กระทรวงยุติธรรม

“รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

“รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที หลังจากที่มีรายงานข่าวถึงความคืบหน้าของคดี Forex-3D ซึ่งมีการพาดพิงถึงบุคคลสำคัญในสภา ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง หรือเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อหวังผลบางอย่างกันแน่

เบื้องลึกการเปิดเผยข้อมูล: “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มิใช่การจงใจกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองแต่อย่างใด

ทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า การที่ชื่อของ นายภาวุธ เข้าไปเกี่ยวข้องกับ “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง นั้น เป็นเพียงการทำงานตามห้วงเวลาปกติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครหรือสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม

  • การสอบสวนดำเนินไปตามขั้นตอนของ DSI
  • ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในขณะนี้
  • รัฐมนตรียืนยันไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคประชาชนที่ต้องออกมาชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของพรรค โดยทางพรรคประชาชนเองมองว่าการเปิดเผยข้อมูลชื่อของ สส. ก่อนที่จะรู้ผลสอบสวนแน่ชัด อาจมีนัยยะบางอย่างที่ดูเหมือนการพยายามทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การทำงานของหน่วยงานยุติธรรมควรเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือสังคมที่รอฟังความจริง หากคดีนี้สามารถสรุปได้อย่างกระจ่าง ก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นไร้อคติจริงๆ

หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะพลเมืองที่ใส่ใจเรื่องการเมืองและกระบวนการยุติธรรมครับ

ที่มา – “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ออกมาเตรียมแถลงความคืบหน้าของคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ที่มีชื่อไปพัวพันกับคนในแวดวงการเมืองและคนในวงการบันเทิงไทย ซึ่งล่าสุด อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีที่ชัดเจนและเป็นกันเองตามสไตล์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง DSI ซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนทางกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว

ทำไมนายกฯ ถึงไม่ลงไปลุยเองในคดี Forex

หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมนายกฯ ถึงไม่ลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองให้รวดเร็วทันใจ แต่จากปากคำของท่านนายกฯ ที่กล่าวว่า อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง นั้นถือเป็นเหตุผลที่สะท้อนถึงการทำงานที่รักษาระยะห่างเพื่อความเป็นธรรมอย่างชัดเจน โดยท่านให้เหตุผลหลักๆ ดังนี้:

  • การแยกหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการก้าวก่ายอำนาจการสอบสวน
  • ป้องกันการถูกกล่าวหาว่านำประเด็นคดีไปโยงเข้ากับเรื่องการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม
  • เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานอย่าง DSI ที่มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปราม

นายกฯ ได้ย้ำชัดเจนว่า หากนายกรัฐมนตรีลงไปไล่จับผู้ร้ายเองคงดูไม่เหมาะสม และอาจทำให้เรื่องของการทำผิดกฎหมายถูกตีความไปในทางอื่น ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้นการปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจึงเป็นทางออกที่ถูกต้องและสมควรที่สุดแล้ว

เราทุกคนคงเห็นตรงกันว่า พลังของกระบวนการกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ การที่รัฐบาลเลือกวางตัวให้เป็นกลางโดยไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดี Forex นั้น นับเป็นสัญญาณที่ดีของการใช้อำนาจตามหลักธรรมาภิบาล สุดท้ายแล้วบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามทางฝั่ง DSI ที่จะมีการแถลงรายละเอียดต่อไปครับ

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ชื่อของ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” กลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะบทบาทใหม่ในฐานะ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน แต่ยังรวมถึงกระแสข่าวความเชื่อมโยงกับกรณีมรสุมแชร์ Forex ครั้งใหญ่ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเขาในฐานะ “เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ” ผู้ก่อตั้ง TARAD.com ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกวงการออนไลน์ของไทย แต่เมื่อเขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมืองเต็มตัว ในฐานะ สส. ส้ม รายชื่อต้นๆ ของพรรคประชาชน ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม จึงกลายเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนตั้งข้อสังเกตว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ ทำไมถึงเลือกกระโจนเข้าสู่การเมืองที่เต็มไปด้วยมรสุมข่าวฉาว โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาเป็นดาวสภาที่ขุดคุ้ยโครงการ TH-AI Passport จนเป็นข่าวใหญ่โต

เบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจที่ซับซ้อน

หากมองลึกลงไปในฐานะนักธุรกิจ ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม เผยให้เห็นว่าเขามีการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ มากกว่า 36 แห่ง ทั้งในกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริษัทที่ร่วมหุ้นกับคนดังและเครือญาติของนักการเมืองระดับแกนนำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางเกินกว่าคนทั่วไปจะคาดคิด

