กรมอุตุนิยมวิทยา

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.-พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา คำเตือนนี้มาจากรองโฆษกรัฐบาล ที่แจ้งให้ทุกคนรู้ว่าหน้าร้อนปี 2569 จะรุนแรงกว่าปีที่แล้วมาก โดยเฉพาะค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ร่างกายรู้สึกได้จริง อาจพุ่งสูงถึงระดับอันตราย ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชนอย่างหนัก หลังจากปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 รายแล้ว

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์อากาศร้อนจัดกำลังมาเยือน โดยในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ค่าดัชนีความร้อนจะอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>52.0 °C) โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปีที่แล้วค่าดัชนีสูงสุดถึง 59.5 °C เลยทีเดียว ดัชนีนี้คำนวณจากอุณหภูมิและความชื้น ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศอย่างเดียว ทำให้รู้ว่าร่างกายเรารู้สึกร้อนขนาดไหน

ความร้อนแบบนี้เสี่ยงทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และร้ายแรงสุดคือฮีทสโตรก ที่อาจถึงตายได้ รัฐบาลจึงขอให้กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง (หัวใจ ความดัน เบาหวาน) คนทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และติดเหล้าเรื้อรัง ระวังตัวเป็นพิเศษ

7 วิธีป้องกันอันตรายจากเตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง

  • ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00-16.00 น. ที่ร้อนสุด
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ไม่ต้องรอกระหาย เพราะร่างกายขาดน้ำก่อนรู้ตัว
  • งดเหล้าและน้ำหวาน: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำหวาน ทำให้ขาดน้ำ更快
  • แต่งตัวให้เหมาะ: เสื้อผ้าระบายอากาศ หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • ระวังยาที่กิน: ยาลดความดัน แก้หวัด ขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
  • ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม: ช่วยกันดูอาการผิดปกติ หากมีใครเป็นให้ช่วยได้ทัน
  • ดูแลผู้สูงอายุ: ดื่มน้ำบ่อย พักผ่อน ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงกลางแจ้งตอนร้อน

นอกจากนี้ ควรรู้จักอาการอันตราย เช่น ผิวร้อนแดง ใจเต้นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ซึม หรือสลบ หากเจอให้ปฐมพยาบาลด่วน: ใช้ผ้าน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบหลังคอ รักแร้ ขาหนีบ ลดไข้ร่างกาย แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที

เพื่อให้เข้าใจดัชนีความร้อนมากขึ้น Heat Index คือค่าที่รวมความชื้นเข้าไปด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในอบโอวนา โดยทั่วไป ถ้าดัชนีเกิน 32 °C ก็เริ่มเสี่ยงแล้ว ปีนี้คาดว่าหลายพื้นที่จะแตะระดับสูง ลองเช็กแอปกรมอุตุทุกวันนะครับ

หน้าร้อนปีนี้รุนแรงขนาดนี้ ทุกคนต้องช่วยตัวเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำปาง อีสานอย่างขอนแก่น อุดร กลางอย่างกรุงเทพฯ นนทบุรี รีบเตรียมตัวด้วย 7 วิธีนี้ จะได้สุขภาพดี สนุกกับหน้าร้อนโดยไม่ต้องกลัวโรคความร้อน ลองแชร์เคล็ดลับป้องกันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าใครกำลังรอคอยวันที่อากาศจะแจ่มใส ไม่มีฝนฟ้าคะนองกวนใจแล้ว วันนี้มีข่าวดีมาบอกเลยนะครับ ตามประกาศล่าสุดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า 14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติของ “ฤดูร้อน” แล้วครับ หลังจากที่พายุฤดูร้อนรบกวนมาหลายวัน ในที่สุดเราก็จะได้เจออากาศร้อนๆ แบบฤดูร้อนแท้ๆ สุดสัปดาห์นี้

14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน

ก่อนอื่นต้องย้อนดูประกาศฉบับสุดท้ายของกรมอุตุฯ กันก่อนนะครับ ประกาศเรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 5 มีผลถึงวันที่ 13 มี.ค. 2569 โดยเฉพาะภาคเหนือยังมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าบางแห่ง สาเหตุมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากเมียนมาเคลื่อนผ่านภาคเหนือและลาวตอนบน บวกกับมวลอากาศเย็นจากจีนที่ปกคลุมภาคอีสาน ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้

แต่หลังจากวันที่ 14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติของ “ฤดูร้อน” ฝนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางวันจะร้อนอบอ้าวแบบเต็มๆ เลยครับ ใครที่อยู่ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน รวมถึงภาคอีสานตอนบน เตรียมตัวกันได้เลย

จังหวัดที่ยังเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ในวันที่ 13 มี.ค.

