กองทัพภาค 2

ทหารกัมพูชา: โดรนโผล่ซำแต-ช่องตาเฒ่า

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงน่าจับตา เมื่อล่าสุดมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” โดยเฉพาะการปรากฏตัวของโดรนในพื้นที่สำคัญอย่าง ซำแต – ช่องตาเฒ่า ถึง 6 ครั้ง สร้างความกังวลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากกองทัพไทย

พบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” มีโดรนโผล่พื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า 6 ครั้ง

กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยระบุว่ามีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการพบโดรนในพื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า จำนวน 6 ครั้ง และในพื้นที่สัตตะโสม – ภูผี – โดนตวน อีก 1 ครั้ง ทำให้ต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นข้อมูล ณ เวลา 14.00 น. ของวันดังกล่าว

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ว่ากองกำลังทั้งสองฝ่ายจะยังคงวางกำลังในพื้นที่ของตนเอง แต่ฝ่ายไทยก็ยังคงจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” และเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้หากมีสถานการณ์ที่จำเป็น

สถานการณ์ล่าสุด: โดรน “ทหารกัมพูชา” กับการรับมือของไทย

การปรากฏตัวของโดรนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นการลาดตระเวน หรือเตรียมการสำหรับปฏิบัติการบางอย่าง กองทัพไทยจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตรวจจับและติดตามโดรนเหล่านี้

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว ยังมีเรื่องของการดูแลผู้อพยพ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน ซึ่งทางกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย โดยจัดพื้นที่รวบรวมพลเรือนในจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและความช่วยเหลือที่จำเป็น

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ศอ.จอส.พระราชทาน ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้กำลังใจ และซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และการตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

  • ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการเท่านั้น
  • อย่าหลงเชื่อข่าวลือ
  • ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและการมีสติในการพิจารณาข่าวสาร จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – พบความเคลื่อนไหวของ “ทหารกัมพูชา” มีโดรนโผล่พื้นที่ซำแต – ช่องตาเฒ่า 6 ครั้ง

พปชร. ถาม รัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง?

พล.ต.ท.ปิยะ ซัดฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจคำว่า “ความเร่งด่วน” ทางการทหาร เพราะแต่ละวินาทีหมายถึงชีวิต ชี้ของบฯ ซื้อรั้วลวดหนามหีบเพลงใช้เวลา 3-5 วัน หรือเป็นสัปดาห์ แต่ขอบริจาครวบรวมได้ภายในวันเดียว อัดรัฐบาลยังนิ่งเฉยไม่ออกหมายจับ “ฮุนเซน”

วันที่ 14 ส.ค. 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาครั้วลวดหนามให้กับกองทัพภาค 2 และพี่น้องประชาชนสามารถรวบรวมเงินบริจาคและรั้วลวดหนามได้ในวันเดียว กรณีนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักชาติและร่วมกันบริจาคลวดหนามให้กับกองทัพภาค 2 และพี่น้องประชาชนสามารถรวบรวมเงินบริจาคและรั้วลวดหนามได้ในวันเดียว ทางกองทัพภาค 2 ได้ย้ำความสำคัญของลวดหนามหีบเพลงในการลดความเสี่ยงต่อชีวิต-ความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและประชาชน รวมทั้งการป้องกันอธิปไตยของชาติและความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาในเวลาจำกัดและในจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันลวดหนามฯ ดังกล่าวในท้องถิ่นเริ่มหายาก ซึ่งนับแต่ ส.อ.ธีรพล เพียขันที เป็นเหยื่อกับระเบิดรายที่ 5 ในรอบไม่กี่วัน จึงมีความจำเป็นต้องใช้รั้วลวดหนามอย่างเร่งด่วน ทางกองทัพและทหารคงเห็นว่าการขอจากงบประมาณจากทางรัฐบาลอาจจะมีความล่าช้า อาจใช้เวลา 3-5 วัน หรือเป็นสัปดาห์ และหากใช้กระบวนการปกติกว่าจะได้งบประมาณมาก็ใช้เวลาเป็นเดือน กว่าจะใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบฯ ก็จะใช้เวลานานกว่า 1 เดือนหรือใช้เวลากว่านั้น ฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจคำว่า “ความเร่งด่วน” ทางการทหาร เพราะแต่ละวินาทีหมายถึงชีวิตของทหารภายใต้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งกรณีนี้ กองทัพภาค 2 สามารถรับบริจาคและรวบรวมลวดหนามหีบเพลงได้ภายในวันเดียว

