วัน: 29 ตุลาคม 2025

คนละครึ่งพลัส วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มรับทรัพย์!

ประชาชนแห่ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ ขายดีตั้งแต่เช้าตรู่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเริ่มใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บรรยากาศที่ตลาดศิริวัฒนา หรือ ตลาดธานินท์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ คึกคักตั้งแต่เช้า ประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก หลังกระทรวงการคลังเปิดให้ใช้สิทธิเป็นวันแรก ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าดีขึ้นผิดหูผิดตา หลายร้านติดป้ายโครงการคนละครึ่งพลัสไว้หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสังเกตง่ายและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านของตนเอง

น.ส.ณฌกร จำนงค์วงษ์ ชาวเชียงใหม่ผู้มาใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่มีโครงการนี้หลังรอคอยมานานแล้ว วันแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิจึงรีบเดินทางออกมาซื้อกับข้าวก่อนไปทำงาน หลังจากนี้ก็จะไปสแกนซื้อสินค้าอุปโภคเข้าบ้าน

สำหรับโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนได้บางส่วนในภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูงราคาสินค้าขึ้น แต่หลายคนเงินเดือนยังเท่าเดิม

ขณะที่ นางราตรี แซ่ตัน อายุ 65 ปี เจ้าของร้านราตรีผลไม้ เผยว่า ตั้งแต่เปิดให้มีการใช้คนละครึ่งบรรยากาศที่ตลาดก็คึกคัก มีประชาชนออกมาซื้อผลไม้ที่ร้านกันตั้งแต่เช้า ถือว่าโครงการนี้ดีมาก จากก่อนหน้านี้ร้านค้าขายไม่ค่อยดี พอมีโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาจับจ่ายซื้อของกันตั้งแต่เช้าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก

ส่วนบรรยากาศพื้นที่ตลาดใต้ (เทศบาล 1) อ.เมือง จ.พิษณุโลก คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนออกมาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งวันแรก โดยภาพรวมประชาชนพึงพอใจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ถูกกลุ่มเป้าหมาย โดยช่วงเช้าสามารถสแกนจ่ายเงินได้ปกติ แอปฯ มีขัดข้องบ้าง อาจเกิดจากการใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน

นายสุรศักดิ์ สารีสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านป้าพรหมูปิ้งอาหารเหนือ เผยว่า ยอมรับว่าโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่เข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งที่ร้านมีลูกค้ามาสแกนจ่ายคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้า สามารถใช้จ่ายได้ปกติ ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง เริ่มมีปัญหากับการใช้แอปฯ น่าจะมีการใช้งานเยอะขึ้นบางครั้งลูกค้าไม่สามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้

ขณะที่ น.ส.รังสิตา ศิริวรรณกุล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายหมูฝอย เผยว่า ชอบโครงการคนละครึ่งมาก เพราะเข้าถึงทุกกลุ่มอาชีพ และร้านเล็กๆ อย่างตนเองก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย ซึ่งโครงการ 10,000 บาทที่ผ่านมา บุคคลที่ได้แทบจะไม่ได้มาจับจ่ายซื้อของในตลาดเลย จะเน้นไปซื้อของชิ้นใหญ่ๆ เช่น โทรศัพท์ ทีวี ตู้เย็น เป็นต้น และขอสนับสนุนรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งเฟสต่อไป

ส่วนพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้ประกอบการร้านค้าหลายแห่ง ได้มีการนำป้ายโครงการฯ มาติดตั้งที่บริเวณหน้าร้านบ้างแล้วบางส่วน สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ นายวรธน บุญรัตน์ เจ้าของร้านมอเตอร์ไซค์ ช.ไพโรจน์ยนต์ (สาขา2) เผยว่า ร้านตนเองเป็นร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ได้สำรองและทุนสินค้าไว้เพื่อให้ลูกค้านั้นเข้ามาใช้สิทธิ์ โดยทางร้านนั้นไม่มีการชาร์จและเพิ่มมูลค่าของสินค้าแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาเดิม

ส่วนตัวตนเชื่อมั่นและหวังว่า โครงการนี้จะช่วยให้ยอดขายของร้านดีขึ้น เช่นเดียวกับโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่ตนเคยเข้าร่วมมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด โครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน ถือว่ามีค่ามากสำหรับคนที่ไม่มีจริงๆ หากทางร้านไม่รับ ก็จะส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง อาจถึงขั้นได้นั่งมองร้านอื่นขาย.

คนละครึ่งพลัส วันแรกสุดปัง!

โครงการ คนละครึ่งพลัส นี้ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด ทำให้ร้านค้าต่างๆ มียอดขายเพิ่มขึ้น และประชาชนก็สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ทำไมคนละครึ่งพลัสถึงได้รับความนิยม?