สำหรับวันสุดท้ายของพายุฤดูร้อน กรมอุตุฯ เตือน 10 จังหวัดในภาคเหนือที่มีความเสี่ยงปานกลาง ดังนี้

  • แม่ฮ่องสอน
  • เชียงใหม่
  • เชียงราย
  • ลำพูน
  • ลำปาง
  • พะเยา
  • น่าน
  • แพร่
  • สุโขทัย
  • ตาก

ขอให้ชาวภาคเหนือระวังอันตรายจากพายุ โดยเฉพาะอย่าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงนะครับ เกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล ป้องกันผลผลิตและสัตว์เลี้ยงให้ดี และดูแลสุขภาพเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

เตรียมตัวรับฤดูร้อนอย่างไร เมื่อ 14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น

เข้าสู่ฤดูร้อนแบบเต็มตัวแล้ว อากาศร้อนจะทำให้เราต้องปรับตัวหลายอย่างเลยครับ ก่อนอื่นเรื่องสุขภาพ ควรดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายตอนเที่ยงถึงบ่ายสามโมง สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี และทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน สำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ ความดัน ต้องระวังเป็นพิเศษ

ด้านเกษตรกรรม ฤดูร้อนแบบนี้เหมาะกับพืชผลบางชนิด เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง แต่ต้องระวังภัยแล้ง เกษตรกรควรตรวจสอบระบบน้ำชลประทานให้พร้อม และใช้ระบบน้ำหยดประหยัดน้ำ ในเมืองใหญ่ๆ อย่างเชียงใหม่ ลำปาง หรือสุโขทัย อาจมีปัญหาคุณภาพอากาศจากฝุ่น PM2.5 สะสมเพราะอากาศนิ่ง แนะนำติดตามแอป AirVisual กันครับ

นอกจากนี้ ฤดูร้อนยังเป็นช่วงที่ไฟป่าและเพลิงไหม้จากความร้อนสะสมเพิ่มขึ้น หน่วยงานท้องถิ่นควรเตรียมพร้อม ประชาชนช่วยกันไม่เผาก็อต ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ข้างทางนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำจากกรมอุตุฯ

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งให้ติดตามประกาศที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร 1182 ตลอด 24 ชม. ครับ ประกาศนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์พายุฤดูร้อนครั้งนี้แล้ว

สรุปแล้ว 14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน เป็นสัญญาณดีที่ฤดูฝนจะมาในอีกไม่กี่เดือน ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และสนุกกับอากาศดีๆ กันครับ ในความเห็นผม ปีนี้ฤดูร้อนอาจร้อนกว่าปีที่แล้วเพราะโลกร้อน หวังว่าทุกคนจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย!

ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและเคล็ดลับใช้ชีวิตในทุกฤดูได้ที่บล็อกของเรา สมัครรับข่าวสารฟรีเลยวันนี้!

ที่มา – 14 มี.ค. เป็นต้นไป ไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติของ “ฤดูร้อน”

อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. ฝนตกหลายพื้นที่

อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาออกพยากรณ์อากาศล่วงหน้าแล้วนะครับ เพื่อนๆ ยังต้องเจอฝนตกหนักและพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กลาง ตะวันออก รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันนี้เป็นวันที่ 13 มีนาคม 2569 สภาพอากาศยังไม่นิ่ง เนื่องจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากเมียนมาปกคลุมภาคเหนือ บวกกับมวลอากาศเย็นจากจีนเข้ามา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่าได้ง่ายๆ ขอให้ทุกคนระวังอันตราย โดยเฉพาะอย่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นอน เกษตรกรรีบเสริมโครงไม้ผล ป้องกันผลผลิตและสัตว์เลี้ยงด้วยนะครับ สุขภาพก็สำคัญ อากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ดูแลตัวเองดีๆ

ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองหนักบางแห่งจากลมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นลมปานกลาง สูง 1-2 เมตร ชาวเรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนตกครับ ฝุ่น PM2.5 วันนี้อากาศดีขึ้น การระบายอากาศดี ไม่ต้องกังวลมาก

พยากรณ์อากาศ 06:00 น. วันนี้ถึง 06:00 น. พรุ่งนี้

เช็คอุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. แต่ละภาค

ภาคเหนือ

มีพายุฝนฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่ ลมแรง ลูกเห็บบางแห่ง จังหวัดหลักคือแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 16-22°C สูงสุด 29-35°C ลมตะวันออก 10-20 กม./ชม. ภาคเหนือยังเย็นเช้า ร้อนกลางวัน แต่ฝนมาเมื่อไหร่ชุ่มฉ่ำเลยครับ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ฝนฟ้าคะนอง 10% พื้นที่ เลย หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา
  • อุณหภูมิต่ำสุด 15-22°C สูงสุด 31-33°C
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 15-30 กม./ชม.

