กระทรวงการพัฒนาสังคม

ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวกันอยู่บ่อยครั้งใช่ไหมคะ ล่าสุดรัฐบาลได้ขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการมีมติ ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง หลังจากตัวเลขสถิติในปี 2566 พบเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงถึงกว่า 24,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่าตกใจมากสำหรับสังคมไทย

ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

จากรายงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และเติบโต ดังนั้น การที่ ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือการปลูกฝัง ‘ทักษะชีวิต’ ให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขารู้จักการเคารพสิทธิผู้อื่น การจัดการความขัดแย้งด้วยเหตุผล แทนที่จะใช้กำลังเป็นทางออกของปัญหา

ทำไมต้องเริ่มจากสถานศึกษาและฐานข้อมูลกลาง?

การจะแก้ปัญหาความรุนแรงให้เห็นผล ต้องเริ่มจากการเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำเสียก่อน การเชื่อมข้อมูลกลางจะช่วยให้ภาครัฐติดตามและวางแผนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การปรับปรุงหลักสูตร: เพิ่มเนื้อหาในวิชาเรียนเพื่อสอนวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
  • การสร้างเครือข่ายความปลอดภัย: บูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบแบบครบวงจร
  • การฝึกบุคลากร: สนับสนุนให้คณะนิติศาสตร์เน้นย้ำเรื่องกฎหมายคุ้มครองครอบครัวมากขึ้น

หากเราต้องการสร้าง ‘สังคมอยู่ดี’ ให้เกิดขึ้นจริง เราทุกคนต้องร่วมมือกันเริ่มตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับนโยบาย เพราะความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือปัญหาส่วนรวมที่ส่งผลต่ออนาคตของชาติ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็กผ่าน ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการลดวงจรความรุนแรงในสังคมไทยให้หมดไป

ในฐานะพวกเราทุกคน การส่งต่อความเข้าใจและการไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงรอบตัว จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้มาตรการภาครัฐเห็นผลสัมฤทธิ์ได้เร็วขึ้น มาช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกหลานของเรากันเถอะค่ะ

ที่มา – ครม. ผลักดันหลักสูตรป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เชื่อมฐานข้อมูลกลางทั่วประเทศ

เงินอุดหนุนบุตร มิถุนายน 2569 โอนเงิน 600 บาทเข้าแล้ว

สวัสดีคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านครับ วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับใครที่กำลังรอ เงินอุดหนุนบุตร มิถุนายน 2569 ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ดำเนินการโอนเงินจำนวน 600 บาท เข้าบัญชีของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว ในวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเจ้าตัวเล็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพครับ

ตรวจสอบสถานะ เงินอุดหนุนบุตร มิถุนายน 2569 ได้อย่างไร?

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเงินเข้าหรือยัง หรือสถานะการจ่ายเงินเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับ เงินอุดหนุนบุตร มิถุนายน 2569 รอบประจำเดือนพฤษภาคมที่โอนในรอบมิถุนายนนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็กข้อมูลได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็ว ดังนี้ครับ

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th
  • แอปพลิเคชัน "เงินเด็ก"
  • แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"

ขั้นตอนสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ หรือเพิ่งมีน้องและต้องการสิทธิ เงินอุดหนุนบุตร มิถุนายน 2569 นี้ สามารถเตรียมเอกสารและไปยื่นคำร้องได้ที่หน่วยงานใกล้บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้านครับ

  • กรุงเทพมหานคร: ติดต่อที่สำนักงานเขต
  • เมืองพัทยา: ติดต่อที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ส่วนภูมิภาค: ติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลในพื้นที่

นอกจากนี้ยังสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เงินเด็ก" ได้อีกด้วย แต่ข้อควรระวังคือผู้ปกครองต้องทำการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว เงินอุดหนุนจะเริ่มมีผลนับตั้งแต่เดือนที่ท่านลงทะเบียนสำเร็จครับ

หากติดขัดปัญหาหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน โทร 02-651-6902 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

การสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับครอบครัว พ่อแม่ท่านใดที่ได้รับเงินแล้วอย่าลืมนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกน้อยนะครับ และแนะนำให้ตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชันบ่อยๆ เพื่อป้องกันการตกหล่นของข้อมูลครับ