  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ คนละครึ่งพลัส รีบไปใช้กันนะคะ! โครงการดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนแห่ใช้สิทธิวันแรกคึกคัก ร้านค้ายิ้มไม่หุบ เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

สัญญาณเตือน! ไทยจมดิ่ง หลักนิติธรรมต่ำกว่าค่ามาตรฐานโลก

คะแนนตัวชี้วัดหลักนิติธรรม Rule of Law Index 2025 : ไทยยังไม่หลุดพ้นจากกลุ่มประเทศที่มีค่าคะแนนต่ำกว่ามาตรฐานโลก สะท้อนความจำเป็นต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างระบบที่โปร่งใสและยุติธรรมยิ่งขึ้น

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดย ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันฯ เปิดเผยผลรายงาน WJP Rule of Law Index 2025 ซึ่งจัดทำโดย World Justice Project (WJP) พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนรวม 0.50 จากคะแนนเต็ม 1.00 อยู่ในอันดับที่ 77 จาก 143 ประเทศทั่วโลก และได้คะแนนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคิดเป็น +1.0% จากปีที่ผ่านมา

ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะได้ผลคะแนนเท่าเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อน และขยับอันดับขึ้นจากอันดับที่ 78 ของโลกเป็นอันดับที่ 77 แต่ต้องยอมรับว่า ผลคะแนนของไทย ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (0.59) และยังไม่หลุดพ้นจากกลุ่มประเทศที่มีค่าคะแนนต่ำกว่ามาตรฐานโลก (0.55) สะท้อนถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับปรุงเชิงโครงสร้างของระบบหลักนิติธรรม ทั้งในมิติของความโปร่งใส การตรวจสอบอำนาจรัฐ และการเสริมความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม

ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ
ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ

“ผลการประเมินปีนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของระบบนิติธรรม เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อให้หลักนิติธรรมเป็นพื้นฐานที่จะสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย” ผู้อำนวยการ TIJ กล่าว

ยกระดับคุณภาพข้อมูลภาคสนาม: สะท้อนภาพจริงของสังคมไทย

ปี 2025 เป็นปีที่ประเทศไทยพัฒนาคุณภาพการเก็บข้อมูลหลักนิติธรรมมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเพิ่มการเก็บข้อมูลชุดใหม่จากประชาชนทุกภูมิภาคเป็นจำนวนกลุ่ม 1,100 ครัวเรือน เพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่เข้ามาร่วมตอบแบบสอบถาม ใช้แบบสอบถามที่ได้รับการแปลและปรับให้สอดคล้องกับบริบทภาษาไทยเพื่อสะท้อนการรับรู้และประสบการณ์จริงของทั้งสองกลุ่มได้อย่างแม่นยำ

การปรับปรุงดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือทางเทคนิคระหว่าง TIJ และ WJP ซึ่งช่วยทำให้ข้อมูลของไทยมีความเที่ยงตรงและสะท้อนสถานการณ์ได้อย่างสมจริง

คะแนน Rule of Law Index ประเทศไทย ปี 2025 แยกตามตัวชี้วัด 8 ปัจจัย

ปัจจัยที่ 1 การจำกัดอำนาจรัฐ ได้ 0.47 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.46)

ปัจจัยที่ 2 การปราศจากคอร์รัปชัน ได้ 0.45 คะแนน ลดลงจากปี 2024 (0.46)

ปัจจัยที่ 3 การมีรัฐบาลเปิด ได้ 0.48 คะแนน เท่ากับปี 2024

ปัจจัยที่ 4 สิทธิและเสรีภาพ ได้ 0.49 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.48)

ปัจจัยที่ 5 ระเบียบและความมั่นคง ได้ 0.75 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.74)

ปัจจัยที่ 6 การบังคับใช้กฎหมาย ได้ 0.45 คะแนน เท่ากับปี 2024

ปัจจัยที่ 7 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ได้ 0.50 คะแนน เท่ากับปี 2024

ปัจจัยที่ 8 กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ได้ 0.42 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 (0.41)

“ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจปีนี้ไม่เพียงบอกว่าเรายืนอยู่ตรงไหน แต่ยังช่วยชี้ว่า ‘โครงสร้างใด’ ที่ควรได้รับการปรับปรุง หนึ่งในนั้นคือเรื่องคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัจจัยที่ไทยได้คะแนนลดลง ซึ่ง TIJ กำลังพยายามอย่างเต็มที่ร่วมกับอีกหลายองค์กรในการผลักดันให้ระบบฐานข้อมูลภาครัฐของไทย เป็นระบบฐานข้อมูลเปิด หรือ Open Government เพราะเราเชื่อว่า เป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสขึ้นได้ในระยะเวลาไม่นาน” ดร.พิเศษ สอาดเย็น กล่าว

สร้างการตระหนักรู้ในสังคม ผ่านเวที Rule of Law Forum

นอกจากการทำงานด้านวิชาการ TIJ และ WJP ยังร่วมกันจัดเวที Rule of Law Forum เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบายของรัฐ บุคลากรจากหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไปได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ว่า “หลักนิติธรรมเป็นเรื่องของทุกคน” โดยในเวที Rule of Law Forum ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2025 ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อแสดงเจตจำนงของรัฐบาลไทยที่จะสนับสนุนให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ ของภาครัฐในการยกระดับหลักนิติธรรมด้วย