อีสานเช้านี้เย็นสบาย แต่กลางวันร้อน ฝนน้อยหน่อย

ภาคกลาง

  • ร้อนกลางวัน พายุฝนฟ้าคะนอง 30% ลมแรง ลูกเห็บ นครสวรรค์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-24°C สูงสุด 33-36°C
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 10-20 กม./ชม.

กลางวันร้อนอบอ้าว ฝนตกตอนบ่ายเย็นชื่นใจ แต่ลมแรงระวังรถยนต์นะ

ภาคตะวันออก

  • พายุฝนฟ้าคะนอง 30% ลมแรง นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
  • อุณหภูมิต่ำสุด 22-25°C สูงสุด 31-34°C
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 15-30 กม./ชม. ทะเลคลื่น 1 ม. ฝนตกเกิน 2 ม.

อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

  • ฝนฟ้าคะนอง 40% ฝนหนักบางแห่ง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
  • ต่ำสุด 22-25°C สูงสุด 31-35°C
  • สุราษฎร์ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 15-30 คลื่น 1-2 ม.
  • นครศรีลงไป ลมตะวันออก 15-35 คลื่น 1-2 ม.

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

  • ฝนฟ้าคะนอง 30% ลมแรง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่
  • ต่ำสุด 23-25°C สูงสุด 33-36°C
  • ลมตะวันออก 15-30 คลื่น 1 ม. ฝนตกเกิน 1 ม.

อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. กรุงเทพฯ และปริมณฑล

  • พายุฝนฟ้าคะนอง 30% ลมแรง
  • ต่ำสุด 24-26°C สูงสุด 32-35°C
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 10-20 กม./ชม.

กรุงเทพวันนี้ร้อนแต่มีฝนตกบ่ายๆ คาดติดรถหน่อย umbrella ไว้เลยครับ

สรุปแล้ว อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. ทั่วไทยร้อนแต่ชื้น ฝนตกเยอะ ใครออกนอกบ้านเตรียมเสื้อกันฝน รถตรวจยางดีๆ หลีกเลี่ยงที่โล่ง ล่าสุดฝุ่นน้อย อากาศสะอาดดี อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ รักษาสุขภาพในหน้าที่อากาศแปรปรวนแบบนี้ ติดตามอัพเดทพยากรณ์อากาศทุกวันกับเราได้เลยนะครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด!

ที่มา – อุณหภูมิ วันนี้ 13 มี.ค. อุตุฯ พยากรณ์อากาศล่วงหน้า ยังมี “ฝนตก” หลายพื้นที่

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัด 11-13 มี.ค. 69

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ออก ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัด กันแล้วนะครับ พายุฤดูร้อนระลอกใหม่กำลังมาเยือนประเทศไทยตอนบน ช่วงวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ใครที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคตะวันออก เตรียมตัวรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และอาจมีฟ้าผ่าด้วย อย่าประมาทเลย!

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัด

ประกาศนี้ระบุชัดว่าพายุจะเริ่มจากภาคเหนือก่อน แล้วลามมาภาคกลางตะวันตกของอีสาน ภาคตะวันออก รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล สาเหตุมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากเมียนมาเข้าปกคลุมเหนือ ประกอบมวลอากาศเย็นจากจีนลงมาทางอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อนอบอ้าว พอเจอกันปุ๊บ ก็เกิดพายุฤดูร้อนปั๊บ!

