ข่าวทั่วไป

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

ร่วมไว้อาลัย พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศที่วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการจัด พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นที่รักใคร่ของชาวนนทบุรีมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีสำคัญครั้งนี้

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาจังหวัดนนทบุรีในทุกมิติ ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี ถึง 5 สมัย ท่านได้สร้างผลงานและคุณูปการให้กับท้องถิ่นมากมาย ทำให้ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันสร้างความตกใจและเสียใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

บรรยากาศภายในงาน พิธีพระราชทานเพลิงศพ ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ บุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. รวมถึงตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนหลายพันคน ต่างทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายอย่างเนืองแน่น แสดงให้เห็นถึงความเคารพรักที่ผู้คนมีต่อท่านอย่างแท้จริง

พิธีการเริ่มต้นขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยมีการเชิญหีบพระราชทานแห่เวียนเมรุ และประกอบพิธีทางสงฆ์โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญคือการพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวและผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

การสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อนนทบุรีอย่างแท้จริง แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจากความรุนแรงที่เป็นประเด็นใหญ่ในสังคมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทุกคนจดจำได้ดีคือความตั้งใจจริงในการทำงานของอดีตนายก อบจ. ท่านนี้

  • ประวัติผลงานการพัฒนาจังหวัดนนทบุรีตลอด 5 สมัย
  • การรวมตัวของข้าราชการและประชาชนนับพันเพื่อแสดงความอาลัย
  • ความเสียสละของพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ที่ชาวเมืองนนท์จะจดจำตลอดไป

ท้ายที่สุดนี้ ขอกราบไว้อาลัยแด่การจากไปของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวเย็นประเสริฐในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เชื่อมั่นว่าผลงานที่ท่านสร้างไว้จะยังคงเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวนนทบุรีสืบต่อไป

ที่มา – พิธีพระราชทานเพลิงศพ “ธงชัย เย็นประเสริฐ” อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบาง

สถานการณ์น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเหตุน้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่านนั้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ

มาตรการรับมือและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดมาตรการดังนี้:

  • การกู้คืนระบบไฟฟ้า: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่ล้มและจ่ายกระแสไฟสำรองให้แก่โรงพยาบาลและศูนย์อพยพ
  • การสนับสนุนน้ำดื่มและอาหาร: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดส่งน้ำดื่มสะอาดและรถผลิตน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการ
  • การสื่อสาร: ประสานงานกับเครือข่ายมือถือเพื่อให้สัญญาณการติดต่อสื่อสารในศูนย์อพยพใช้งานได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุดในจังหวัดน่านพบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 4 อำเภอ และกำลังเฝ้าระวังมวลน้ำที่จะไหลผ่านไปยังอำเภอเมืองน่าน โดยเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยกระดับการเตือนภัย โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าเพื่อป้องกันความสูญเสียซ้ำซ้อน

ความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำ

นายพลพีร์ยังได้ระบุว่า มวลน้ำจากจังหวัดน่านจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะกลุ่มเมฆฝนเริ่มเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเตรียมเครื่องจักรกลหนักเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ทันทีที่น้ำลด ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติงานท่ามกลางความยากลำบาก หากท่านพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีที่สุด

ที่มา – น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน

ผกก. สน.พระโขนง ยังไม่แจ้งจับ “ป้าดา-พวก” คดีหมิ่นฯ เจ้าพนักงาน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่ ผกก. สน.พระโขนง ยังไม่แจ้งจับ “ป้าดา-พวก” คดีหมิ่นฯ เจ้าพนักงาน โดยล่าสุด พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นว่าทางตำรวจได้ดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มของป้าดาจริงหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้ทำเอาหลายคนถึงกับต้องร้องอ๋อว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร

ความจริงจากปาก ผกก. สน.พระโขนง ยังไม่แจ้งจับ “ป้าดา-พวก” คดีหมิ่นฯ เจ้าพนักงาน

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก. สน.พระโขนง ได้ชี้แจงชัดเจนว่า จนถึงตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับป้าดาและพรรคพวกในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานแต่อย่างใด สิ่งที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลนั้นเป็นเพียงการคาดเดาไปเอง หรืออาจจะเป็นการสร้างประเด็นเพื่อเรียกแขกเท่านั้น โดยท่าน ผกก. ได้ย้ำว่าตำรวจทำงานด้วยความรอบคอบและทำตามหน้าที่ ไม่ได้มีความคิดที่จะกลั่นแกล้งประชาชนแต่อย่างใด