โครงสร้างธุรกิจของเขามีความหลากหลายสูง โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้:

  • บริษัท ดราก้อนเอ็นเนอร์จีฯ: ธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีดาราดังร่วมถือหุ้น
  • กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ตระกูลพงษ์วิทยภานุมีฐานธุรกิจหลักในจังหวัดกาญจนบุรี
  • บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี: สะท้อนตัวตนผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่เขาสั่งสมมานาน

มรสุมคดี Forex ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับชีวิตทางการเมืองของเขา นอกจากข้อสงสัยเรื่องธรรมาภิบาลแล้ว สิ่งที่สังคมต้องการคำตอบมากที่สุดคือจุดยืนของตัวเขาเองในฐานะผู้แทนราษฎร ว่าจะจัดการกับข้อครหาเหล่านี้ได้อย่างไรท่ามกลางการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจการเป็นผู้บุกเบิกไม่ได้การันตีความราบรื่นในเส้นทางการเมือง สำหรับกรณีของคุณภาวุธ เราคงต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 นี้ว่า “ดาวสภา” ผู้นี้จะสามารถกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ เพราะในทางการเมือง ข้อมูลและความโปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุด

ที่มา – ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ”จากผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซสู่ สส.ส้ม ดาวสภาขุดคุ้ย TH-AI Passport ก่อนเจอมรสุม

นายกฯ ยันรัฐบาลปกป้องประชาชนจากสแกมเมอร์และนอมินี

นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจกันอย่างมาก เมื่อล่าสุดทางรัฐบาลได้ยกระดับมาตรการจัดการกับกลุ่มอาชญากรไซเบอร์และขบวนการผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศกร้าวว่า นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนครับ

ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติครั้งล่าสุด ท่านนายกฯ ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด การฉ้อโกงออนไลน์ หรือการฟอกเงิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง

จัดการเด็ดขาด ภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ พร้อมปราบปรามนอมินีต่างชาติ

นอกจากเรื่องของสแกมเมอร์ที่ระบาดหนักแล้ว ปัญหาที่น่าจับตามองในขณะนี้คือเรื่องของ ‘ต่างชาตินอมินี’ หรือการที่ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในไทยโดยการใช้ชื่อคนไทยบังหน้า ท่านนายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ลุกลามจนกลายเป็นภัยความมั่นคง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดีอี, ตำรวจไซเบอร์ หรือ ปปง. ต่างก็กำลังทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นเพื่อระงับยับยั้งวงจรเหล่านี้

  • เร่งปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ
  • ตรวจสอบเข้มงวดการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินี
  • บูรณาการทุกหน่วยงานรัฐเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ

รัฐบาลต้องการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า ประเทศไทยไม่ใช่ที่อยู่ของคนเหล่านี้ และเราพร้อมที่จะปกป้องตลาดธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการชาวไทยไม่ต้องถูกแย่งอาชีพด้วยวิธีที่ผิด การดำเนินการอย่างเด็ดขาดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างสุจริต และช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง

สุดท้ายนี้ ในฐานะคนไทยเราคงต้องเอาใจช่วยภาครัฐให้ปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง ไม่เพียงแค่เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง แต่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูกหลานเราทุกคนครับ หากท่านพบเบาะแสอาชญากรรม อย่าละเลยที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าลงทุนสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

ที่มา – นายกฯ ยันรัฐบาลพร้อมปกป้องประชาชนจากภัยสแกมเมอร์-อาชญากรรมทุกรูปแบบ ลั่นไม่ปล่อยต่างชาติใช้นอมินี

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานอิหร่านยังอยู่ดี ชี้เสมือนกบฏ

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการข่าวสารโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตีสื่อมวลชนอย่างดุเดือด หลังจากมีรายงานข่าวที่บอกว่ากองทัพอิหร่านยังคงเข้มแข็งแม้เผชิญสงครามกับสหรัฐ

ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 หรือ 2026 ตามปฏิทินสากล ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง โดยตรงเป้าไปที่สื่อ “ข่าวปลอม” ที่รายงานว่าอิหร่านกำลัง “ไปได้สวย” ในด้านการทหารระหว่างทำสงครามกับสหรัฐ เขาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “virtual TREASON” หรือพฤติกรรมเสมือนกบฏ ซึ่งเป็นคำที่หนักหน่วงและสะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างสุดขีด

