กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” มรสุมแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่ไม่ต้องกังวล! แม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่อาจมีฝนตกหนักได้

ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยพายุลูกนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ พายุนี้จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลกระทบดังนี้:

  • ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
  • คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อ “พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย” แต่มรสุมแรงขึ้น

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย โดยตรง แต่เราก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากมรสุมที่มีกำลังแรงขึ้น ดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันไม่เข้าไทย ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่มีฝนตกชุกก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมรักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ที่มา – ประกาศฉบับ 3 “พายุดีเปรสชัน” ไม่เข้าไทย แต่จะทำให้มรสุมที่ปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

อุตุฯ อัปเดต! พายุดีเปรสชัน ไม่เข้าไทย 8-9 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 2 อัปเดตเส้นทาง พายุดีเปรสชัน ที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่า พายุดีเปรสชัน นี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

วันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 ก.ย. 68) พายุดีเปรสชัน ตั้งอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.5 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ยืนยันว่าพายุนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

พายุดีเปรสชัน: อัปเดตล่าสุดและผลกระทบ

ถึงแม้ว่า พายุดีเปรสชัน ลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังบริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับพายุดีเปรสชัน

  • พายุดีเปรสชัน คืออะไร: พายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงน้อยกว่าพายุโซนร้อน
  • ผลกระทบ: อาจทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงในทะเล
  • การเตรียมตัว: ตรวจสอบสภาพอากาศ วางแผนการเดินทาง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยายังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

คุณสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 2 อัปเดตเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่ง 8–9 ก.ย. ไม่เคลื่อนเข้าไทย

เตือนทั่วไทย! ฝนตกหนักมาก ระวังน้ำท่วม

“กรมอุตุนิยมวิทยา” พยากรณ์อากาศทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 5 ก.ย. 2568 เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมี ฝนตกหนักมาก บางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย”

เตือนทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมาก บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยขณะนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนทั่วไทย “ฝนตกหนักมาก” บางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งจีน!


เพื่อนๆ ทุกคนคงได้ยินข่าวเรื่องสภาพอากาศกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ วันนี้มีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยามาแจ้งให้ทราบกัน เกี่ยวกับ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนในช่วงวันที่ 8-9 กันยายนนี้ มาดูกันค่ะว่ารายละเอียดเป็นยังไงบ้าง

ประกาศฉบับ 1: พายุดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยระบุว่าเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 6 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แล้วพายุดีเปรสชันนี้จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยไหม?

ข่าวดีก็คือพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8–9 กันยายน 2568 โดยพายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ที่มีแผนเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า แม้ว่าพายุ “พายุดีเปรสชัน” จะไม่เข้าไทย แต่ก็อาจส่งผลทางอ้อมให้เกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ดังนั้นอย่าลืมติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ จะได้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

เพื่อความไม่ประมาท ขอแนะนำให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พวกเราจะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์

นอกจากนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัย และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารัก

สรุปแล้ว สถานการณ์ “พายุดีเปรสชัน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนนี้ แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย แต่เราก็ไม่ควรประมาท ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาตินะคะ

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีน ช่วงวันที่ 8–9 ก.ย.นี้

ทั่วไทยวันนี้! ยังมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

วันนี้ทั่วไทยยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์ “ฝนตกหนัก” ในหลายพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกสะสม ทั้งน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเน้นย้ำให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 5 กันยายน 2568 พบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และวางแผนการอพยพหากจำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง

สำหรับชาวเรือที่ทำการประมงหรือสัญจรทางทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศทั่วไทยวันนี้ ระวัง “ฝนตกหนัก”

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง บริเวณจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นทั่วไทยในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ที่มา – ทั่วไทยยังคงมี “ฝนตกหนัก” บางแห่ง เตือนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

สภาพอากาศวันนี้: ประเทศไทยฝนตกหนัก กทม. 70%

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ประเทศไทยยังคงมีสภาพอากาศวันนี้ฝนตกหนักบางแห่ง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ลักษณะอากาศทั่วไป ประเทศไทยยังคงมีสภาพอากาศวันนี้ฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.-ปริมณฑล เจอฝน 70%

