 1 ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชีวิตคนไทยจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขณะพยายามลักลอบข้ามแดนมาจากฝั่งกัมพูชา โดยชายคนดังกล่าวเกิดอาการตะคริวและกำลังจะจมน้ำในคลองพรหมโหด

ชุดลาดตระเวน (ลว.) ที่กำลังเดินเท้าอยู่บริเวณหลังวัดโคกสะแบง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากลำคลอง จึงรีบเข้าไปตรวจสอบและพบชายคนหนึ่งกำลังพยายามข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากว่ายน้ำไม่แข็ง ประกอบกับกระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้เขาเกิดอาการตะคริวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ชุด ลว. ไม่รีรอ ตัดสินใจเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยว่ายน้ำนำเสื้อชูชีพไปให้ชายคนดังกล่าวกลางคลอง ทำให้สามารถช่วยเหลือเขาขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ทหารพรานช่วยเหลือ

จากการสอบสวน ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือ นายวรเทพ อายุ 23 ปี เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ เขาให้การว่าเพิ่งหลบหนีกลับมาจากฝั่งกัมพูชา หลังจากเดินทางข้ามไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อทำงานเป็น “บัญชีม้า” โดยเปิดบัญชีม้าจำนวน 4 บัญชี เพื่อใช้ในการสแกนหน้าและโอนเงิน แลกกับค่าตอบแทนเดือนละ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 บัญชีทั้งหมดก็ถูกอายัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เขาจึงติดต่อผู้จัดหางานให้ช่วยพาหลบหนีกลับประเทศไทยเพื่อกลับภูมิลำเนา แต่กลับมาประสบเหตุเป็นตะคริวในคลองเสียก่อน งานนี้ได้ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าไว้ได้ทัน

บัญชีม้า

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายวรเทพ ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายต่อไป

ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้า ตะคริวกิน!

อุทาหรณ์! อย่าหลงเชื่อทำงานผิดกฎหมาย

เรื่องราวของนายวรเทพถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คนที่กำลังมองหางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ดูเหมือนจะง่าย ได้เงินเร็ว แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงและผิดกฎหมาย การเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “บัญชีม้า” ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียเงิน เสียเวลา แต่ยังอาจต้องเผชิญกับโทษทางกฎหมายอีกด้วย

การทำงานอย่างสุจริต แม้จะยากลำบากกว่า แต่ก็เป็นหนทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเสมอ

ผลกระทบจากบัญชีม้า

ปัญหาบัญชีม้าส่งผลกระทบวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงออนไลน์มีมูลค่ามหาศาล การมีส่วนร่วมในขบวนการเหล่านี้ ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและสร้างความเสียหายต่อภาพรวมของประเทศ

ทหารพรานกับการช่วยเหลือประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเสียสละของทหารพรานในการช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถช่วยชีวิตนายวรเทพไว้ได้ทันเวลา

การช่วยเหลือทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือชีวิตคนหนึ่ง แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชนอีกด้วย

หลายครั้งที่ทหารพรานช่วยหนุ่มบัญชีม้าและคนอื่นๆในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำงานใดๆ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – ทหารพรานโดดช่วย “หนุ่มบัญชีม้า” วัย 23 ตะคริวกินหวิดจมน้ำดับขณะลอบหนีกลับไทย

17-21 ต.ค. ฝนลด อากาศเย็น สัญญาณ “ฤดูหนาว” ชัดเจน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาแจ้งข่าวดี! เตรียมตัวรับลมหนาวที่จะมาเยือนในช่วงวันที่ 17–21 ตุลาคมนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกในช่วงแรก หลังจากนั้นมวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมา ทำให้หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นลงอย่างเห็นได้ชัด สัญญาณการเข้าสู่ “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนที่ตกต่อเนื่อง

สัญญาณ “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจน 17-21 ต.ค. นี้!