นอกจากนี้ TIJ และ WJP ยังได้ร่วมกันนำผลคะแนนที่ได้จาก Rule of Law Index มาจัดทำ workshop เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาในหลักนิติธรรมไทย โดยจะนำข้อค้นพบที่ได้เป็นข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานในภาคส่วนต่าง ๆ มาพัฒนาเพื่อนำเสนอเป็น “ข้อเสนอการขับเคลื่อนหลักนิติธรรมสำหรับประเทศไทย” หรือ National Blueprint ต่อไป ภายใต้ความเชื่อว่า หลักนิติธรรมไทยจะดีขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับมาตรฐานโลกได้ถ้าทุกฝ่ายในสังคมร่วมมือกัน

สัญญาณเตือน! ไทยจมดิ่ง หลักนิติธรรมต่ำกว่าค่ามาตรฐานโลก

“การขับเคลื่อนหลักนิติธรรมต้องใช้ทั้งแรงดึงจากนานาชาติ (International Pull) และแรงผลักจากภายในประเทศ (Domestic Push) ไปพร้อมกัน — เพื่อให้มาตรฐานสากลกลายเป็นพลังหนุน และให้สังคมไทยลุกขึ้นมามีส่วนร่วมออกแบบระบบที่เป็นของเราเอง” ผู้อำนวยการ TIJ กล่าว

ประเทศที่ได้คะแนน Rule of Law Index ดีที่สุดของโลก 5 อันดับแรก

  • เดนมาร์ก ได้ 0.90 คะแนน
  • นอร์เวย์ ได้ 0.89 คะแนน
  • ฟินแลนด์ ได้ 0.87 คะแนน
  • สวีเดน ได้ 0.85 คะแนน
  • นิวซีแลนด์ ได้ 0.83 คะแนน

คะแนน Rule of Law Index ของประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

  • สิงคโปร์ ได้ 0.78 คะแนน (อันดับ 16/143)
  • มาเลเซีย ได้ 0.57 คะแนน (อันดับ 56/143)
  • อินโดนีเซีย ได้ 0.52 คะแนน (อันดับ 69/143)
  • ไทย ได้ 0.50 คะแนน (อันดับ 77/143)
  • เวียดนาม ได้ 0.50 คะแนน (อันดับ 83/143)
  • ฟิลิปปินส์ ได้ 0.46 คะแนน (อันดับ 97/143)
  • เมียนมา ได้ 0.34 คะแนน (อันดับ 138/143)
  • กัมพูชา ได้ 0.31 คะแนน (อันดับ 141/143)

ทั้งนี้ จะมีการ Live Streaming งานเปิดตัวรายงานดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรม ของ WJP (Global Launch: WJP Rule of Law Index 2025) ในคืนวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผู้สนใจสามารถรับชมได้ ผ่านทาง YouTube : https://www.youtube.com/live/4f77e84JWgU?si=OodIUnHIGvu–8ts 

#ruleoflawindex2025 #ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรม2025 #หลักนิติธรรม #WorldJusticeProject #TIJ

สัญญาณเตือน! ไทยจมดิ่ง หลักนิติธรรมต่ำกว่าค่ามาตรฐานโลก

ผลการสำรวจ Rule of Law Index 2025 เป็นเครื่องเตือนใจให้เรากลับมาพิจารณาและลงมือแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบยุติธรรมไทยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ที่มา – สัญญาณเตือน! ไทยจมดิ่ง หลักนิติธรรมต่ำกว่าค่ามาตรฐานโลก

โตโยต้าเผยโฉม COROLLA CONCEPT ตอบโจทย์ทุกถนน

โตโยต้าเผยโฉม COROLLA CONCEPT ในงาน Japan Mobility Show 2025 ยึดคอนเซปต์ตอบโจทย์ทุกสภาพถนนทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่ไร้ที่ติ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

หลังจากเห็นภาพในโฆษณา TO YOU TOYOTA หลายคนอาจจะรู้สึกว่าแตกต่างจาก Toyota Corolla ที่คุ้นเคยกัน แต่กลับมีเส้นสายที่เฉียบคม ทันสมัย คล้ายกับ Toyota Prius รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ใหม่ของโตโยต้า

โดย TOYOTA อธิบายว่า COROLLA CONCEPT นั้นออกแบบมาด้วยคอนเซปต์ 3 ประการด้วยกัน ซึ่งแต่ละคอนเซปต์ล้วนมีความสำคัญและมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

  1. ดีไซน์ที่ไร้ที่ติ ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ: การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดและความต้องการของแต่ละบุคคล ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของและความพิเศษ
  2. ไลฟ์อัพที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสภาพถนนทั่วโลก: ไม่ว่าจะเป็นถนนในเมืองหรือเส้นทางธรรมชาติที่ทุรกันดาร COROLLA CONCEPT ถูกออกแบบมาให้รองรับทุกสถานการณ์
  3. ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมทางวิศวกรรม: การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนา ทำให้รถยนต์มีความสามารถและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

โตโยต้าเผยโฉม COROLLA CONCEPT ตอบโจทย์ทุกสภาพถนนทั่วโลก

การเปิดตัว COROLLA CONCEPT ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความยั่งยืน

ดีไซน์ภายนอกของ COROLLA CONCEPT มีความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและลื่นไหล ทำให้รถดูสปอร์ตและทันสมัย ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ใหม่ช่วยเพิ่มความสวยงามและสร้างความแตกต่างให้กับรถยนต์คันนี้