ผลกระทบหลักคือฝนตกหนักบางแห่ง ลมแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หัก ป้ายโฆษณาล้ม สิ่งปลูกสร้างเสียหาย เกษตรกรต้องระวังผลไม้ สัตว์เลี้ยง และผลผลิต ส่วนประชาชนทั่วไป หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายไม่แข็งแรง ดูแลสุขภาพเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันด้วยนะครับ

จังหวัดเสี่ยงจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัดแต่ละวัน

วันที่ 11 มีนาคม 2569

มีความเสี่ยงสูง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย

มีความเสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่

วันที่ 12 มีนาคม 2569

มีความเสี่ยงสูง:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี

มีความเสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์
  • ภาคกลาง: อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด

วันที่ 13 มีนาคม 2569

มีความเสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน ตาก
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง

เคล็ดลับเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนจากประกาศฉบับ 2

เพื่อความปลอดภัย ผมมี tips มาฝากครับ 1. ตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคง ยึดป้ายโฆษณาให้แน่น 2. เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า หรือคลุมกันฝน 3. หลีกเลี่ยงเดินทางในที่โล่ง โดยเฉพาะตอนบ่ายถึงเย็นที่พายุชอบมา 4. เตรียมไฟฉาย วิทยุ สายชาร์จสำรอง เผื่อไฟดับ 5. ดูแลเด็กและผู้สูงอายุให้อยู่室内 6. ติดตามพยากรณ์แบบเรียลไทม์ผ่านแอปกรมอุตุฯ พายุฤดูร้อนมาเร็วไปเร็ว แต่ถ้าเตรียมดี ไม่น่ามีปัญหาใหญ่โต

ในอดีตพายุฤดูร้อนเคยทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือต้นไม้ล้มทับรถมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่จราจรติดหนึบ ดังนั้นเช็กประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กจังหวัดของคุณซะแต่เนิ่นๆ นะครับ สุขภาพจิตก็สำคัญ อย่าตื่นตระหนก แต่พร้อมรับมือ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บกรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th โทร 1182 หรือ 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชม. หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุฤดูร้อนนะครับ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยงด้วย!

ที่มา – ประกาศฉบับ 2 เตือน “พายุฤดูร้อน” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้อากาศร้อนๆ แล้วยังมีข่าวเตือนจาก กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค. มาอีกแล้วนะ อากาศตอนบนของไทยกำลังจะวุ่นวายด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บบางพื้นที่ และฝนตกหนักเป็นแห่งๆ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนั้น อย่าประมาทเลยครับ มาดูรายละเอียดกันดีกว่า

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุฤดูร้อน” 11-13 มี.ค.

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ระบุว่าช่วง 11-13 มี.ค. นี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนจะเจอพายุฤดูร้อนแบบเต็มๆ สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาเจอกับอากาศร้อนปกคลุมตอนบน บวกกับลมใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ผลคือเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ลูกเห็บ ฟ้าผ่า และฝนหนักบางจุด โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก

ส่วนตอนนี้ (24 ชม. ข้างหน้า) อากาศยังร้อนกลางวัน แต่มีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ขอให้ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ลมแรง และฝนครับ ภาคใต้ก็ยังมีฝนต่อเนื่อง คลื่นสูง 1-2 เมตร ชาวเรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญของพายุฤดูร้อน

  • ฝนฟ้าคะนอง: ตกหนักบางแห่ง น้ำท่วมฉับพลันได้
  • ลมกระโชกแรง: ต้นไม้ล้ม หลังคาพัง ระวังรถเสียหลัก
  • ลูกเห็บ: พื้นที่สูงชันเสี่ยงมาก
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงโดดเด่น อย่ายืนใต้ต้นไม้

พยากรณ์อากาศรายภาค 06:00 น. วันนี้ถึง 06:00 น. พรุ่งนี้

ภาคเหนือ: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% ลมแรงบางแห่ง จังหวัดหลัก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-24°C สูงสุด 34-37°C ลมใต้ 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ต่ำสุด 19-23°C สูงสุด 33-35°C ลมตะวันออกเฉียงเหนือ 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง: ร้อนกลางวัน ฝนฟ้าคะนอง 10% ลมแรง จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ต่ำสุด 24-25°C สูงสุด 35-37°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: ร้อนกลางวัน ฝน 20% ลมแรง จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ต่ำสุด 23-26°C สูงสุด 34-36°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 15-30 กม./ชม. ทะเลคลื่น 1 ม. ฝน>2 ม.

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: ฝน 20% ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีฯ พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ต่ำสุด 23-25°C สูงสุด 33-35°C ลมและคลื่นตามประกาศ

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ฝน 20% ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ต่ำสุด 22-25°C สูงสุด 32-36°C ลมตะวันออก 15-30 กม./ชม. คลื่น 1 ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ร้อนกลางวัน ฝน 10% ลมแรง ต่ำสุด 26-27°C สูงสุด 36-38°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-15 กม./ชม.