อ้างอิงจากข้อมูลอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า 10 วัน (ระหว่างวันที่ 12–21 ตุลาคม 2568) โดยใช้แบบจำลอง TMD-WRFDA ของกรมอุตุนิยมวิทยาเอง

ในช่วงวันที่ 12–16 ตุลาคม 2568 ยังคงมีฝนกระจายและตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนที่อาจเกิดขึ้น

สาเหตุของฝนที่ตกในช่วงนี้มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณดังกล่าว ประกอบกับทิศทางลมที่แปรปรวน ทำให้เกิดฝนตกหนักและฝนสะสม ดังนั้น หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มติดตัวไปด้วย และใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 14–16 ตุลาคม 2568 ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าฝนยังคงตกไม่ขาดสาย

แต่ข่าวดีก็คือในช่วงวันที่ 17–21 ตุลาคม 2568 ลมตะวันออกจะเริ่มพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นมวลอากาศเย็นจะแผ่ลงมา ส่งผลให้อุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานตอนบน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “ฤดูหนาว” ใกล้เข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับฝนที่ตกต่อเนื่องและอาจมีฝนตกหนักในบางวัน

เตรียมรับมืออากาศเปลี่ยนแปลง ช่วงปลายฝนต้นหนาว

ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้ สภาพอากาศมักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในวันเดียวเราอาจได้เจอกับทั้งฝน อากาศเย็นในตอนเช้า และอากาศร้อนในตอนกลางวัน ดังนั้น จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ง่าย การดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “ฤดูหนาว” ที่กำลังจะมาถึงนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมเสื้อผ้ากันหนาว การวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และการดูแลบ้านเรือนให้พร้อมรับลมหนาวที่จะมาเยือน

สุดท้ายนี้ แม้ว่า “ฤดูหนาว” จะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนชื่นชอบ แต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตในช่วงฤดูหนาวได้อย่างมีความสุข

ที่มา – อุตุฯ เผยช่วง 17–21 ต.ค. ฝนตกช่วงแรก จากนั้นอากาศเย็น สัญญาณเข้า “ฤดูหนาว” เริ่มชัดเจน

รู้จัก “แร่หายาก” ชนวนเหตุสงครามการค้า

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเผชิญกับจุดติดขัดครั้งใหญ่ นั่นคือแร่หายาก หรือ “แรร์เอิร์ธ” (rare earth)

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ต.ค. 2568 จีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่หายากของพวกเขาเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่จะตอบโต้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจีน 100% และจะยกเลิกการพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ระหว่างเดินทางเยือนเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนนี้

การต่อสู้เรื่องแร่หายากระหว่างสหรัฐฯ กับจีนนั้น มีมาก่อนรัฐบาลทรัมป์เสียอีก โดยจีนควบคุมแร่ดังกล่าวเกือบทั้งหมดมานานหลายปี ตามนโยบายอุตสาหกรรมของแดนมังกรซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย

การจำกัดการส่งออกแร่หายากเพิ่มของจีนถูกมองว่า เป็นการตอบสนองต่อนโยบาย “ภาษีต่างตอบแทน” ที่นายทรัมป์บังคับใช้กับสินค้าจีนเมื่อเดือนเมษายน แต่หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ทำข้อตกลงสงบศึกทางการค้าร่วมกันที่เมืองเจนีวา ทำให้เกิดความคาดหมายว่า สหรัฐฯ กับจีนจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกแร่เหล่านี้

แต่สถานการณ์ล่าสุดส่งผลให้ทุกอย่างกลับมาไม่แน่นอนอีกครั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

“แร่หายาก” คืออะไร ทำไมเป็นชนวนเหตุ

แร่หายาก (Rare earths) ประกอบด้วย ธาตุโลหะ 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งได้แก่ สแกนเดียม (scandium) อิตเทรียม (yttrium) และแลนทาไนด์ (lanthanides)

ชื่อ “แร่หายาก” อาจไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากวัสดุเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วเปลือกโลก มันมีปริมาณที่อุดมสมบูรณ์กว่าทองคำ แต่การสกัดและแปรรูปนั้นยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายที่สูง และยังสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ทำไม “แร่หายาก” ถึงสำคัญต่อเทคโนโลยี

แร่หายากเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงกังหันลม, ไฟ LED และโทรทัศน์จอแบน แร่เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนเครื่องสแกนร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการรักษาโรคมะเร็ง