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและใช้งานง่าย วัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูงและให้ความรู้สึกหรูหรา แผงคอนโซลกลางมีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่แสดงข้อมูลต่างๆ ของรถยนต์และระบบนำทาง

COROLLA CONCEPT มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Pre-Collision System), และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist)

นอกจากนี้ COROLLA CONCEPT ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบไฮบริด (Hybrid System) ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และประหยัดน้ำมัน

สมรรถนะที่เหนือกว่าของ COROLLA CONCEPT

COROLLA CONCEPT ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ เครื่องยนต์ใหม่ให้กำลังมากขึ้นและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างได้รับการปรับปรุงให้มีความมั่นคงและควบคุมได้ง่ายขึ้น

ระบบบังคับเลี้ยวมีความแม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจในการควบคุมรถยนต์ในทุกสถานการณ์ ระบบเบรกมีประสิทธิภาพสูงและให้ความมั่นใจในการหยุดรถ

อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามว่า COROLLA CONCEPT นี้จะออกมาวิ่งจริงบนถนนทั่วโลกเมื่อไร แต่คาดว่าเร็วๆ นี้แน่นอน ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการรถยนต์อย่างแน่นอน

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโตโยต้าในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่มา – โตโยต้าเผยโฉม COROLLA CONCEPT ตอบโจทย์ทุกสภาพถนนทั่วโลก

ศาลยกฟ้อง! ปล่อยตัว “แดง ชินจัง” ครบ 5 คดี

ในที่สุดก็เป็นอิสระ! ศาลมีคำสั่งยกฟ้องครบทั้ง 5 คดี ทำให้ “แดง ชินจัง” ได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังถูกกล่าวหาในเหตุระเบิดช่วงการชุมนุมของ กปปส. เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 21.13 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายยงยุทธ บุญดี หรือที่รู้จักกันในนาม “แดง ชินจัง” ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง วัย 37 ปี ได้รับการปล่อยตัวสู่อิสรภาพ หลังจากศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องใน 2 คดีที่เหลือ ทำให้คดีความทั้ง 5 คดีที่เขาถูกคุมขังระหว่างพิจารณาสิ้นสุดลง โดยมีครอบครัว เพื่อนฝูง และมวลชนจำนวนหนึ่งมารอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่ช่วงเย็น พร้อมเสียงเพลงคนเสื้อแดงที่เปิดคลอตลอดเวลา นับรวมระยะเวลาที่นายยงยุทธถูกคุมขังทั้งสิ้น 415 วัน หรือประมาณ 1 ปี 1 เดือนเศษ

ทันทีที่นายยงยุทธก้าวพ้นประตูเรือนจำ เขาสวมเสื้อสีแดงลายการ์ตูนชินจัง และได้รับการต้อนรับด้วยเพลง “เราคือเพื่อนกัน” จากวงสามัญชน นายยงยุทธได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และกล่าวถึงผู้ต้องขังทางการเมืองที่ยังอยู่ในเรือนจำว่าทุกคนสบายดี จากนั้นจึงได้ถ่ายรูปร่วมกับมวลชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณหน้าป้ายเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2567 แดง ชินจัง ถูกคุมขังหลังจากศาลอาญาทยอยมีคำสั่งฟ้องในคดีที่มีมูลเหตุมาจากเหตุระเบิดในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เนื่องจากศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ข้อมูลจากศูนย์ทนายฯ ระบุว่าทนายความได้ยื่นคำร้องไปทั้งหมด 49 ครั้ง แบ่งเป็นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลอาญา 38 ครั้ง และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวต่อศาลอุทธรณ์ 11 ครั้ง

จนกระทั่งวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีแรกที่เขาถูกฟ้องจากเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2557 ต่อมาในวันที่ 3 กันยายน 2568 ศาลยกฟ้องคดีที่สอง ซึ่งเป็นคดีระเบิดจากเหตุชุมนุมเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 และในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ศาลยกฟ้องคดีที่สาม ซึ่งมีเหตุมาจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557

ศาลยกฟ้อง “แดง ชินจัง” ครบ 5 คดี

ล่าสุดในวันที่ 28 ตุลาคม ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องสองคดีสุดท้าย ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2557 และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ตามลำดับ ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวในวันดังกล่าว เนื่องจากทั้ง 5 คดีที่ แดง ชินจัง ถูกคุมขังในครั้งนี้ ศาลได้พิพากษายกฟ้องทั้งหมดแล้ว

ทำไมคดีของ “แดง ชินจัง” ถึงได้รับความสนใจ?