มุมมองต่อประเด็น ผกก. สน.พระโขนง ยังไม่แจ้งจับ “ป้าดา-พวก” คดีหมิ่นฯ เจ้าพนักงาน

นอกจากนี้ ท่านยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกระทำของอีกฝ่ายว่าส่วนใหญ่เป็นการพูดเพื่อความสนุกปากหรือพูดเอามันมากกว่าข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องคดีความที่ศาลได้มีการพิจารณาไปเกือบหมดแล้ว ซึ่งตำรวจเองก็ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรมและไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การทำงานของตำรวจ: เน้นย้ำว่าตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับประชาชน และทำหน้าที่ตามขอบเขตกฎหมายเท่านั้น
  • การสื่อสารในโซเชียล: การนำเสนอข่าวในโซเชียลควรพิจารณาข้อเท็จจริงมากกว่าการฟังความข้างเดียว
  • ขั้นตอนทางกฎหมาย: คดีหมิ่นประมาทมีอายุความ 3 เดือน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงมีความใจเย็นและรอบคอบ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งใคร

หากจะมองถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าการทวงถามสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงหรือการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ยัดเยียดข้อหานั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด การที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดสินใจแจ้งความในขณะนี้ เป็นเพียงการแสดงให้เห็นถึงความสุขุมและวุฒิภาวะในการรักษาความยุติธรรม เพราะลำพังแค่ภาระงานร้อยเวรก็มีคดีจำนวนมากให้รับผิดชอบอยู่แล้ว ตำรวจจึงไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาทำเรื่องส่วนตัวหรือตอบโต้กับใครให้เสียเวลา

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ได้ดีว่า การนำเสนอข่าวหรือการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่การพูดเอามันเพื่อสร้างกระแส ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายได้ในอนาคต หากใครที่ถูกละเมิดสิทธิ์ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ แต่ต้องไม่ใช่การใช้อารมณ์ตัดสิน หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคม

ที่มา – ผกก. สน.พระโขนง ยังไม่แจ้งจับ “ป้าดา-พวก” คดีหมิ่นฯ เจ้าพนักงาน จวกอีกฝ่ายพูดเอามัน

พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดน่านกำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังด้วยนโยบาย พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้เร็วที่สุด

พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า จากอุทกภัยรุนแรงครั้งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ผนึกกำลังกับภาคเอกชนและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ เพื่อจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง และของใช้ในชีวิตประจำวันเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าภารกิจ พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ คือหัวใจสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะวิกฤตนี้

ช่องทางร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือ

นอกจากภาครัฐจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนแล้ว กรมการค้าภายในยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยท่านสามารถร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือได้ดังนี้:

  • ติดต่อสอบถามข้อมูลการบริจาคได้ที่ กองจัดระบบราคาและปริมาณสินค้า
  • โทรศัพท์ติดต่อประสานงานโดยตรงที่เบอร์ 02-507-5689
  • ประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่ท่านตั้งอยู่

ความพยายามในการ พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ ในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพียงแค่การจัดส่งสินค้า แต่ยังรวมถึงการเฝ้าระวังราคาสินค้าไม่ให้เอาเปรียบประชาชนในช่วงที่สินค้าขาดแคลนอีกด้วย

ในฐานะคนไทย การส่งกำลังใจและแรงสนับสนุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราเชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะช่วยให้พี่น้องภาคเหนือผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ระดับน้ำจะเริ่มคลี่คลายในเร็ววันเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง

ที่มา – พาณิชย์สั่งลุย เร่งระดมของใช้อุปโภคบริโภค ส่งด่วนถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

อัปเดตราคาทองวันนี้ 19 ส.ค. 69 ผันผวน 22 ครั้ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนสายทองคำทุกคน วันนี้ผมมีข้อมูลสำคัญมาฝากกันอีกแล้วครับ หลังจากที่ตลาดทองคำมีความเคลื่อนไหวอย่างหนักตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลายคนคงจับตามองกันไม่วางตา โดยล่าสุดจากประกาศของสมาคมค้าทองคำสรุปได้ว่า อัปเดตราคาทองวันนี้ 19 ส.ค. 69 ผันผวน 22 ครั้ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงทีเดียวครับ

อัปเดตราคาทองวันนี้ 19 ส.ค. 69 ผันผวน 22 ครั้ง ปิดตลาดปรับลด 450 บาท

เหตุการณ์ความผันผวนนี้ส่งผลกระทบต่อราคาซื้อขายหน้าตู้ทองคำอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อปิดตลาดเวลา 17.30 น. ราคาทองคำแท่งปรับตัวลดลงถึง 450 บาทเลยทีเดียว ใครที่กำลังวางแผนจะซื้อหรือจะขายทองคำในช่วงนี้ คงต้องดูสถานการณ์ให้ดีนะครับ เพราะความผันผวนระดับ 22 ครั้งต่อวันแบบนี้ ตลาดมีการสวิงตัวค่อนข้างแรง ใครตัดสินใจเร็วอาจจะได้กำไรหรือเข้าซื้อได้ในจังหวะที่ดีครับ

สรุปราคาขายล่าสุดที่คุณควรรู้

สำหรับข้อมูลราคาทองคำล่าสุดเมื่อปิดตลาด มีรายละเอียดดังนี้ครับ:

  • ทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อ 68,100 บาท ขายออก 68,300 บาท
  • ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 66,734.32 บาท ขายออก 69,100 บาท

หากเรามาเจาะลึกราคาของทองรูปพรรณ 96.5% ตามน้ำหนักต่างๆ เราจะพบว่าราคาปรับตัวไปตามสัดส่วน โดยทองรูปพรรณ 1 บาทขายออกอยู่ที่ 69,100 บาท ส่วนน้ำหนักย่อยอื่นๆ เช่น ครึ่งสลึง ราคาจะอยู่ที่ 9,337.50 บาท หรือ 1 สลึง อยู่ที่ 17,875 บาท ซึ่งราคานี้เป็นเพียงราคาประมาณการรวมค่ากำเหน็จเท่านั้นนะครับ อย่าลืมสอบถามทางร้านค้าก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

การที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงราคาถึง 22 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยภายนอกและค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อัปเดตราคาทองวันนี้ 19 ส.ค. 69 ผันผวน 22 ครั้ง แบบนี้ เตือนใจนักลงทุนว่าการลงทุนในทองคำมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเสมอ สำหรับใครที่ถือทองไว้อยู่แล้ว หรือรอจังหวะช้อนซื้อในช่วงราคาปรับลดลง ลองคำนวณต้นทุนและวางแผนการเงินให้รอบคอบนะครับ เพราะสถานการณ์ตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก

หากถามความเห็นของผมในวันนี้ การที่ทองปิดตลาดร่วงลง 450 บาทถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากจะเก็บสะสมเพิ่ม แต่ก็อย่าลืมว่าตลาดช่วงนี้มีความผันผวนสูงมาก ควรแบ่งไม้เข้าซื้อและไม่ควรลงเงินทั้งหมดในคราวเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาทองอาจแกว่งตัวหนักต่อเนื่องในวันถัดไปครับ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 19 ส.ค. 69 ผันผวน 22 ครั้ง ปิดตลาดปรับลด 450 บาท

เจาะลึก XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท

เจาะลึก XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท

วงการรถยนต์ไฟฟ้าไทยคึกคักอีกครั้ง เมื่อ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดตัว THE NEW L03 รถยนต์ไฟฟ้า AI SUV ทรงสปอร์ตคูเป้ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ โดย XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ท้าทายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคอมแพ็กต์ SUV ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคู่ใจสักคัน XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท ในรุ่น Standard Range Plus ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและออกทริปต่างจังหวัดได้อย่างสบาย ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) แถมยังมีดีไซน์แบบฟาสต์แบ็กที่ลู่ลมด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.228 เท่านั้น

สเปกและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

ความน่าสนใจของ XPENG L03 ไม่ได้มีเพียงแค่ราคาที่จับต้องได้ แต่ยังรวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 245 แรงม้า นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารยังให้ความรู้สึกพรีเมียมด้วยวัสดุ Soft-Touch และหน้าจออัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผ่านระบบปฏิบัติการ XOS เวอร์ชัน 6

