กระทรวงการคลัง

ล่ม! คลังยกเลิก โครงการรถเก่าแลกใหม่ ติดปัญหาจัดการซาก

หลายคนคงกำลังตั้งตารอคอยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานสะอาด กับข่าวคราวของ โครงการรถเก่าแลกใหม่ ที่เคยเป็นกระแสฮือฮา แต่ล่าสุดดูเหมือนความหวังนี้จะต้องพับเก็บไปก่อน เมื่อกระทรวงการคลังได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า ไม่สามารถดำเนินโครงการนี้ต่อได้เนื่องจากติดปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการตีราคารถและการบริหารจัดการซากรถที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ภาครัฐจะแบกรับ

ล่ม! คลังยกเลิก โครงการรถเก่าแลกใหม่ ติดปัญหาตีราคารถ วิธีกำจัดการซากรถ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าสาเหตุที่ โครงการรถเก่าแลกใหม่ ต้องยุติลง เพราะกระทรวงมองว่ารัฐบาลไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าไปแบกรับภาระในการจัดการรถเก่าทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งในแง่ของกระบวนการทำลายซากตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกแตกอย่างการตีราคารถใช้แล้วที่จะนำมาแลกเปลี่ยน ซึ่งแต่ละคันมีสภาพและความเสื่อมโทรมที่แตกต่างกันไป

ทำไมภาครัฐถึงไม่เดินหน้า โครงการรถเก่าแลกใหม่ ต่อ?

  • ปัญหาการประเมินมูลค่ารถยนต์มือสองที่มีความแตกต่างกันสูง
  • ความยากลำบากในการบริหารจัดการซากรถให้เป็นไปตามมาตรฐานการกำจัดขยะอุตสาหกรรม
  • ภาระงบประมาณและบุคลากรที่ต้องใช้ในการจัดการรถทั่วประเทศ
  • ความร่วมมือจากค่ายรถยนต์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการรับซื้อรถเก่าคืน

หัวใจสำคัญที่กระทรวงการคลังเน้นย้ำคือ โครงการรถเก่าแลกใหม่ จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการหรือค่ายรถยนต์ต่างๆ ยอมเข้ามารับผิดชอบบริหารจัดการรถเก่าด้วยตนเองเพื่อแลกกับการขายรถใหม่ แต่ในความเป็นจริง การที่ค่ายรถจะเข้ามาแบกรับภาระนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีความเสี่ยงสูง ทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ในรูปแบบเดิมที่รัฐบาลหวังไว้

อย่างไรก็ตาม นี่อาจไม่ใช่จุดจบของนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานเสียทีเดียว เพราะกรมสรรพสามิตกำลังเร่งศึกษามาตรการใหม่ๆ เพื่อมาทดแทน ซึ่งคาดว่าจะเน้นความคล่องตัวและทำได้จริงมากกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักคือการลดมลพิษและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับใครที่วางแผนจะเปลี่ยนรถ ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าสิทธิประโยชน์ใหม่ที่จะออกมาจากกรมสรรพสามิตจะเป็นอย่างไร ส่วนใครที่มีรถเก่าและต้องการกำจัดทิ้ง การเลือกส่งออกหรือเข้าสู่กระบวนการทำลายซากอย่างถูกต้องตามช่องทางของเอกชนยังคงเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ครับ

ที่มา – ล่ม! คลังยกเลิก “โครงการรถเก่าแลกใหม่” ติดปัญหาตีราคารถ วิธีกำจัดการซากรถ

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

ข่าวดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้ายุคดิจิทัล! รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบในการยกระดับร้านค้ารายย่อยด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์อัจฉริยะที่ชื่อว่า “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การบริหารจัดการร้านค้าของคุณง่ายและแม่นยำกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ร้านค้าที่ใช้แอปฯ ถุงเงินจะได้รับผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบเรียลไทม์

ทำไมต้องใช้งานฟีเจอร์ นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน?