คดีของ “แดง ชินจัง” ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง และมีการกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดเขาได้

การที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในทุกคดี ถือเป็นเครื่องยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ และสามารถให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร้ายแรงก็ตาม

อนาคตของ แดง ชินจัง หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป? เขาจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ หรือจะยังคงมีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป

การปล่อยตัว “แดง ชินจัง” ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในสังคมไทย

ที่มา – ปล่อยตัวแล้ว ศาลยกฟ้อง “แดง ชินจัง” ครบ 5 คดี เหตุระเบิดชุมนุม กปปส. ปี 57

ประกาศฉบับ 4 เตือน! อากาศแปรปรวนทั่วไทย

เตรียมรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 เตือนทั่วไทย อากาศแปรปรวน ช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนนี้ ระวังฝนตกหนักและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน จะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ

สาเหตุของสถานการณ์ อากาศแปรปรวน เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน นอกจากนี้ ยังมีแนวพัดสอบของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ

ประกาศเตือน! อากาศแปรปรวนทั่วไทย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่:

  • ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
  • สุขภาพร่างกายอ่อนแอ
  • อุบัติเหตุจากการสัญจรในพื้นที่ฝนตก
  • น้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่

คำแนะนำสำหรับการรับมืออากาศแปรปรวน

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบจากสถานการณ์ อากาศแปรปรวน ขอแนะนำให้:

  • เกษตรกรเตรียมการป้องกันผลผลิตทางการเกษตร
  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
  • เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยได้จากช่องทางต่างๆ ของกรมอุตุนิยมวิทยา เช่น เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ อากาศแปรปรวน เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 เตือนทั่วไทย “อากาศแปรปรวน” ช่วงวันที่ 29 ต.ค. – 2 พ.ย.นี้

เปิดประวัติ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ลุ้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

มาทำความรู้จักกับประวัติ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ผู้ที่จะมานำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมผลงานโดดเด่นอย่างโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทยเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ สืบเนื่องมาจากการลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการปรับโครงสร้างและกระบวนการคิดของพรรคให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยมีรายงานว่า สส.พรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสม 4 ท่าน ได้แก่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และนายสุทิน คลังแสง

ประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย หรือ “หนิม” เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2518 เป็นบุตรชายของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับนางเพ็ชรี (เตชะไพบูลย์) อมรวิวัฒน์

เมื่อไม่นานมานี้ บิดาของนายจุลพันธ์ได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากความขัดแย้งภายในพรรคเกี่ยวกับการสนับสนุนนายกฯ อบจ. เชียงใหม่

ในด้านการศึกษา นายจุลพันธ์จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA จาก Boston University สหรัฐอเมริกา สมรสกับ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

น.ส.วิสาระดีเป็นบุตรสาวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกไม่ได้สนใจนายจุลพันธ์เนื่องจากอายุห่างกัน 6 ปี และมองว่าเป็นลูกน้องของบิดา แต่สุดท้ายก็เปิดใจให้กัน ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกสาว 1 คน ชื่อ น้องนัชชา

เส้นทางการเมืองของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เริ่มต้นจากการได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เชียงใหม่ สมัยแรกในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นก็ย้ายสังกัดตามพรรคที่เปลี่ยนไป และได้รับเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง รวม 5 สมัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายจุลพันธ์ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท และล่าสุดได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวเต็งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

บทบาทสำคัญของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองที่มาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคให้ความสำคัญ

การที่นายจุลพันธ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่พรรคมีต่อความสามารถและความมุ่งมั่นของเขา หากเขาได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค ก็คาดว่าจะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้อย่างแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ น่าจับตามองว่า จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและนำพาพรรคไปในทิศทางใด

ที่มา – ประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” บ้านใหญ่เชียงใหม่ มีชื่อลุ้นนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

อีก 3 วันหวยออก! ส่อง “เลขเด็ดงวดนี้” 1/11/68

เหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน! เหล่านักเสี่ยงโชคทั้งหลายได้ “เลขเด็ดงวดนี้” ไปซื้อ “สลากกินแบ่ง” เพื่อเตรียมลุ้นรางวัลกันหรือยัง? “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” เตรียมออกผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 จากสำนักงานสนามบินน้ำ เตรียมลุ้นระทึกว่าใครจะเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ประจำงวดนี้!

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหลือเวลาอีกแค่ 3 วันเท่านั้น “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” ก็จะทำการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้แล้ว

บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่งวดนี้คึกคักเป็นพิเศษ “เลขเด็ดงวดนี้” และ “เลขดัง” ถูกนักเสี่ยงโชคกว้านซื้อไปจนเกลี้ยงแผง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เลขมงคล” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือต่างจังหวัดก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ส่วน “เลขสวย” อื่นๆ ก็ยังมีให้เลือกซื้อหากันได้ตามแผงค้าต่างๆ ยังพอมีลอตเตอรี่เหลือให้เลือกซื้อหาอยู่พอสมควร ใครที่ยังไม่มีเลขในใจลองเดินสำรวจแผงดูก่อนได้

นักเสี่ยงโชคหลายท่านไม่พลาดที่จะเสาะหา “เลขเด็ดงวดนี้” จากช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งเลขเด็ดตามความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความฝัน เรื่องราวลี้ลับ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคและดวงของแต่ละบุคคลด้วย หลายท่านได้ทำการซื้อ “สลากกินแบ่ง” เพื่อเตรียมนำไปลุ้นโชครางวัลใหญ่ในงวดวันที่ 1/11/68 ที่กำลังจะมาถึงนี้

เลขเด็ดงวดนี้

สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นี้ ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำการออกรางวัล ณ สำนักงานสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและผลรางวัลได้ทางไทยรัฐออนไลน์ www.thairath.co.th/lottery อย่างใกล้ชิด

