วัน: 29 ตุลาคม 2025

สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์: หวังคลี่คลายการค้า

การประชุมที่ทั่วโลกจับตามองกำลังจะเกิดขึ้น! สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ที่เกาหลีใต้ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าที่ยืดเยื้อมานานระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ยืนยันการพบปะระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ การพบกันครั้งนี้เป็นการพบกันที่ตลาดการเงินและนักลงทุนทั่วโลก เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ โดยคาดหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่าผู้นำทั้งสองจะมีการหารือเชิงลึกในประเด็นยุทธศาสตร์และระยะยาว แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวถึงข้อตกลงทางการค้าโดยตรงก็ตาม นายกัว จี๋ว์คุน โฆษกฯ กล่าวเสริมว่าจีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อให้การประชุมครั้งนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นบวก และวางแนวทางใหม่สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับสื่อบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างเดินทางไปเกาหลีใต้ว่า เขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะบรรลุ “ข้อตกลงที่ดี” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งแรกนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งวาระที่สอง และประกาศใช้มาตรการภาษีกับหลายประเทศทั่วโลก

ความคาดหวังเกี่ยวกับการพบปะของสองผู้นำมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้เกิดความกังวลว่าผู้นำทั้งสองอาจล้มเลิกการเจรจาเพื่อยุติสงครามภาษีที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องภาษีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การลักลอบขนส่งเฟนทานิล ชิปเทคโนโลยีขั้นสูง แร่หายาก และการส่งออกถั่วเหลือง

ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาที่ตึงเครียด มีรายงานจากแหล่งข่าวทางการค้าว่า บริษัท COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ได้สั่งซื้อถั่วเหลือง 3 ลำเรือจากสหรัฐฯ ก่อนการประชุม ซึ่งนับเป็นการซื้อถั่วเหลืองล็อตแรกจากผลผลิตปีนี้ของสหรัฐฯ นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีก่อนการเจรจา

สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ การประชุมที่ทั่วโลกจับตา

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะอยู่ในเกาหลีใต้ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) และเดินทางเยือนประเทศเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ในขณะที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคนี้

ทำไมการพบกันระหว่าง สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ถึงสำคัญ?

  • คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า: สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก การเจรจาที่ประสบความสำเร็จอาจนำไปสู่การลดภาษีและสร้างเสถียรภาพ
  • กำหนดทิศทางความสัมพันธ์: การพบกันครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ผู้นำทั้งสองหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในระยะยาว และหาทางแก้ไขความขัดแย้ง
  • ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด: การเจรจาที่ราบรื่นอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจโลก

การประชุม สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ผลลัพธ์ของการประชุมอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา – จีนยืนยัน “สี จิ้นผิง” พบ “ทรัมป์” ที่เกาหลีใต้ 30 ต.ค. นี้ หวังคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า

คนละครึ่งพลัส: เริ่มใช้แล้ว! อย่าลืมใช้สิทธิ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เปิดให้ใช้จ่ายวันแรกแล้ว! ใครที่ลงทะเบียนไว้ อย่าลืมใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้นะครับ ไม่งั้นจะเสียสิทธิไปเลยนะ!

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ออกมาอัพเดทความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัสครับ

คนละครึ่งพลัส เริ่มต้นใช้จ่ายแล้ววันนี้!

สำหรับใครที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสไว้แล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยจะได้รับเงินสนับสนุนค่าอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, 91 หรือ 95 ในปีภาษี 2567 จะได้รับสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ

ทางธนาคารกรุงไทยฯ ก็ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้งานแอปฯ เป๋าตังแล้วครับ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้งานหนาแน่นในวันแรก แนะนำให้สมัครบริการ G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง และเติมเงินไว้ล่วงหน้า จะได้ใช้จ่ายได้สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น

สำคัญ! ต้องใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสครั้งแรกภายใน 11 พฤศจิกายนนี้

ย้ำกันอีกครั้งนะครับว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส โดยซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากเลยกำหนดนี้ จะถือว่าสละสิทธิและถูกตัดสิทธิจากโครงการทันที

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ Food Delivery ได้ด้วยนะครับ โดยเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) ซึ่งมีผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ 4 ราย ได้แก่

  • Grab
  • Lineman
  • ShopeeFood
  • Robinhood

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ยังสามารถลงทะเบียนได้เรื่อยๆ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นะครับ และร้านค้าที่ลงทะเบียนแล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอมรับทราบข้อตกลงในแอปฯ ถุงเงินด้วยนะครับ

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิเป็น 200 บาทต่อคนต่อวัน ทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับประโยชน์ไปด้วย กระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ครับ

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่าลืมใช้สิทธิที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และสนับสนุนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกันนะครับ!

