กองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ชายแดนล่าสุดว่า “ทหารกัมพูชา” ได้ติดตั้งตาข่ายป้องกันการโจมตีจากโดรนใน 61 พื้นที่ ขณะที่ฝั่งไทยยังพบโดรนบินในศรีสะเกษ กองทัพยังคงตรึงกำลังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ามีลวดหนามหีบเพลงเพียงพอต่อการใช้งาน
ทหารกัมพูชาวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ 61 แห่ง
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงการณ์ถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยสรุปสถานการณ์ ณ เวลา 14.00 น. ดังนี้
โดยรวมแล้ว สถานการณ์ที่น่าสนใจคือ ทหารกัมพูชาได้เปิดเผยข้อมูลการติดตั้งตาข่ายป้องกันการทิ้งระเบิดจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ในพื้นที่ของกัมพูชาจำนวน 61 แห่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวนหลายลำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย และยังไม่มีรายงานการปะทะใดๆ ฝ่ายไทยยังคงเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยึดมั่นตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมา
ภารกิจต่อเนื่อง: การเก็บกู้วัตถุระเบิดและการช่วยเหลือประชาชน
ชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) ยังคงปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายวัตถุระเบิดที่อาจตกค้าง และตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัยใดๆ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบต่อไป
ในส่วนของการดำเนินงานด้านจิตอาสา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำแจกันดอกไม้และสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อกำลังพลที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ
นอกจากนี้ กำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากมณฑลทหารบกที่ 25 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 รวม 16 นาย ได้ร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือสิบเอก พีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ซึ่งเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสุรินทร์ หลังได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบริเวณจุดตะโมก พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 7,200 ซีซี
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดสุรินทร์ โดยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ขนย้ายสิ่งของบริจาคจากหอประชุมศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอพนมดงรักและอำเภอกาบเชิง โดยได้รับการสนับสนุนรถปฏิบัติการจำนวน 3 คัน จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณรัฐบาล หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ที่ได้ให้การสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงมายังกองทัพภาคที่ 2 อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา การสนับสนุนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความพร้อมด้านการป้องกันพื้นที่และการรักษาความมั่นคงของประเทศ
ปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 2 ได้รับลวดหนามหีบเพลงเพียงพอต่อความต้องการใช้งานแล้ว เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดการรับเกินความจำเป็น จึงขอประกาศปิดการรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงไว้แต่เพียงเท่านี้
กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกความร่วมมือและน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันสนับสนุนภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 2 จะใช้ทรัพยากรที่ได้รับอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ
สุดท้ายนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการป้องกันการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือน ขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น เช่น เพจ “กองทัพบก” และเพจ “กองทัพภาคที่ 2” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ในพื้นที่ และสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การที่ ทหารกัมพูชา ดำเนินการวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดถึง 61 จุด แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดในพื้นที่ กองทัพไทยเองก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น
ที่มา – เผย “ทหารกัมพูชา” ได้มีการวางตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ 61 แห่ง