แหล่งหาเลขเด็ดงวดนี้ยอดนิยม

  • ความฝัน: หลายคนเชื่อว่าความฝันสามารถบอกใบ้เลขเด็ดได้ ลองตีความฝันของคุณอาจเจอเลขที่ใช่
  • สิ่งศักดิ์สิทธิ์: ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณเคารพนับถือ บางครั้งอาจได้รับโชคลาภ
  • โซเชียลมีเดีย: แหล่งรวมเลขเด็ดจากทั่วทุกสารทิศ ลองติดตามข่าวสารจากเพจดังต่างๆ
  • สถิติหวย: วิเคราะห์สถิติหวยที่ออกบ่อยๆ เพื่อหาแนวทางในการซื้อ

อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคเป็นเพียงความบันเทิงรูปแบบหนึ่ง ควรเล่นอย่างมีสติและรู้จักประมาณตนเอง ขอให้ทุกท่านโชคดีกับ “เลขเด็ดงวดนี้” ที่ท่านเลือกสรรมา!

ที่มา – อีก 3 วันหวยออก งวดนี้สลากไม่สัญจร อย่าลืมส่อง “เลขเด็ดงวดนี้” 1/11/68

บีเวอร์-โจนส์ ควรเป็นตัวจริงทีมชาติอังกฤษหรือไม่?

การมีกองหน้าที่มากเกินไปถือเป็นเรื่องหรูหรา แต่ Sarina Wiegman ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก และ Aggie Beever-Jones ก็ทำให้มันยากยิ่งขึ้นไปอีก

เสื้อหมายเลขเก้าของทีมชาติอังกฤษเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดย Alessia Russo จาก Arsenal เป็นผู้เล่นหลักที่แข็งแกร่ง และ Beever-Jones จาก Chelsea เป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขาม

นอกจากนี้ยังมี Michelle Agyemang กองหน้าที่ถูกยืมตัวไป Brighton ทำให้ Wiegman มีผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ให้เลือกถึงสามคน

Agyemang ซึ่งน่ากังวลว่า ได้รับบาดเจ็บ ในเกมที่อังกฤษ ชนะออสเตรเลีย 3-0 เมื่อคืนวันอังคาร และออกจาก Pride Park ด้วยไม้ค้ำ เป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้น

แต่ Beever-Jones ซึ่งทำประตูแรกในทีมชาติชุดใหญ่ได้ในเดือนเมษายน ได้กลายเป็นผู้เล่นตัวจริงของ Chelsea แชมป์ Women’s Super League (WSL) และจบฤดูกาลนานาชาติ 2024-25 ในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดของอังกฤษ

สิ่งนี้นำไปสู่การถกเถียงกันมากมายว่า Wiegman จะสามารถปล่อย Beever-Jones ออกจากทีมตัวจริงได้นานแค่ไหน แม้ว่า Russo จะพิสูจน์คุณค่าของเธอแล้วก็ตาม

เมื่อวันอังคาร Wiegman ให้พวกเธอลงเล่นทั้งคู่ และ Beever-Jones ก็คว้าโอกาสนั้นไว้ ทำประตูแรกของอังกฤษจากตำแหน่งปีกซ้าย

“การเล่นฟุตบอลดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวฉันออกมาไม่ว่าฉันจะเล่นที่ไหนก็ตาม” Beever-Jones กล่าวกับ ITV หลังจากทำประตูที่เจ็ดของเธอในการลงเล่น 13 นัดในระดับนานาชาติ

“ฉันไม่ได้ดูสถิติ ฉันแค่มาที่นี่และตั้งใจที่จะพยายามบอก Sarina ว่าฉันทำอะไรได้บ้าง ฉันรักการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน”

บีเวอร์-โจนส์ ควรเป็นตัวจริงทีมชาติอังกฤษหรือไม่?

Beever-Jones เป็นภัยคุกคามต่อออสเตรเลียในทันที โดยเกือบจะเข้าถึงลูกครอสส์ของ Beth Mead ได้หลังจากผ่านไปเพียงสามนาที

เธอล้ำหน้าเมื่อเธอชิปลูกข้ามผู้รักษาประตู Mackenzie Arnold ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา แต่ในที่สุดก็ทำประตูได้เมื่อ Russo ถูก Alanna Kennedy ทำฟาวล์ ซึ่งกองหลังออสเตรเลียได้รับใบแดง และ Beever-Jones ก็ทำประตูจากการฟรีคิก

ดาวเตะวัย 22 ปีสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนกำหนด โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเมื่อเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 นาที

“เธอสดใสมาก เธอวิ่งได้ดีจริงๆ และสร้างความรำคาญ” Anita Asante อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษกล่าวทาง ITV

“เธอยังตั้งคำถามกับ Sarina ด้วย เพราะฉันแน่ใจว่าเธอต้องการเล่นทุกนาทีที่เธอสามารถทำได้ให้กับอังกฤษ”