แร่หายากยังมีความจำเป็นต่อกองทัพสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน จากรายงานการวิจัยในปี 2025 ของศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) ระบุว่า แร่เหล่านี้ถูกใช้ในเครื่องบินขับไล่ F-35, เรือดำน้ำ, เลเซอร์, ดาวเทียม, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และอื่น ๆ อีกมากมาย

คนงานฉีดน้ำใส่ดินที่เหมืองแร่หายากในเขตหนานเฉิง มณฑลเจียงซี
คนงานฉีดน้ำใส่ดินที่เหมืองแร่หายากในเขตหนานเฉิง มณฑลเจียงซี

ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ร้อยละ 61 ของผลผลิตแร่หายากที่ถูกขุดได้มาจากประเทศจีน และแดนมังกรก็ควบคุมผลผลิตทั่วโลกถึงร้อยละ 92 ในขั้นตอนการแปรรูป

แร่หายากแบ่งออกเป็นสองประเภทตามน้ำหนักอะตอม คือ แร่หายากชนิดหนัก (heavy rare earths) และ แร่หายากชนิดเบา (light rare earths) แร่หายากชนิดหนักหายากกว่า และสหรัฐฯ ก็ไม่มีขีดความสามารถในการแยกแร่หายากหลังจากการสกัด

น.ส.เกรซลิน บาสคาราน ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงด้านแร่ธาตุวิกฤตที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) บอกกับสำนักข่าว CNN ว่า “จนกระทั่งถึงต้นปีนี้ ไม่ว่าเราจะขุดแร่หายากชนิดหนักได้เท่าไรในแคลิฟอร์เนีย เราก็ยังต้องส่งไปที่ประเทศจีนเพื่อทำการแยกอยู่ดี”

อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงลิ่วของรัฐบาลทรัมป์ต่อประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายนได้ทำให้กระบวนการนี้หยุดชะงักลง ซึ่ง น.ส.บาสคารานกล่าวว่า จีนเต็มใจที่จะใช้การที่สหรัฐฯ พึ่งพาจีนในการแยกแร่หายากเป็นอาวุธ

และสหรัฐฯ มีเหมืองแร่หายากที่เปิดดำเนินการอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในแคลิฟอร์เนีย

คนงานขนส่งดินที่มีแร่หายากไปยังเพื่อส่งออกที่ท่าเรือในเมืองเหลียนอวิ๋นกัง มณฑลเจียงซู
คนงานขนส่งดินที่มีแร่หายากไปยังเพื่อส่งออกที่ท่าเรือในเมืองเหลียนอวิ๋นกัง มณฑลเจียงซู

จีนกำลังใช้แร่หายากเป็นอำนาจต่อรองสำคัญในสงครามการค้า และมาตรการจำกัดล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ นายสี จิ้นผิง และ นายทรัมป์ มีกำหนดจะพบกันในการประชุมสุดยอดเอเปคที่เกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนนี้

ในการเคลื่อนไหวล่าสุด จีนได้ “เพิ่มธาตุแร่หายาก 5 ชนิด” ได้แก่ โฮลเมียม (holmium), เออร์เบียม (erbium), ทูเลียม (thulium), ยูโรเพียม (europium), อิตเทอร์เบียม (ytterbium) รวมถึงแม่เหล็กและวัสดุที่เกี่ยวข้อง เข้าไปในรายการควบคุมที่มีอยู่เดิม โดยกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตส่งออก ทำให้จำนวนแร่หายากที่ถูกจำกัดทั้งหมดเพิ่มเป็น 12 ชนิด

จีนยังกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตในการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตแร่หายากออกนอกประเทศด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในปีนี้ที่ข้อจำกัดของจีนเกี่ยวกับแร่หายากได้สร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือนมิถุนายน นายทรัมป์ระบุบน Truth Social ว่า จีน “ละเมิดข้อตกลงสงบศึกทางการค้า” เนื่องจาก ปักกิ่งยังคงควบคุมการส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมการส่งออกอาจมีผลกระทบสำคัญ เนื่องจาก สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาจีนอย่างมากสำหรับแร่หายาก โดยตามรายงานของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ระหว่างปี 2563 ถึง 2566 สหรัฐฯ นำเข้าสารประกอบและโลหะแร่หายากจากประเทศจีนถึง ร้อยละ 70 ของทั้งหมด