หลายคนอาจสงสัยว่าระบบนี้จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจแบบเดิมๆ ได้อย่างไร คำตอบคือ AI ตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่แชทบอทตอบคำถามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เท่านั้น แต่ยังเป็นกูรูด้านข้อมูลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้เฉียบคมยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์เด่นที่ไม่ควรพลาดประกอบไปด้วย:

  • วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ: บอกลาการจดบันทึกแบบเดิมๆ เพราะนกกระซิบจะสรุปยอดขายรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่คนเข้าร้านเยอะที่สุด ทำให้คุณจัดสต็อกสินค้าและวางแผนกำลังคนได้อย่างเหมาะสม
  • เช็กราคากลางวัตถุดิบ: ระบบจะเชื่อมต่อกับกรมการค้าภายใน เพื่ออัปเดตราคาหมู ไก่ และวัตถุดิบสำคัญแบบวันต่อวัน คุณจะได้รู้ต้นทุนที่แท้จริง ไม่ต้องกลัวซื้อของแพงเกินเหตุ
  • คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น: ช่วยคำนวณกำไรสุทธิต่อหน่วย ทำให้คุณตั้งราคาขายได้อย่างมั่นใจ ว่าไม่เข้าเนื้อและมีกำไรเพียงพอสำหรับการต่อยอดธุรกิจ

การใช้เครื่องมืออย่าง “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ร้านค้ายุคใหม่ต้องปรับตัวให้ทัน รัฐบาลตั้งใจให้เทคโนโลยี AI เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อให้การจัดการร้านค้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีเพียงอัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไปครับ

หากคุณเป็นเจ้าของร้านค้า อย่ารอช้า! ลองเข้าไปทดสอบใช้งานฟีเจอร์นี้ดูนะครับ เพราะข้อมูลคือขุมทรัพย์ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การรู้ราคาต้นทุนและเข้าใจยอดขายตัวเองดีพอ คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้แน่นอน

ที่มา – รัฐบาลเปิดตัว “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส วันแรกคึกคัก เช็กเลย

เริ่มแล้ววันนี้! บรรยากาศการสแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรกถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนผู้ลงทะเบียนได้รับสิทธิเรียบร้อยแล้ว ต่างแห่เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อเตรียมตัวใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับใครที่ยังสับสนหรืออยากรู้เทคนิคในการใช้งานให้คุ้มค่า วันนี้เรามีรายละเอียดมาฝากกันครับ

เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส วันแรกคึกคัก เช็กวิธีกดใช้สิทธิที่นี่

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เกิดขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน โดยรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในรูปแบบการร่วมจ่าย (60/40) สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

วิธีตรวจสอบสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส และการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า อย่าลืมเข้าไปเช็กสิทธิคงเหลือในแอปเป๋าตังก่อนเสมอ โดยโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส มีเงื่อนไขการใช้งานง่ายๆ เพียงเข้าเมนู G-Wallet กดเลือกโครงการ แล้วระบบจะแสดงสิทธิคงเหลือวันนี้ ให้คุณทราบทันทีว่าสามารถใช้จ่ายได้อีกเท่าไร พร้อมทั้งดูประวัติการใช้สิทธิได้ตลอดเวลา เพื่อให้บริหารจัดการงบประมาณส่วนตัวได้อย่างแม่นยำ

ขั้นตอนการใช้งานมีเพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง เลือกเมนู G-Wallet และกดเข้าแบนเนอร์โครงการ
  • แจ้งร้านค้าว่า “จ่ายด้วยไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อรับ QR Code
  • กดปุ่มสแกนในแอปฯ แล้วเล็งที่ QR ของร้านค้า
  • ระบบจะคำนวณส่วนต่าง 60/40 ให้โดยอัตโนมัติ
  • กดยืนยันการชำระเงิน พร้อมใส่รหัส PIN 6 หลัก