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และเคล็ดลับป้องกัน

ช่วงนี้ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ภาคกลาง กทม. สะสมปานกลาง-ค่อนข้างมาก เพราะอากาศระบายตัวอ่อนๆ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านนะครับ

วิธีรับมือพายุฤดูร้อนให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบหลังคาบ้าน รถยนต์ ให้แข็งแรง
  • หลบฝนในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงสะพานลอย ต้นไม้ใหญ่
  • เก็บของกลางแจ้งเข้าบ้าน
  • ขับรถช้าๆ เปิดไฟ ระวังลมแรง
  • หากเจอลูกเห็บ อย่าออกไปเก็บทันที รอให้หยุด
  • ดาวน์โหลดแอพพยากรณ์อากาศไว้เช็ค real-time

ส่วนตัวผมคิดว่าพายุฤดูร้อนแบบนี้เป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนกำลังจะจบ แต่ก็อันตรายไม่เบา สรุปคือเตรียมตัวดีๆ ครับ อย่ารอให้เจอค่อยวิ่งหนี จะแย่เอา ใครมีประสบการณ์เจอพายุแรงๆ แชร์กันในคอมเมนต์ได้นะ!

ติดตามพยากรณ์อากาศอัปเดตทุกวันเพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “พายุฤดูร้อน” ช่วง 11 – 13 มี.ค. ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

กรมอุตุฯ เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. เพชรบูรณ์ 38°C

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้อากาศร้อนแผดเผาจริงๆ เลยนะ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. โดยจังหวัดเพชรบูรณ์กลายเป็นแชมป์ร้อนสุด วัดอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 38 องศาเซลเซียส! ข่าวนี้มาจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่เพจเฟซบุ๊กของกรมอุตุฯ โพสต์ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ใครที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างเพชรบูรณ์ คงรู้สึกได้ถึงความร้อนอบอ้าวแบบสุดๆ

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค.

ตามรายงานของ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดทั่วประเทศไทยอยู่ที่ 38.0 องศาเซลเซียส ตรงบริเวณอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 37.1 องศาเซลเซียส ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย เรียกได้ว่าร้อนไม่แพ้กันเลยครับ โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเจอทั้งรถติดและแดดเปรี้ยง

รายละเอียดอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุด

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังรายงานอุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ (6 มี.ค.) ทั่วประเทศอยู่ที่ 17.1 องศาเซลเซียส ที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลต่ำสุด 24.4 องศาเซลเซียส วัดได้ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และกรมอุตุนิยมวิทยาเขตบางนา สะท้อนให้เห็นว่าอากาศยังคงแตกต่างกันระหว่างภาคต่างๆ ของไทย

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนของไทย ซึ่งปกติเดือนมีนาคมจะเริ่มร้อนจัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ปัจจัยหลักมาจากกระแสลมตะวันตกและความกดอากาศสูงที่ทำให้อากาศแห้งและร้อนขึ้น หากเทียบกับปีก่อนๆ ปีนี้ร้อนเร็วกว่าปกติ อาจเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นด้วย

ผลกระทบจากอากาศร้อนจัดในจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค.

อากาศร้อนจัดแบบนี้ส่งผลกระทบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพประชาชนที่เสี่ยงโรคลมแดด ผิวแห้ง และขาดน้ำ รวมถึงเกษตรกรที่พืชผลอาจเสียหายจากแล้ง ในเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ การร้อนจัดอาจกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชผล เช่น ข้าวโพดและมันสำปะหลัง นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเครื่องปรับอากาศก็ทำให้ค่าไฟแพงและเสี่ยงไฟดับ

วิธีรับมืออากาศร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยา

เพื่อป้องกันผลกระทบ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศทุกวัน และปฏิบัติตามคำเตือนเมื่อมีคลื่นความร้อน สำหรับเคล็ดลับรับมืออากาศร้อนจัด มีดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี และทาครีมกันแดด SPF 30+ เมื่อออกนอกบ้าน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาร้อนสุด
  • กินอาหารสด ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สับปะรด แตงโม เพื่อเติมน้ำให้ร่างกาย
  • เปิดพัดลมหรือแอร์ในห้อง แต่ประหยัดพลังงานโดยตั้งอุณหภูมิ 25-27 องศา
  • เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องดูแลเป็นพิเศษ หากมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ ให้รีบพบแพทย์

ในปี 2569 นี้ คาดว่าคลื่นความร้อนจะเกิดบ่อยขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือให้ดี หากเทียบกับข้อมูลย้อนหลัง เพชรบูรณ์เคยร้อนถึง 40 องศาในบางปี ดังนั้น 38 องศายังถือว่ายังไม่สุดขีด แต่ก็ร้อนมากพอให้ระวัง