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดให้ใช้จ่ายวันแรกแล้ว ย้ำต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายใน 11 พ.ย.นี้

ทส. จับมือ กทม. ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5

ทส. จับมือ กทม.-ส.อ.ท. ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ Green List Plus “โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5” รถเก่าตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 55 รายการ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ Green List Plus “โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5” นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายสุชาติ กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนให้ประชาชนนำรถยนต์เข้ามารับบริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ดังสโลแกนที่ว่า “ตรวจสภาพรถกันสักนิด ลดมลพิษฝุ่นได้” พร้อมทั้งจะผลักดัน โครงการ Green List Plus “โปรสู้ฝุ่น ลด PM2.5” นี้ อย่างเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จ สิ่งสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เกิดความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นคือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ ระดับนโยบาย กลางน้ำ คือกลุ่มภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ ภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือ รวมถึงภาคเกษตรกรรม และท้องถิ่น ที่จะต้องเดินหน้าประสานความร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น“

โครงการ Green List Plus “โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5” เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ อาทิ กระทรวงพลังงาน กรมการขนส่งทางบก กองบังคับการตำรวจจราจร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบายฝุ่น PM 2.5 จากการขนส่ง ด้วยการเชิญชวนประชาชนให้นำรถยนต์ขนาดเล็กเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จะสามารถลดการเกิดมลพิษและฝุ่นควันในไอเสียรถยนต์ได้อย่างมาก เพราะจากการศึกษาพบว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะสามารถลดควันดำได้มากกว่า 50% จึงส่งผลต่อเนื่องให้ฝุ่นในบรรยากาศลดลงได้เช่นกัน และในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและค่ายรถยนต์ให้กา+รสนับสนุนจัดโปรโมชั่นต่อที่ 1 ให้ส่วนลดราคาค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพเครื่องยนต์ฟรีกว่า 55 รายการ และให้ส่วนลดราคาค่าน้ำมันเครื่อง ค่าอะไหล่และค่าแรงสูงสุดถึง 50% สำหรับรถยนต์ที่เข้ารับบริการกับศูนย์บริการรถยนต์ 9 แบรนด์ คือ อีซูซุ มิตซูบิชิ นิสสัน โตโยต้า ฮอนด้า มาสด้า ฮีโน่ ฟอร์ด และซูซูกิ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศจำนวน 1,745 ศูนย์บริการ หรือศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของผู้ค้าน้ำมัน 5 แห่ง คือ ปตท. บางจาก เชลล์ พีที และโมบิล และศูนย์บริการบีควิก ที่เข้าร่วมโครงการ Green List Plus “โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5” และลงทะเบียนบัญชีสีเขียวหรือ Green List Plus กับกรุงเทพมหานครจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต่อที่ 2 จากเครือข่ายเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กส์ตร้า จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท แอดวานส์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในการให้สิทธิการจอดรถยนต์ฟรีเพิ่มเติมในห้าง เซ็นทรัล เดอะมอลล์ และโลตัส ได้รับบัตรกำนัลค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS และส่วนลดราคาสำหรับการซื้อ พรบ.รถยนต์หรือประกันภัยรถยนต์ผ่าน AIS

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยลดการเกิดฝุ่นละอองได้ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนนำรถยนต์เข้ามารับการบริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดังสโลแกนที่ว่า “ตรวจสภาพรถกันสักนิด ลดมลพิษฝุ่นได้”

โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ทส. จับมือ กทม. ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5

โครงการ “Green List Plus” เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากรถยนต์เก่า โดยประชาชนสามารถนำรถไปตรวจสภาพฟรี 55 รายการ และรับส่วนลดค่าน้ำมันเครื่องและอะไหล่

โครงการนี้ช่วยอะไร?

  • ลดฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ
  • ช่วยให้รถยนต์ปล่อยควันดำน้อยลง
  • ส่งเสริมการบำรุงรักษารถยนต์
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

เช็กรถลดฝุ่น PM 2.5 ทำไมถึงสำคัญ

การตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ของเรา เพราะรถยนต์ที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจะมีประสิทธิภาพในการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ทำให้ลดการปล่อยมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเรา

นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการ ทส. จับมือ กทม. ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของเราอีกด้วย เพราะเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตประจำวันของเรา

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านนำรถยนต์ของท่านไปตรวจเช็คสภาพและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกันลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และสร้างอากาศที่สะอาดให้กับทุกคน

หากท่านกำลังมองหาวิธีการช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ การเข้าร่วมโครงการ ทส. จับมือ กทม. ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะท่านไม่เพียงแต่จะได้รับบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี แต่ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของตัวท่านเองและคนรอบข้างอีกด้วย

อย่ารอช้า! รีบนำรถยนต์ของท่านไปตรวจเช็คสภาพและบำรุงรักษา เพื่อช่วยกันลดฝุ่น PM 2.5 และสร้างอากาศที่สะอาดให้กับทุกคน

โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ มาช่วยกันทำให้เมืองของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยการ ทส. จับมือ กทม. ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5 กันเถอะ!