ข้อความดุเดือดจากทรัมป์บน Truth Social

“เมื่อพวกข่าวปลอมบอกว่าศัตรูอย่างอิหร่านกำลังไปได้สวยในทางทหารในการสู้กับเรา มันคือพฤติกรรมเสมือนกบฏ (virtual TREASON) เพราะมันเป็นคำกล่าวที่เท็จและไร้สาระสิ้นดี พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนศัตรู! สิ่งที่ทำลงไปมีแต่จะทำให้อิหร่านมีความหวังลมๆ แล้งๆ ในเวลาที่ไม่ควรจะมีความหวังเลยด้วยซ้ำ”

“มีเพียงพวกขี้แพ้ พวกเนรคุณ และพวกโง่เขลาเท่านั้นที่กล้าสร้างเรื่องโจมตีอเมริกา!”

ข้อความเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตำหนิสื่อเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการกล่าวหาว่าสื่อกำลังช่วยเหลือศัตรูโดยตรง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมอเมริกัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ใช้คำว่า “กบฏ” ในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่ครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะ

บริบทสงครามสหรัฐ-อิหร่านและบทบาทของสื่อ

เพื่อให้เข้าใจประเด็น ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” มากขึ้น เราต้องย้อนดูสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กำลังตึงเครียด สงครามนี้เริ่มต้นจากความขัดแย้งเรื่องนิวเคลียร์และการโจมตีทางอ้อมผ่านกลุ่มตัวแทน สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางทหารหลายครั้ง สื่อหลายแห่งรายงานว่าอิหร่านยังคงมีกำลังทหารที่แข็งแกร่ง โดยอาศัยยุทธวิธีกองโจรและพันธมิตรในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มองว่ารายงานเหล่านี้เป็นการบิดเบือนความจริงที่ทำให้อเมริกันรู้สึกอ่อนแอ และสร้างความหวังให้อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อสงคราม นอกจากนี้ สำนักข่าว CNN ยังเปิดเผยว่า ทรัมป์ผลักดันให้กระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียกผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวสงครามอิหร่าน เพื่อบังคับให้เปิดเผยแหล่งข่าว

  • เจ้าหน้าที่เผยว่า ทรัมป์เขียนคำว่า “Treason” ด้วยปากกา Sharpie บนกระดาษโน้ต
  • วางไว้บนปึกบทความพิมพ์ ส่งให้ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการอัยการสูงสุด
  • ระหว่างประชุมที่ทำเนียบขาว

การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการกดดันสื่ออย่างรุนแรง ซึ่งอาจกระทบต่อเสรีภาพสื่อในสหรัฐ

ผลกระทบและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองหลายคนวิเคราะห์ว่า การที่ทรัมป์จวกสื่อแบบนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อรวมใจฐานเสียงที่เชื่อมั่นในนโยบายแข็งกร้าวต่ออิหร่าน สื่อกระแสหลักอย่าง CNN, Fox News ต่างรายงานมุมมองที่แตกต่างกัน โดยบางแห่งเห็นด้วยกับทรัมป์ว่าสื่อควรระมัดระวังไม่ให้ข่าวปลอมแพร่กระจาย ในขณะที่อีกฝั่งปกป้องสิทธิ์ในการรายงานข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีสื่อครั้งนี้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ภายในประเทศสหรัฐ ที่ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามยืดเยื้อและปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามใหญ่: สื่อควรรายงานอย่างไรในยามสงคราม?

ในมุมมองของเรา การรายงานข่าวต้องสมดุลระหว่างความจริงและผลกระทบต่อชาติ แต่การเรียก “เสมือนกบฏ” อาจเกินเลยและจุดชนวนความแตกแยกยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ” นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์จวกสื่อ รายงานว่าอิหร่าน “ยังอยู่ดี” ชี้เป็นพฤติกรรม “เสมือนกบฏ”

เปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ

วันนี้เรามีภาพชุดสุดประทับใจที่หลายคนรอคอย นั่นคือ เปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ ยิ้มกว้างสวมกอด “ครอบครัวชินวัตร” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงเชียร์จากมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หลังจากได้รับการพักโทษจากพระราชทานอภัยโทษ

เปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ ยิ้มกว้างสวมกอด “ครอบครัวชินวัตร”

