วัน: 29 ตุลาคม 2025

หญิงไทย พลัดตกจากชั้น 3

หญิงไทย พลัดตกจากชั้น 3 อาคารในปอยเปต เสียชีวิตสลด ตร.กัมพูชารุดสอบสาเหตุ เช็กกล้องวงจรปิดภายในตัวอาคารและบริเวณรอบๆ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ต.ค.68 มีรายงานข่าวว่า หญิงไทยรายหนึ่ง พลัดตกจากชั้น 3 ของตึกในย่านการค้าของเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ชาวกัมพูชาที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ระบุได้ยินเสียงดังคล้ายสิ่งของตกจากที่สูง เมื่อหันไปดูตามเสียง พบร่างของหญิงคนดังกล่าวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น คาดน่าจะเสียชีวิตทันที

หลังเกิดเหตุตำรวจเมืองปอยเปต และทีมแพทย์ เดินทางไปตรวจสอบและยืนยันว่า หญิงไทยคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว จากนั้นตำรวจล้อมสถานที่เกิดเหตุและเข้าตรวจสอบอาคาร รวมทั้งกล้องวงจรปิดภายในตัวอาคารและบริเวณรอบๆ เพื่อหาสาเหตุของการพลัดตกลงมา

อาสาสมัครรายหนึ่งของศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ภาคตะวันออก IMF กล่าวว่า ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้กำลังให้เครือข่ายในปอยเปตตรวจสอบ รายละเอียดของหญิงคนดังกล่าว รวมทั้งอาคารดังกล่าวว่าประกอบธุรกิจอะไร คาดว่าจะทราบรายละเอียดภายในวันนี้.

วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ กินเจ 2568 ปิดงานหามเกี้ยว

“วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์” จัดงานถือศีล “กินเจ 2568” วันสุดท้าย พร้อมเปิดให้เวียนธูปเดินสะพานสะเดาะเคราะห์ ก่อนทำพิธีส่งเจ้ากลับสวรรค์

วันที่ 29 ต.ค. 2568 นายยศกร ทัตติยกุล คณะกรรมการวิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร กล่าวว่า เทศกาลกินเจ 2568 ของที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20-29 ต.ค. 2568 โดยเทศกาลกินเจที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร มีขึ้นตามดำริของ พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

สำหรับที่ผ่านมา ถือว่าประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หลัก การสืบสานวัฒนธรรมการกินเจของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงผู้มีคุณูปการต่อวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร คือองค์เจ้าขรัวหงส์ ผู้บริจาคที่ดิน และผู้ริเริ่มในการก่อสร้างวัดอีกด้วย โดยในปีนี้จะมีการหามเกี้ยวเทพเจ้าทั้งหมด 11 เกี้ยว ได้แก่

  • 5 แม่ทัพสวรรค์ ได้แก่ จงตั๋นหงวนโส่ย, หลุยจินจู้, เอ้อหลางเสิน, คังหงวนโส่ย และโทเฮงสุน
  • หลุยจินจู้ หรือเทพลุ่ยกง
  • หยางเจี่ยน หรือเทพเอ้อหลางเสิน
  • เทพนาจา
  • หม่าโจ้ว หรือเจ้าแม่ทับทิม
  • ซุนหงอคง
  • ไท้ส่วยเอี๊ยะ
  • ไฉ่ซิงเอี๊ยะ
  • ตั่วเหล่าเอี๊ยะ หรือเจ้าพ่อเสือ
  • กวนอู
  • เจ้าแม่กวนอิม

ขณะที่ คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA และ พลเรือเอกอะดุง พันธุ์เอี่ยม อดีต ผบ.ทร. จะร่วมเป็นประธานงานกินเจวิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ ในวันที่ 29 ต.ค. 2568 ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลถือศีลกินเจ โดยในงานจะมีพิธีเวียนธูปเดินสะพานสะเดาะเคราะห์ ก่อนจะทำพิธีส่งเจ้ากลับสวรรค์ เป็นอันเสร็จสิ้นเทศกาลกินเจ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทศกาลถือศีลกินเจจะจบสิ้นแล้ว แต่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปไหว้ขอพรเทพเจ้าได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. โดยไม่มีวันหยุด ส่วนคนรักเลขไม่พลาด “เลขประทัด” เทพเจ้าซุนหงอคง ที่มีเลข 85 และ 073 เอาไปเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงงวดวันที่ 1/11/68 หลังจากงวดวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ถูกเลขท้ายสองตัว เลข 61 กันเป็นจำนวนมาก.

วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ กินเจ 2568 ปิดงานหามเกี้ยว

เทศกาลกินเจที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ในปี 2568 ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ผู้คนมากมายได้เข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และได้อิ่มบุญอิ่มใจไปตามๆ กัน นอกจากการถือศีลกินเจแล้ว การได้มาสักการะเทพเจ้าต่างๆ ที่วิหารแห่งนี้ก็เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง

สิ่งที่น่าสนใจในงานกินเจ วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ 2568

  • พิธีหามเกี้ยวเทพเจ้า: เป็นไฮไลท์สำคัญของงาน โดยมีเทพเจ้าถึง 11 องค์ที่ได้รับการอัญเชิญ
  • การเวียนธูปและเดินสะพานสะเดาะเคราะห์: ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต
  • การสักการะขอพรเทพเจ้า: วิหารเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้ทุกวัน แม้เทศกาลกินเจจะสิ้นสุดแล้ว

สำหรับใครที่พลาดโอกาสในการร่วมงาน วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ กินเจ 2568 ในปีนี้ ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะวิหารยังคงเปิดให้เข้าสักการะได้ตลอดทั้งปี และแน่นอนว่าเทศกาลกินเจในปีหน้าก็จะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมสร้างบุญสร้างกุศลกันใหม่นะครับ

นอกจากนี้ การที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ยังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้ทุกวัน ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ไปขอพร เสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อย่าลืมแวะไปกันนะครับ

ที่มา – “วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์” จัดงานถือศีลกินเจ 2568 “หามเกี้ยวเทพเจ้า” วันสุดท้าย

นรา ทำร้าย-ปิดล้อมกรรมการ

นรา ทำร้าย-ปิดล้อมกรรมการ โดนปรับแบนแมตช์พ่ายสตูลคัดเลือกเมืองไทย คัพ

นรา ยูไนเต็ด ทีมในระดับไทยลีก 3 โซนภาคใต้ เจอโทษทั้งปรับและแบน หลังเกมเปิดบ้านแพ้สตูล เอฟซี ในเมืองไทย คัพ รอบคัดเลือก ทำร้ายรวมถึงปิดล้อมผู้ตัดสิน