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

ที่มา – ทส. จับมือ กทม.-เอกชน เปิดโครงการ “Green List Plus” ชวนเช็กรถลดฝุ่น PM 2.5

รวบ! **จับพระวัย 82 ปี เช่าห้องแถวเปิดอาศรม** ที่ชลบุรี

กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึง เมื่อตำรวจเข้า**จับพระวัย 82 ปี เช่าห้องแถวเปิดอาศรม** แถมยังขับรถเก๋งออกบิณฑบาต ปักหลักอยู่หน้าตลาดในจังหวัดชลบุรี งานนี้เจ้าคณะอำเภอบางละมุงถึงกับลั่น ไม่ต้องสึก! ให้เปลี่ยนผ้าเหลืองแล้วส่งตัวดำเนินคดีทันที ชี้พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ นำทีมตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจสอบบริเวณหน้าตลาดไร่วนาสิน ซอยสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยการขับรถเก๋งมาบิณฑบาต และยืนรอรับบิณฑบาตแบบปักหลัก ไม่เดินไปไหน

จับพระวัย 82 ปี เช่าห้องแถวเปิดอาศรม

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ก็พบพระสงฆ์รูปหนึ่งขับรถเก๋งสีบรอนซ์มาจอดใกล้กับตลาดดังกล่าว จากนั้นก็ได้เปิดท้ายกระโปรงรถ หยิบอุปกรณ์ แล้วเดินข้ามถนนมายืนรอรับบิณฑบาตอยู่หน้าแผงขายของในตลาด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบหนังสือสุทธิ ทราบชื่อต่อมาคือ พระศักดิ์ หรือนายสุทธิ์ศักดิ์ จันทโรธร อายุ 82 ปี ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกกันว่าหลวงพ่อ เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าจำวัดอยู่ที่วัดไหน หลวงพ่อก็พยายามบ่ายเบี่ยง แต่เมื่อถูกสอบถามอย่างหนักขึ้น สุดท้ายก็ยอมรับว่า เพิ่งจะมาอยู่ที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยเช่าห้องแถวพักอาศัยอยู่ในย่านชัยพรวิถี 29 (ซึ่งห่างจากตลาดประมาณ 6-7 กิโลเมตร) และใช้ห้องแถวดังกล่าวเปิดเป็นสำนักสงฆ์ของตัวเอง

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวหลวงพ่อศักดิ์ไปตรวจสอบห้องแถวที่หลวงพ่ออ้างว่าเป็นสำนักสงฆ์ พบว่าห้องแถวถูกจัดทำเป็นลักษณะอาศรม เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งในด้านของการดูดวงและการสะเดาะเคราะห์ นอกจากนี้ยังพบว่าภายในตู้เย็นมีขวดเบียร์ที่ถูกเปิดดื่มไปแล้วครึ่งขวด แต่หลวงพ่ออ้างว่าเป็นของพระรูปอื่นที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจควบคุมตัวหลวงพ่อศักดิ์ไปพบกับเจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริง

การสอบสวนและการดำเนินการทางสงฆ์

เมื่อเดินทางไปถึงวัด พระมหาถาวร ฐานะวะโร ปธ.๙ ดร. เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส และเจ้าคณะอำเภอบางละมุง ได้ทำการสอบถามหลวงพ่อศักดิ์อย่างละเอียด จนกระทั่งหลวงพ่อศักดิ์ยอมรับว่า ตนเองพร้อมกับเพื่อนพระสงฆ์อีก 2 รูป เดินทางมาจากจังหวัดปทุมธานี และมาอาศัยอยู่ที่เมืองพัทยาได้ประมาณ 1 ปี แต่ยังหาวัดจำพรรษาไม่ได้ จึงตัดสินใจเช่าห้องแถวในราคาเดือนละ 2,800 บาท และตั้งใจที่จะเปิดเป็นสำนักสงฆ์ของตัวเอง ส่วนเพื่อนพระสงฆ์อีก 2 รูปนั้น เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดตาม จึงได้หลบหนีกลับไปยังบ้านเกิดไปก่อน ส่วนตนเองคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด จึงใช้ชีวิตตามปกติ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาพบกับท่านเจ้าอาวาส

เมื่อพระมหาถาวร ฐานะวะโร ปธ.๙ ดร. เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส และเจ้าคณะอำเภอบางละมุง ได้ฟังเหตุผลจากหลวงพ่อศักดิ์ ก็รู้สึกโกรธมาก และได้ตำหนิว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นมารศาสนา และเป็นการกระทำที่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย พร้อมทั้งกล่าวว่า หลวงพ่อศักดิ์ไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์ที่แท้จริง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำพิธีลาสิกขา แต่ให้ทำการเปลี่ยนผ้าเหลืองออก แล้วสวมชุดฆราวาสทันที พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ในฐานความผิดแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ จากนั้นจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรื่องราวของ **จับพระวัย 82 ปี เช่าห้องแถวเปิดอาศรม** นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานะ และการเคารพในหลักธรรมคำสอนของศาสนา เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียและเป็นที่ติเตียนของสังคม