หากถามว่าใครที่เหมาะกับรถรุ่นนี้ คำตอบคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความคุ้มค่าและเทคโนโลยีล้ำสมัย XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท มาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นย่อย ดังนี้:

  • Standard Range Plus: ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท แบตเตอรี่ 58.3 kWh วิ่งไกล 530 กม.
  • Long Range Plus: ราคา 9xx,000 บาท แบตเตอรี่ 71.2 kWh วิ่งไกล 600 กม.
  • Long Range Ultra: ราคา 1,2xx,000 บาท เสริมทัพด้วย TURING AI Chip 3 ตัว ประมวลผลสูงถึง 2,250 TOPS

ด้านความปลอดภัย เอ็กซ์เผิงจัดเต็มด้วยถุงลม 7 ตำแหน่ง และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ XPILOT ที่จะเข้ามาช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge ที่สามารถชาร์จจาก 10–80% ภายในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบได้เป็นอย่างดี

สำหรับการบริการหลังการขาย ทางเอ็กซ์เผิงได้ยกระดับความมั่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยการขยายคลังอะไหล่และโชว์รูมให้ครอบคลุมกว่า 30 สาขา ทั่วประเทศในปีนี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงความจริงใจในการทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยส่วนตัวมองว่าด้วยสมรรถนะที่ให้มาและดีไซน์ที่ดูแพงเกินราคา รุ่นนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หากคุณสนใจ ลองเข้าไปสัมผัสคันจริงหรือทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมเอ็กซ์เผิงทุกสาขา รับรองว่าคุณจะหลงรักในเทคโนโลยี AI ของค่ายนี้อย่างแน่นอน

ที่มา – XPENG L03 รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหลัง เริ่มต้น 899,000 บาท

ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

อัปเดตประกาศกระทรวงสาธารณสุข: ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

ใครที่กำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต้องอ่านด่วน! เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านขายยา โดยกำหนดให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ทำความเข้าใจใหม่: ทำไมต้องประกาศให้ ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย?

การปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกแบนห้ามใช้แต่อย่างใด แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการควบคุม การที่ทางการประกาศให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย มีจุดประสงค์เพื่อให้มีการสั่งจ่ายหรือให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างเภสัชกรหรือทันตแพทย์เท่านั้น เนื่องจากการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากและร่างกายได้หากใช้งานไม่ถูกวิธี

  • ผลกระทบต่อผู้บริโภค: คุณไม่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงระดับนี้ได้ด้วยตนเองตามร้านค้าทั่วไป ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ผลกระทบต่อร้านขายยา: ต้องมีการจัดเก็บและจำหน่ายตามระเบียบของยาอันตรายอย่างเคร่งครัด
  • คำแนะนำด้านความปลอดภัย: ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์สูงเพื่อป้องกันภาวะฟลูออไรด์เกิน (Fluorosis)

ในมุมมองของเรา การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพฟันของตนเองภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ การที่เราหันมาให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จะช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี อย่าลืมตรวจสอบฉลากให้ดีทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้งานนะครับ

ที่มา – ประกาศให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

NT เร่งติดตั้งระบบสื่อสารฉุกเฉิน น้ำท่วมน่าน ช่วย อ.ปัว

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากที่สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องชาวอำเภอปัว จังหวัดน่าน ทางบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้เร่งส่งความช่วยเหลือในด้านการเชื่อมต่อ เพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุดผ่านการดำเนินการ NT เร่งติดตั้งระบบสื่อสารฉุกเฉิน น้ำท่วมน่าน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย อ.ปัว จ.น่าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนยังคงติดต่อสื่อสารกันได้ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้

NT เร่งติดตั้งระบบสื่อสารฉุกเฉิน น้ำท่วมน่าน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย อ.ปัว จ.น่าน

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ NT เปิดเผยว่า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเลขหมายโทรศัพท์สำรอง ณ ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริเวณที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อเป็นหัวใจสำคัญในการรับแจ้งเหตุและประสานงานกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง

ความพร้อมของระบบสื่อสารในช่วงวิกฤต

นอกจากอินเทอร์เน็ตแล้ว ทางทีมงานยังได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลืออย่างรอบด้าน โดยกิจกรรมภายใต้โครงการ NT เร่งติดตั้งระบบสื่อสารฉุกเฉิน น้ำท่วมน่าน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย อ.ปัว จ.น่าน ประกอบด้วยความร่วมมือ ดังนี้:

  • จัดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตสำรองเพื่อความมั่นคงในการติดต่อสื่อสาร
  • สนับสนุนวิทยุสื่อสารมือถือ DTRS. จำนวน 50 เครื่อง เพื่อการประสานงานพื้นที่ที่เข้าถึงยาก
  • ทีมงานวิศวกรและเจ้าหน้าที่คอยติดตามโครงข่ายโทรคมนาคมตลอด 24 ชั่วโมง

การสื่อสารในยามวิกฤตคือเส้นเลือดใหญ่ที่จะช่วยให้การบรรเทาทุกข์มีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ NT เข้ามาดูแลระบบโครงข่ายให้มีความเสถียร ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มกำลัง และช่วยให้ข้อมูลข่าวสารจากศูนย์ช่วยเหลือไปถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

พวกเราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม ขอให้ทุกอย่างคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนของเราเข้มแข็งและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน

ที่มา – NT เร่งติดตั้งระบบสื่อสารฉุกเฉิน “น้ำท่วมน่าน” ช่วยผู้ประสบอุทกภัย อ.ปัว จ.น่าน

ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ เรนบอมบ์ อุตุฯ เผยสาเหตุจริง

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้สถานการณ์ฝนฟ้าอากาศดูจะเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นในอำเภอปัว จังหวัดน่าน จนหลายคนสงสัยว่านี่คือปรากฏการณ์ ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้ จริงหรือไม่ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงจากกรมอุตุนิยมวิทยากันครับ

ไขข้อข้องใจ ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้

ทางกรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีฯ ได้ออกมาชี้แจงว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่านนั้น ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” หรือฝนระเบิดอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่เกิดจากปัจจัยทางสภาพอากาศ 2 อย่างหลักๆ คือ ร่องฝนและหย่อมความกดอากาศที่พัดพาความชื้นเข้ามาพร้อมกันในพื้นที่ภูเขาภูคา ทำให้มีปริมาณฝนสะสมสูงถึงกว่า 238 มิลลิเมตรในเวลาอันรวดเร็วบนพื้นที่แคบๆ นั่นเองครับ

ทำไมถึงไม่ใช่เรนบอมบ์? และต้องเตรียมตัวอย่างไร

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แล้วมันต่างกันยังไง? กรมอุตุฯ อธิบายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยด้านภูมิประเทศของอำเภอปัวที่มีดินร่วนและมีพืชพรรณช่วยชะลอน้ำน้อย จึงไม่แปลกที่จะเกิดน้ำป่าและดินถล่มได้ง่ายครับ นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรทราบคือ:

  • พื้นที่ดอยภูคามีความชื้นสะสมสูงมาก
  • สภาพดินและต้นไม้มีผลต่อการดูดซับน้ำ
  • ต้องจับตาดูช่วงวันที่ 28 ส.ค. นี้ เพราะอาจมีฝนตกลงมาเพิ่มอีก

ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้ เป็นเรื่องที่เตือนให้เราต้องไม่ประมาทครับ แม้ฝนจะเริ่มเบาลงแต่ดินที่ชุ่มน้ำอยู่เดิม ก็อาจทำให้เกิดดินถล่มซ้ำจุดเดิมได้ง่ายมาก ดังนั้นใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องคอยติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดนะครับ

สิ่งที่น่ากังวลถัดไปคือ ในช่วงปลายเดือนนี้มวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ภาคอีสานต้องเผชิญกับภัยแล้งและอากาศหนาวที่มาเยือนเร็วกว่ากำหนดถึง 2 สัปดาห์ ในขณะที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกชุกต่อเนื่องครับ สุดท้ายนี้ อยากฝากให้ทุกคนเตรียมความพร้อมและหมั่นเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวกันด้วยนะครับ

ที่มา – ฝนตกหนักที่น่าน ไม่ใช่ “เรนบอมบ์” อุตุฯ เผยสาเหตุจริง เฝ้าระวังตกเพิ่ม 28 ส.ค. นี้

Scroll to top