เมื่อ 29 ต.ค. นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ฟุตบอลอาชีพของไทย โดยแมตช์เมืองไทย คัพ ระหว่าง “กอและพิฆาต”นรา ยูไนเต็ด เปิดบ้านแพ้ให้กับพีที สตูล เอฟซี 0-1 เมื่อ 22 ต.ค

– เหตุการณ์ที่ 1 เวลา 18.03 น. หลังจากนายพรศักดิ์ ปักสัน (ผู้ตัดสิน) เป่าจบเกม ทีมงานผู้ตัดสินเดินจากกลางสนามเพื่อเข้ามาในห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีนายวสัณห์ สังขพันธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนรา ยูไนเต็ด ตาม Official List ลำดับที่ 1 เดินเข้ามาหาผู้ตัดสินและทีมงานผู้ตัดสินในสนามแล้วจับมือผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และใช้วาจาไม่สุภาพด่าผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินด้วยคำหยาบคาย ประมาณ 4-5 ครั้ง เนื่องจากไม่พอใจคำตัดสินของผู้ตัดสินในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินในสนาม ผู้ตัดสินและทีมงานผู้ตัดสินได้ยินชัดเจน

เหตุการณ์ที่ 2 ต่อมาเวลาประมาณ 18.05 น. ก่อนที่ทีมงานผู้ตัดสินจะออกจากสนาม (ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ 1) เพื่อเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีกองเชียร์นรา ที่อยู่บนอัฒจันทร์หลัก ด้านหลังม้านั่งสำรองของนักกีฬาทีมเยือน ได้ปาขวดน้ำลงไปในสนาม เนื่องจากไม่พอใจนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมพีที สตูล ยืนยันว่าผู้กระทำผิดคือกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด เนื่องจากสอบถามในที่ประชุมแล้ว ผู้จัดการทีมนรา ยูไนเต็ด แจ้งว่าอัฒจันทร์หลักไม่มีกองเชียร์ทีมเยือน และสังเกตเสื้อที่ใส่คือเสื้อเชียร์ของนรา ยูไนเต็ด

เหตุการณ์ที่ 3 เวลาประมาณ 18.08 น. ก่อนทีมงานผู้ตัดสินจะเดินออกจากสนามเพื่อเดินทางเข้าอุโมงค์ได้มีนายอาลีฟ เปาะจิ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนนรา ยูไนเต็ด เดินเข้าหาผู้ตัดสินและใช้วิทยุสื่อสารตีศีรษะผู้ตัดสิน

เหตุการณ์ที่ 4 เวลาประมาณ 18.15 น. นายมะตอฮา ส้าหย้อ ผู้ตัดสินที่ 4 กำลังเดินเข้าไปห้องพักผู้ตัดสินระหว่างอุโมงค์จะขึ้นบันไดชั้น 2 ของอัฒจันทร์ได้มีกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด สาดน้ำใส่ผู้ตัดสินที่ 4 โดนบริเวณใบหน้า

เหตุการณ์ที่ 5 เวลาประมาณ 18.16 น. นายสุวิทย์ แก้วรอด ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 กำลังเดินเข้าอุโมงค์เพื่อเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้ถูกกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ทำร้ายร่างกายจากข้างหลัง โดยการเตะเข้าไปบริเวณต้นขาด้านหลังเหนือหัวเข่าจำนวน 2 ครั้ง และโดนปาขวดน้ำที่มีน้ำอยู่เข้าบริเวณศีรษะ จำนวน 1 ครั้ง

เหตุการณ์ที่ 6 เวลาประมาณ 18.16 น. ทีมงานผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยและตำรวจพาผู้ตัดสินเดินเข้าอุโมงค์เพื่อเข้าห้องพักผู้ตัดสิน ได้มีกองเชียร์นรา ยูไนเต็ดปาขวดน้ำใส่ศีรษะผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ก่อนจะเข้าอุโมงค์ หลังจากนั้นผู้ควบคุมการแข่งขันได้สอบถามทีมงานผู้ตัดสินทั้งหมดมีทีมงานท่านใดอีกไหมที่ถูกกระทำ ผู้ตัดสินตอบว่า ก่อนจะขึ้นบันไดชั้น 2 ได้มีกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ต่อยเข้าที่ตาและใบหน้าของผู้ตัดสินด้านขวาได้รับบาดเจ็บและมีรอยช้ำ ตาแดง

เหตุการณ์ที่ 7 เวลาประมาณ 18.30 น. ทีมงานผู้ตัดสิน ผู้ประเมินผู้ตัดสิน และผู้ควบคุมการแข่งขันพูดคุยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อเขียนรายงานได้เห็นท่าทีไม่ปลอดภัยเนื่องจากห้องผู้ตัดสินล็อกประตูไม่ได้ ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งผู้ประเมินผู้ตัดสินและทีมงานผู้ตัดสินทุกท่านเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ในห้องผู้ควบคุมการแข่งขันเพื่อความปลอดภัย และได้โทรหานายอับดุลรอมาน เบ็ญฮัมซี ผู้จัดการทีมนรา ยูไนเต็ด ว่ามีกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ดักรอด้านล่างอัฒจันทร์ประตูทางออก ตั้งแต่เวลา 18.30 น. จนถึง เวลา 19.50 น

ช่วงเวลา 18.30 – 19.50 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันได้ปรึกษาหารือกับนายอับดุลรอมาน เบ็ญฮัมซี เพื่อหาแนวทางให้กองเชียร์ออกจากบริเวณหน้าประตูทางออกเพื่อให้ทีมงานผู้ตัดสิน ผู้ประเมินผู้ตัดสิน และผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้ออกจากสนามเพื่อกลับบ้าน แต่กองเชียร์บางส่วนไม่ยอมให้ผู้ตัดสินออกจากห้องพักผู้ควบคุมการแข่งขัน และกองเชียร์ตะโกนให้ผู้ตัดสินชี้แจงยอมรับผิดต่อกองเชียร์ จนถึงเวลา 19.55 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 7-8 นาย มาพูดคุยในห้องผู้ควบคุมการแข่งขันเพื่อวางแผนในการออกจากบริเวณสนาม และห้องพัก ผู้ควบคุมการแข่งขันได้พูดคุยตกลงให้ผู้ตัดสินขึ้นรถตำรวจออกจากสนามและให้ตำรวจขับรถผู้ตัดสินไปส่งครึ่งทาง 10 กิโล และทีมงานเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย เวลาจบการแข่งขัน 18.03 น. เวลาที่เดินทางออกจากสนาม 19.55 น. รวมระยะเวลา 1 ชั่วโมง 58 นาที