ที่มา – จับพระวัย 82 ปี เช่าห้องแถวเปิดอาศรม – ขับเก๋งบิณฑบาต ปักหลักหน้าตลาด จ.ชลบุรี

สาวขอพร “หลวงพ่อสมหวัง” ขอ “เลขเด็ดงวดนี้”

สาวโรงงานเดินทางมากราบขอพร “หลวงพ่อสมหวัง” วัดกลางบางพระ แถมขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จากองค์ “ท้าวเวสสุวรรณ” กลับไปลุ้นโชค 1/11/68

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก วัดกลางบางพระ (หลวงพ่อสมหวัง) ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ว่าสาธุชนและนักท่องเที่ยวรวมถึงนักเสี่ยงโชค เดินทางมาทำบุญกราบไหว้ขอพร องค์หลวงพ่อสมหวัง และขอโชคลาภองค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ที่อายุเก่าแก่กว่า 50 ปี ที่หลวงพ่อพุฒิ อดีตเจ้าอาวาสเกจิดังที่มรณภาพไปแล้ว แต่สรีระไม่เน่าเปื่อย ได้อัญเชิญจากวัดจุฬามณี มาประดิษฐานยังวัดกลางบางพระ นำประดิษฐานในวิหารจุฬามณี สาธุชนและนักเสี่ยงโชคต่างไปกราบไหว้ขอพรขอโชคลาภกันอย่างมากมาย

จากการสอบถาม น.ส.ศิณีย์ ใจร่มรื่น อายุ 33 ปี เผยว่า ในช่วงนี้ใช้วันลาหยุดพักร้อน ถือโอกาสกลับบ้านพักที่ จ.นครปฐม แล้วได้แวะเที่ยวกราบไหว้ โดยตั้งใจมากราบหลวงพ่อสมหวัง ถวายสังฆทานและมากราบขอพรท้าวเวสสุวรรณด้วย โดยเขียนชื่อในผ้าสีแดงตามความยาวแล้วนำผ้าแดงไปติดที่กระบอกยันต์ของท้าวเวสสุวรรณ ได้ฝากชื่อไว้กับท่านเพื่อปกป้องคุ้มภัยตามความเชื่อ

รวมทั้งตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้โชคได้ลาภ ที่สำคัญไม่ลืมเกี่ยวกับหน้าที่การงานดี และชีวิตราบรื่น รวมไปถึงความสงบสุขของประเทศชาติบ้านเมือง วันนี้ก็ได้สวมใส่ชุดเสื้อผ้าสีดำร่วมไว้อาลัยและทำบุญถวายให้พระพันปีหลวงด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางกลับได้ล้วงลูกไข่ในไห หมายเลข 4 9 0 ปรากฏว่ามีเลขตรงกับในใจที่ชื่นชอบ ถือเป็นเลขประจำตัว คือเลข 9 0 คิดว่าเป็นเลขเด็ดเลขมงคล หากถูกรางวัลใหญ่จะนำสิ่งของมาแก้บนชุดใหญ่แน่นอน.

สาวขอพร “หลวงพ่อสมหวัง” ขอ “เลขเด็ดงวดนี้”

เรื่องราวของโชคลาภและความหวังยังคงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและโชคลาภเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน สาวโรงงานรายหนึ่งได้เดินทางมายังวัดกลางบางพระ เพื่อขอพรจาก “หลวงพ่อสมหวัง” และที่พลาดไม่ได้คือการขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จากท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างเคารพนับถือ

วัดกลางบางพระ จังหวัดนครปฐม เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสมหวัง ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมากมาย นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีองค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ที่อัญเชิญมาจากวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนเช่นกัน ผู้คนต่างเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ และขอให้ชีวิตราบรื่น

เลขเด็ดงวดนี้ จากการล้วงไห

ก่อนเดินทางกลับ สาวโรงงานรายนี้ได้ทำการล้วงลูกไข่ในไห และได้หมายเลข 4 9 0 ซึ่งตรงกับเลขที่เธอชื่นชอบพอดี เธอเชื่อว่านี่คือ “เลขเด็ดงวดนี้” และหากเธอถูกรางวัลใหญ่ เธอจะนำสิ่งของมาแก้บนชุดใหญ่อย่างแน่นอน

การเสี่ยงโชคและการแสวงหาเลขเด็ดเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ถึงแม้ว่าการพนันจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ความหวังและความเชื่อมั่นในโชคชะตายังคงเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิต

สำหรับใครที่กำลังมองหา “เลขเด็ดงวดนี้” หรือต้องการหาที่พึ่งทางใจ การเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อสมหวังและท้าวเวสสุวรรณที่วัดกลางบางพระ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขตที่พอดี และไม่ควรทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน ที่สำคัญที่สุดคือการทำมาหากินด้วยความสุจริตและตั้งใจ

การขอพรและ “เลขเด็ดงวดนี้” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความหวัง แต่การลงมือทำและพยายามต่างหากที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง

ที่มา – สาวมากราบขอพร “หลวงพ่อสมหวัง” แถมขอ “เลขเด็ดงวดนี้” ท้าวเวสสุวรรณ ไปลุ้นโชค

สลด! หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตดับ

ข่าวเศร้าสะเทือนใจ! หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

เมื่อเวลา 09.10 น. วันนี้ (29 ตุลาคม 2568) มีรายงานข่าวว่าเกิดเหตุสลด หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต ที่อาคารแอร์วูด ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมนเจย ประเทศกัมพูชา ทำให้เสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามพยานที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เล่าว่าได้ยินเสียงดังคล้ายของหนักตกลงมาจากที่สูง เมื่อหันไปดูก็พบร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น และมีอาการหายใจรวยริน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยแพทย์ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง พบว่าหญิงสาวดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ และทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในอาคาร เพื่อหาสาเหตุของการพลัดตกจากที่สูง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่า ผู้เสียชีวิตหญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต เอง หรือว่าถูกทำร้ายร่างกายก่อนที่จะถูกผลักตกลงมา

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ นางสาวกนกวรรณ อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่ 17 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประสานงานไปยังญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และติดตามผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวว่า จะเร่งทำการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด รวมถึงผลการชันสูตรศพ เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริง และสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของ หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต ในครั้งนี้

หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ทางด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว

ข้อควรระวังเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางไปต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย วัฒนธรรม หรือสถานการณ์ความปลอดภัย นอกจากนี้ควร:

  • แจ้งญาติหรือเพื่อนสนิทให้ทราบถึงแผนการเดินทาง
  • เก็บสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือเดินทาง วีซ่า ไว้ในที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่เปลี่ยว หรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยคนเดียว
  • ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว และหลีกเลี่ยงการแสดงออกถึงความมั่งคั่ง
  • หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ให้รีบติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ

การเตรียมตัวที่ดีและการระมัดระวังตนเอง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และทำให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทางไปต่างประเทศ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – หญิงไทยวัย 27 พลัดตกตึกในปอยเปตเสียชีวิต ตำรวจเร่งสอบหาสาเหตุ

วีียร์ทำฝันสำเร็จ! สกอตสมควรได้มากกว่านี้

การที่คุณได้มายืนอยู่ในจุดที่แคโรไลน์ วีียร์อยู่ ณ ตอนนี้ – ผู้เชี่ยวชาญแห่งเรอัลมาดริด, ขวัญใจของสกอตแลนด์ และผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Ballon d’Or – คุณไม่จำเป็นต้องมองหาแรงกระตุ้นอีกต่อไป

แต่ถ้าจะมีสักคืนหนึ่งที่จะต้องขุดลึกลงไปกว่าที่เคย เพื่อทำให้ความฝันอีกอย่างเป็นจริง ก็คือค่ำคืนที่หนาวเหน็บและลมแรงในดันเฟิร์มลินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาในการพบกับสวิตเซอร์แลนด์

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป้าหมายของสกอตแลนด์คือการกลับมาชนะติดต่อกัน หลังจากชัยชนะครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี เหนือโมร็อกโกเมื่อวันศุกร์ และสร้างแรงผลักดันสำหรับการแข่งขันกระชับมิตรสองนัดสุดท้ายในปีนี้ ก่อนที่การคัดเลือกสำหรับฟุตบอลโลก 2027 จะเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ แต่เนื้อเรื่องย่อย – และเหตุผลหลักที่แฟนบอลกว่า 5,600 คนมาที่อีสต์เอนด์พาร์ก – คือการกลับบ้านของวีียร์

แม้ว่าปัจจุบันนักเตะวัย 30 ปีจะอาศัยอยู่ในมาดริด แต่ดันเฟิร์มลินจะเป็นบ้านของเธอเสมอ

การเล่นให้สกอตแลนด์ที่บ้านของ Pars อันเป็นที่รักของเธอคือ “ความฝันตลอดชีวิต” ในขณะที่การทำประตูคือ “ความฝันสูงสุด”

หลังจากนำประเทศของเธอออกมา โดยมีเฟลทเชอร์หลานชายตัวน้อยเป็นมาสคอต ไม่มีทางที่วีียร์จะกลับสเปนโดยไม่ได้ใช้ชีวิตตามความใฝ่ฝันในวัยเด็กของเธอ