เช้าวันนั้น หน้าเรือนจำกลางคลองเปรมคึกคักไปด้วยผู้สนับสนุนจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางมารอให้กำลังใจตั้งแต่เช้ามืด พวกเขาตะโกนชื่อ “ทักษิณ” ด้วยความยินดี ขณะที่สมาชิกครอบครัวชินวัตรและแกนนำพรรคเพื่อไทยก็มารอรับอย่างพร้อมเพรียง

เวลา 07.41 น. ทักษิณ ชินวัตร ก้าวออกจากเรือนจำด้วยรอยยิ้มกว้าง สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินและกางเกงขาสั้น ตามเงื่อนไขพักโทษต้องติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เขาเดินตรงไปหาครอบครัวก่อนเป็นอย่างแรก กอดลูกๆ อย่างอบอุ่น นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม รวมถึงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ต่างยิ้มรับด้วยความดีใจ

  • บรรยากาศหน้าเรือนจำ: มวลชนนับพันตะโกน “เรารักทักษิณ” สร้างความคึกคัก
  • สมาชิกครอบครัว: โอ๊ค-ติ๊ก, เอม-ณัฐพงศ์, อิ๊งค์-ปอ และคนอื่นๆ
  • แกนนำพรรค: ส.ส.เพื่อไทยมาร่วมต้อนรับ
  • กิจกรรมหลังออก: รับดอกไม้จากผู้สนับสนุน ก่อนขึ้นรถกลับบ้าน

ภาพความประทับใจจากเหตุการณ์เปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ

ภาพชุดนี้บันทึกช่วงเวลาสำคัญที่ทักษิณได้คืนสู่อิสรภาพหลังถูกคุมขังนานนับปีจากคดีต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พักโทษ 1 ปี แต่ยังต้องรายงานตัวและติดตามด้วย EM ชาวบ้านและผู้สนับสนุนมองว่านี่คือสัญญาณของการกลับมาที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

เปิดภาพ ทักษิณ เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ
ทักษิณยิ้มกว้างเดินออกจากเรือนจำ
ทักษิณ สวมกอดครอบครัวชินวัตร
ช่วงกอดลูกๆ อย่างอบอุ่น
มวลชนคนเสื้อแดงต้อนรับทักษิณ
ทักษิณ รับดอกไม้จากผู้สนับสนุน
ครอบครัวชินวัตรรอต้อนรับทักษิณ
ทักษิณ คืนสู่อิสรภาพพร้อมครอบครัว

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การคืนสู่อิสรภาพส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงความผูกพันระหว่างทักษิณกับฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้จะมีประวัติคดีความยาวนานตั้งแต่ยุคหลังรัฐประหาร 2549 จนถึงคดีล่าสุด แต่การพักโทษครั้งนี้เปิดโอกาสให้เขาได้อยู่กับครอบครัวและวางแผนอนาคต อาจมีบทบาทเบื้องหลังพรรคเพื่อไทยมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือภาพที่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของระบบยุติธรรมไทยและความสำคัญของครอบครัว การเมืองไทยหลังจากนี้คงน่าจับตา คุณคิดว่าทักษิณจะกลับมาทำอะไรต่อ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ชมภาพชุดเปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ ยิ้มกว้างสวมกอด “ครอบครัวชินวัตร” กันนะครับ

ที่มา – เปิดภาพ “ทักษิณ” เดินออกเรือนจำ คืนสู่อิสรภาพ ยิ้มกว้างสวมกอด “ครอบครัวชินวัตร”

วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ โผกอดครอบครัว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องราวสุดฮือฮาที่กำลังเป็นกระแสทั่วโซเชียลมาฝากกัน นั่นคือ วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ ซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์และความอบอุ่นจากครอบครัวและฐานแฟนคลับเสื้อแดง ใครที่ติดตามสถานการณ์การเมืองไทย คงไม่อยากพลาดเลยนะครับ

วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.41 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เพื่อติดตามตัว เขาเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะโผเข้ากอดลูกๆ และสมาชิกครอบครัวที่มารอรับอยู่ด้านหน้าเรือนจำทันที บรรยากาศเต็มไปด้วยความยินดีและน้ำตาแห่งความสุข

วินาที \

เสื้อแดงมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ตะโกน “เรารักทักษิณ”

นอกจากครอบครัวแล้ว ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากมารอให้กำลังใจด้านหน้ารั้วเรือนจำ พวกเขาถือดอกไม้สวยงามมามอบให้ทักษิณ พร้อมตะโกนชื่อเสียงดัง “เรารักทักษิณ!” สร้างบรรยากาศคึกคักสุดๆ ทักษิณเองก็เดินไปรับดอกไม้และทักทายทุกคนด้วยความเป็นกันเอง แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างเขากับฐานมวลชน แม้จะผ่านกี่ปีมาแล้วก็ตาม