– ผลพิจารณาโทษ
กรณีที่ 1 ลงโทษนายวสัณห์ สังขพันธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนรา ยูไนเต็ด ด่าด้วยคำหยาบคาย ถูกพักการทําหน้าที่ 4 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท

กรณีที่ 2 ลงโทษ นายอาลีฟ เปาะจิ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนนรา ยูไนเต็ด เจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ถูกพักการทำหน้าที่ 12 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท

กรณีที่ 3 ลงโทษกองเชียร์รา ยูไนเต็ด ขว้างปาวัสดุใด ๆ ลงไปในสนามแข่งขันปรับเงิน 20,000 บาท

กรณีที่ 4 ลงโทษกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ขว้างปาวัสดุใด ๆ ลงไปในสนามแข่งขัน ปรับเงิน 20,000 บาท

กรณีที่ 5 ลงโทษกองเชียร์สโมสรนรา ยูไนเต็ด ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.9 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการเมืองไทย คัพ (รอบคัดเลือก) จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 16,666 บาท

กรณีที่ 6 ลงโทษนรา ยูไนเต็ด บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัย เรื่องการตรวจค้นห้ามนำขวดน้ำเข้าสนามแข่งขัน ลงโทษปรับเงิน 16,666 บาท

กรณีที่ 7 ลงโทษกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือบาดเจ็บสาหัส ปรับเงิน 33,333 บาท และชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่มีการเรียกร้องมา (หากมี)

กรณีที่ 8 ลงโทษนรา ยูไนเต็ด บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัย ไม่สามารถป้องกันหรือระงับเหตุที่เกิดขึ้นและเป็นภาพลบต่อการแข่งขัน ปรับเงิน 33,333 บาท และห้ามเล่นทีมเหย้า 1 นัด ห้ามกองเชียร์เข้าเกม

กรณีที่ 9 ลงโทษกองเชียร์นรา ยูไนเต็ด ขัดขวางรุมล้อมและคุกคามเจ้าหน้าที่การแข่งขันในสถานที่จัดการแข่งขัน ปรับเงิน 20,000 บาท

กรณีที่ 10 ลงโทษนรา ยูไนเต็ด ไม่จัดหน่วยรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่การแข่งขัน หรือไม่ควบคุมบุคคลใด จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่การแข่งขันถูกรุมล้อม ปรับเงิน 10,000 บาท และห้ามใช้สถานที่จัดการแข่งขันทีมเหย้า 1 นัด และห้ามกองเชียร์ชมเกม

กรณีที่ 11 ลงโทษนรา ยูไนเต็ด บกพร่องด้านงานรักษาความปลอดภัย ปล่อยให้มีการขัดขวางรุมล้อมและคุกคามเจ้าหน้าที่การแข่งขันในสถานที่จัดการแข่งขันเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่การแข่งขันตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย และไม่สามารถออกจากสถานที่จัดการแข่งขันได้เป็นเวลานานเกินกว่า 1 ชั่วโมง ปรับเงิน 16,666 บาท

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยก “เตนล์” กับ “ลิซ่า” เป็นไอคอนเชื่อมเกาหลี-อาเซียน ในการประชุมสุดยอด เกาหลี–อาเซียน ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ในการประชุมสุดยอด เกาหลี–อาเซียน ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในช่วงหนึ่ง ประธานาธิบดีอีแจมยอง ได้กล่าวถึง “ลิซ่า” วง Blackpink และ “เตนล์” วง NCT รวมถึง ฮานิ จากวง NewJeans และ หลิงหลิง จาก วง KIRAS

โดยยกให้พวกเขาเป็น “สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและพลังสร้างสรรค์” ที่เชื่อมโยงเกาหลีใต้กับอาเซียนเข้าด้วยกันอย่างทรงพลัง ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าวเสริมว่า “รัฐบาลเกาหลีจะลดเกณฑ์ลงและจัดตั้งกรอบสถาบันเพื่อช่วยให้ชาวอาเซียนจำนวนมากขึ้นบรรลุความฝันและความหวังร่วมกับเกาหลี”

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

การที่ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าวถึง “ลิซ่า” และ “เตนล์” เป็นหนึ่งความภูมิใจของประเทศไทย และเป็นเครื่องมือที่ยืนยันว่า ทั้งคู่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ในเกาหลีใต้และภูมิภาคอาเซียน

อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าจับตามอง คือ ไม่ว่าจะเป็น ลิซ่า, เตนล์ หรือ ฮานิ ต่างก็เป็นศิลปินที่แฟนคลับเคยเรียกร้องการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากค่าย ซึ่งหากใครติดตามวงการ K-POP จะรู้ดีว่า สมาชิกต่างชาติ มักจะได้รับการปฏิบัติที่ดูไม่เท่าเทียมอยู่เสมอ

อนาคตของเซลติก: หลังหวนคืนอดีตจะเป็นอย่างไร?

หากคุณไปที่ Celtic Park วันนี้ คุณอาจไม่แปลกใจที่จะเห็น DeLorean จอดอยู่หน้าประตูบานกระจกบานใหญ่

อาจเป็นวันครบรอบ 40 ปีของภาพยนตร์ Back To The Future อันโด่งดังในโรงภาพยนตร์ แต่แชมป์สก็อตกำลังเลือกที่จะลองเดินทางข้ามเวลา โดยมี Martin O’Neill กลับมาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวหลังจาก Brendan Rodgers ลาออกอย่างกะทันหัน 20 ปีหลังจากที่เขาจบช่วงแรกในการคุมทีม

ความขัดแย้งที่ไม่เหมาะสมระหว่าง Rodgers และ Dermot Desmond ที่รั่วไหลสู่สาธารณชนผ่านแถลงการณ์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเซลติกนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจจนดึงดูดความสนใจส่วนใหญ่หลังข่าวเมื่อวันจันทร์

แต่ตอนนี้คำถามที่ควรมีความสำคัญต่อผู้สนับสนุนเซลติกจริงๆ ไม่ใช่ว่าควรเข้าข้างใคร แต่อนาคตของเซลติกจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ทำไม Rodgers ถึงออกจากเซลติก?