นอกจากนี้ ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่ร้อนใกล้เคียง เช่น นครสวรรค์ อุทัยธานี ที่มักมีอุณหภูมิสูงในช่วงนี้ ผู้ที่เดินทางไปภาคเหนือควรเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศล่วงหน้าและคำแนะนำ

สำหรับวันถัดไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิจะยังคงสูง โดยมีโอกาสฝนตกบางพื้นที่ในภาคเหนือตอนบน แต่ภาคกลางยังร้อนต่อเนื่อง ใครที่วางแผนกิจกรรมกลางแจ้ง ควรมีแผนสำรองไว้ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดีในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ ถ้าคุณมีเคล็ดลับรับมืออากาศร้อนยังไง แชร์กันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ! ติดตามอัปเดตพยากรณ์อากาศจากเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ

ข้อคิดเห็น: อากาศร้อนจัดแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลดการใช้พลาสติกและปลูกต้นไม้เพื่อลดความร้อนในเมืองครับ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. “เพชรบูรณ์” อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาฯ

กรมอุตุฯ ประกาศสุดท้าย พายุฤดูร้อน 28 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุฤดูร้อนที่กำลังพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้วนะครับ ใครที่อยู่ใน 28 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเลย เพราะมีฝนฟ้าคะนองหนัก ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าด้วย ประกาศนี้คือฉบับที่ 7 (14/2567) มีผลถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567 เท่านั้น

พายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัด: สถานการณ์ล่าสุด

พายุฤดูร้อนครั้งนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นเข้ามาในไทยตอนบน ซึ่งตอนนี้อากาศกำลังร้อนอบอ้าว พอเจอแนวลมพัดสวนทางกันที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และอีสานตอนล่าง ก็เลยเกิดพายุพายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัดแบบนี้ครับ สภาพอากาศแบบนี้มักเกิดในช่วงฤดูร้อนของไทย ทำให้ประชาชนต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพราะลมกระโชกแรงอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับเกษตรกรด้วยนะครับ ควรรีบเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล ผลผลิตทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพตัวเองในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันด้วย

รายชื่อ 28 จังหวัดที่พายุฤดูร้อน เตือนหนัก

จังหวัดที่มีความเสี่ยงปานกลางจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในวันนี้ มีดังนี้

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี

ทั้งหมด 28 จังหวัดนี้ต้องจับตาสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและแถบภูเขา ที่มักได้รับผลกระทบหนักจากลมแรงครับ

สาเหตุและลักษณะของพายุฤดูร้อนในไทย

พายุฤดูร้อนคืออะไร? มันคือพายุฝนฟ้าคะนองแบบท้องถิ่นที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนในพื้นราบเจอมวลอากาศเย็นจากด้านบน ก็เลยเกิดการพัดวน ลมแรง และฝนตกหนัก ฟ้าผ่า ในไทยช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมมักเจอบ่อย เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากร้อนสู่ฝนครับ ปีนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าปกติ อาจเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อากาศแปรปรวน

จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา พายุแบบนี้ไม่ใช่พายุใหญ่ แต่ส่งผลกระทบเฉพาะจุด เช่น ต้นไม้ล้ม ป้ายโฆษณาพัง หลังคาพัด และน้ำท่วมขังฉับพลัน ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายหลายล้านบาทต่อปี ดังนั้นการเตรียมตัวจึงสำคัญมาก

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน เตือน 28 จังหวัด

  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคง ยึดเหนี่ยวสิ่งของหลวมๆ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่พายุมักมา
  • เกษตรกร: เก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแล้ว ผูกมัดต้นไม้ให้แน่น
  • ติดตั้งแอปพยากรณ์อากาศ หรือเช็คเว็บกรมอุตุฯ สม่ำเสมอ
  • หากเกิดฟ้าผ่า อย่ายืนใต้ต้นไม้เดี่ยวๆ และปิดประตูหน้าต่าง

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เตรียมไฟฉาย เทียน และน้ำดื่มสำรอง เผื่อไฟดับจากลมแรงครับ

สรุปแล้ว แม้จะเป็นประกาศฉบับสุดท้าย แต่สภาพอากาศไทยยังคงแปรปรวน ประชาชนควรติดตามข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 1182 หรือ 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชม. เพื่อความปลอดภัยครับ

คำแนะนำจากเรา: ในฤดูร้อนแบบนี้ พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การมีแผนรับมือส่วนตัวจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ลองเช็คพยากรณ์วันละ 2 ครั้ง และแจ้งเตือนคนใกล้ชิดด้วยนะครับ สุดท้าย อย่าลืมแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ ใน 28 จังหวัดที่เสี่ยง เพื่อช่วยกันเตรียมพร้อม!