แต่ข้อจำกัดล่าสุดของจีนนี้ถูกมองว่าเป็นการ “ยกระดับอย่างรุนแรง” ในสงครามการค้าของทรัมป์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้

ทรัมป์เขียนบน Truth Social เมื่อวันศุกร์ว่า “ขึ้นอยู่กับว่าจีนจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับ ‘คำสั่ง’ ที่เป็นปรปักษ์ที่พวกเขาเพิ่งประกาศออกมา ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผมถูกบังคับให้ต้องตอบโต้ทางการเงินต่อการเคลื่อนไหวของพวกเขา”

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “แร่หายาก” ในเศรษฐกิจโลก และความจำเป็นที่ประเทศต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงความมั่นคงทางทรัพยากรของตนเอง รวมถึงหาทางลดการพึ่งพาแหล่งนำเข้าจากภายนอก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา – “แร่หายาก” คืออะไร? ทำไมเป็นชนวนเหตุ ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 100%

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

มาดูขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิช่วยจ่ายสูงสุด 2,400 บาท พร้อมเช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิที่นี่!

โครงการคนละครึ่งพลัส คืออะไร?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการจากภาครัฐที่ช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  3. มีบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  5. ไม่ถูกระงับสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่งต่างๆ

สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส: ใครได้เท่าไหร่?

  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท: ผู้ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95 ปีภาษี 2567
  • กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท: ผู้ไม่ยื่นภาษีตามที่กล่าวมา

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565): ตรวจสอบผลผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์สำหรับประชาชน

  • ใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อน 23:00 น.
  • ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 (06:00 – 23:00 น.) ผ่าน G Wallet

วิธีลงทะเบียนและใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัส

ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 (06:00 – 22:00 น.)

สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ และ SMS ภายใน 3 วัน)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียน

สำหรับผู้ที่เคยรับสิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

  1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”
  3. ยอมรับข้อตกลงและยืนยันลงทะเบียน
  4. รอผลการลงทะเบียน (ผ่านแอปฯ)
  5. เติมเงินเข้า G Wallet
  6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  7. ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิ์บนแอปฯ
คนละครึ่งพลัส

รีบลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เพื่อรับสิทธิพิเศษในการช่วยลดค่าใช้จ่าย และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศกันนะคะ!

ที่มา – เปิดวิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท

มิสซิสซิปปีช็อก! มือปืนกราดยิงหลังแข่งบอลดับ 4 ศพ

มิสซิสซิปปีช็อก! เกิดเหตุมือปืนกราดยิงผู้คนที่มาร่วมงานฉลองวันคืนสู่เหย้าในเมืองเล็กๆ ของรัฐมิสซิสซิปปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บอีกนับสิบราย สร้างความสะเทือนขวัญให้กับผู้คนในพื้นที่

รายงานข่าวระบุว่า เหตุกราดยิงเกิดขึ้นที่เมืองลีแลนด์ รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางดึกของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 12 ราย โดยในจำนวนผู้บาดเจ็บนั้น มี 4 รายที่อาการสาหัส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายหลัก ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของผู้คนหลังจากการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลคืนสู่เหย้าของโรงเรียนมัธยมลีแลนด์ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นายจอห์น ลี นายกเทศมนตรีเมืองลีแลนด์ เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บ 4 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในขณะที่ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย

นายกเทศมนตรีลียืนยันว่า เหตุกราดยิงไม่ได้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนมัธยมลีแลนด์แต่อย่างใด

“กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เราจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน” นายลีกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี “เมืองของเราเป็นเมืองที่อาชญากรรมต่ำ มีประชากรเพียงประมาณ 3,700 คน เราเข้ากันได้ดี และทุกคนรู้จักกัน ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงถือเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับเราอย่างยิ่ง”