แถลงการณ์เริ่มต้นจากเซลติกเมื่อวันจันทร์คือ Rodgers ได้ลาออก จากนั้นก็มีแถลงการณ์จาก Desmond ย้ำเรื่องนี้ พร้อมทั้งโจมตีอดีตผู้จัดการทีมด้วย

นั่นคือภาพประกอบแรกของการตอบโต้จากระดับบนสุดของสโมสรต่อเรื่องราวสาธารณะจาก Rodgers

นับตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ อดีตผู้จัดการทีมเซลติกถูกถามซ้ำๆ เกี่ยวกับการขาดกิจกรรมการย้ายทีม และคุณภาพของผู้ที่ถูกนำเข้ามาจริงๆ

หน้าต่างการย้ายทีมทำให้ Rodgers รู้สึกอย่างไร? “ว่างเปล่า” เขาบอกในการ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 กันยายน

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อครั้งเดียวกันนั้น เขาพูดถึงการกระทำที่ “ขี้ขลาด” จากคนวงในสโมสรที่บอกกับหนังสือพิมพ์ว่าเขากำลังพยายามสร้างทางออก

เขายังพูดถึง “ความเคารพอย่างมาก” ที่เขามีต่อ Desmond

ความต้องการการสนับสนุนในทีมของเขานั้นชัดเจน: Kyogo Furuhashi และ Nicolas Kuhn ถูกขายออกไป ในขณะที่การกลับมาของ Jota ถูกทำลายโดยอาการบาดเจ็บระยะยาว

สิ่งนี้ซับซ้อนขึ้นจากผู้เล่นใหม่ที่พยายามสร้างผลกระทบ รวมถึงอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลัก

มีเพียงสามคนที่ถูกซื้อตัวในช่วงซัมเมอร์เท่านั้นที่ได้เริ่มต้นในเกมที่แพ้ให้กับ Hearts เมื่อวันอาทิตย์

ผลลัพธ์? การเริ่มต้นที่ค่อนข้างอ่อนแอสำหรับการรณรงค์ที่น่าผิดหวัง ตามหลัง Hearts ผู้นำแปดแต้มโดยทำแต้มหลุดในสี่เกม และตกรอบ Champions League โดยไม่ทำประตูใส่ Kairat Almaty ทีมจากคาซัคสถานในรอบเพลย์ออฟ

เซลติกควรทำได้ดีกว่านี้หรือไม่?

Rodgers หนักใจกับมาตรฐานของทีมของเขา และความผิดหวังที่ไม่ได้รับคุณภาพที่เขาต้องการในหน้าต่างการย้ายทีม

Fine แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมของเขาอยู่ห่างไกลจากระดับที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของเขาเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เซลติกเกือบจะคว้าชัยชนะอันโด่งดังใน Champions League พวกเขาขึ้นนำ 1-0 เหนือ Bayern ในมิวนิก โดยมีการต่อเวลาพิเศษจนกระทั่ง Alphonso Davies ทำประตูรวมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 94

นับตั้งแต่คืนนั้น เซลติกเล่นไป 31 เกม พวกเขาไม่สามารถชนะได้ 14 เกม รวมถึงการยอมจำนนต่อการเป็นผู้นำใน Scottish Cup รอบชิงชนะเลิศกับ Aberdeen

Transfermarkt, external แสดงรายการทีม Parkhead ที่มีมูลค่า 115 ล้านปอนด์ เพื่อให้เห็นภาพรวม Hearts ผู้นำลีกมีมูลค่ามากกว่า 16 ล้านปอนด์เล็กน้อย

ทีม Dundee ที่เอาชนะเซลติกได้อย่างน่าเชื่อถือจะมีต้นทุนเพียง 6 ล้านปอนด์เท่านั้น

ดังนั้นแม้ว่า Rodgers และแฟนบอลเซลติกหลายคนจะโต้แย้งว่าทีมอ่อนแอกว่าฤดูกาลที่แล้วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่โจมตี แต่ก็ยังคาดหวังอะไรมากกว่านี้จากกลุ่มนี้

เกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้?

เช่นเดียวกับที่เซลติกหันไปหาคนที่คุ้นเคยอย่าง Rodgers เมื่อ Ange Postecoglou ไปที่ Tottenham พวกเขาก็ทำเช่นนั้นอีกครั้งใน O’Neill แม้ว่าจะเป็นการชั่วคราวเท่านั้น

ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เขาจะถูกล้อมรอบด้วยอดีตกองกลาง Shaun Maloney ในบ้านในวันพุธเมื่อ Falkirk ที่ได้รับการเลื่อนชั้นไปเยือน Celtic Park

จะเป็นฉากที่เหนือจริงสำหรับทุกคนภายในสนาม ไม่มีใครมากไปกว่า O’Neill เอง

เมื่อวันอังคาร เขาเล่าว่าเขาต้อง “ดึงตัวเองขึ้นจากพื้น” เมื่อมีการโทรมาให้ก้าวเข้ามา และมีเวลา 10 นาทีในการตัดสินใจ

ชายวัย 73 ปีมีเปอร์เซ็นต์การชนะสูงสุดของผู้จัดการทีมเซลติก และเขาเกือบจะเพิ่มตำแหน่งลีกอีกสองตำแหน่งในสามตำแหน่งที่เขาอ้างสิทธิ์ รวมถึงการปรากฏตัวในรอบชิงชนะเลิศ Uefa Cup ในปี 2003

ชื่อต่างๆ เช่น Craig Bellamy, Kieran McKenna และแม้แต่ Postecoglou กำลังถูกกล่าวถึงเพื่อเป็นตัวแทนระยะยาวของ Rodgers

O’Neill เน้นย้ำว่านี่เป็นระยะสั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่เขาจะได้รับอย่างไม่ต้องสงสัยในคืนวันพุธที่อากาศหนาวเย็นในกลาสโกว์อาจทำให้หัวใจของเขาอบอุ่น แต่เป็นผลลัพธ์ที่สโมสรต้องการในตอนนี้ ไม่ใช่ความคิดถึงที่โรแมนติก

ชัยชนะเหนือ Falkirk เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอนสำหรับผู้สนับสนุน โดยมีส่วนหนึ่งของฐานแฟนคลับประท้วงต่อต้านคณะกรรมการของสโมสรอย่างแข็งขัน และมีการวางแผนการประท้วงเพิ่มเติม

หลังจากนั้น จะเป็นรอบรองชนะเลิศ Premier Sports Cup กับ Rangers ในวันอาทิตย์ที่ Hampden

เป็นสถานการณ์ที่เหลือเชื่ออย่างมากที่ผู้จัดการทีมสองคนในการประชุม Old Firm ครั้งแรกของฤดูกาลจะไม่อยู่ที่นั่นสำหรับการประชุมครั้งที่สองในอีกสองเดือนต่อมา