กรณีดังกล่าว รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและเข้าใจกระบวนการปฏิบัติเพราะสามารถจัดงบประมาณลงไปให้กองทัพภาค 2 ก่อนได้เลย โดยไม่จำเป็นให้กองทัพภาค 2 ร้องขอขึ้นมาให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นงบฉุกเฉินหรืองบลับตามความจำเป็นของสถานการณ์ เพราะบางกรณีการใช้กระบวนการงบประมาณตามวิธีการปกติจะมีความล่าช้าและไม่สามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา รัฐบาลนี้ทำอะไรที่เร่งด่วนบ้าง นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ที่มีการปะทะกันครั้งแรก เราสูญเสียพี่น้องประชาชนและทหารในวันแรก จนถึงวันนี้รวมเวลาแล้วนานกว่า 20 วัน เท่าที่ทราบ รัฐบาลมีแค่คำให้สัมภาษณ์หลังจากที่ฝ่ายค้านและสังคมกดดันว่าจะมีการดำเนินคดีนายฮุนเซนฯ ตามกฎหมายไทย ในประเทศตามกฎหมายไทยนั้น ยังไม่มีปรากฏหลักฐานการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายฮุนเซนฯ แต่อย่างใด

”เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องยากครับ สำคัญว่าจะทำหรือไม่ทำ หรือทำเป็นหรือทำไม่เป็นเท่านั้น เรื่องนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐได้แนะนำวิธีและข้อกฎหมายไว้ให้หมดแล้ว สามารถเอาไปดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์และขวัญกำลังใจของพี่น้องประชาชนชาวไทย การสั่งการให้ใช้กำลังทหารและมีผลต่อพลเรือนไทยของนายฮุนเซนฯ ที่ผ่านมาเป็นความผิดฐานสนับสนุนหรือจ้างวานใช้หรือร่วมกันฆ่าผู้อื่น และความผิดความมั่นคงภายนอกอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) มาตรา 83, 84, 86, 288 และมาตรา 289 และยังเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงนอกราชอาณาจักร ตาม ป.อาญา มาตรา 119, 120, 127, 128 และ 129 อย่างชัดเจน อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เมื่อสอบปากคำญาติผู้ตายผู้เสียหาย สอบพยานเกี่ยวข้อง คดีนี้ อัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่าสามปี สามารถขอศาลอาญาหรือศาลจังหวัดแล้วแต่กรณี ออกหมายจับได้เลย โดยไม่ต้องออกหมายเรียกก่อน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) มาตรา 66”

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แม้จะมีการชดเชยบางส่วนแล้ว แต่ก็ไม่เทียบเท่ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น รัฐบาลต้องใส่ใจให้มากกว่านี้ อย่าปล่อยล่าช้าเหมือนซ้ำรอย 4 ลูกเรือประมงที่ถูกทางการพม่าจับไปควบคุมนานกว่า 120 วัน กว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับมา ในที่สุด พี่น้องประชาชนจะเห็นได้เองว่าในสถานการณ์เช่นนี้เราต้องการมืออาชีพอย่างแท้จริงที่มาแก้ปัญหาของประเทศชาติ ไม่ใช่เอามือใหม่มาเอาประเทศเป็นหนูทดลอง

พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่ามีมาตรการเร่งด่วนอะไรบ้างในการจัดการสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีการปะทะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ยังไม่มีการออกหมายจับนายฮุนเซน ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้น

รัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง ในสถานการณ์ชายแดน?