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนมิถุนายน 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

“นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ล่าสุด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ออกนโยบายเร่งด่วน โดยการ “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับสิทธิสวัสดิการอย่างครบถ้วนและไม่มีใครต้องตกหล่นจากฐานข้อมูลสำคัญ

บทบาทสำคัญของกระทรวง พม. ในการขับเคลื่อนสวัสดิการแห่งรัฐ

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้มีรายได้น้อย โดยนายนิกร โสมกลาง ได้กำชับให้หน่วยงาน พม. จังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือและอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ ทั้งช่องทางปกติและระบบออนไลน์ เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด

นอกเหนือจากการลงทะเบียนแล้ว ยังมีการนำระบบ MSO-LOGBOOK (สมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบข้อมูล ประสานความร่วมมือกับฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนและป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่นของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดย “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยมาตรฐานการทำงานที่เข้มงวดและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

แนวทางการปฏิบัติงานเพื่อกลุ่มเปราะบาง

  • เพิ่มศักยภาพศูนย์ พมจ. ในการรับลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
  • ใช้ระบบ MSO-LOGBOOK ในการบันทึกข้อมูลครัวเรือนอย่างแม่นยำ
  • อำนวยความสะดวกกรณีประชาชนมีปัญหาเข้าไม่ถึงสิทธิออนไลน์
  • ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

ความตั้งใจจริงของกระทรวง พม. ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน และด้วยการที่ “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างจริงจังเช่นนี้ เชื่อมั่นได้เลยว่า พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานจากภาครัฐได้อย่างเท่าเทียมกันแน่นอนครับ

เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ พม. ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้โครงการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ใครที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ อย่าลืมตรวจสอบช่องทางและระยะเวลาการลงทะเบียนให้ดี เพื่อรักษาสิทธิของตนเองนะครับ

ที่มา – “นิกร โสมกลาง” กำชับ พม. ทั่วประเทศ ช่วยกลุ่มเปราะบาง ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาล เชิญชวนร่วมงาน Bangkok Pride 2026 31 พ.ค.

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ เพราะงานเทศกาลที่ทุกคนรอคอยกำลังจะกลับมาสร้างสีสันให้กับกรุงเทพฯ อีกครั้ง กับงานที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศและกำลังก้าวไปสู่ระดับโลกอย่าง รัฐบาล เชิญชวนร่วมงาน Bangkok Pride 2026 31 พ.ค. ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดกว้างและยอมรับในความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง

รัฐบาล เชิญชวนร่วมงาน Bangkok Pride 2026 31 พ.ค. ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ปีนี้งาน Bangkok Pride 2026 มาในธีมสุดสร้างสรรค์อย่าง “Patch the World with Pride ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ” โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 แน่นอนว่ากิจกรรมนี้ไม่ได้มีแค่การเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงพลังสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 อีกด้วย ใครที่กำลังมองหากิจกรรมสนุกๆ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

ความพิเศษของ รัฐบาล เชิญชวนร่วมงาน Bangkok Pride 2026 31 พ.ค.

ความน่าสนใจของงานในปีนี้มีมากมาย โดยเฉพาะขบวนพาเหรดที่ยาวเกือบ 5 กิโลเมตร ที่จะเริ่มเคลื่อนขบวนจากสวนสาธารณะคลองช่องนนทรี มุ่งหน้าสู่ถนนสีลมและพระราม 1 ถือเป็นเส้นทางแห่งความภาคภูมิใจที่รวมเอาพลังของพี่น้องชาว LGBTQ+ และพันธมิตรจากทุกภาคส่วนมารวมไว้ด้วยกัน และความพิเศษที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ:

  • ร่วมชมความยิ่งใหญ่ของขบวนพาเหรด: สัมผัสบรรยากาศความสุขและความเท่าเทียมที่ไหลเวียนไปทั่วกรุงเทพฯ
  • ไฮไลท์วงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์: ครั้งแรกกับการดึงเอาวัฒนธรรมอีสานมาผสมผสานกับงาน Pride ขึ้นโชว์บนเวที Pride Stage ณ สนามเทพหัสดิน
  • การสร้างเครือข่าย Pride City Network: ความร่วมมือจากถึง 58 จังหวัดทั่วไทย เพื่อยกระดับสิทธิมนุษยชนและระบบเศรษฐกิจสีรุ้งให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากจะได้สนุกไปกับกิจกรรมแล้ว งานนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่จำกัดแค่ในกรุงเทพฯ แต่เรากำลังขยายผลไปทั่วประเทศ นี่คือโอกาสดีที่เราทุกคนจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทย

หากถามถึงความเห็นส่วนตัว งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเดินพาเหรดเพื่อความบันเทิง แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ตอกย้ำว่า “ความรักคือความเท่าเทียม” และพลังของประชาชนทุกคนที่ร่วมกันส่งเสียงสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนสำเร็จ ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับทุกคน แล้วเจอกันที่งานนะคะ!

ที่มา – รัฐบาล เชิญชวนร่วมงาน Bangkok Pride 2026 31 พ.ค. ตอกย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. โอน 600 บาทแล้ว

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 มาแล้วนะครับ! กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ พม. ได้โอนเงินช่วยเหลือจำนวน 600 บาท เข้าบัญชีของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ เลยทีเดียว โครงการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดได้เยอะมาก ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ รีบไปเช็คบัญชีธนาคารกันเลยครับ

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 โอนเงินเมื่อไหร่

สำหรับรอบการจ่ายเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. ได้กำหนดวันโอนเงินในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยเงินจำนวน 600 บาทต่อเด็กแรกเกิด จะถูกโอนเข้าบัญชีที่ผูกไว้กับสิทธิ์โดยตรง ผู้ปกครองที่ลงทะเบียนไว้แล้วไม่ต้องกังวล เพราะระบบจะจัดการให้อัตโนมัติ ถ้ายังไม่เห็นเงินเข้าบัญชี อาจเป็นเพราะวันหยุดธนาคารหรือการประมวลผล ลองรอสัก 1-2 วันแล้วเช็คใหม่นะครับ โครงการเงินอุดหนุนบุตรนี้ดำเนินการโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้ พม. เพื่อสนับสนุนครอบครัวไทยให้เลี้ยงลูกได้อย่างมีคุณภาพ

ตรวจสอบเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไร

อยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 หรือยัง? สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์หลายแห่ง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหน่วยงานด้วยซ้ำ วิธีตรวจสอบมีดังนี้

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน: http://csgcheck.dcy.go.th พิมพ์เลขบัตรประชาชนแล้วกดค้นหา
  • แอปพลิเคชัน เงินเด็ก ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android สะดวกมาก
  • แอปพลิเคชัน ทางรัฐ ช่องทางรวมบริการรัฐบาลอื่นๆ อีกเพียบ

แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เช็คได้ทันที ถ้ายังไม่เห็นข้อมูล แนะนำให้อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ

คุณสมบัติผู้รับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569

ใครบ้างที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569? หลักๆ แล้วต้องเป็นเด็กแรกเกิดที่มีสัญชาติไทย พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เลี้ยงดู ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่แท้ๆ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้เลี้ยงดูจริง โครงการนี้จ่ายเดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เด็กเกิดจนอายุ 6 ขวบ หรือจนกว่าจะเข้าโรงเรียนอนุบาล ช่วยเรื่องนมผง ผ้าอ้อม และค่าอาหารเสริมได้ดีเลยนะครับ หลายครอบครัวบอกว่าช่วยประหยัดไปได้เดือนละหลายร้อย

วิธีลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569

ถ้าคุณยังไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 อย่ารอช้า รีบไปลงเลยครับ ลงทะเบียนได้ที่พื้นที่ที่เด็กและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง ไม่ต้องตรงกับทะเบียนบ้านก็ได้ สะดวกมาก

  • กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตใกล้บ้าน
  • เมืองพัทยา: ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ส่วนภูมิภาค: องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล

อีกช่องทางคือลงทะเบียนผ่านแอป เงินเด็ก แต่ต้องยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaiD ของกรมการปกครองก่อนนะครับ เมื่อผ่านแล้วจะได้รับเงินย้อนหลังตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนเลย เอกสารที่ต้องเตรียมคือสูติบัตรเด็ก บัตรประชาชนผู้ปกครอง และหลักฐานการอยู่อาศัย

นอกจากนี้ โครงการเงินอุดหนุนบุตรยังช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยได้รับโอกาสการเลี้ยงดูที่ดีตั้งแต่แรกเกิด ลดปัญหาความยากจนในครอบครัวขนาดเล็กได้ด้วย ถ้าคุณมีคำถามเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน โทร. 02-651-6902, 02-651-6534, 08-2091-7245, 08-2037-9767, 08-3431-3533, 06-5731-3199 หรือสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนตัวผมคิดว่าโครงการนี้เจ๋งมาก ช่วยพ่อแม่ยุคใหม่ที่ทำงาน忙ๆ ได้เยอะ รีบเช็คสิทธิและลงทะเบียนให้ครบกันนะครับ จะได้ไม่พลาดเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 บาท!

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤษภาคม 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในแวดวงการเมืองและสังคมกันค่ะ เมื่อนายนิกร โสมกลาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นิกร” เริ่มปฏิบัติหน้าที่“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง ก็ลุยงานทันทีด้วยนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ที่กำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพสูงและวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในช่วงนี้

นิกร โสมกลาง ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5

นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นการประหยัดพลังงานและดูแลสุขภาพประชาชนท่ามกลางปัญหาโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปู ที่ฝุ่น PM2.5 กลับมาวิกฤตหนักทุกปี

“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5

หลังจากประชุมร่วมกับนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. และทีมผู้บริหาร “นิกร” ได้มอบนโยบายชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเริ่มจากมาตรการที่ทำได้ทันทีและเห็นผลชัดเจน นี่คือรายละเอียดที่น่าสนใจ

นโยบายลดใช้พลังงานตาม “นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5

เรื่องแรกคือการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทรวง พม. จะนำร่อง โดยอนุญาตให้ข้าราชการและบุคลากรทั้งส่วนกลางและภูมิภาคWork from Home หรือ Work from Anywhere สลับกันทำงาน ลดการเดินทางและใช้ไฟฟ้าในสำนักงาน คาดลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% แต่ยังคงคุณภาพการบริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่าง Zoom หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ผ่านมา กระทรวงเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 แล้ว และจะเร่งเต็มรูปแบบ

ประโยชน์ของมาตรการนี้ชัดเจนมาก ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟ ค่าเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่จากวิกฤตพลังงาน แต่ยังลดการจราจรติดขัด ลดมลพิษ และเพิ่ม work-life balance ให้บุคลากร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกเล็กหรือผู้สูงอายุในครอบครัว

เร่งสร้างห้องป้องกันฝุ่น PM2.5 ช่วยกลุ่มเปราะบาง

เรื่องที่สอง จัดการวิกฤตฝุ่น PM2.5 โดยเร่งขยายห้องป้องกันฝุ่น PM2.5ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ของกระทรวง พม. เริ่มจากภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แล้วขยายไปพื้นที่อื่น ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนวัตกรรมกรองอากาศมาสร้างสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และคนไร้ที่พึ่ง

  • ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศมาตรฐาน HEPA
  • สร้างห้อง Clean Room ในศูนย์ช่วยเหลือ
  • จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ส่งอุปกรณ์ป้องกันสุขภาพไปพื้นที่ห่างไกล

PM2.5 เป็นภัยร้ายที่เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลรุนแรงต่อกลุ่มเปราะบาง หากไม่แก้ไขจะเพิ่มภาระโรงพยาบาล นโยบายนี้จึงเป็นการป้องกันเชิงรุกที่ชาญฉลาด

มาตรการช่วยค่าครองชีพเร่งด่วน

เรื่องที่สาม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน โดยเร่งจ่ายเงินอุดหนุน ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นให้กลุ่มเปราะบาง พิจารณาลดค่าเช่าบ้านการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และลดดอกเบี้ยสินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำหรับผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ ผลักดันสิทธิสวัสดิการสำหรับเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ปรับปรุงที่อยู่อาศัยด้วย Universal Design รองรับทุกเพศวัยและภาวะโลกร้อน รวมถึงดึงคนตกหล่นเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อช่วยเหลือทันท่วงที

นโยบาย“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง พม. ในการดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม หากดำเนินการได้จริง จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้มาก คุณคิดว่านโยบายไหนน่าจะเห็นผลเร็วที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลดีๆ นะคะ!

ที่มา – “นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน เร่งทำห้องป้องกันฝุ่น PM2.5 ช่วยกลุ่มเปราะบาง

พม. จับมือ กทม.-สสส. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ รับมือสังคมเปลี่ยน

สวัสดีครับทุกท่านที่รักครอบครัว! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับครอบครัวไทยทุกบ้านเลยนะครับ เพราะ พม. จับมือ กทม.- สสส. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ รับมือสังคมเปลี่ยน-เด็กเกิดน้อย หนุนครอบครัวเข้มแข็ง ผ่านงานสุดยิ่งใหญ่ “FAM FESTIVAL 2026” ภายใต้แนวคิด “COSMIC FAMILY – Always Together : ใกล้ใจ ไม่ไกลกัน” งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้พ่อแม่ลูกได้กลับมาใช้เวลาคุณภาพด้วยกัน ท่ามกลางโลกที่หมุนเร็ว สังคมสูงวัย และเด็กเกิดน้อยแบบนี้ ใครๆ ก็อยากมีโมเมนต์อบอุ่นใช่มั้ยล่ะ?

พม. จับมือ กทม.- สสส. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ รับมือสังคมเปลี่ยน-เด็กเกิดน้อย หนุนครอบครัวเข้มแข็ง

งานนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 โดยนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงาน ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 จตุจักร มี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.), และนางภรณี ภู่ประเสริฐ จาก สสส. มาร่วมด้วย งานจัด 2 วันเต็มๆ 28-29 มี.ค. 2569 เวลา 10.00-16.00 น.

ทำไมงานนี้ถึงสำคัญ? เพราะสังคมไทยกำลังเปลี่ยนแปลงหนักมาก เศรษฐกิจกดดัน เทคโนโลยีทำให้ลูกงอแงกับมือถือ ผู้ใหญ่ยุ่งงาน ดูแลผู้สูงอายุไปด้วย แล้วเด็กเกิดน้อยลงเรื่อยๆ ครอบครัวเลยต้องเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม พม. กทม. และ สสส. จึงสร้าง “พื้นที่กลาง” ให้ทุกคนมาสร้างความผูกพัน สร้างรอยยิ้ม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันแบบสนุกๆ

พม. จับมือ กทม.- สสส. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อครอบครัวไทย

คุณธนกฤต เลขานุการ พม. บอกว่าการจัดงานนี้ช่วยเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้น ถ้าครอบครัวเข้มแข็ง สังคมก็มั่นคงตามไปด้วย พม. ยังผลักดันนโยบาย สร้างพื้นที่ชุมชน ส่งเสริมทักษะชีวิต และช่วยกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสิทธิ์ ส่วนรองผู้ว่าฯ กทม. ศานนท์ เน้นย้ำว่ากรุงเทพฯ จะเป็น “เมืองที่โอบรับทุกวัย” มีพื้นที่เรียนรู้ใกล้บ้าน กิจกรรมสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ

ด้าน สสส. จากนางภรณี บอกว่าพวกเขาทำงานระบบ ร่วมภาคี สร้างกิจกรรมปิดเทอม เลี้ยงดูเชิงบวก เล่นอิสระ สร้างแหล่งเรียนรู้ปลอดภัย และเครือข่ายคนทำงานเด็กในท้องถิ่น เพื่อให้ครอบครัวดูแลสุขภาพและเรียนรู้ทุกวัยได้ดี

กิจกรรมในงานเพียบเลยนะครับ! มาดูกัน:

  • FAM Talk Stage: เสวนา “Family Talk : บ้านนี้มีรัก” และ “Always Together ในวันที่ลูกโตไวกว่าเดิม”
  • FAM Creative Lab: Workshop สนุกๆ เช่น “สวนในขวดของฉัน” และ “นักประดิษฐ์กล้องโจรสลัด”
  • FAM Show & Talk: โชว์จากคุณบี้ ธรรศภาคย์ ชี พูดคุยกับครอบครัวดังอย่างครอบครัวมอสมัดจุก และบุญรอด
  • กิจกรรมเรียนรู้ สุขภาพ พักผ่อนสำหรับทุกวัย

ไฮไลต์อีกเรื่องคือมอบรางวัล “ครอบครัวสร้างสุข” 17 รางวัล ให้ครอบครัวต้นแบบ เช่น ครอบครัวเปิ้ล นาคร, บี้ ธรรศภาคย์, นุ๊ก ธนดล, มอสมัดจุก ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคน

งานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดง แต่เป็นการตอกย้ำว่า “ไม่ว่าไกลกันแค่ไหน หัวใจครอบครัวก็เคียงกันเสมอ” ในยุคที่ทุกคนห่างเหินเพราะหน้าจอ ลองมาสร้างความทรงจำจริงๆ กันเถอะ!

เป็นไงบ้างครับ อ่านแล้วอยากพาครอบครัวไปเลยใช่มั้ย? ครอบครัวเข้มแข็งเริ่มจากก้าวเล็กๆ แบบนี้แหละ ไปร่วมงานหรือลองจัดกิจกรรมที่บ้านดูสิ จะช่วยให้ใกล้ใจกันมากขึ้นแน่นอน แชร์ประสบการณ์ครอบครัวคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – พม. จับมือ กทม.- สสส. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ รับมือสังคมเปลี่ยน-เด็กเกิดน้อย หนุนครอบครัวเข้มแข็ง

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี่แหละข่าวที่แฟนๆ การเมืองรอคอยมานาน หลังจากที่โควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้สัดส่วนรัฐมนตรีว่าการ 5 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 3 เก้าอี้ ล่าสุดในส่วนของรัฐมนตรีว่าการนิ่งสนิทแล้วครับ แต่ชื่อดังอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ต้องหลุดโผไปแบบน่าเสียดาย ส่วนสุดาวรรณได้ไปนั่งเก้าอี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แบบสวยงาม มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โควตาของพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้อนุทิน ชาญสมอน ได้รับการยืนยันแล้วในส่วนหลักๆ โดย 5 ชื่อเด่นที่จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการมีดังนี้ครับ เพื่อนๆ ลองดูกันว่ามีใครบ้าง และทำไมถึงเหมาะกับตำแหน่งนั้นๆ

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชื่อนี้เหมาะมากเพราะมีประสบการณ์ด้านวิชาการและนวัตกรรมมาอย่างโชกโชน คาดว่าจะช่วยผลักดันนโยบายไทย 4.0 ได้ดี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคคนสำคัญ ได้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะเป็นคนที่มีฐานในภาคเกษตร ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัวเพราะเข้าใจปัญหาชาวนาและเกษตรกรไทยเป็นอย่างดี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์มีวิสัยทัศน์ด้านแรงงานชัดเจน น่าจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทยได้
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ประเสริฐเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีเครือข่ายในวงการศึกษา คาดว่าจะปฏิรูประบบเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ก๊วนใหญ่นครราชสีมา สายโคราชแท้ๆ ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชื่อนี้มาแรงมาก ฐานมั่นคงในพื้นที่อีสาน ถือเป็นชัยชนะของกลุ่มโคราชในพรรคเพื่อไทย

ส่วนที่ทุกคนพูดถึงคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคยอยู่ในโผแต่หลุดออกไป สาเหตุน่าจะมาจากการพิจารณาสมดุลภายในพรรคและพันธมิตร ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้โผลงตัวที่สุดครับ

เก้าอี้ รมช.เพื่อไทย ยังไม่นิ่ง ที่ว่าง 3 ลุ้น 7 คน

สำหรับรัฐมนตรีช่วยที่เหลือ 3 เก้าอี้ จะกระจายไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้ยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย มีชื่อในตะกร้าถึง 7 คนเลยทีเดียว แกนนำพรรคกำลังประชุมถกกันอยู่ครับ รายชื่อผู้ลุ้นมีดังนี้

  • นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร บ้านใหญ่สกลฯ ลูกสาวและภรรยาครองตำแหน่งใหญ่ในพื้นที่ ถือเป็นตัวเต็ง
  • นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย 2 สมัย คล่องแคล่ว ประสานงานเก่ง
  • นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี 2 สมัย สู้สุดใจแม้เจอคู่แข่งหนัก
  • น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย 2 สมัย ยึดพื้นที่สีแดงได้ท่ามกลางการรุมเจาะ
  • นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค มือปราศรัยหลัก ปากแจ๋วสุดๆ
  • นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โควตากลาง
  • น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล อดีตรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง โควตากลางอีกคน

คาดว่าภายในไม่กี่วัน แกนนำพรรคจะเคาะชื่อสุดท้าย ใครจะรอดตาเขียวบ้างรอติดตามนะครับ

โดยรวมแล้ว โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ นี้สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.บ้านใหญ่และแกนนำหลัก เพื่อเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ในมุมมองผมคิดว่านี่เป็นการจัดทีมที่สมดุลดี ช่วยให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน และสังคม ถ้าทำงานได้จริง นโยบายประชาชนนำไทยจะไปได้สวยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับโผชุดนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ! และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบไม่พลาดนะ

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2 เพื่อไทย 5 รมว.นิ่งแล้ว “สุดาวรรณ” ได้เก้าอี้ พม. “สมศักดิ์” หลุดโผ

ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ

รัฐบาลใจดี! ออกมาตรการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท, 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 ใครที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนระยะสั้น ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขานรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน

“ขอเชิญชวนประชาชนใช้บริการจำนำทรัพย์ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน วงเงินจำนำ ไม่เกิน 5,000 บาท, 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง รับต้นปีแบบสบายใจ โปร่งใส และเป็นธรรม” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สำนักงานธนานุเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมดูแลประชาชนทุกคน โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้ ณ สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และสาขาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ที่ประชาชนสะดวก

ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ

เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน

มาตรการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน นี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • วงเงินจำนำ: ไม่เกิน 5,000 บาท
  • ระยะเวลา: 1 – 31 มกราคม 2569
  • สิทธิ์: 1 คน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 รอบตั๋วจำนำ
  • สถานที่: สถานธนานุเคราะห์ทั่วประเทศ

ทำไมต้องโรงรับจำนำของรัฐ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นโรงรับจำนำของรัฐ? เพราะโรงรับจำนำของรัฐมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเป็นธรรม อีกทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับโรงรับจำนำเอกชนบางแห่ง นอกจากนี้ การใช้บริการโรงรับจำนำของรัฐยังเป็นการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนอีกด้วย

เตรียมตัวก่อนไปใช้บริการ

ก่อนที่จะเดินทางไปใช้บริการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ควรเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้:

  • ตรวจสอบทรัพย์สินที่จะนำไปจำนำว่ามีมูลค่าเหมาะสมหรือไม่
  • เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง
  • ศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของโรงรับจำนำ

ทรัพย์สินอะไรบ้างที่สามารถนำไปจำนำได้?

โดยทั่วไปแล้ว ทรัพย์สินที่สามารถนำไปจำนำได้ที่โรงรับจำนำของรัฐ ได้แก่ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ อัญมณี นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องมือช่าง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบกับโรงรับจำนำแต่ละแห่งอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

มาตรการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนระยะสั้นในช่วงต้นปี อย่ารอช้า รีบตรวจสอบทรัพย์สินของคุณและเตรียมตัวไปใช้บริการ ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 กันได้เลย!

การที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในลักษณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความพยายามในการบรรเทาภาระทางการเงินให้กับประชาชนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาตรการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน

ที่มา – ฟรีดอกเบี้ย นาน 3 เดือน จำนำทรัพย์โรงรับจำนำรัฐ ตั้งแต่ 1 – 31 ม.ค. 69

Scroll to top