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่ทั้งสองสโมสรแยกทางกับผู้จัดการทีมในแคมเปญเดียวกัน

มีโอกาสจริงที่เมื่อถึงเวลาที่การแข่งขัน Old Firm ครั้งที่สามจะเล่นในช่วงปีใหม่ จะมีชายคนที่สามอยู่ใน Dugout ของ Celtic

แต่ไม่ใช่เกี่ยวกับอดีตหรืออนาคตของเซลติกสำหรับผู้เล่น แต่เป็นเรื่องของที่นี่และตอนนี้

งานเร่งด่วนสำหรับ O’Neill และ Maloney คือการยกเมฆพายุและเปลี่ยนเรื่องราว สองชัยชนะในสองเกมถัดไปของพวกเขาจะทำเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น คุณจะต้องกระโดดขึ้น DeLorean เพื่อหาคำตอบ

อนาคตของเซลติกจะเป็นอย่างไรต่อไป?

อนาคตของเซลติกภายใต้การนำของ O’Neill จะเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย แต่ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่นของเขา เซลติกจึงมีโอกาสที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การคว้าชัยชนะในเกมสำคัญๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจและเปลี่ยนทิศทางของทีมให้ดีขึ้น

ที่มา – What does future hold after Celtic turn to the past?

“ศุภมาส” ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ มหาราชินี

“ศุภมาส” เผย รัฐบาลเตรียมตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ “พระพันปีหลวง” เน้นสื่อสารสร้างการรับรู้ บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเตรียมความพร้อมและหารือถึงแผนการทำงาน เนื้อหา และรูปแบบการเผยแพร่ข้อมูล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทั้งหมดอย่างเป็นระบบ รอบด้าน ถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อให้งานพระราชพิธีครั้งนี้ดำเนินไปอย่างสง่างามและสมพระเกียรติ โดยมีผู้แทนจากหลากหลายหน่วยงานสำคัญ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วม

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี มุ่งมั่นที่จะให้การประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและเข้าใจถึงความสำคัญของพระราชพิธี

เน้นประชาสัมพันธ์วงกว้างทันที

นางสาวศุภมาส ได้เน้นย้ำ การประชาสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าใจในวงกว้าง และเพื่อแสดงความอาลัยอย่างสูงสุดและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เป็นที่รักและเคารพเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย การสร้างการรับรู้ถึงบทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย เป็นหัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้

เผยแพร่พระราชกรณียกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันวางแผนและกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeline) เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ เป็นไปอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระราชประวัติ และพระจริยวัตรอันงดงาม ของพระองค์ท่านเป็นสำคัญ เพื่อเตือนใจให้ประชาชนระลึกถึงคุณูปการต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างไว้เป็นแบบอย่าง โดยใช้ช่องทางสื่อสารที่ได้รับความนิยมสูง เช่น TikTok, Facebook, และสื่อออนไลน์อื่น ๆ นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ทันสมัย น่าสนใจ และเข้าใจง่าย สื่อสารสาระสำคัญของงานพระราชพิธีและพระมหากรุณาธิคุณได้อย่างสมพระเกียรติ ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนได้มีช่องทางในการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เพื่อเพิ่มเติมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และการออกแบบเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะคุ้นเคยกับสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าสื่อดั้งเดิม

เปิดเว็บไซต์ตอบคำถามตลอด 24 ชม.

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ยังเตรียมใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการสื่อสาร ด้วยการพัฒนา Chatbot ที่สามารถให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบ เปิดเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับคำตอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว และจะมีการจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“ศุภมาส” ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ มหาราชินี

ทำไมต้องประชาสัมพันธ์บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย?

การประชาสัมพันธ์บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตร อันงดงามของพระองค์ท่าน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน

สำหรับในช่วงนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องได้ทางเว็บไซต์พระลาน (Phralan.in.th) และเพจพระลาน ควบคู่ไปกับ เพจกรมประชาสัมพันธ์

การจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และบทบาทสำคัญของ “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทุกท่านจะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และร่วมกันแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ

ที่มา – “ศุภมาส”ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ บทบาท “มหาราชินี” ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

“พิพัฒน์” คุยลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ห่วงหนี้สาธารณะ

“พิพัฒน์” จ่อหารือกระทรวงการคลัง หาแนวทางปรับลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ชี้ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ 2 กระทรวง แต่ต้องรออัยการสูงสุดให้คำตอบเรื่องคู่สัญญา ยอมรับกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ หวั่นทะลุเพดาน 70%

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปรับค่าบริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ว่าจะมีการหารือใน 2 ส่วน ส่วนแรกคือสายสีม่วงและสายสีแดง ที่จะครบสัญญาในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง ว่าหลังจากที่ครบกำหนดในวันที่ 30 พฤศจิกายน กระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางอย่างไร ให้หารือกับกระทรวงการคลัง

ขณะที่ส่วนต่อขยายที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ ก็จะคุยกันเพื่อหาข้อสรุปให้ได้ว่าการขึ้นรถไฟฟ้าทั้งหมด ในกรุงเทพมหานคร และชานเมือง จะมีแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสารได้อย่างไร และจะทำทันหรือไม่ในช่วง 4 เดือน ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ ที่จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 โดยกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง จะหารือ และรีบทำให้ทัน แต่การที่จะทำให้ทันหรือไม่ทัน ไม่ได้ขึ้นแค่ 2 กระทรวง ยังเกี่ยวเนื่องกับอัยการสูงสุด ต้องให้คำตอบเกี่ยวกับคู่สัญญา ถ้าหากให้คำตอบได้เร็วก็ทำได้ทัน แต่หากช้าก็ต้องหาแนวทางว่า หากเสร็จสิ้นแล้วรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติอย่างไรบ้าง โดยตนยังไม่สามารถให้คำตอบในตอนนี้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะใช้งบประมาณไปอุดหนุนในส่วนรถไฟฟ้าที่มีปัญหาหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลคือการใช้ตั๋วร่วม ซึ่งต้องมีขั้นตอน เพราะขณะนี้ รฟม. มีเฉพาะสีม่วง และสีแดง จะมีสายอื่นๆ เช่น ของ BEM หรือ BTS ก็ต้องไปเจรจากับเจ้าของสัมปทาน โดยจะต้องไปหารือกับกระทรวงการคลังด้วย ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้กระทบกับหนี้สาธารณะ เพราะปัญหาของเราในขณะนี้คือความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ เนื่องจากใกล้จะเต็มเพดาน 70% แล้ว

“พิพัฒน์” คุยกระทรวงการคลัง หาแนวทางปรับลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย กังวลหนี้สาธารณะทะลุเพดาน

จากกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปรับลด ค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องของภาระหนี้สาธารณะที่รัฐบาลต้องแบกรับ หากมีการเข้าไปอุดหนุนค่าโดยสาร

ทำไมต้องปรับลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย?