กรมตำรวจลีแลนด์กำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์อย่างละเอียด และแจ้งว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ รวมถึงจำนวนกระสุนที่ถูกยิง และชนิดของอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ สำนักงานสืบสวนรัฐมิสซิสซิปปีได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนคดีนี้แล้ว

ในคืนเดียวกัน มีรายงานเหตุกราดยิงเกิดขึ้นอีกที่เมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งในรัฐมิสซิสซิปปีเช่นกัน โดยอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองลีแลนด์ ห่างกันประมาณ 200 ไมล์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์วันคืนสู่เหย้าประจำเมืองเช่นกัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่ไฮเดลเบิร์กและที่ลีแลนด์มีความเชื่อมโยงกัน

มิสซิสซิปปีช็อก!

เหตุการณ์ มิสซิสซิปปีช็อก ครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในงานรื่นเริง และมาตรการป้องกันเหตุรุนแรงต่างๆ ที่ควรจะมี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การสูญเสียชีวิตผู้คน innocent เช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง

ผลกระทบจากเหตุการณ์ มิสซิสซิปปีช็อก

เหตุการณ์ มิสซิสซิปปีช็อก ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนในชุมชนโดยรวม ความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจในความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งที่ฝังรากลึก และอาจต้องใช้เวลาในการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจนี้

  • ความเศร้าโศกและความสูญเสียของครอบครัว
  • ความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น
  • ความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย

การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทางการและชุมชนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

เหตุการณ์ มิสซิสซิปปีช็อก ในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ และเราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ การสร้างสังคมที่ปลอดภัยและสงบสุขเป็นหน้าที่ของทุกคน

การเยียวยาจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การให้ความช่วยเหลือทางจิตใจและการสนับสนุนทางสังคมสามารถช่วยให้ผู้คนฟื้นตัวจากความสูญเสียและความหวาดกลัวได้

เหตุการณ์ มิสซิสซิปปีช็อก เป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงที่ยังคงมีอยู่ในสังคม การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ที่มา – มิสซิสซิปปีช็อก มือปืนกราดยิงหลังแข่งฟุตบอลดับ 4 ศพ เจ็บนับสิบราย

โปรตุเกสเฉือนชัยช่วงทดเจ็บ ‘เจ็บปวด’ – ฮัลล์กริมส์สัน

เฮมีร์ ฮัลล์กริมส์สัน บอสทีมชาติไอร์แลนด์ ยกย่อง “ผลงานของทีมที่ยอดเยี่ยม” แต่รู้สึกว่าความพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวด 1-0 ต่อโปรตุเกส “เจ็บปวด”

หลังจากพัฒนาขึ้นมากจากความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย 2-1 ต่ออาร์เมเนียในเดือนกันยายน การป้องกันที่เหนียวแน่นของไอร์แลนด์ดูเหมือนจะเพียงพอที่จะคว้าแต้มสำคัญได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เคาอิมฮิน เคลเลเฮอร์ เซฟจุดโทษของคริสเตียโน โรนัลโด

แต่รูเบน เนเวส โขกบอลจากลูกครอสของฟรานซิสโก้ ทรินเกา เข้าประตูในนาทีที่ 91 คว้าชัยชนะที่ทำให้โปรตุเกสนำห่าง 5 แต้ม ในตำแหน่งจ่าฝูง และเข้าใกล้การผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกมากขึ้น

“ผมรู้สึกเหมือนกับผู้เล่น มันเจ็บปวด” ฮัลล์กริมส์สัน กล่าวกับ RTE “หลังจากทำงานหนักทั้งหมดนี้ มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นผลงานของทีมที่ยอดเยี่ยม”

“เราใส่พลังงานจำนวนมากลงไปในเกมนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นการป้องกัน แต่เรารู้ว่าเราจะต้องป้องกัน และเราก็ทำได้ดีตลอดเวลาส่วนใหญ่”

“เมื่อเราเหนื่อย เมื่อพวกเขาได้บอล ผู้เล่นเหล่านี้มีคุณภาพที่จะส่งบอลได้อย่างแม่นยำดังที่คุณเห็นในประตู เราปล่อยให้พวกเขามีเวลามากเกินไปที่จะวิ่งเข้าไปในพื้นที่และส่งบอลให้ถึงตาย”