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

พยากรณ์อากาศแต่ละภาค

ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ทำให้เราต้องเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศวันนี้ กันให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมร่ม, เสื้อกันฝน, หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.-ปริมณฑล เจอฝน 70%

อุตุฯ เตือน! 1-7 ก.ย. ฝนตกต่อเนื่องทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 1-7 กันยายนนี้ ประเทศไทยยังคงมี ฝนตกต่อเนื่องทั่วไทย และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงหลังเลิกงาน ขอให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศและพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวเสมอ

อุตุฯ เตือน! 1-7 ก.ย. ฝนตกต่อเนื่องทั่วไทย

วันที่ 1 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้อัปเดตข้อมูลพยากรณ์ฝนสะสมรายวันและลมที่ระดับ 925 hPa (750 ม.) ในช่วง 15 วันข้างหน้า (1-15 กันยายน 2568) จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) โดยมีการวิเคราะห์ผลจากแบบจำลองฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับฝนตกอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงสัปดาห์นี้ (1-7 ก.ย. 68) ประเทศไทยจะมี ฝนตกต่อเนื่องทั่วไทย โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุม

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือสถานการณ์น้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกสะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์) อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลดีต่อภาคอีสานตอนกลางและตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

แต่อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีฝนตกอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากถนนลื่น และพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังเลิกงานที่มักจะมีฝนตก

สำหรับภาคใต้ มรสุมยังมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ระวังฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งอันดามัน ชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1-3 กันยายน 2568 ที่คลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น

ช่วงวันที่ 8-15 ก.ย. ยังต้องระวังฝน

ในช่วงวันที่ 8-15 กันยายน 2568 ประเทศไทยยังคงมีฝนกระจายในหลายพื้นที่และมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีทั้งฝนตกหนักและเบาสลับกันไป ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนกลางตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ขอให้ใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

สรุปได้ว่าในช่วงวันที่ 1-7 กันยายนนี้ ประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่มี ฝนตกต่อเนื่องทั่วไทย และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • วางแผนการเดินทางสำรอง
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

สถานการณ์ฝนที่เกิดขึ้นนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยจากโรคที่มากับน้ำ ดังนั้น จึงควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ วันที่ 1-7 ก.ย. ทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง มักเกิดช่วงหลังเลิกงาน

พายุหนองฟ้า ฉบับสุดท้าย! ฝนตกหนักหลายจังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังคงต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศฉบับที่ 9 เกี่ยวกับ “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” โดยระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเมียนมาในวันพรุ่งนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้ภาคเหนือด้านตะวันตกยังคงมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในจังหวัดลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน เฝ้าระวังอันตรายจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ในบางบริเวณ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีความสูงของคลื่นอยู่ที่ 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2568

พายุหนองฟ้า และสถานการณ์ฝนตกหนัก

ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ “พายุหนองฟ้า” ในครั้งนี้

รับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากจากพายุหนองฟ้า

เพื่อให้การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุหนองฟ้า” เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำให้ทุกท่านดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์พายุและปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกในพื้นที่ของท่าน
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้าน เพื่อป้องกันการอุดตันและช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่น
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และเอกสารสำคัญ
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมแผนอพยพและฝึกซ้อมการอพยพ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • ระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาด หรือเสาไฟฟ้าล้ม โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโดยด่วน

การเตรียมพร้อมและการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างมีสติ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจาก “พายุหนองฟ้า” และสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ที่มา – ประกาศ “พายุหนองฟ้า” ฉบับสุดท้าย เตือนหลายจังหวัดยังมี “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

เตือน! พายุ “หนองฟ้า” ฝนตกหนักหลายพื้นที่

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ หลายจังหวัดต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุหนองฟ้า และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “หนองฟ้า” ได้เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย และคาดว่าจะเคลื่อนปกคลุมภาคเหนือในวันนี้ (31 ส.ค. 68)

จากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” จะทำให้ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน

ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ “หนองฟ้า”

วันที่ 31 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย, ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 1 กันยายน 2568

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, ชัยภูมิ, นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่

นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 68

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์“พายุหนองฟ้า” ที่กำลังจะมาถึงนี้

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมสิ่งของจำเป็น และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – เตือนพายุ “หนองฟ้า” ฉบับที่ 8 ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

Scroll to top