การปรับลดค่า ค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำในชีวิตประจำวัน การที่ค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีราคาสูงเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวก็มีความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบประมาณและการเจรจากับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอกชน การหาจุดสมดุลระหว่างการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนกับการรักษาสภาพทางการเงินของรัฐบาลและผู้ประกอบการ จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

  • ประเด็นที่ต้องพิจารณาในการปรับลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย
    • ผลกระทบต่อหนี้สาธารณะ: การใช้งบประมาณอุดหนุนค่าโดยสารอาจทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น
    • การเจรจากับผู้ให้บริการเอกชน: ต้องมีการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นธรรมและไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย
    • ความยั่งยืนทางการเงิน: ต้องมีมาตรการที่ทำให้การปรับลดค่าโดยสารมีความยั่งยืนในระยะยาว

การหารือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาแนวทางที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย การตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวและสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

สถานการณ์หนี้สาธารณะที่ใกล้จะเต็มเพดาน 70% เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การตัดสินใจในเรื่องนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศ

ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

เพื่อให้การปรับลด ค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย เป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน รัฐบาลอาจพิจารณาแนวทางต่างๆ ดังนี้:

  1. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ: การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้า เช่น การใช้ระบบตั๋วร่วมที่ทันสมัย การปรับปรุงระบบการจัดเก็บรายได้ และการลดต้นทุนในการดำเนินงาน
  2. การหารายได้จากแหล่งอื่น: การหารายได้จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่การเก็บค่าโดยสาร เช่น การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟฟ้า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และการเก็บภาษีจากธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการมีรถไฟฟ้า
  3. การปรับโครงสร้างค่าโดยสาร: การปรับโครงสร้างค่าโดยสารให้มีความเป็นธรรมและเหมาะสมกับระยะทางในการเดินทาง เช่น การกำหนดอัตราค่าโดยสารตามช่วงเวลา หรือการให้ส่วนลดสำหรับผู้ที่ใช้บริการเป็นประจำ

การแก้ปัญหาเรื่องค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาค่ารถไฟฟ้าแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การปรับลดค่าโดยสารไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษในเมืองหลวง

ที่มา – “พิพัฒน์” คุยกระทรวงการคลัง หาแนวทางปรับลดค่ารถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย กังวลหนี้สาธารณะทะลุเพดาน

มองผมเป็นไดโนเสาร์ แต่ตอนนี้ไม่มีใครบ่นเรื่องลูกตั้งเตะ

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่คอลัมน์ใหม่ของผมใน BBC Sport ชื่อ Going Direct ครับ

ตั้งแต่แท็กติกไปจนถึงการบริหารจัดการ ผมจะมาพูดคุยเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของเกมสมัยใหม่ในทุกๆ สัปดาห์ และเปรียบเทียบแนวคิดเก่าๆ กับเทรนด์ใหม่ๆ ครับ

มีเพียงเรื่องเดียวที่ผมจะเริ่มต้นด้วย นั่นคือการเพิ่มขึ้นของลูกตั้งเตะ ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวของฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้

ผมถูกมองว่าเป็นไดโนเสาร์ที่เน้นสถานการณ์ลูกตายและลูกทุ่มไกลกับสโต๊ค ซิตี้ ตอนที่เราเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2008 แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าได้รับการพิสูจน์แล้วจากวิธีการที่พวกเขากำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ เพราะผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่ามันสำคัญแค่ไหน

งานของผม ไม่ว่าผมจะเป็นผู้จัดการทีมของใครก็ตาม คือการทำให้ได้ผลลัพธ์ ใช่ ผมเป็นคนยึดถือหลักปฏิบัติ แต่ผมก็มีจุดมุ่งหมายด้วย ผมทำงานบนความเชื่อพื้นฐานของผมที่จะสร้างผลกระทบในแบบที่จะช่วยให้สโมสรของผมชนะเกม

พื้นที่ที่สำคัญที่สุดของสนามคือทั้งสองฝั่ง และไม่ใช่ตรงกลาง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม คุณต้องรักษาระตูของคุณให้ได้ และส่งบอลเข้าไปในตาข่ายของอีกฝ่าย

การเล่นลูกตั้งเตะในการบุก และการป้องกัน กำลังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในฤดูกาลนี้ โดยทีมอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้าเป็นผู้นำ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่

นานก่อนยุคของอาร์เตต้า มีโค้ชและผู้จัดการทีมหนุ่มๆ ที่ตระหนักถึงประโยชน์ของมัน ซึ่งสโมสรต่างๆ ในปัจจุบันกำลังเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากมัน

ทำไมลูกตั้งเตะถึงสำคัญมาก?

เมื่อมองย้อนกลับไปที่บันทึกที่ผมทำไว้ตอนที่สโต๊คเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด เรารู้ว่าสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้ได้คือการเล่นลูกตั้งเตะในแดนบนของสนาม เพราะถ้าเราทำได้อย่างถูกต้อง มันจะช่วยให้ทีมได้รับผลลัพธ์ที่ดี

ในเกมที่สูสีในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองปีแรกที่เราอยู่ที่นั่น พวกมันคือความแตกต่างระหว่างการที่เราเก็บแต้มได้กับการทำแต้มหลุดมือ และการอยู่รอดหรือตกชั้น ดังนั้นเราจึงทำงานอย่างหนักกับพวกมัน

หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับอาร์เตต้าและอาร์เซนอลในปัจจุบัน เพียงแต่เป็นการแย่งชิงตำแหน่งสูงสุดของตาราง

เช่นเดียวกับผม เขาตระหนักดีว่าการรักษาคลีนชีตมีความสำคัญเพียงใด และเขาก็ตระหนักด้วยว่าเกมส่วนใหญ่ของเขาเมื่อปีที่แล้วจบลงด้วยการเสมอ ดังนั้นเขาจึงมองหาวิธีที่จะเปลี่ยนผลเสมอเหล่านั้นให้กลายเป็นการชนะ