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับสุดท้าย “พายุฤดูร้อน” เตือน 28 จังหวัด ฝนถล่ม ลมแรง

อุตุฯ เทียบพายุฤดูร้อนกับพายุฤดูฝน

หลายคนอาจสับสนระหว่างพายุฤดูร้อนกับพายุฤดูฝนใช่ไหมล่ะ? วันนี้เรามีข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยามาให้รู้กันชัดๆ กับเรื่องที่อุตุฯ เทียบความแตกต่างระหว่าง “พายุฤดูร้อน” กับ “พายุฤดูฝน” ย้ำเลยว่าไม่เหมือนกันนะ! การเข้าใจความต่างนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เรารู้วิธีเตรียมตัวรับมือให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นลมแรงลูกเห็บ หรือฝนตกหนักสะสม

อุตุฯ เทียบความแตกต่างระหว่าง “พายุฤดูร้อน” กับ “พายุฤดูฝน”

กรมอุตุนิยมวิทยาโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 เพื่อเช็กให้ชัวร์ว่าทั้งสองแบบนี้ต่างกันยังไง โดยสรุปง่ายๆ คือ พายุฤดูร้อนเน้น “ลมแรงฉับพลัน” ส่วนพายุฤดูฝนเด่นเรื่อง “ฝนตกหนักต่อเนื่อง” มาดูรายละเอียดกันเลย

เกิดขึ้นเมื่อไหร่และสาเหตุหลัก

  • พายุฤดูร้อน: เกิดช่วงปลายฤดูหนาวถึงฤดูร้อน อากาศร้อนสะสมปะทะมวลอากาศเย็นจากเหนือ ทำให้เกิดพายุแบบกะทันหัน มาไวไปไวภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • พายุฤดูฝน: เกิดช่วงฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้หรือหย่อมต่ำ ตกนานเป็นวันๆ หรือหลายวันติด

ลักษณะเด่นของพายุฤดูร้อน

พายุประเภทนี้ใครๆ ก็กลัวเพราะความรุนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ลมกระโชกแรงมากกว่า 70 กม./ชม. บางครั้งมีฟ้าผ่าและลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาท! ตัวอย่างเช่น ในปี 2566 หลายจังหวัดภาคอีสานและเหนือเจอพายุฤดูร้อนทำหลังคาปลิว ต้นไม้หักล้ม ส่งผลให้ไฟดับและอุบัติเหตุ路上เยอะ

  • ลมแรงรุนแรงเฉียบพลัน
  • ฟ้าผ่าบ่อย
  • ลูกเห็บตก
  • ฝนตกไม่มาก แต่สั้นและหนัก
  • เกิดเป็นจุดๆ ไม่กว้างมาก

สาเหตุหลักมาจากการปะทะอากาศร้อน-เย็น ทำให้เกิดพายุเถื่อน (thunderstorm) ที่รุนแรง หากอยู่กลางแจ้งตอนพายุมา ควรรีบหลบในอาคารที่แข็งแรงทันที

ลักษณะเด่นของพายุฤดูฝน

ตรงข้ามกับฤดูร้อนเลย พายุฤดูฝนเน้นปริมาณฝนสะสมมหาศาล บางวันตกเกิน 100 มม. ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และกลาง อย่างปีที่แล้วกรุงเทพฯ ก็เจอฝนตกหนักจากมรสุมทำรถติด น้ำท่วมขับรถไม่ได้

  • ฝนตกชุกหนักต่อเนื่อง
  • ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
  • อาจมีลมแรงแต่ไม่ฉับพลันเท่า
  • ฟ้าผ่าน้อยกว่าฤดูร้อน
  • ลูกเห็บแทบไม่มี

เกิดจากระบบลมมรสุมที่พัดฝนมาจากทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล ทำให้ฝนตกยาวนาน ต้องระวังน้ำท่วมและดินถล่ม

สรุปความต่างสำคัญที่อุตุฯ ย้ำ

อุตุฯ เทียบความแตกต่างระหว่าง “พายุฤดูร้อน” กับ “พายุฤดูฝน” แล้วจะเห็นชัดว่าฤดูร้อนอันตรายจากลมและเห็บ ส่วนฤดูฝนจากน้ำท่วม ดังนั้นการเตรียมตัวต่างกัน เช่น ฤดูร้อนยึดบ้านดีๆ ฤดูฝนเตรียมกระสอบทรายและย้ายของขึ้นที่สูง