‘ไม่มีผู้โดยสารในเกมนี้’

ในขณะที่เขามีความสุขกับความพยายามในการป้องกันของพวกเขา ฮัลล์กริมส์สันรู้สึกเสียใจกับความไม่สามารถของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในการคุกคามโปรตุเกสในแดนหน้า

อย่างไรก็ตาม บอสชาวไอซ์แลนด์ยืนยันว่าด้านบวกในลิสบอนมีมากกว่าด้านลบ เนื่องจากทีมของเขากอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาหลังจากความอัปยศในเยเรวานเมื่อเดือนที่แล้ว

“แน่นอนว่าเรารู้สึก [ว่าเราสมควรได้รับแต้ม] เพราะเราใช้พลังงานไปมาก” เขากล่าวเสริม

“พวกเขามีโอกาสมากกว่าเรา แต่เราก็มีช่องเปิดของเรา และถ้าเราฉลาดกว่าในการครองบอล แต่เมื่อคุณเสียพลังงานไปกับการป้องกัน การตัดสินใจเมื่อคุณได้รับโอกาสจะไม่สมบูรณ์แบบ”

“เราควรภูมิใจ ไม่ใช่มีความสุข แต่มีสิ่งดีๆ มากมายที่ต้องนำไปใช้ มันเป็นผลงานของทีม ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีผู้โดยสารในเกมนี้”

สาธารณรัฐไอร์แลนด์ยังคงรั้งท้ายกลุ่ม F โดยมีหนึ่งแต้มหลังจากสามเกม และตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับเกมที่ต้องชนะกับอาร์เมเนียในบ้านในวันอังคาร เพื่อรักษาความหวังเล็กๆ น้อยๆ ในการเข้าถึงทัวร์นาเมนต์ปีหน้าในอเมริกาเหนือผ่านรอบเพลย์ออฟ

ฮัลล์กริมส์สัน หวังว่าการแสดงผลงานที่ขยันขันแข็งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพวกเขา

“ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ซับซ้อน คุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะให้ความมั่นใจหรือพรากความมั่นใจไปจากคุณ” เขากล่าว “อย่างน้อยเราควรมีความสุขกับผลงานของทีม”

“ฉันแค่ระวังสิ่งที่รอเราอยู่ในเกม [อาร์เมเนีย] ดังนั้นตอนนี้เราต้องเปลี่ยนโฟกัสและพยายามทิ้งสิ่งนี้ไว้ในโปรตุเกสและเตรียมพร้อมในวันอังคาร”

ความพ่ายแพ้ต่อโปรตุเกสในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ‘เจ็บปวด’

ความพ่ายแพ้ต่อโปรตุเกสในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ‘เจ็บปวด’ เป็นสิ่งที่ฮัลล์กริมส์สันเน้นย้ำถึงความผิดหวังของเขา แม้ว่าจะมีการแสดงผลงานที่ดีขึ้นจากทีม

บทสรุปของความพ่ายแพ้ ‘เจ็บปวด’ ต่อโปรตุเกส

สรุปได้ว่าความพ่ายแพ้ ‘เจ็บปวด’ ต่อโปรตุเกสเป็นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังสำหรับไอร์แลนด์ แม้ว่าพวกเขาจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการปรับปรุง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถรักษาแต้มสำคัญได้และอาจทำให้เส้นทางสู่ฟุตบอลโลกยากลำบากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ ‘เจ็บปวด’ นี้ควรเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาทำผลงานให้ดีขึ้นในเกมต่อไป

ในเกมฟุตบอลทุกระดับ ความพ่ายแพ้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บมักสร้างความเจ็บปวดมากกว่าความพ่ายแพ้ในช่วงเวลาอื่น ๆ ของเกม เพราะโดยปกติแล้วทีมที่เสียประตูในช่วงท้ายเกมจะรู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมานั้นสูญเปล่า และโอกาสในการได้แต้มหรือชนะเกมนั้นหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

ที่มา – Injury-time Portugal defeat ‘painful’ – Hallgrimsson