มากกว่า 20% ของประตูที่ไม่ใช่จุดโทษทั้งหมดที่ทำได้ในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาจากการเตะมุมหรือฟรีคิก ดังนั้นอาร์เตต้าอาจดูสถิติเหล่านั้นแล้วคิดว่าถ้าเราสามารถคว้าส่วนหนึ่งของมันมาเพิ่มให้กับสิ่งที่เรามี เราก็มีโอกาสที่ดีที่จะกลายเป็นทีมที่ชนะ

ความทะเยอทะยานของเขาคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับอาร์เซนอล และตอนนี้เขาได้เพิ่มลูกเล่นอีกอย่างเข้าไปในคลังแสงของเขาแล้ว ทีมของเขาเต็มไปด้วยพรสวรรค์ และตอนนี้สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในการเล่นแบบเปิด, รักษาคลีนชีต และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขายังสามารถทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอจากลูกตั้งเตะอีกด้วย

‘การเปรียบเทียบกับสโต๊คคือคำชม’

ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากที่อาร์เตต้ายอมรับการเล่นลูกตั้งเตะ และเช่นเดียวกับผม ผมไม่คิดว่าเขาจะสนใจคนที่ต้องการจะวิพากษ์วิจารณ์เขาที่ทำมัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่สโมสรใด และไม่ว่าแนวทางของคุณจะเป็นเช่นไร คุณก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงดังและการวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกอยู่เสมอ แต่ถ้าคุณกำลังชนะเกม ผู้สนับสนุนของคุณก็จะมีความสุขอย่างยิ่งกับมัน

เราได้เห็นสิ่งนั้นจากแฟนบอลอาร์เซนอล ที่ร้องเพลงว่า ‘ลูกตั้งเตะอีกแล้ว โอเล่ โอเล่ โอเล่’ ตอนที่เอเบเรชี เอเซ่ ได้บอลจากฟรีคิกของเดแคลน ไรซ์ เป็นประตูชัยเหนือคริสตัล พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์

ผมรู้สึกตลกที่เมื่อ 10 หรือ 12 ปีที่แล้ว ผมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้สนับสนุนทีมปืนใหญ่ และอาร์แซน เวนเกอร์ บอกว่าสโต๊คเป็นทีมรักบี้เพราะการเข้าทำจากลูกเตะมุมและการทุ่มไกลของเรา

นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเคารพอาร์เตต้าอย่างมาก เพราะเขาได้เห็นสิ่งนั้นทั้งหมดในตอนนั้น และแค่คิดว่า ‘รู้ไหม การทำแบบนั้นอาจช่วยเราได้’

ผมได้เห็นภาพตัดต่อของ เขาแต่งตัวเป็นผม,, external รวมทั้งหมวกเบสบอลของผมด้วย และผมชอบมันมาก เขาทำให้ผมดูดี!

เวนเกอร์อาจส่ายหัวกับสิ่งที่อาร์เซนอลกำลังทำอยู่ แต่ผมรู้ว่าอาร์เตต้าเห็นว่าการเปรียบเทียบกับสโต๊คคือคำชม และผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกคนอื่นๆ ที่ทำเช่นเดียวกันก็คิดเช่นนั้น

เวนเกอร์ดูเหมือนจะไม่เคยเห็นคุณค่าของลูกตั้งเตะ และเขายังพบว่ามันยากที่จะเล่นกับทีมที่เล่นแบบตรงไปตรงมาเหมือนเรา ดังนั้นเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งนั้นด้วยการบ่นเกี่ยวกับคนอย่างแซม อัลลาร์ไดซ์ และตัวผมเอง

ผมเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น มันสมเหตุสมผล แต่ผมไม่เห็นผู้จัดการทีมหลายคนบ่นเกี่ยวกับมันอีกแล้ว แม้แต่คนที่ต้องการเล่นในวิธีที่แตกต่างจากผม

‘แฟชั่นเปลี่ยน สิ่งที่สำคัญคือการชนะ’

ผมเห็นเป๊ป กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ และพวกเขากำลังพยายามทำให้เขาพูดในแง่ลบเกี่ยวกับการเล่นลูกตั้งเตะและการทุ่มไกลที่กลับมาในเกม

เขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่ประเทศนี้เคยเห็น และแทนที่จะบ่น เขาก็บอกว่าถ้าเขามีใครสักคนที่มีไหล่กว้างที่สามารถโยนบอลเข้ามาในการทุ่มได้ เขาก็อาจใช้กลยุทธ์เดียวกันนั้นด้วย

แน่นอนว่าความจริงที่ว่าอาร์เซนอลเป็นคนที่ทำมันในตอนนี้ ไม่ใช่สโต๊ค ทำให้เกิดความแตกต่าง เมื่อคุณมีอาร์เตต้าทำมันที่หนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ทุกคนก็จะสังเกตเห็น

โธมัส แฟรงค์ใช้กลยุทธ์เดิมที่เบรนท์ฟอร์ด และตอนนี้พวกเขากำลังทำงานให้กับเขาที่ท็อตแนม หลังจากที่พวกเขาชนะเอฟเวอร์ตัน เขาก็ไปหาแฟนๆ ของพวกเขา ชี้ไปที่มิคกี้ ฟาน เดอ เว็น เพราะเขาทำสองประตูที่ยอดเยี่ยมจากลูกตั้งเตะ

เมื่อมันเกิดขึ้นเรื่อยๆ คุณก็จะมีคนตระหนักและจดจำมันได้ มันเหมือนกับตอนที่สโต๊คอยู่ที่สนามบริทานเนีย สเตเดียม และเราจะได้รับการทุ่ม และฝูงชนก็จะส่งเสียงเชียร์และเชียร์จนกระทั่งรอรี่ เดลาป ทุ่มมัน เพราะมันเป็นเหตุการณ์สำคัญ

มันกำลังเป็นแบบนั้นกับอาร์เซนอลในตอนนี้เช่นกัน พวกเขากำลังเตะมุม และฝูงชนก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่บอลจะถูกเล่นด้วยซ้ำ ความคาดหวัง และแรงกดดันที่พวกเขาสร้างให้กับคู่ต่อสู้ มันน่าทึ่งมาก ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่แน่นอน แต่คำชมทั้งหมดที่อาร์เตต้าได้รับนั้นสมควรได้รับอย่างเต็มที่

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปในตอนนี้คือผมทำลูกตั้งเตะทั้งหมดด้วยตัวเองตอนที่ผมอยู่กับสโต๊ค, คริสตัล พาเลซ หรือเวสต์บรอม แต่
อาร์เตต้าได้นำนิโคลัส โจเวอร์ เข้ามาเป็นโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะโดยเฉพาะ และพวกเขากำลังประสบความสำเร็จอย่างมาก