วินาที \

หลังจากนั้น เวลา 08.00 น. ทักษิณยังร่วมพิธีเคารพธงชาติหน้าเสาธงของเรือนจำ ก่อนจะเดินไปทักทายแฟนคลับเพิ่มเติม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกไว้เป็นภาพและคลิปที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนและเงื่อนไขการพักโทษของทักษิณ

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูรายละเอียดกันครับ:

  • เวลาเกิดเหตุ: 07.41 น. วันที่ 11 พ.ค. 2569
  • สถานที่: เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ
  • เงื่อนไข: พักโทษชั่วคราว สวมกำไล EM
  • ผู้มารอ: ครอบครัว ลูกๆ อดีต ส.ส. และกลุ่มเสื้อแดง
  • กิจกรรมหลังออก: กอดครอบครัว รับดอกไม้ เคารพธงชาติ
วินาที \

เรือนจำคลองเปรมเป็นเรือนจำที่มีชื่อเสียงในไทย โดยเฉพาะสำหรับนักการเมืองชื่อดังอย่างทักษิณที่ถูกส่งตัวมาอยู่ที่นี่หลังศาลตัดสินคดี การพักโทษครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว แม้จะยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลก็ตาม

เหตุการณ์ วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโมเมนต์ส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองของเขาที่มีต่อมวลชน โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงที่ยังคงภักดีอย่างเหนียวแน่น แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยดราม่าและ passion ที่หาได้ยากในที่อื่นๆ มันทำให้เราคิดถึงอนาคตของพรรคเพื่อไทยและทิศทางการเมืองหลังจากนี้ คุณล่ะครับคิดเห็นยังไงกับ วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ นี้? มาคอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันได้ที่บล็อกของเรา ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ 😊

ที่มา – วินาที “ทักษิณ” ออกจากเรือนจำ โผกอดครอบครัว เสื้อแดงมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ

ในช่วงเย็นวันนี้ 10 พ.ค. 2569 คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ ได้กลายเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากทั่วประเทศทยอยสมทบกันหน้าเรือนจำคลองเปรม เพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะได้รับการพักโทษและคืนอิสรภาพในวันพรุ่งนี้

คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็น บรรยากาศหน้าเรือนจำคลองเปรมคึกคักไม่น้อย มีคนเสื้อแดงเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มจากนครราชสีมา (โคราช) และขอนแก่น ที่จ้างเหมารถตู้โดยสารกว่า 200 คน ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อไปสมทบกับพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ นายบุญสม สว่างจิตร แกนนำคนเสื้อแดงทั้งสองจังหวัด กล่าวด้วยความดีใจว่า “ดีใจมากที่จะได้พบพ่อทักษิณ ท่านเป็นคนดี สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย หวังว่าท่านจะกลับมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นอีกครั้ง”

กิจกรรมในวันนี้รวมถึงการแจกลอตเตอรี่โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง เวลา 16.30 น. เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้มารอ นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังเดินทางมาร่วมแจกข้าวกล่องให้มวลชน หลังให้สัมภาษณ์สื่อ สีหน้ายิ้มแย้มของแกนนำคนนี้ สะท้อนถึงความหวังและความมั่นใจในวันสำคัญที่จะมาถึง

รายละเอียดการเดินทางของคนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น

  • จำนวนผู้ร่วมเดินทาง: กว่า 200 คน จากโคราชและขอนแก่น
  • วิธีการเดินทาง: เหมารถตู้โดยสาร เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
  • จุดหมาย: หน้าเรือนจำคลองเปรม กรุงเทพฯ
  • กิจกรรมหลัก: รอรับทักษิณคืนอิสรภาพ, นอนค้างรอ, เคารพธงชาติไทยในเช้าวันพรุ่งนี้
  • ความคาดหวัง: หวังให้ทักษิณกลับมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองไทย

นอกจากนี้ ยังมีมวลชนจากจังหวัดอื่นๆ สมทบ ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ผู้คนร้องเพลง สวดมนต์ และพูดคุยถึงผลงานของทักษิณในอดีต เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้านที่ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เหตุการณ์ คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ นี้ ไม่เพียงแสดงถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเมืองไทยที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังผันผวน ผู้สนับสนุนเชื่อว่าประสบการณ์ของทักษิณจะช่วยฟื้นฟูประเทศได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งเสริม SME หรือแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

สำหรับภาพบรรยากาศ สามารถเห็นได้จากผู้มาร่วมที่แต่งตัวด้วยเสื้อแดงสดใส ถือป้ายต้อนรับ และรอคอยด้วยความตื่นเต้น เหตุการณ์นี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการเมืองใหม่ ที่ทักษิณอาจมีบทบาทสำคัญอีกครั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ยังศรัทธาในผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ การคืนอิสรภาพของทักษิณอาจนำมาซึ่งความหวังใหม่ให้กับคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดต!

