กรมอุตุนิยมวิทยา

สภาพอากาศวันนี้: ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือนภัยฝนหนัก!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกันนะครับ เตรียมตัวรับมือกับฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่ด้วยนะ

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น พร้อมเตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” บางแห่ง

วันที่ 17 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568″

สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เป็นยังไงกันบ้างครับกับสภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น อย่าลืมเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักกันด้วยนะครับ ขับรถก็ระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น เตือน 4 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

อ่างทองน้ำท่วม! 4 อำเภออ่วม 597 ครัวเรือนเดือดร้อน

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองยังคงน่าเป็นห่วง น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวบ้านอ่วม อ่างทองน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนถึง 597 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือและวางกระสอบทรายตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

ชาวบ้านอ่วม อ่างทองน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดอ่างทองได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ส่งผลให้ ชาวบ้านอ่วม อ่างทองน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก และอำเภอวิเศษชัยชาญ รวม 16 ตำบล 50 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 597 ครัวเรือน นอกจากนี้ พื้นที่การเกษตรก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยเฉพาะนาข้าวใน ต.เทวราช ต.ราชสถิตย์ ต.ไชโย รวม 740 ไร่ และพืชสวน (กล้วย) ใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จำนวน 4 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 66 ราย

ทางด้านเทศบาลเมืองอ่างทอง ได้เร่งดำเนินการวางแท่งแบริเออร์บริเวณทางขึ้นริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งวางกระสอบทรายตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันศูนย์ราชการและย่านศูนย์การค้า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนในปริมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดวิกฤต

สถานการณ์น้ำท่วมอ่างทองล่าสุด

สถานการณ์น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวัดที่สถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง พบว่าระดับน้ำสูงถึง 7.97 เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับจุดวิกฤตที่ 8 เมตร (จากระดับตลิ่งที่มีเขื่อนกั้นน้ำ 10 เมตร) ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านอยู่ที่ 2,038 ลบ.ม./วินาที

ชาวบ้านอ่วม อ่างทองน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ ครั้งนี้ถือเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และวางแผนป้องกันเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในอนาคต

สำหรับใครที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อย่ารอช้าที่จะติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือนะคะ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ที่มา – ชาวบ้านอ่วม อ่างทองน้ำท่วมแล้ว 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 597 ครัวเรือน

เตือน! ทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กเลย!

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” กำลังเป็นที่น่ากังวล! “กรมอุตุนิยมวิทยา” ออกมาเตือนทั่วไทยให้ระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” พร้อมทั้งให้ตรวจสอบรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 13 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก”

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวัง “ฝนตกหนัก” เป็นพิเศษ?

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): กระบี่, ตรัง, สตูล
  • กรุงเทพและปริมณฑล: ทั่วพื้นที่

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ควรตรวจสอบสภาพบ้านเรือน ช่องทางระบายน้ำ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เตือนทั่วไทยระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนัก” เช็กจังหวัดไหนบ้างคาดจะได้รับผลกระทบ

อุตุฯ เตือน! ไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือน! ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับ ฝนตกหนัก ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัย

ในช่วงวันที่ 12 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ โดยระบุว่าประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมี ฝนตกหนัก ในบางแห่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาและใกล้แหล่งน้ำ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้คือ ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

สำหรับชาวเรือที่ต้องทำการประมงหรือสัญจรทางทะเล ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

อุตุฯ เตือนไทยยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

ต่อไปนี้คือพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้:

พยากรณ์อากาศแต่ละภาค: จับตาพื้นที่ฝนตกหนัก

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

จากประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ ฝนตกหนัก ในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – อุตุฯ เตือนไทยยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

เตือน! ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง

ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะภาคเหนือที่อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

วันที่ 11 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ โดยภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศรายภาค: เตรียมรับมือ ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากพยากรณ์อากาศนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – เตือนไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ภาคเหนือฝนตกหนักบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบน ฝนตกหนัก ต้องระวัง!

เตรียมตัวรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีโอกาสเจอ ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

วันที่ 10 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับ สภาพอากาศวันนี้ โดยระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมี ฝนตกหนัก บางแห่ง

สภาพอากาศวันนี้: ฝนตกหนัก ต้องระวัง

สำหรับชาวเรือที่วางแผนจะออกทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศรายภาคสำหรับวันนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนัก บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

จากข้อมูลพยากรณ์อากาศข้างต้น จะเห็นได้ว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและ ฝนตกหนัก ดังนั้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร สภาพอากาศวันนี้ อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ การตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และหลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เตือนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม

เตือน! 3 จังหวัดฝนตกหนักมาก คนกรุงรับมือน้ำ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! 3 จังหวัดเตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก บางพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนคนกรุงเทพฯ ต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักมากและน้ำรอการระบาย

วันที่ 9 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายแห่ง และมี ฝนตกหนักมาก ในบางพื้นที่ของภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เตือน! 3 จังหวัดฝนตกหนักมาก คนกรุงรับมือน้ำ

พยากรณ์อากาศวันนี้: ระวัง! ฝนตกหนักมาก ในหลายพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร นครราชสีมา และบุรีรัมย์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ตรวจสอบเส้นทาง วางแผนการเดินทาง และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ที่มา – เตือน 3 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ คนกรุงระวังอันตรายจากน้ำรอการระบาย

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ฝนหนัก! ไทยไม่กระทบ?

พายุ “ตาปะฮ์” ทวีความแรงเป็นพายุโซนร้อน แต่ถึงแม้ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตก และตกหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีฝนตกร้อยละ 80 ของพื้นที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันนี้ (8 ก.ย. 68) พายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวด้วย

ขณะที่พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบายโดยเฉพาะบริเวณชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง 

โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส 

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรกับสถานการณ์ โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง นี้?

ถึงแม้ว่า โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่สถานการณ์ฝนที่อาจจะตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงหากไม่จำเป็น และตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย

สรุปแล้ว แม้ว่าพายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุดังกล่าว

ที่มา – โซนร้อน “ตาปะฮ์” ไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ทำให้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก

อุตุฯ ประกาศ: พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย 8 ก.ย. นี้!

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 ยืนยันว่าพายุ “ตาปะฮ์” จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จะขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน) อย่างไรก็ตาม พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นได้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (7 ก.ย. 68) พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 380 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย. 68) อย่างที่กล่าวไป พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยมากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ดังนั้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จริงหรือ?

หลายคนอาจกังวลว่าข่าวเรื่อง พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? กรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เราควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

สิ่งที่ควรระวังแม้พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เข้าไทย

ถึงแม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย โดยตรง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้:

  • คลื่นลมแรง: มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น อาจทำให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นสูง
  • ฝนตกหนัก: มรสุมที่มีกำลังแรงขึ้นอาจทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก: ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

ดังนั้น แม้ว่าพายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 7 พายุ “ตาปะฮ์” ไม่เคลื่อนเข้าไทย จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีนพรุ่งนี้ 8 ก.ย.

Scroll to top