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป คุณยังสามารถใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมรายการได้อีกด้วย โดยรัฐบาลจะช่วยสมทบค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่ง ดังนั้นจึงควรคำนวณยอดสั่งซื้อให้พอดีกับงบประมาณในแต่ละวัน เพื่อให้การใช้จ่ายผ่านโครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุดครับ สำหรับใครที่ผ่านการอนุมัติแล้ว อย่าลืมเริ่มใช้สิทธิก่อนที่โอกาสดีๆ แบบนี้จะหมดลงนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว! สแกนจ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรกคึกคัก เช็กวิธีกดใช้สิทธิที่นี่

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เตรียมใช้สิทธิวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง

หลังจากที่หลายคนตั้งตารอคอย วันนี้ได้เวลาที่โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จเข้าใช้งานจริงเป็นวันแรกแล้วครับ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิและเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน

สำหรับใครที่ยังสับสนเรื่องการใช้งาน วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 กันแบบเข้าใจง่ายที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์โครงการนี้ได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามเงื่อนไขครับ

เช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ถูกออกแบบมาเพื่อให้รัฐบาลช่วยสมทบค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ:

  • รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และท่านจ่ายเอง 40% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • จำกัดวงเงินสิทธิไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • รับสิทธิสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และตลอดโครงการได้รับสูงสุดรวม 4,000 บาท
  • ใช้จ่ายได้ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
  • สิทธิจะรีเซ็ตใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่ทบไปเดือนถัดไป

ขั้นตอนการใช้สิทธิและตรวจสอบยอดเงิน

การเตรียมตัวและทำรายการนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เติมเงินเข้า G Wallet ให้เรียบร้อย โดยสามารถเติมเงินผ่าน Mobile Banking ทุกธนาคารหรือตู้ ATM กรุงไทยได้ตามสะดวก สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิหน้าเคาน์เตอร์ร้านค้า มีลำดับง่ายๆ ดังนี้:

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง และเลือกแบนเนอร์โครงการ
  • กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิที่ร้านค้าถุงเงิน
  • ตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน
  • อย่าลืมบันทึกสลิปทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานในการทำรายการ

โครงการนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ครับ แต่อย่าลืมตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการก่อนไปใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ ในการลดค่าครองชีพไป ใครที่ยังไม่ได้เริ่มใช้งาน แนะนำให้ลองกดเข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วเริ่มใช้สิทธิได้เลยตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกันยายนครับ

ที่มา – ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เตรียมใช้สิทธิวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ด่วน! คลังเตือนร้านค้าเดิม เร่งกดยืนยัน ไทยช่วยไทยพลัส

เชื่อว่าหลายร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลคงกำลังตื่นตัวกับโครงการใหม่ล่าสุดอย่าง ไทยช่วยไทยพลัส กันอยู่ใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าเดิมที่ต้องรีบดำเนินการตามที่กระทรวงการคลังได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนล่าสุด เพื่อให้พร้อมรับสิทธิประโยชน์ก่อนเริ่มเปิดใช้จริงในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้

ด่วน! คลังเตือนร้านค้าเดิม เร่งกดยืนยัน ไทยช่วยไทยพลัส

ล่าสุดทางกระทรวงการคลังได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังร้านค้าเดิมกว่า 3.4 แสนราย ให้รีบเข้าแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โดยด่วนครับ แม้ปัจจุบันจะมีร้านค้าเข้าร่วมสะสมไปแล้วกว่า 1.04 ล้านราย แต่ก็ยังมีอีกหลายรายที่ตกหล่นขั้นตอนการกดยืนยัน ซึ่งจะมีผลต่อการรับสแกนจ่ายเงินในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้

ทำไมต้องเร่งกดยืนยัน ไทยช่วยไทยพลัส ก่อน 1 มิ.ย.?