สกอตแลนด์ ‘เป็นทีมที่ดีกว่า’ – วีียร์

เมื่อพูดถึงสกอตแลนด์ สายตาส่วนใหญ่มักจะจับจ้องไปที่วีียร์อยู่แล้ว แต่วันอังคารนี้เธอเป็นจุดสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

แทบจะมีความรู้สึกว่านี่เป็นการแข่งขันเทสติโมเนียลสำหรับนักเตะวัย 30 ปี เนื่องจากความสนใจที่มอบให้เธอ ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น เธอก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเธอยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด และอยู่ในช่วงที่ต้องได้รับการยกย่องเชิดชู

ตรงกันข้าม เธอและสกอตแลนด์ดูสดชื่น ในเกมที่สี่ของเมลิสซา อันเดรียตตาในฐานะหัวหน้าโค้ช สกอตแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่โดดเด่นจากสิ่งที่พวกเขาเคยแสดงให้เห็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เป็นเรื่องที่บอกได้ว่าในการเจอกับทีมที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูโร 2025 พวกเขา “ผิดหวัง” ที่ไม่ได้รับผลการแข่งขันที่เป็นบวก

“โดยรวมแล้วเกมเป็นไปด้วยดี มีการแข่งขันสูง” วีียร์กล่าวหลังจบเกม

“พวกเราผิดหวังที่ไม่สามารถได้ผลการแข่งขันออกมา เราสมควรได้รับอะไรบางอย่างจากเกม แต่ฉันภูมิใจในตัวเด็กๆ จริงๆ

“เราเป็นทีมที่ดีกว่าในช่วงหนึ่งของเกม

“สวิตเซอร์แลนด์เป็นทีมที่ดี พวกเขาทำให้มันยาก ดังนั้นฉันภูมิใจที่เราสามารถอยู่ในเกมและครองเกมได้ในบางส่วน”

‘ฉันฝันถึงการทำประตูหน้าอัฒจันทร์ Norrie McCathie’

และพวกเขาทำได้จริง วีียร์ที่กระปรี้กระเปร่าและพร้อมแล้ว เป็นผู้นำจากแนวหน้า

มีการแอสซิสต์สองครั้งในครึ่งแรก เมื่อเธอมีโอกาสส่องประตูด้วยตัวเองบ้าง แต่หลังจากพักครึ่ง กองกลางรายนี้ก็เริ่มเคาะประตูเพื่อทำประตูอย่างจริงจัง

ทีมของอันเดรียตตาสมควรได้รับการต่อสู้กลับสองครั้งเพื่อตีเสมอเกมที่ 2-2 ในครึ่งแรก แต่สวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพและทีมที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูโร 2025 ก็กลับมานำอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลัง

วีียร์ พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมจำนวนมาก มีโอกาสที่จะดึงพวกเขากลับมาตีเสมออีกครั้ง ไม่มีใครกระหายที่จะทำเช่นนั้นมากไปกว่าเธออีกแล้ว

เมื่อแต่ละครั้งที่ยิงลูกโด่ง ลูกเบี้ยว หรือลูกที่ถูกเซฟ กองกลางรายนี้ดูเหมือนจะมีความกังวลเพิ่มมากขึ้น คนที่อยู่ในอัฒจันทร์ก็เช่นกัน

จนกระทั่ง เมื่อตามหลังสองประตูและเหลือเวลาอีกไม่ถึง 15 นาที เธอก็ยิงประตูได้สำเร็จ ความฝันเป็นจริง หรือไม่?

กรรมการอบี เบิร์นถูกโห่ร้องเมื่อเธอปฏิเสธวีียร์ และดันเฟิร์มลิน จากช่วงเวลาแห่งเทพนิยายสำหรับการทำแฮนด์บอลในการสร้างเกม – ดาราชาวสกอตกล่าวหลังจบเกมว่าเธอคิดว่ามัน “โชคร้าย” แต่ได้รับแจ้งว่า “นั่นคือกฎ”

ดูเหมือนว่าจะมีกฎที่ไม่ได้พูดออกมาว่าวีียร์จะต้องมีช่วงเวลาของเธออย่างแน่นอน และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มันก็มาถึง

การเลือกที่สมบูรณ์แบบจากมาร์ธา โธมัส มอบภาพที่วีียร์วาดฝันไว้ตั้งแต่สมัยที่เธอเริ่มเล่นฟุตบอล – ภาพและจังหวะยิงประตูที่อีสต์เอนด์พาร์ก

“มันเป็นช่วงเวลาที่เจ๋งมากสำหรับฉันที่ได้ทำประตูหน้าอัฒจันทร์ Norrie McCathie นั่นเป็นความฝันของฉันมาตั้งแต่ฉันยังเด็กมาก” วีียร์กล่าวกับ BBC Scotland ด้วยอารมณ์ความรู้สึก