Beever-Jones เล่นเพียง 74 นาทีในช่วงที่พวกเขาประสบความสำเร็จในสวิตเซอร์แลนด์ โดยลงมาจากม้านั่งสำรองสองครั้งและออกสตาร์ทหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สอนให้เธอรู้วิธีตอบสนองต่อความผิดหวังที่ไม่ได้ถูกเลือกและวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น

“ฉันเชื่อเสมอในเรื่องจังหวะเวลา ฉันมองย้อนกลับไปที่ยูโร และใช่ ฉันหวังว่าฉันจะได้เล่นมากกว่านี้ ฉันหวังว่าฉันจะช่วยได้มากกว่านี้” เธอกล่าวกับ BBC Radio 5 Live

“แต่สำหรับฉัน ทันทีที่มันจบลง ฉันก็คิดว่า ‘เอาล่ะ กลับไปที่สโมสรของฉัน ทำลายมัน ทำในสิ่งที่คุณทำได้ และเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว'”

Beever-Jones ทำเช่นนั้น และทำไปแล้ว 4 ประตูจากการลงเล่น 6 นัดใน WSL ทำให้หลายคนเรียกร้องให้เธอเป็นตัวจริงในเกมกระชับมิตรในสัปดาห์นี้

เธอลงเล่น 27 นาทีในฐานะตัวสำรองในครึ่งหลังในเกมที่แพ้บราซิลเมื่อวันเสาร์ แต่ Wiegman ให้โอกาสเธอในการเจอกับออสเตรเลียทางปีก และพอใจกับสิ่งที่เธอเห็น

“[Beever-Jones และ Russo] เคยเล่นด้วยกันมาก่อน ฉันคิดว่าเรามีผู้เล่นสามคนที่สามารถเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวกลางได้ และทั้งสามคนก็ดีและแตกต่างกันมาก” Wiegman กล่าว

“Aggie ยังสามารถเล่นทางด้านข้างได้ นั่นคือสิ่งที่คุณเห็นในวันนี้ เธอคล่องแคล่วว่องไวมากและรวดเร็วเมื่อมีบอล ซึ่งสามารถช่วยทีมได้”

Ellie Carpenter เพื่อนร่วมทีม Chelsea เป็นส่วนหนึ่งของแนวรับของคู่ต่อสู้และตระหนักถึงภัยคุกคามของ Beever-Jones

เธอได้รับตำแหน่งหมายเลขเก้าเป็นประจำที่ Chelsea โดย Sam Kerr กองหน้าชาวออสเตรเลียยังคงกลับมาฟิตเต็มที่ และ Mayra Ramirez ได้รับบาดเจ็บ

Ian Wright อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษบอกกับ ITV ว่า Beever-Jones มี “ทัศนคติที่ถูกต้อง” โดยคว้าโอกาสของเธอและรออย่างอดทน

“เธอสามารถเล่นในตำแหน่งหมายเลขเก้าและออกไปทางปีกได้ เธอก็มีทุกคุณสมบัติที่จะเป็นกองหน้าระดับโลก” Carpenter เพื่อนร่วมสโมสรกล่าวเสริม

“เธอเป็นคนที่ยากต่อการป้องกัน ฉันมีความสุขสำหรับเธอที่เธอได้รับเวลาเล่นมากขึ้นในคืนนี้ และได้แสดงให้เห็นว่าทำไมเธอถึงสามารถเป็นผู้เล่นตัวจริงของอังกฤษได้”

ทำไม บีเวอร์-โจนส์ ควรเป็นตัวจริงทีมชาติอังกฤษ?

การที่ Aggie Beever-Jones ได้รับโอกาสลงสนามและสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเธอ และทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า Sarina Wiegman ควรพิจารณาให้เธอเป็นตัวจริงในทีมชาติอังกฤษหรือไม่ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงและทัศนคติที่ยอดเยี่ยม Beever-Jones อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพาทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จ

Kendall ‘ไม่เคยฝัน’ ถึงการประเดิมสนาม

ในขณะที่ Beever-Jones คว้าโอกาสของเธอไว้ได้ Lucia Kendall ก็เช่นกัน

กองกลางวัย 21 ปีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการออกสตาร์ทครั้งแรกในทีมชาติชุดใหญ่ และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์หลังจากการแสดงที่สุขุมและมั่นใจ

Wiegman คาดหวังว่าเธอจะปรับตัวได้ดี แต่เธอคาดหวังว่าเธอจะใจเย็นได้ขนาดนั้นหรือไม่?

“พูดตามตรง ฉันไม่รู้สึกประหลาดใจจริงๆ เพราะเธอทำได้ดีมากที่ Aston Villa เธอเข้ามาในสภาพแวดล้อมของเรา และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ฝึกซ้อมมากนัก แต่คุณก็เห็นความเข้าใจและการอ่านเกมของเธอได้ทันที” Wiegman กล่าว

“เธอทำทุกอย่างให้เรียบง่ายมาก เออ มันดูเรียบง่าย แต่มันไม่ง่ายเลย ดังนั้นฉันหวังไว้ – อาจจะหวังมากกว่าที่คาดไว้ – แต่ฉันก็คาดหวังไว้เล็กน้อย

“ฉันแค่อยากให้เธอออกไปเล่นสนุกๆ และฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่เธอทำ”