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความเร่งด่วน” ในสถานการณ์ทางการทหาร โดยกล่าวว่าทุกวินาทีมีความหมายถึงชีวิต และการดำเนินการใด ๆ ที่ล่าช้าอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ พปชร. จึงตั้งคำถามว่า พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

พรรคพลังประชารัฐยังได้เสนอแนะแนวทางและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และขวัญกำลังใจของประชาชนชาวไทย ซึ่งรวมถึงการดำเนินคดีกับนายฮุนเซน ตามกฎหมายไทยในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการให้ใช้กำลังทหารที่มีผลกระทบต่อพลเรือนไทย

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลควรพิจารณาถึงมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง และพร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

พล.ต.ท.ปิยะ ทิ้งท้ายว่า ประชาชนจะเห็นเองว่าสถานการณ์เช่นนี้ต้องการมืออาชีพมาแก้ปัญหา ไม่ใช่มือใหม่มาลองของ โดย พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง นั้น เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบและการลงมือทำอย่างจริงจัง

ที่มา – พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง ชายแดนปะทะมา 20 วัน ยังไม่ออกหมายจับ “ฮุนเซน”

ทหารกัมพูชาวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิด 61 จุด

กองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ชายแดนล่าสุดว่า “ทหารกัมพูชา” ได้ติดตั้งตาข่ายป้องกันการโจมตีจากโดรนใน 61 พื้นที่ ขณะที่ฝั่งไทยยังพบโดรนบินในศรีสะเกษ กองทัพยังคงตรึงกำลังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ามีลวดหนามหีบเพลงเพียงพอต่อการใช้งาน

ทหารกัมพูชาวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ 61 แห่ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงการณ์ถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยสรุปสถานการณ์ ณ เวลา 14.00 น. ดังนี้

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ที่น่าสนใจคือ ทหารกัมพูชาได้เปิดเผยข้อมูลการติดตั้งตาข่ายป้องกันการทิ้งระเบิดจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ในพื้นที่ของกัมพูชาจำนวน 61 แห่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวนหลายลำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย และยังไม่มีรายงานการปะทะใดๆ ฝ่ายไทยยังคงเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยึดมั่นตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมา

ภารกิจต่อเนื่อง: การเก็บกู้วัตถุระเบิดและการช่วยเหลือประชาชน

ชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) ยังคงปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายวัตถุระเบิดที่อาจตกค้าง และตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัยใดๆ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบต่อไป

ในส่วนของการดำเนินงานด้านจิตอาสา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำแจกันดอกไม้และสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อกำลังพลที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ

นอกจากนี้ กำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากมณฑลทหารบกที่ 25 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 รวม 16 นาย ได้ร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือสิบเอก พีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ซึ่งเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสุรินทร์ หลังได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบริเวณจุดตะโมก พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 7,200 ซีซี

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดสุรินทร์ โดยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ขนย้ายสิ่งของบริจาคจากหอประชุมศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอพนมดงรักและอำเภอกาบเชิง โดยได้รับการสนับสนุนรถปฏิบัติการจำนวน 3 คัน จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณรัฐบาล หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ที่ได้ให้การสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงมายังกองทัพภาคที่ 2 อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา การสนับสนุนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความพร้อมด้านการป้องกันพื้นที่และการรักษาความมั่นคงของประเทศ

ปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 2 ได้รับลวดหนามหีบเพลงเพียงพอต่อความต้องการใช้งานแล้ว เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดการรับเกินความจำเป็น จึงขอประกาศปิดการรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงไว้แต่เพียงเท่านี้

กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกความร่วมมือและน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันสนับสนุนภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 2 จะใช้ทรัพยากรที่ได้รับอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ

สุดท้ายนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการป้องกันการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือน ขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น เช่น เพจ “กองทัพบก” และเพจ “กองทัพภาคที่ 2” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ในพื้นที่ และสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การที่ ทหารกัมพูชา ดำเนินการวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดถึง 61 จุด แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดในพื้นที่ กองทัพไทยเองก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

ที่มา – เผย “ทหารกัมพูชา” ได้มีการวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ 61 แห่ง

Scroll to top