ที่มา – คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ

แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”

วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณทางออกถนนงามวงศ์วาน ที่กำลังจะมีปัญหาการจราจรหนาแน่น จากการชุมนุมของมวลชนที่มารอรับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษจากเรือนจำกลางคลองเปรม ในวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 นี้ ถ้าคุณกำลังวางแผนเดินทางผ่านเส้นทางนี้ อย่าพลาดข้อมูล แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ” ที่เรานำมาฝาก

แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”

งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนแล้ว เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 จนถึงเที่ยงวันของวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจราจรบน ถนนงามวงศ์วานขาออก บริเวณหน้าเรือนจำ โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. ที่ทักษิณจะเดินทางออกจากเรือนจำหลังถูกคุมขังมานาน 7 เดือน 28 วัน พร้อมเงื่อนไขติดกำไล EM และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

เส้นทางเลี่ยงหลักที่แนะนำ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเดือดร้อน ตำรวจแนะนำเส้นทางเลี่ยงดังนี้:

  • เริ่มจาก ถนนงามวงศ์วานขาออก บริเวณแยกบางเขน
  • เลี้ยวเข้า ถนนกำแพงเพชรขาเข้า
  • เลี้ยวขวาที่ แยกวัดเสมียนนารี
  • ตรงไปตาม ถนนประชาสงเคราะห์
  • เลี้ยวขวาที่ แยกประชานิเวศน์
  • เข้าสู่ ถนนประชาชื่นขาออก
  • กลับเข้าจุดหมายที่ แยกพงษ์เพชร (ถนนงามวงศ์วานขาออก)

เส้นทางนี้มีความยาวรวมประมาณ 4.55 กิโลเมตร จากแยกบางเขนไปแยกพงษ์เพชร ซึ่งอาจไกลกว่าเส้นหลักนิดหน่อย แต่ช่วยประหยัดเวลาได้มากในช่วงรถติดหนึบจากมวลชน

เหตุผลที่ต้องเลี่ยงและเคล็ดลับการเดินทาง

การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะมีมวลชนจำนวนมากมารอต้อนรับทักษิณ ทำให้ถนนงามวงศ์วานขาออกกลายเป็นจุด bottleneck หลัก ผู้ขับขี่ควรเช็คสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Google Maps หรือ Waze ก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเลี่ยงอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ เช่น ผ่านถนนวิภาวดีรังสิตแล้วตีโค้งไปยังแจ้งวัฒนะ หรือใช้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หากคุณมาจากฝั่งเหนือ

ในมุมมองของเรา การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณไม่พลาดนัดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นไปทำงาน ส่งลูกเรียน หรือเดินทางท่องเที่ยว กรุงเทพฯ ในช่วงเหตุการณ์การเมืองแบบนี้มักมีเซอร์ไพรส์เสมอ ดังนั้น เตรียมแผนสำรองไว้หลายๆ แผนจะดีที่สุด

นอกจากข้อมูลหลักแล้ว เรายังแนะนำให้ฟังวิทยุจราจร FM 91.5 หรือติดตามเพจทางการของตำรวจจราจร เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด อย่าลืมปฏิบัติตามกฎจราจร สวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจากโควิดที่ยังระบาด

สรุปแล้ว แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ” นี้เป็นข้อมูลที่ทุกคนควรรู้ หากคุณมีประสบการณ์รถติดในเหตุการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย! และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดินทางในพื้นที่ เพื่อช่วยกันลดปัญหารถติด

คำแนะนำสุดท้าย: วางแผนการเดินทางให้ดี ใช้เส้นเลี่ยงเพื่อความคล่องตัว และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ

ที่มา – แนะทางเลี่ยง ถนนงามวงศ์วานขาออก หลังมวลชนนัดรวมตัวรอรับ “ทักษิณ”

Scroll to top