การดำเนินการผ่านแอปฯ ถุงเงินนั้นไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เข้าไปตรวจสอบสถานะและกดยอมรับเงื่อนไข เพื่อให้ระบบของท่านพร้อมใช้งานทันทีเมื่อเริ่มโครงการ ทั้งนี้ การกดยืนยัน ไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยให้ร้านของคุณไม่พลาดโอกาสทองในการกระตุ้นยอดขายจากการใช้จ่ายของประชาชนทั่วประเทศ หากใครยังไม่แน่ใจว่าทำอย่างไร แนะนำให้รีบตรวจสอบในแอปฯ ถุงเงินทันที เพราะข้อมูลระบุว่ายังมีกลุ่มร้านค้าที่ค้างการยืนยันอยู่อีกจำนวนมาก

สถิติที่น่าสนใจคือกลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมมากที่สุดประกอบด้วย:

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม จำนวนกว่า 595,139 ราย
  • ร้านค้าทั่วไป จำนวน 274,334 ราย
  • ร้านธงฟ้า จำนวน 160,702 ราย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการตื่นตัวมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากเป็นอย่างมากครับ

สำหรับร้านค้าใหม่ก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ท่านสามารถติดต่อธนาคารกรุงไทยได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือหากเป็นร้านอาหารเดลิเวอรี ก็รอเริ่มผูกระบบได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปผ่านแอปถุงเงินเช่นกัน ผมมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการสร้างยอดขายและเพิ่มสภาพคล่องให้กับร้านค้าตัวเล็กตัวน้อยของเรา อย่าลืมไปตรวจสอบสถิติและสถานะร้านของท่านให้พร้อมนะครับ ยิ่งเตรียมตัวเสร็จไว ก็ยิ่งพร้อมรับรายได้ตั้งแต่วันแรกที่โครงการเริ่มเปิดครับ

ที่มา – ด่วน! คลังเตือนร้านค้าเดิม 3.4 แสนราย เร่งกดยืนยัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่ม 1 มิ.ย.นี้

MRT 4 สายร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่ม 1 มิ.ย. 69

ข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำครับ เพราะรัฐบาลเตรียมเดินหน้าเต็มสูบกับมาตรการช่วยลดค่าครองชีพด้วยโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในทุกๆ วันของคุณ

รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประกาศข่าวดีให้ประชาชนทราบว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมระบบเพื่อรองรับการใช้งานโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 อย่างเป็นทางการ ซึ่งครอบคลุมรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สายหลัก ได้แก่ สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีเหลือง และสายสีชมพู โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขที่คุณควรทราบดังนี้ครับ:

วิธีใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40

  • รัฐบาลร่วมจ่ายค่าโดยสารให้ 60% ส่วนคุณจ่ายเองเพียง 40%
  • จำกัดวงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • จำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ใช้งานง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ใช้ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานี

มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังสนับสนุนให้ทุกคนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อการลดมลพิษในอากาศและลดความแออัดบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่มีแอปเป๋าตัง อย่าลืมรีบไปดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสิทธิ์จากโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 ในครั้งนี้

ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่จับต้องได้จริงและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองอย่างมาก หวังว่ารัฐบาลจะขยายโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในระยะยาวครับ หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีหรือผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ MRT ได้เลยครับ

ที่มา – รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวอัปเดตที่น่าสนใจเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นก็คือโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจและต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในยุคที่เศรษฐกิจมีความท้าทายแบบนี้เป็นอย่างมากเลยครับ

ผลตอบรับสุดปังกับไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย ภายในระยะเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น โดยตัวเลขกว่า 26.04 ล้านรายที่ลงทะเบียนสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการของภาครัฐในการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้

โอกาสทองของร้านค้าเมื่อไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

สำหรับบรรดาร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะแม้ว่าประชาชนจะปิดลงทะเบียนไปแล้ว แต่ในส่วนของร้านค้ายังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส อยู่แล้ว สามารถกดยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปฯ ถุงเงินได้เลยทันที ส่วนร้านใหม่ก็สามารถเตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ครับ

  • เตรียมแอปฯ ถุงเงินให้พร้อม: อัปเดตเวอร์ชันล่าสุดเพื่อการใช้งานที่ราบรื่น
  • ศึกษาเงื่อนไขให้ดี: เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดของร้านค้า
  • โปรโมทโครงการ: ปักป้ายแจ้งลูกค้าว่าร้านคุณเข้าร่วม เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ รัฐบาลได้เปิดตัว AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการทำธุรกิจรายย่อยให้เป็นสมาร์ทบิสซิเนส โดย AI ตัวนี้จะช่วยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต็อกสินค้า และช่วยประเมินสุขภาพทางการเงิน ทำให้ร้านค้าเล็กร้านค้าน้อยมีข้อมูลในการวางแผนธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ถือเป็นการอัปสกิลผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริงครับ

โดยส่วนตัวผมมองว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงินหรือลดค่าครองชีพชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานให้ร้านค้าได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า หากร้านค้าปรับตัวได้เร็ว ใช้ประโยชน์จาก AI นกกระซิบให้เป็น เชื่อว่าธุรกิจของท่านจะเติบโตอย่างมั่นคงและก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้แน่นอนครับ ใครที่ยังไม่ได้สมัครหรือยังลังเลอยู่ ห้ามพลาดโอกาสนี้เด็ดขาดเลยนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนแล้ว 5 วัน ยอดทะลุกว่า 26 ล้านราย

ศิริกัญญา ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอเสี่ยงผิดกฎหมาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภากันอีกครั้ง เมื่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการงบประมาณของ “กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” ที่ดูเหมือนว่าจะไปไม่ถึงเป้าหมายและอาจเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเสียเอง

ศิริกัญญา ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอจนต้องดึงเงินกู้มาโปะ เสี่ยงผิดกฎหมาย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการอภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐฯ ประจำปีงบประมาณ 2567 ซึ่งศิริกัญญาได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการตั้งงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หลายปีที่ผ่านมาเราเห็นรูปแบบการขออนุมัติงบในจำนวนหนึ่ง แต่กลับใช้จริงเกินจากงบที่ได้รับอนุญาต จนต้องมีการดึงเงินสำรองหรือของบกลางมาโปะปิดช่องว่างอยู่ตลอด

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการเตรียมดึงเงินกู้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 400,000 ล้านบาท ที่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาวิกฤตพลังงาน จำนวน 18,800 ล้านบาท มาใช้ในโครงการประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งศิริกัญญาตั้งข้อสังเกตว่า ศิริกัญญา ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอจนต้องดึงเงินกู้มาโปะ เสี่ยงผิดกฎหมาย ในขณะที่สวัสดิการเหล่านี้เป็นภาระรายจ่ายประจำ ไม่ใช่การเยียวยาจากวิกฤตพลังงานอย่างที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

เจาะลึกปัญหาเชิงโครงสร้าง: วงจรอุบาทว์ที่ต้องแก้ไข

นอกจากปัญหาเรื่องการใช้เงินกู้ผิดประเภทแล้ว สิ่งที่น่าตั้งคำถามไม่แพ้กันคือประสิทธิภาพของกองทุนฯ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการคำตอบดังนี้:

  • การประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ขาดหายไป: ทำไมรายงานถึงไม่แสดงผลว่ากองทุนช่วยให้คนพ้นเส้นความยากจนได้จริงกี่คน
  • การลงทะเบียนรอบใหม่ที่ล่าช้า: จากเดิมที่ควรต้องลงทะเบียนทุก 2 ปี แต่ปัจจุบันกลับทิ้งช่วงเวลาไปมากกว่ากำหนด
  • ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินหมื่นล้าน: การแจกเงินสดผู้ถือบัตรฯ ไม่ควรถูกนำไปรวมกับตัวเลขกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความยั่งยืนด้วย

ข้อสังเกตจาก ศิริกัญญา ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอจนต้องดึงเงินกู้มาโปะ เสี่ยงผิดกฎหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐที่ยังติดอยู่ใน “วังวน” เดิมๆ คือการทำงบประมาณไม่ให้ครอบคลุมความต้องการจริง แล้วค่อยมาหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้งบกลางหรือเงินคงคลัง

ในมุมมองของคุณ คิดว่าการนำเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินมาใช้เพื่อสวัสดิการพื้นฐานเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือไม่ หรือถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องรื้อระบบการตั้งงบประมาณกองทุนประชารัฐให้มีความรัดกุมมากกว่านี้ เพื่อให้ภาษีของประชาชนถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายจริงๆ

ที่มา – “ศิริกัญญา” ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอจนต้องดึงเงินกู้มาโปะ เสี่ยงผิดกฎหมาย

คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง เพิ่มสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส

ช่วงนี้ใครที่กำลังตั้งตารอเข้าร่วมโครงการรัฐ ต้องมีสติให้มากๆ เลยครับ เพราะล่าสุดทางกระทรวงการคลังได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัย ให้ทุกคนระวังมิจฉาชีพที่กำลังอาศัยจังหวะนี้ส่ง SMS ปลอมแอบอ้างชื่อโครงการ คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง “เพิ่มสิทธิ” ไทยช่วยไทยพลัส ห้ามกดลิงก์เด็ดขาด เพื่อหวังขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงิน

คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง “เพิ่มสิทธิ” ไทยช่วยไทยพลัส ห้ามกดลิงก์เด็ดขาด

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” คือมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เท่านั้น ดังนั้น หากคุณได้รับข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่แนบลิงก์มาให้กดเพื่อ “รับสิทธิเพิ่ม” หรือเร่งให้รีบกรอกข้อมูลก่อนสิทธิจะหมด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอนครับ

วิธีตรวจสอบและลงทะเบียนอย่างปลอดภัยสำหรับ คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง “เพิ่มสิทธิ” ไทยช่วยไทยพลัส

การจะเข้าร่วมโครงการให้ปลอดภัยที่สุด คือการยึดหลัก 4 ไม่ ดังนี้ครับ:

  • ไม่กดลิงก์: ทุกช่องทางที่มาจาก SMS หรือแชทแปลกหน้า ห้ามกดเด็ดขาด
  • ไม่เชื่อ: อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่เร่งเร้าให้รีบตัดสินใจ
  • ไม่รีบ: ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเสมอ
  • ไม่โอน: หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับสิทธิ

สำหรับการลงทะเบียนที่ถูกต้อง คุณสามารถทำได้ผ่านแบนเนอร์ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่จะไม่มีการส่ง SMS หรือส่งลิงก์ใดๆ มาให้คุณคลิกเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวโดยตรง หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ให้เข้าไปที่แอปฯ เป๋าตังด้วยตัวเองจะปลอดภัยที่สุดครับ

ในส่วนของสถานการณ์ข่าวปลอม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ได้ตรวจพบการแอบอ้างในลักษณะนี้จำนวนมาก ดังนั้น การเสพข่าวสารผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มักจะนำชื่อโครงการมาสร้างความสับสนวุ่นวายครับ

สรุปสั้นๆ อีกครั้งสำหรับประเด็น คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง “เพิ่มสิทธิ” ไทยช่วยไทยพลัส ห้ามกดลิงก์เด็ดขาด ก็คือ ไม่ว่าจะได้รับข้อความที่ดูเป็นทางการแค่ไหน หากไม่ได้เข้ามาผ่านแอปฯ เป๋าตังโดยตรง ขอให้พึงระวังและกดลบทิ้งทันทีครับ ความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของคุณสำคัญที่สุด อย่าให้ใครมาฉกฉวยโอกาสจากความหวังดีของภาครัฐได้

ที่มา – คลังเตือน! ระวัง SMS ปลอมอ้าง “เพิ่มสิทธิ” ไทยช่วยไทยพลัส ห้ามกดลิงก์เด็ดขาด

Scroll to top