มันเป็นค่ำคืนที่สนุกสนานสำหรับ Kendall อย่างแน่นอน ซึ่งกล่าวว่ารู้สึก “มหัศจรรย์” ที่ได้ประเดิมสนามต่อหน้าผู้ชมที่ขายหมดเกลี้ยงใน Derby

“ฉันรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน สาวๆ เล่นด้วยง่ายมากและมันง่ายที่จะปรับตัว” เธอกล่าวกับ ITV

“Sarina แค่บอกว่า ‘ไปสนุกและเล่นแบบที่ฉันเล่นที่สโมสรของฉัน’ ฉันมีครอบครัวอยู่ที่นี่ซึ่งทำให้มันพิเศษยิ่งขึ้น

“เมื่อฉันยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คุณไม่เคยฝันถึงสิ่งนั้นได้เลย”

เธอสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในการเจอกับออสเตรเลีย โดยสะบัดโหม่งชนคานในครึ่งหลังและเข้าใกล้หลายครั้ง

“การที่ได้เห็นเธอสามารถบรรลุสิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเกมมาไกลแค่ไหนแล้ว” ไรท์กล่าวเสริม

“เธอสมควรได้รับการเรียกตัว เธอทำได้ยอดเยี่ยม และหวังว่าเธอจะได้อยู่ในทีมชุดต่อไป”

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจว่า บีเวอร์-โจนส์ ควรเป็นตัวจริงทีมชาติอังกฤษหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างรอบคอบของ Sarina Wiegman เกี่ยวกับแท็กติกของทีม คู่ต่อสู้ และความฟิตของผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะ ความมุ่งมั่น และความสามารถในการทำประตูที่สม่ำเสมอ Beever-Jones สมควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังสำหรับตำแหน่งตัวจริง

ที่มา – Beever-Jones ‘asking questions’ – should she start for England?

สลด! เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตกในเคนยา ดับ 11 ศพ

ข่าวเศร้าจากเคนยา เมื่อเกิดเหตุเครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตก ใกล้ชายฝั่ง ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 11 คน สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้อง

องค์การการบินพลเรือนเคนยา (KCAA) รายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งเดินทางจากชายหาด “เดียนี” แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ไปยังลานบินในอุทยานแห่งชาติ “มาไซมารา” ประสบอุบัติเหตุตกในเวลา 05:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สายการบิน มอมบาซา แอร์ ซาฟารี (Mombasa Air Safari) เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวฮังการี 8 คน, ชาวเยอรมัน 2 คน และนักบินชาวเคนยา 1 คน “ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่” สายการบินระบุในแถลงการณ์

สื่อท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพที่แสดงให้เห็นซากเครื่องบินที่ลุกไหม้และกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

นายสตีเฟน ออรินเด ผู้ว่าการเขต “ควาเล” กล่าวว่า เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตก ห่างจากเมืองควาเลประมาณ 10 กิโลเมตร หลังจากออกเดินทางจากหาดเดียนี มุ่งหน้าสู่สนามบิน คิชวา เทมโบ ในอุทยานแห่งชาติมาไซมารา

“ผู้โดยสารทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยว” นายออรินเดกล่าว พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากสภาพอากาศที่เลวร้าย “สภาพอากาศในขณะนั้นไม่ดี มีฝนตกตั้งแต่เช้าและมีหมอกลงจัด แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ในขณะนี้”

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เครื่องบินขนาดเล็กขององค์กรการกุศลทางการแพทย์ Amref ก็ประสบอุบัติเหตุตกในกรุงไนโรบี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตก: ข้อมูลล่าสุด

เหตุการณ์เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตกครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในวงการการบินของเคนยา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องบินอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพิจารณาถึงสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

สาเหตุที่เป็นไปได้ของอุบัติเหตุ

  • สภาพอากาศเลวร้าย: ฝนตกหนักและหมอกลงจัดอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี และเป็นอุปสรรคต่อการบิน
  • ความผิดพลาดทางเทคนิค: ปัญหาทางเครื่องยนต์หรือระบบควบคุมอาจเป็นสาเหตุให้เครื่องบินสูญเสียการควบคุม
  • ข้อผิดพลาดของนักบิน: การตัดสินใจที่ผิดพลาดของนักบินก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุยังคงดำเนินต่อไป และคาดว่าจะมีการเปิดเผยผลการสอบสวนในเร็วๆ นี้

เหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ทำให้ต้องหันมาพิจารณาถึงมาตรการความปลอดภัยในการบินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเครื่องบินขนาดเล็กที่ให้บริการในเส้นทางท่องเที่ยว ซึ่งมักจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและภูมิประเทศที่ท้าทาย

การสูญเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวและนักบินในครั้งนี้ เป็นความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และหวังว่าการสอบสวนจะนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบมาตรฐานการบินของสายการบินต่างๆ และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสภาพเครื่องบิน รวมถึงการฝึกอบรมและประเมินความพร้อมของนักบิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการทุกคน

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุการณ์เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็กตกในครั้งนี้

ที่มา – เครื่องบินท่องเที่ยวขนาดเล็ก ตกใกล้ชายฝั่งเคนยา ดับยกลำ 11 ศพ