ดังนั้น บางทีบิ๊กแซมและตัวผมเองอาจเป็นผู้กำหนดเทรนด์หลังจากทั้งหมด แต่ผมจะเน้นย้ำว่าผมไม่สนใจเลยเมื่อเราถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะผมรู้ว่าพวกเขามีคุณค่าต่อสโมสรที่ผมอยู่

บางคนก็เย่อหยิ่งและดูถูกสิ่งที่เราทำ แต่ไม่มีใครเย่อหยิ่งภายในสโมสร เราหัวเราะกับสถานการณ์นี้ เพราะเรารู้ว่ามันกำลังนำรางวัลมาให้เรา และในเวลานั้นเราจะไม่บอกใคร

ฌอน ไดช์ก็เหมือนกัน เขาพูดถึงว่าแฟชั่นของฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาอย่างไรตอนที่เขามาในพอดแคสต์ Managers ที่ผมทำร่วมกับมิค แม็กคาร์ธีย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจากนั้น ก็พูดเหมือนกัน เมื่อเขาได้งานคุมทีมน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อไม่กี่วันต่อมา และกล่าวถึงผมและลูกทุ่มไกลของสโต๊ค

สำหรับไดช์ เช่นเดียวกับตัวผมเอง สิ่งที่สำคัญคือการชนะ

โทนี่ พูลิสให้สัมภาษณ์กับคริส เบแวน แห่ง BBC Sport

ทำไมลูกตั้งเตะถึงสำคัญ?

บทความนี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการยอมรับแท็กติก **ลูกตั้งเตะ** ในฟุตบอลอาชีพ แม้ว่าในอดีตจะถูกมองข้ามหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ปัจจุบัน **ลูกตั้งเตะ** ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับความสำเร็จของทีมชั้นนำหลายทีม การทำความเข้าใจและการใช้ประโยชน์จาก **ลูกตั้งเตะ** อย่างมีประสิทธิภาพสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในการแข่งขันฟุตบอลสมัยใหม่

ที่มา – ‘I was seen as a dinosaur but not many managers moan about set-pieces now’

ไทยพร้อมส่งเชลยศึก หากกัมพูชาร่วมมือ

กองทัพบก เผย ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึกกลับตามหลักกติกาสากล แต่กัมพูชาต้องร่วมมือ 4 ประเด็นสำคัญด้วยความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมก่อน การตัดสินใจส่งตัวเชลยศึกกลับประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปตามหลักการสากล

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการปล่อยตัวเชลยศึก ภายหลังไทยและกัมพูชาได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2568 ที่ผ่านมาว่าการพิจารณาปล่อยตัวเชลยศึกของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักกติกาสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะพิจารณาจากลักษณะท่าทีของความเป็นปฏิปักษ์ ที่เคยมีต่อกัน ต้องมีการลดระดับลงชัดเจน ผ่านผลการดำเนินการตามข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันไว้แล้ว 4 ข้อหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

การที่ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึกนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ากัมพูชาต้องให้ความร่วมมืออย่างแท้จริงใน 4 ประเด็นหลักที่กล่าวมา

ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึก หากกัมพูชาร่วมมือ

จุดเริ่มต้นเคลื่อนย้ายรถถัง

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เริ่มจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ตามกรอบห้วงเวลา และเริ่มปฏิบัติแล้วบางส่วน เช่น การถอนอาวุธหนัก อย่างกรณีการเคลื่อนย้ายรถถังออกจากพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 แม้จะเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสอดรับผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการดำเนินการตามข้อตกลง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 ได้มีการประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เพื่อลงรายละเอียดขั้นตอนการปรับกำลังและถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นระบบ

การเคลื่อนย้ายรถถัง แม้จะเป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน และเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

เสนอ 13 พื้นที่เก็บทุ่นระเบิด

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฝ่ายไทยได้เสนอพื้นที่ดำเนินการเบื้องต้นจำนวน 13 พื้นที่ ครอบคลุมเขตปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วใน 4 พื้นที่ และจะขยายผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป โดยเฉพาะในช่วงหลักเขตที่ 42–47 ซึ่งเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัย จะเข้าสู่กระบวนการสำรวจเพื่อจัดทำหลักเขตแดนชั่วคราว และตรวจสอบสิทธิการถือครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน หากพื้นที่นั้นปลอดภัยจากทุ่นระเบิดแล้ว ประชาชนก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่นั้นได้อย่างเต็มที่

ส่งข้อมูลสแกมเมอร์ให้กัมพูชา

ในส่วนของการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการสแกมเมอร์ รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันดำเนินการ โดยได้ประสานส่งข้อมูลเป้าหมายให้กับทางการกัมพูชา พร้อมจัดตั้งทีมเฉพาะกิจร่วม (Joint Task Force) เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่างประเทศ การที่ไทยและกัมพูชาร่วมมือกันในเรื่องนี้ จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

ตามติดความก้าวหน้า

หลังจากนี้ ฝ่ายไทยจะดำเนินการติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการตามแผนและขั้นตอน ตามที่ได้มีการตกลงและเห็นชอบร่วมกันไว้ ผ่านเวทีการประชุม JBC, GBC และ RBC เพราะหากสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ ไม่บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมที่เพียงพอ กองทัพบกอาจจะพิจารณาเสริมใช้มาตรการอื่นภายใต้กรอบกฎหมาย และกติกาสากลมาสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อดำรงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ

เงื่อนไขสำคัญ: กัมพูชาร่วมมือจริงจัง

การที่ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึก หากกัมพูชาร่วมมือ จริงจังใน 4 ประเด็น ถือเป็นท่าทีที่ชัดเจน การให้ความร่วมมืออย่างจริงใจของกัมพูชาเท่านั้นที่จะนำไปสู่การปล่อยตัวเชลยศึกได้ การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินการตามข้อตกลงทั้ง 4 ข้อเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างทั้งสองประเทศ

การดำเนินการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่ายว่าการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน การที่กองทัพบกติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา

โดยสรุปแล้ว การที่ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึก หากกัมพูชาร่วมมือ อย่างจริงจัง ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ แต่ความสำเร็จของกระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือและความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่าย

ที่มา – กองทัพบก เผย ไทยพร้อมส่งตัว 18 เชลยศึก หากกัมพูชาร่วมมือ 4 ประเด็นสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม