วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในแวดวงการเมืองและสังคมกันค่ะ เมื่อนายนิกร โสมกลาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นิกร” เริ่มปฏิบัติหน้าที่“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง ก็ลุยงานทันทีด้วยนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ที่กำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพสูงและวิกฤตฝุ่น PM2.5 ในช่วงนี้

นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นการประหยัดพลังงานและดูแลสุขภาพประชาชนท่ามกลางปัญหาโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปู ที่ฝุ่น PM2.5 กลับมาวิกฤตหนักทุกปี
“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5
หลังจากประชุมร่วมกับนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. และทีมผู้บริหาร “นิกร” ได้มอบนโยบายชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเริ่มจากมาตรการที่ทำได้ทันทีและเห็นผลชัดเจน นี่คือรายละเอียดที่น่าสนใจ
นโยบายลดใช้พลังงานตาม “นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5
เรื่องแรกคือการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทรวง พม. จะนำร่อง โดยอนุญาตให้ข้าราชการและบุคลากรทั้งส่วนกลางและภูมิภาคWork from Home หรือ Work from Anywhere สลับกันทำงาน ลดการเดินทางและใช้ไฟฟ้าในสำนักงาน คาดลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% แต่ยังคงคุณภาพการบริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่าง Zoom หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ผ่านมา กระทรวงเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 แล้ว และจะเร่งเต็มรูปแบบ
ประโยชน์ของมาตรการนี้ชัดเจนมาก ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟ ค่าเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่จากวิกฤตพลังงาน แต่ยังลดการจราจรติดขัด ลดมลพิษ และเพิ่ม work-life balance ให้บุคลากร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกเล็กหรือผู้สูงอายุในครอบครัว
เร่งสร้างห้องป้องกันฝุ่น PM2.5 ช่วยกลุ่มเปราะบาง
เรื่องที่สอง จัดการวิกฤตฝุ่น PM2.5 โดยเร่งขยายห้องป้องกันฝุ่น PM2.5ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ของกระทรวง พม. เริ่มจากภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แล้วขยายไปพื้นที่อื่น ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนวัตกรรมกรองอากาศมาสร้างสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และคนไร้ที่พึ่ง
- ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศมาตรฐาน HEPA
- สร้างห้อง Clean Room ในศูนย์ช่วยเหลือ
- จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ส่งอุปกรณ์ป้องกันสุขภาพไปพื้นที่ห่างไกล
PM2.5 เป็นภัยร้ายที่เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลรุนแรงต่อกลุ่มเปราะบาง หากไม่แก้ไขจะเพิ่มภาระโรงพยาบาล นโยบายนี้จึงเป็นการป้องกันเชิงรุกที่ชาญฉลาด
มาตรการช่วยค่าครองชีพเร่งด่วน
เรื่องที่สาม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน โดยเร่งจ่ายเงินอุดหนุน ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นให้กลุ่มเปราะบาง พิจารณาลดค่าเช่าบ้านการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และลดดอกเบี้ยสินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำหรับผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ ผลักดันสิทธิสวัสดิการสำหรับเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ปรับปรุงที่อยู่อาศัยด้วย Universal Design รองรับทุกเพศวัยและภาวะโลกร้อน รวมถึงดึงคนตกหล่นเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อช่วยเหลือทันท่วงที
นโยบาย“นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน PM2.5เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง พม. ในการดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม หากดำเนินการได้จริง จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้มาก คุณคิดว่านโยบายไหนน่าจะเห็นผลเร็วที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลดีๆ นะคะ!
ที่มา – “นิกร” ประเดิมงานแรก ลดใช้พลังงาน เร่งทำห้องป้องกันฝุ่น PM2.5 ช่วยกลุ่มเปราะบาง