“ฉันสนุกกับทุกนาที [ที่อยู่ที่นี่] สำหรับฉัน มันเยี่ยมมาก และฉันคิดว่าเด็กๆ ก็สนุกกับมันเช่นกัน

“พ่อแม่ของฉันยังคงอาศัยอยู่ในดันเฟิร์มลิน มันยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของฉัน ดังนั้นมันจึงมีความหมายกับฉันมากที่ได้มาอยู่ที่นี่”

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน วีียร์สวมชุดแดงในฝรั่งเศส เดินบนพรมแดงในงาน Ballon d’Or เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เธอเปียกปอนและกำลังอธิบายประตูของเธอในดันเฟิร์มลิน – ช่วงเวลาที่ “อยู่ในระดับเดียวกับ [ช่วงเวลาอื่นๆ]”

ปารีสจงอิจฉาซะ อาณาจักร Fife ครองโลก

การที่วีียร์ทำฝันสำเร็จนั้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเธอ

การที่วีียร์ทำฝันสำเร็จแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของบ้านเกิดที่มีต่อเธอ

ทำไมการที่ วีียร์ทำฝันสำเร็จ สำคัญ?

การที่วีียร์ทำประตูได้นั้น เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นเยาว์

คุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้เช่นเดียวกับการที่ วีียร์ทำฝันสำเร็จ

ที่มา – Scots ‘deserved more’ as Weir achieves ‘dream’

5 พ.ย.นี้! ชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” คืนวันลอยกระทง

เตรียมตัวให้พร้อม! วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นี้ ตรงกับคืนวันลอยกระทง อย่าพลาดชมปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงที่โคจรมาใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี!

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้แจ้งข่าวดีว่า ในคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นคืนลอยกระทงของประเทศไทย ดวงจันทร์เต็มดวงจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือที่นักดาราศาสตร์เรียกว่า “ซูเปอร์ฟูลมูน” (Super Full Moon) โดยในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะอยู่ห่างจากโลกประมาณ 356,966 กิโลเมตร เราจะเริ่มสังเกตเห็นดวงจันทร์ได้ตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกดินทางทิศตะวันออก ประมาณเวลา 17:30 น. เป็นต้นไป และจะได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย สว่างสวยงามตลอดทั้งคืน

โดยปกติแล้ว ดวงจันทร์จะใช้เวลาโคจรรอบโลกประมาณ 1 เดือน และมีวงโคจรเป็นรูปวงรี ทำให้ในแต่ละเดือน ดวงจันทร์จะมีตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) ซึ่งมีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร และตำแหน่งที่ไกลโลกที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) ซึ่งมีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร ดังนั้น การที่คนบนโลกสังเกตเห็นดวงจันทร์มีขนาดที่แตกต่างกัน จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์

5 พ.ย.นี้! ชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” คืนวันลอยกระทง

ทาง NARIT เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ โดยจะมีการตั้งกล้องโทรทรรศน์ใน 5 จุดสังเกตการณ์หลัก เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” หรือ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ในคืนลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น. ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น นครราชสีมา และสงขลา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะมีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และขอความร่วมมือผู้ร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยชุดโทนสีสุภาพ

ทำไมถึงเรียกว่า “ซูเปอร์ฟูลมูน”?

ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เต็มดวงโคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดในวงโคจรของมัน ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่และสว่างกว่าปกติ ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรรอบโลกเป็นวงกลม แต่เป็นวงรี ดังนั้นในแต่ละเดือน ระยะห่างระหว่างโลกและดวงจันทร์จึงแตกต่างกัน

การที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 14% และสว่างขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงที่อยู่ไกลโลกที่สุด อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้อาจไม่ได้สังเกตเห็นได้ชัดเจนนักด้วยตาเปล่า แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ชื่นชมความงามของดวงจันทร์อย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่สนใจปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ หรืออยากสัมผัสประสบการณ์ชมดวงจันทร์แบบเต็มตา อย่าพลาดโอกาสในคืนวันลอยกระทงปีนี้ มาร่วมชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” ด้วยกัน!

นอกจากนี้ กิจกรรมที่จัดโดย NARIT ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ และทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา

คืนวันลอยกระทงปีนี้ นอกจากการขอพรและลอยกระทงแล้ว อย่าลืมแหงนมองท้องฟ้า ชมความงามของ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก แล้วคุณจะหลงรักดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น

ที่มา – 5 พ.ย. คืนวันลอยกระทง รอชม “ซูเปอร์ฟูลมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

วันนอร์ ชม โรม ทำงานหนัก

วันนอร์ แถลงความสำเร็จ IPU รับญัตติด่วนของไทย แก้ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ชม โรม ทำงานหนัก จี้รัฐบาล-หน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะเป็นวาระโลก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ม.ค. 68 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แถลงถึงความสำเร็จ การประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union หรือ IPU ) ครั้งที่ 151 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 19 – 23 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุม CICG นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสว่า เป็นการสะท้อนบทบาทการทำงานเชิงรุกของไทยบนเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ

ขณะที่มีญัตติที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณา 2 ญัตติ คือ ญัตติของแอฟริกาใต้ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในมาดากัสการ์ แต่เมื่อลงมติ เป็นที่น่ายินดีว่าญัตติของไทยได้รับการสนับสนุนหลักจากยุโรปและอเมริกา และนำญัตติที่สอดคล้องของเขา ในเรื่องภัยข้ามชาติ การฟอกเงินและยาเสพติดมารวมกับญัตติของเรา ได้รับคะแนนท่วมท้น 852 คะแนน โดยมีกว่า 200 เสียง ที่ไม่เห็นด้วย

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของรัฐสภาไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั่วโลก แต่สิ่งที่อยากบอกกับพวกเรา เมื่อญัตติของเราได้รับเลือกเป็นญัตติเร่งด่วน จะถูกกระจายไปทั่วโลก

“อยากจะฝากให้รัฐบาลของเราซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ชุดใหญ่ รวมถึงคณะอนุกรรมการอีก 3 ชุด ดำเนินการติดตามเรื่องนี้ ต้องมีผลงานที่ชัดเจน ไม่ใช่มีแค่คณะกรรมการ เพราะไทยเป็นเจ้าของญัตติ ถ้าไม่ดำเนินการให้เห็นผล บ้านเราไม่สะอาด แล้วเราจะไปชี้แนะบ้านอื่นให้สะอาดได้อย่างไร จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ กวาดบ้านให้สะอาด” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว.

ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งหน้าในเดือนเม.ย.2569 จะต้องรายงานความคืบหน้า และ คณะกรรมการ IPU จะสอบถามถึงการดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษยชาติว่ามีความปลอดภัยมากกว่าเดิมหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะคนยากจนเท่านั้น แต่ยังกระทบกับคนมีเงิน ซึ่งตนเศร้าใจ ที่เห็นคนทำงานมาทั้งชีวิต เช่น ข้าราชการที่เกษียณแล้วมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถูกพวกนี้หลอกจนหมดตัว สภาวะจิตใจจะอยู่ได้อย่างไร

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ยังมีการค้ามนุษย์ที่นายรังสิมันต์ ศึกษาข้อมูลว่า มีคนเป็นแสนคน ที่ถูกจับไปเพื่อไปรับใช้ขบวนการนี้ ถ้าทำไม่ได้ตามเป้า ก็จะถูกทรมาน ถ้าจะออกมาได้ต้องจ่ายเงิน เป็นการทำลายความเป็นมนุษย์ของคน

สำหรับการแก้ไขปัญหาสภามีหน้าที่เพียงออกกฏหมายแนะนำ แต่หน่วยงานที่แก้ไขสำเร็จได้ คือฝ่ายบริหารรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตช. ปปง. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสถาบันการเมือง และธนาคารต้องให้ความร่วมมือ ถ้าทุกคนคิดว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จะไม่จบจากโลกนี้แน่นอน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังแสดงความห่วงใยว่าถ้าประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการกวาดล้างเข้มข้น กลัวว่าคนจะทะลักเข้ามา เพราะชายแดนติดกัน ถ้าเราไม่เอาใจใส่ กระบวนการเหล่านั้นจะมาเปิดในประเทศ และคนที่เดือดร้อนคือคนไทย และชาวโลก ที่ถูกหลอก ต่อไปใครจะกล้ามาลงทุนมาเที่ยวในไทย ดังนั้นจึงต้องมีการ ป้องกันทุกอย่างให้ดีที่สุด

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้ประกาศขอเป็นเจ้าภาพ ตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีอีกหลายชาติมาทำงานร่วมกัน เพราะประชาชนถูกหลอกไปทำงานเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ประเทศ เช่น บังคลาเทศ ศรีลังกา รวมมูลค่าที่ถูกหลอกกว่า 7 แสนล้านล้านบาท และเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกซบเซา

เราจึงต้องกดดัน เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะอีกไม่นานก็จะเลือกตั้ง ถ้าทำได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จึงอยากเรียกร้องให้คนที่มีหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ทำอย่างจริงจัง ละเว้นจากประโยชน์เล็กน้อย เพราะเป็นเรื่องของโลก

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนขอชื่นชมและขอบคุณสมาชิกคณะผู้แทนรัฐสภาไทยทุกท่าน ที่ได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และสมศักดิ์ศรีของผู้แทนประเทศชาติ ขอบคุณเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ และสถานเอกอัครราชทูต ที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่งในการดำเนินภารกิจครั้งนี้

ตนมั่นใจว่า ความสำเร็จจากการประชุมครั้งนี้ จะช่วยยกระดับบทบาทของรัฐสภาไทยในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและความ ยั่งยืนให้กับประชาคมโลก