วิธีรับมือพายุทั้งสองแบบ

ไม่ว่าจะพายุไหน ก็ต้องเตรียมใจและอุปกรณ์ให้พร้อม

  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุทุกวัน
  • ฤดูร้อน: หลีกเลี่ยงเสาไฟ ต้นไม้ใหญ่ อย่าอยู่กลางแจ้ง
  • ฤดูฝน: เตรียมไฟฉาย อาหารแห้ง ตรวจระบบระบายน้ำบ้าน
  • มีประกันภัยพิบัติ
  • แจ้งเตือนคนใกล้ชิด

เข้าใจอุตุฯ เทียบความแตกต่างระหว่าง “พายุฤดูร้อน” กับ “พายุฤดูฝน” แล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลยนะ สภาพอากาศไทยเปลี่ยนแปลงเร็วจากโลกร้อนขึ้น ยิ่งต้องอัพเดทข้อมูลบ่อยๆ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุทั้งปี แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้บ้างนะ แล้วอย่าลืมติดตามเพจกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่ออัพเดทล่าสุด!

ที่มา – อุตุฯ เทียบความแตกต่างระหว่าง “พายุฤดูร้อน” กับ “พายุฤดูฝน” ย้ำไม่เหมือนกัน

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 ฝนตกหนักหลายจังหวัด

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือน โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567 นี้ พายุลูกนี้จะนำฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่ามาให้เราได้เจอ ทำให้หลายพื้นที่อาจมีน้ำท่วมฉับพลันหรือต้นไม้ล้มได้นะครับ

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6

ประกาศฉบับที่ 6 นี้ กรมอุตุฯ ออกมาเพื่อให้ทุกคนรู้ตัวก่อน โดยเฉพาะในบริเวณประเทศไทยตอนบนที่กำลังร้อนอบอ้าว พายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นเข้ามา ผสมกับอากาศร้อนในประเทศและคลื่นกระแสลมจากเมียนมา ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองแบบกะทันหัน ลักษณะเด่นคือลมแรงมาก สามารถพัดบ้านเรือนหรือป้ายโฆษณาล้มได้ง่าย

รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “เตือน \”พายุฤดูร้อน\” ฉบับที่ 6″

จังหวัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ โดยแบ่งตามภาคเพื่อให้ง่ายต่อการเช็ก

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, สุโขทัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเจอฝนตกหนักถึง 70 มม. ใน 1 ชั่วโมง ลมกระโชก 60-80 กม./ชม. และลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาท หากคุณอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ อย่าประมาทเลยครับ

สภาพอากาศและสาเหตุของพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดบ่อยในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างอากาศร้อนชื้นกับมวลเย็น ทำให้เกิดเมฆฝนขนาดใหญ่ พัฒนาเร็วมาก ภายใน 30 นาทีก็เทฝนลงมาได้ สาเหตุหลักในครั้งนี้คือความกดอากาศสูงจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุม ทำให้ลมพัดความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามา ประกอบกับคลื่นลมจากเมียนมา ทำให้พายุแรงกว่าปกติ

จากข้อมูลประวัติศาสตร์ พายุฤดูร้อนปีที่แล้วสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ทั้งรถล้ม ต้นไม้หัก และน้ำท่วมขัง ปีนี้คาดว่าจะคล้ายกัน โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและเมืองใหญ่ที่โครงสร้างไม่แข็งแรง

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่โยกเยก
  • เกษตรกรควรยึดมัดไม้ผลให้แน่น เตรียมหลังคาคลุมสัตว์เลี้ยง และเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกแล้ว
  • ผู้ขับขี่ระวังทัศนวิสัยต่ำจากฝนและลมแรง หลีกเลี่ยงทางลูกรัง
  • ติดตั้งสายล่อฟ้าในบ้าน หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่า
  • ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ จากอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย วิทยุ และน้ำดื่มเผื่อไฟดับหรือน้ำท่วม

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 นี้เป็นสัญญาณว่าฤดูร้อนกำลังเข้มข้น ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th โทร. 1182 หรือ 02-399-4012-13 ตลอด 24 ชม. การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ลองเช็กพยากรณ์อากาศทุกวัน แล้วปรับแผนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งให้เหมาะสมนะครับ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากพายุครั้งนี้ และอย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยงด้วย!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 เปิดรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

Scroll to top