วัน: 13 สิงหาคม 2025

ฮาร์ทส์ดีพอคว้าแชมป์: ไม่มีอะไรต้องสงสัย

ฮาร์ทส์ ตั้งเป้าคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ และโค้ช เดเรค แมคอินเนส ยืนยันว่า “ไม่มีอะไรผิด” ที่จะพูดเช่นนั้น

ทีมจากไทน์คาสเซิลจะไปเยือน เซนต์ เมียร์เรน ในวันเสาร์นี้ ในรอบที่สองของสกอตติชคัพ หลังจากเริ่มต้นยุคของแมคอินเนสด้วยชัยชนะ 6 นัดรวดในรายการนี้และในลีก รวมถึงการทำประตูอย่างน่าประทับใจ

พวกเขานำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนสกอตติช พรีเมียร์ชิพ และ โทนี่ บลูม นักลงทุนรายใหม่กล่าวอย่างกล้าหาญว่าพวกเขาสามารถจบ “อย่างน้อยอันดับสอง” ในฤดูกาลนี้

ความเชื่อมั่นเพิ่มสูงขึ้นในกอร์กี และแมคอินเนสกล่าวว่าควรตั้งเป้าหมายให้สูงสำหรับสโมสรที่มีขนาดของฮาร์ทส์

“ไม่มีอะไรผิดกับการตั้งความทะเยอทะยานที่สูงและมองเห็นเป้าหมายสุดท้าย” เขากล่าว “เราต้องพยายามจินตนาการถึงวันนั้นที่แฮมป์เดน”

“แน่นอนว่าเราต้องพยายามเอาชนะ เซนต์ เมียร์เรน ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นทีมที่ดี

“แต่ถ้าเราผ่านพ้นไปได้ เราจะอยู่ห่างจากรอบรองชนะเลิศ 90 นาที เราเข้าสู่เกมด้วยความคาดหวังสูงในตัวเอง”

ฮาร์ทส์ได้ปรับปรุงทีมในช่วงซัมเมอร์นี้หลังจากการลงทุนของบลูมและการแต่งตั้งแมคอินเนส แต่ผู้เล่นหน้าใหม่ได้รับแจ้งอย่างชัดเจนถึงความคาดหวัง

“ผมได้พูดเรื่องนี้กับพวกเขาหลายครั้งแล้ว ไม่ควรมีผู้เล่นคนใดเซ็นสัญญากับฮาร์ทส์โดยไม่มีความปรารถนาที่จะคว้าแชมป์ที่นี่” แมคอินเนสกล่าว

“ผู้เล่นเซ็นสัญญากับสโมสรด้วยเหตุผลหลายประการ – ด้านการเงิน มองว่ามันเป็นก้าวไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า – แต่ส่วนสำคัญของการเซ็นสัญญากับสโมสรอย่างฮาร์ทส์ ฮาร์ทส์ดีพอคว้าแชมป์ ควรเป็นเพราะคุณต้องการประสบความสำเร็จและชูถ้วยรางวัล”

ฮาร์ทส์คว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งล่าสุดในปี 2012 และไม่ได้ชูถ้วยลีกคัพตั้งแต่ปี 1963 แมคอินเนสตั้งใจที่จะยุติความแห้งแล้งนั้น

“นั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการ ผมต้องการสิ่งนั้นสำหรับผมและทีมงานของผม” เขากล่าว

“ถ้าเราไม่ชนะถ้วย มันไม่ได้หมายความว่าเราพูดผิด ผมไม่คิดว่าคุณกำลังตั้งตัวเองให้ล้มเหลว

“เราเชื่อว่าเราฮาร์ทส์ดีพอคว้าแชมป์ที่จะไปจนสุดทาง และไม่มีประโยชน์ที่จะเชื่อเป็นอย่างอื่น”

ฮาร์ทส์ดีพอคว้าแชมป์

เป้าหมายของฮาร์ทส์ในฤดูกาลนี้คืออะไร สิ่งที่แฟนบอลและผู้บริหารทีมคาดหวัง?

แมคอินเนสถูกถามว่าเขารู้สึกประหลาดใจกับผลงานที่รวดเร็วของฮาร์ทส์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลหรือไม่ หลังจากชนะ 4 นัดในรอบแบ่งกลุ่มของลีกคัพ และจากนั้นก็คว้าชัยชนะติดต่อกันในพรีเมียร์ชิพเหนืออเบอร์ดีนและดันดี ยูไนเต็ด

เขาบอกว่าพวกเขากำลังทำได้ตามความคาดหวังและไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองล้ำหน้าได้

“เราไม่ได้ทำอะไรที่ผมไม่ได้คาดหวังจากเรา” เขากล่าว “ไม่ใช่ว่าเรากำลังฉีกต้นไม้ขึ้นและทำสิ่งที่เราไม่ได้คาดหวังจากตัวเอง

“ผมคาดหวังให้เราเอาชนะอเบอร์ดีน และผมคาดหวังให้เราชนะรอบแบ่งกลุ่มของถ้วย และผมคาดหวังเกมที่ยากลำบากที่ดันดี ยูไนเต็ด แต่ผมคาดหวังเสมอว่าเราจะสามารถชนะเกมนั้นได้

“เราต้องตั้งใจทำงานอย่างเงียบๆ อย่าโอ้อวด ทำงานหนัก และดูว่ามันจะพาเราไปที่ไหน”

ความท้าทายในการคว้าแชมป์ของฮาร์ทส์

การคว้าแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความสามัคคี และทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง ฮาร์ทส์จำเป็นต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

แฟนบอลเองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทีม ฮาร์ทส์จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากแฟนบอล เพื่อสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมในสนาม และผลักดันทีมให้ไปข้างหน้า

ฮาร์ทส์มีศักยภาพที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ แต่พวกเขาต้องทำงานหนักและต่อสู้เพื่อเป้าหมายนั้นอย่างเต็มที่ เราเชื่อมั่นว่าฮาร์ทส์จะสามารถทำได้ และเราจะคอยเชียร์พวกเขาอยู่เสมอ พวกเขาฮาร์ทส์ดีพอคว้าแชมป์

ฮาร์ทส์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ และด้วยการสนับสนุนจากแฟนๆ พวกเขาจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน แฟนบอลอย่างเราก็ต้องคอยเป็นกำลังใจให้ทีมต่อไป

ที่มา – ‘Hearts good enough to win trophies and no point believing otherwise’

เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป สหรัฐฯหนุนยูเครน

ผู้นำยูเครนพูดคุยกับนายทรัมป์และผู้นำยุโรป โดยเซเลนสกี ยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนยูเครน ในการหารือกับปูตินศุกร์นี้ ขณะที่ยุโรปย้ำว่ายูเครนต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาสันติภาพด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี และนายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จัดงานแถลงข่าวร่วมกันในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 หลังจากการสนทนาทางไกลระหว่างเขากับเหล่าผู้นำชาติยุโรปและ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ข้อสรุป

นายแมร์ซระบุว่า ยุโรปกำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยกำหนดวาระการประชุมสำหรับการพบกันระหว่างนายทรัมป์ กับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา ในวันศุกร์นี้ (15 สิงหาคม) โดยเขาหวังให้นายทรัมป์ประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอดกับปูติน

นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเสริมอีกว่า ผู้นำชาติยุโรป, สหรัฐ, และนายมาร์ก รุทเทอ เลขาธิการใหญ่นาโต ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ สำหรับการประชุมในวันศุกร์ “ที่อะแลสกา ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของยุโรปและยูเครนต้องได้รับการคุ้มครอง”

นายแมร์ซย้ำด้วยว่า ยูเครนต้องอยู่ที่โต๊ะเจรจาด้วยเพื่อหารือเรื่องสันติภาพ และทุกอย่างต้องมีลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม อย่างแรกคือ ควรมีการตกลงหยุดยิง ตามด้วยการทำข้อตกลงเพื่อสันติภาพระยะยาวอีกฉบับ การยอมรับทางกฎหมายว่ารัสเซียเป็นเจ้าของดินแดนของยูเครน “ไม่สามารถเกิดขึ้นได้” และต้องมีการรับประกันความปลอดภัยโดยเคารพอธิปไตยของยูเครน

หากไม่มีความเคลื่อนไหวไปสู่สันติภาพจากทางรัสเซีย ยุโรปกับสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันต่อปูตินมากกว่านี้ นายแมร์ซกล่าว และเสริมว่า นายทรัมป์ทราบถึงจุดยืนนี้แล้วและเห็นชอบด้วย

ต่อมานายเซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเป็นผู้แถลงข่าวต่อ โดยเขาเริ่มจากการขอบคุณผู้นำนายแมร์ซและเยอรมนี รวมถึงชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนทั้งหมด ที่ให้การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครน โดยย้ำว่า ผู้นำจากทั่วโลกสามัคคีกันเพื่อบรรลุสันติภาพในยูเครน

เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป ยืนยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนยูเครน

นายเซเลนสกีย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวกับยูเครนต้องหารือโดยมียูเครนอยู่ด้วย “เราต้องมีส่วนในการเจรจา” นายทรัมป์ให้การสนับสนุนยูเครนในวันนี้ และสหรัฐฯ ก็พร้อมจะสานต่อการสนับสนุนนั้นต่อไป การที่ เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

ผู้นำยูเครนกล่าวอีกว่า เขาอยากเห็นการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม หากมอสโกไม่ตกลงหยุดยิง เขาพยายามใช้การประชุมในวันนี้เพื่อบอกนายทรัมป์กับผู้นำยุโรปว่า ปูตินไม่ได้ต้องการสันติ และพวกเขาก็เข้าใจจุดยืนของยูเครน “ปูตินหลอกเราไม่ได้”

เซเลนสกีเผยด้วยว่า นายทรัมป์บอกกับเขาว่าจะติดต่อหาหลังจากการพบปะกับปูตินในวันศุกร์เสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านายทรัมป์จะไม่มีการรับประกันเรื่องความมั่นคงให้แก่ยูเครน ขณะที่เซเลนสกีก็เลี่ยงตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พยายามจะถามว่า ภายใต้สถานการณ์ใดที่เขาจะสามารถพูดคุยเรื่องแลกเปลี่ยนดินแดนกับปูตินได้ โดยผู้นำยูเครนตอบว่า ความสำเร็จขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจา

ด้านนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวในงานแถลงข่าวอีกแห่งเคียงข้างเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร โดยมาครงระบุว่า นายทรัมป์บอกอย่างชัดเจนว่า ยูเครนจะมีส่วนร่วมในการเจรจาเรื่องดินแดนด้วย ขณะที่เซอร์สตาร์เมอร์กล่าวว่า ชายแดนระหว่างประเทศของยูเครนจะต้องไม่เปลี่ยนแปลง

ทำไมการพูดคุยระหว่าง เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป ถึงสำคัญ

การที่ เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป ยืนยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนยูเครน นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันในยูเครนและยุโรป การได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับยูเครนในการเจรจาต่อรองกับรัสเซีย นอกจากนี้ การที่ผู้นำยุโรปย้ำว่ายูเครนต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาสันติภาพด้วยนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยุโรปในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

  • การสนับสนุนจากสหรัฐฯ ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้ยูเครน
  • การมีส่วนร่วมของยูเครนในการเจรจาเป็นสิ่งสำคัญ
  • ยุโรปมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความพยายามของนานาชาติในการแก้ไขวิกฤตในยูเครน การพูดคุยระหว่าง เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ที่มา – เซเลนสกีคุยทรัมป์-ผู้นำยุโรป ยืนยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนยูเครน

แรงงานกัมพูชา ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย อนุญาตให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทย ซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เนื่องจากการคุมเข้มจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถอยู่ทำงานต่อในประเทศไทยได้อีก 6 เดือน โดยมีเหตุผลด้านมนุษยธรรม

ประกาศให้แรงงานกัมพูชาอยู่ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยอ้างอิงเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568

เนื่องจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้ยกระดับมาตรการควบคุมการผ่านแดนในทุกจุด ทำให้แรงงานกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล บริเวณชายแดน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้หลังจากสิ้นสุดวาระการจ้างงาน ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จึงอนุญาตให้แรงงานกัมพูชาเหล่านี้ สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานต่อไปได้

ใครบ้างที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ให้อยู่ทำงานต่อ?

ตามประกาศ ข้อ 1 ระบุว่า คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดนตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ทั้งที่บัตรยังไม่หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 แต่ไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเดินทางกลับเข้ามาใหม่ได้ จะได้รับสิทธิ์นี้

ข้อ 2 กำหนดให้แรงงานกัมพูชาตามข้อ 1 สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือจนกว่ามาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2568

อย่างไรก็ตาม แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ จะต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองครั้งแรกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นต้องรายงานตัวทุก 30 วัน โดยสามารถรายงานตัวล่วงหน้าได้ไม่เกิน 7 วัน

ข้อ 3 ระบุว่า มาตรา 12 (10) และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2558 เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 จะไม่ถูกนำมาใช้บังคับกับแรงงานกัมพูชาที่อยู่ภายใต้ประกาศนี้

ข้อ 4 เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ต่อ แรงงานดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้อีก 7 วัน เพื่อเตรียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ข้อ 5 ระบุเงื่อนไขที่การอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นกรณีพิเศษจะสิ้นสุดลงก่อนกำหนด หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้:

  • แรงงานต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ยกเว้นความผิดเล็กน้อย)
  • มาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ
  • แรงงานไม่ปฏิบัติตามประกาศ
  • แรงงานเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
  • การอนุญาตให้ทำงานสิ้นสุดลงตามประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ลงนามโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยสรุป ประกาศนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือแรงงานกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากการคุมเข้มชายแดน ให้สามารถทำงานและอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้อีก 6 เดือน โดยมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากคุณเป็นหนึ่งในแรงงานที่เข้าข่าย อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ประกาศให้แรงงานกัมพูชาอยู่ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน จากเหตุคุมเข้มชายแดน

แมนซิตี้จะแทนเอดerson ด้วย Donnarumma หรือไม่?

อนาคตของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ดูเหมือนจะจบลงแล้ว หลังจากเขาถูกตัดออกจากทีมในเกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รอบชิงชนะเลิศกับ ท็อตแนม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากการเซ็นสัญญา ลูกัส เชวาลิเยร์ จาก ลีลล์

แล้วสถานการณ์ของผู้รักษาประตูที่ได้รับการยกย่องว่าจะก้าวเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกในปีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวถึงรายงานข่าวที่ว่าพวกเขาสนใจ ดอนนารุมม่า ว่าเป็นเพียงข่าวลือ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมออกไปเสียทีเดียว หาก เอดerson ผู้รักษาประตูมือหนึ่งคนปัจจุบันของซิตี้ ย้ายออกไป และแหล่งข่าวที่ PSG กล่าวว่าพวกเขาจะไม่แปลกใจเลยหากสุดท้ายแล้วผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลีรายนี้จะมาลงเอยที่นั่น

แชมป์ยุโรปได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับ ดอนนารุมม่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลุยส์ เอ็นริเก้ หัวหน้าโค้ช อธิบายว่าตอนนี้เขากำลังมองหาผู้รักษาประตูที่มี “โปรไฟล์ที่แตกต่าง”

เอ็นโซ่ ไรโอล่า เอเย่นต์ของนักเตะวัย 26 ปี อธิบายว่านักเตะทีมชาติอิตาลีรายนี้เสนอที่จะลดค่าเหนื่อยของเขาเพื่ออยู่กับปารีสต่อไป

นั่นเป็นคำกล่าวที่ถูกปฏิเสธโดยคนใน Parc des Princes ซึ่งเชื่อว่าค่าเหนื่อยที่เสนอให้ จะทำให้ ดอนนารุมม่า เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในโลก

ทั้งสองฝ่ายหวังว่าการย้ายทีมออกไปจะสามารถหลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้ และแชมป์จากฝรั่งเศสต้องการค่าตัวเพื่อทำกำไรจากสิ่งที่เคยเป็นการย้ายทีมฟรีเมื่อสี่ปีก่อน

เอดerson จะออกจากแมนซิตี้หรือไม่?

ซิตี้มีผู้รักษาประตูอาวุโสอยู่ในทีมถึงสี่คน ซึ่งมากเกินไปหนึ่งคน ดังนั้นจึงค่อนข้างน่าแปลกใจที่พวกเขากำลังมีข่าวเชื่อมโยงกับ ดอนนารุมม่า อย่างหนัก

รายงานข่าวระบุว่าทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ตกลงที่จะเซ็นสัญญากับเขาแล้ว แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ ดอนนารุมม่า ได้บอกกับ บีบีซี สปอร์ต ว่าไม่เป็นความจริง และพวกเขาไม่ได้พูดคุยกับซิตี้

เอดerson มีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไป กาลาตาซาราย อย่างหนัก แต่แหล่งข่าวของซิตี้กล่าวว่าพวกเขาต้องการให้ผู้รักษาประตูชาวบราซิลรายนี้อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ต่อไป และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนอหรือความสนใจใดๆ

นักเตะวัย 31 ปี รายนี้กำลังเข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญาของเขากับ เอติฮัด สเตเดียม และกล่าวในงาน Club World Cup ในเดือนมิถุนายนว่า “อนาคตของผมอยู่ที่นี่”

นั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้หากสโมสรได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่าแก่การพิจารณา

การแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งผู้รักษาประตูของซิตี้เป็นไปอย่างดุเดือด โดย เจมส์ แทรฟฟอร์ด ย้ายมาจาก เบิร์นลีย์ และ มาร์คัส เบ็ตติเนลลี่ ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาเป็นตัวเลือกที่สามในช่วงซัมเมอร์นี้

นั่นหมายความว่าอาชีพของ สเตฟาน ออร์เตก้า กับสโมสรดูเหมือนจะจบลงแล้ว โดยซิตี้เปิดรับข้อเสนอสำหรับผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูคนใหม่ หาก เอดerson ย้ายออกไปเช่นกัน

ถนนสายนั้นนำกลับไปสู่ ดอนนารุมม่า และถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการติดต่อกันระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไปภายในสิ้นเดือนนี้

การย้ายทีมของ ดอนนารุมม่า มา แมนซิตี้ สมเหตุสมผลหรือไม่?

ดอนนารุมม่า มีสถิติเปรียบเทียบกับผู้รักษาประตูคนปัจจุบันของซิตี้อย่างไร และเขาจะเข้ากับระบบของ กวาร์ดิโอล่า ได้หรือไม่?

การถูกตัดออกจากแผนการทำทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความสามารถของเขาในการใช้เท้าเล่นบอล แต่ กวาร์ดิโอล่า ก็ต้องการให้ผู้รักษาประตูของเขาเล่นบอลได้อย่างแน่นอนและเริ่มต้นการโจมตีได้

เอดerson ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่จ่ายบอลได้อย่างยอดเยี่ยมและทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูในพรีเมียร์ลีกที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดถึง 8 ครั้ง ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร โดย 4 ครั้งนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป

ดอนนารุมม่า ยังไม่ได้ทำแอสซิสต์เลย แต่ความแม่นยำในการจ่ายบอลของเขาในลีกสูงสุดของฝรั่งเศสอยู่ที่ 85.4% ซึ่งต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์ของ เอดerson ในพรีเมียร์ลีกเล็กน้อย แต่สูงกว่าของ ออร์เตก้า

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเปอร์เซ็นต์การเซฟของ ดอนนารุมม่า ที่ 66.2% เมื่อพิจารณาจากรูปร่างสูง 6 ฟุต 5 นิ้วของเขา เขาเก็บคลีนชีตได้เพียง 4 นัด จากการลงเล่นในลีก 24 นัด และเสียประตูมากกว่าที่ควรจะเป็นเกือบ 4 ลูก ตามข้อมูลของ Opta โดยมีจำนวนประตูที่เซฟได้ทั้งหมด -3.6

เขามีสถิติที่ดีกว่าในฤดูกาลก่อนหน้านี้ และในช่วงแคมเปญ แชมเปียนส์ ลีก 2024-25 ซึ่งเขาเซฟลูกยิงได้มากกว่า 70% นอกจากนี้เขายังเซฟจุดโทษได้เกือบ 1 ใน 4 ของจำนวนจุดโทษทั้งหมดที่เขาเคยเผชิญหน้ามาตลอดอาชีพของเขา

กิลเลม บาลาเก้ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลสเปน กล่าวในรายการ BBC Radio 5 Live ว่า: “ผมรู้สึกประหลาดใจที่ เป๊ป [กวาร์ดิโอล่า] พิจารณาให้ ดอนนารุมม่า เป็นหนึ่งในสามผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก เพราะในกรอบเขตโทษ 6 หลา เขาไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขามีบางสิ่งที่พิเศษ เขาเห็นสิ่งต่างๆ ก่อนที่กองหน้าจะเตะบอล

“แต่การใช้เท้าเล่นบอลของเขาไม่ได้ดีที่สุด เว้นแต่เขาจะคิดว่า ‘ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้’ ซึ่งจะเป็นวิธีคิดแบบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มันจะเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในขณะที่เขาเซฟและทำแต้มให้กับทีม ผมไม่เห็นว่าเขาอยู่ในระดับนั้น เห็นได้ชัดว่า เป๊ป เห็น ดังนั้นหากมีโอกาสเกิดขึ้น พวกเขาจะคว้าตัวเขามา”

แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี สำหรับ ดอนนารุมม่า?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้เสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดในทีมของ รูเบน อโมริม ได้ในการซื้อขายนักเตะเพียงครั้งเดียว

ในช่วงต้นฤดูร้อน มีการสอบถามเกี่ยวกับ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูแชมป์โลกของ แอสตัน วิลล่า แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น และตั้งแต่นั้นมา ยูไนเต็ด ก็ยังคงมุ่งเน้นไปที่ตำแหน่งในแนวรุก

ในช่วงซัมเมอร์ มีไม่กี่คนที่คาดหวังว่าสโมสรจะเซ็นสัญญานักเตะค่าตัวแพงถึงสามราย โดยไม่มีการขายใครออกไป แต่ตอนนี้พวกเขาทำได้แล้ว พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณาปล่อยตัวนักเตะออกไป และโดยพื้นฐานแล้วได้ตัดสินใจแล้วว่าเงินทุนที่มีอยู่ทั้งหมดจะถูกนำไปแก้ไขสถานการณ์ในตำแหน่งกองกลางตัวกลาง ไม่ใช่ผู้รักษาประตูคนใหม่

สถานการณ์นั้นน่าสนใจอยู่แล้ว อันเดร โอนาน่า คาดว่าจะฟิตทันสำหรับเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนามกับอาร์เซนอลในวันอาทิตย์นี้ แต่ อัลตาย บายินดีร์ ตัวสำรองของเขาไม่ได้ย้ายทีมตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่เขาถูกตัดออกจากทีมตัวจริงในเกมยูโรปาลีกรอบชิงชนะเลิศ

ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าได้เซ็นสัญญา 1 ปี ดังนั้น อโมริม จึงมีตัวสำรองที่มีประสบการณ์ ในขณะที่ ราเด็ค วิเทค วัย 21 ปี และ เอลีห์ แฮร์ริสัน วัย 19 ปี ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด และเพิ่งเริ่มต้นสัญญายืมตัวกับ บริสตอล ซิตี้ และ ชรูว์สบิวรี่ ตามลำดับ

ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าวปฏิเสธข่าวลือที่ว่า เชลซี อาจพิจารณาเซ็นสัญญากับ ดอนนารุมม่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

แม้ว่าจะมีความสนใจใน ไมค์ เมญอง ผู้รักษาประตูของ เอซี มิลาน ในช่วงสั้นๆ ในเดือนมิถุนายน แต่ เชลซี ยืนยันว่าจะเข้าสู่ฤดูกาลหน้าโดยมี โรเบิร์ต ซานเชซ เป็นตัวเลือกหมายเลขหนึ่ง รวมถึง ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น เป็นตัวสำรองที่สามารถแข่งขันได้อย่างจริงจัง

อนาคตของ เอดerson กับ แมนซิตี้ และความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของ ดอนนารุมม่า

การที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีข่าวเชื่อมโยงกับ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของ เอดerson กับทีม แม้ว่าผู้รักษาประตูชาวบราซิลรายนี้จะยืนยันว่าเขาต้องการอยู่กับทีมต่อไป แต่ข้อเสนอที่น่าสนใจอาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ การมาถึงของ ดอนนารุมม่า จะเพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งผู้รักษาประตู และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทีม

ในขณะที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน การย้ายทีมของ ดอนนารุมม่า มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมอย่างมาก ด้วยทักษะและความสามารถของเขา เขาจะสามารถแข่งขันกับ เอดerson เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง และช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับสโมสรและผู้เล่นเอง

โดยสรุปแล้ว ข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายทีมของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า มายัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบต่อทั้งสองสโมสรและอนาคตของผู้รักษาประตูทั้งสองคน

ที่มา – Will Man City replace Ederson with Donnarumma?

กองทัพบก โต้กัมพูชา อ้างไทยเตรียมโจมตี จริงหรือ?

กองทัพบก ออกมาโต้ตอบข่าวลือจากฝั่งกัมพูชา ที่อ้างว่าประเทศไทยเตรียมการโจมตี โดยยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้อพยพประชาชน หรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์แต่อย่างใด ข่าวลือดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ กองทัพบกจึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าว Fresh News ในประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ข่าวในหัวข้อที่สร้างความเข้าใจผิด โดยอ้างว่า “ด่วนที่สุด: กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีต่อกัมพูชาอีกครั้ง อาจเกิดขึ้นในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม!” พร้อมทั้งระบุว่า ทางฝ่ายไทยได้มีคำสั่งให้ปิดโรงเรียน และอพยพประชาชนในพื้นที่บ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีกัมพูชา

กองทัพบก ยืนยันข่าวลือโจมตีกัมพูชาไม่เป็นความจริง

ทางกองทัพบกได้ทำการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และขอยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้อพยพประชาชน หรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่านแต่อย่างใด โรงเรียนบ้านด่านยังคงเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ ส่วนโรงเรียนบางแห่งในตำบลด่านฯ ที่มีการเลื่อนการเปิดเรียน On-site นั้น เป็นเพียงการเลื่อนเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข่าวลือเรื่องการเตรียมโจมตีแต่อย่างใด

พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างขึ้น กองทัพบกขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และข้อตกลงที่ได้มีการประชุมร่วมกันในคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวสารที่ไม่มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมที่บิดเบือนข้อเท็จจริง

กองทัพบก เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

สถานการณ์ข่าวปลอมในปัจจุบันมีความรุนแรงและแพร่หลายมากขึ้น การตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อ หรือส่งต่อจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ กองทัพบกจึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อ หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าว เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิด และความตื่นตระหนกในสังคม

ข่าวลือเรื่องการเตรียมโจมตีกัมพูชา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างข่าวปลอมเพื่อหวังผลบางอย่าง การที่กองทัพบก ออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้เป็นอย่างดี

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวสารเสมอ
  • อย่าเชื่อข่าวสารที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข่าวสาร
  • หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเผยแพร่ข่าวปลอมไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงของชาติได้ ดังนั้น การร่วมมือกันในการตรวจสอบ และต่อต้านข่าวปลอม จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

ดังนั้นเราควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมต่างๆ

ที่มา – “กองทัพบก” โต้ “กัมพูชา” อ้างไทยเตรียมโจมตี ยืนยันไม่มีคำสั่งอพยพ-ปิดโรงเรียน

ไอซ์ รักชนก ซัด! ประชาชนไม่ได้โง่

“รักชนก” จัดหนัก งบบูรณาการต่อต้านคอร์รัปชัน วัดผลไม่ได้ แถมบางพรรคยังใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลทางการเมือง ตอกกลับแรง ประชาชนไม่ได้โง่ ยันไม่เห็นด้วย เอาเงินแผ่นดินไปบรรลุวัตถุประสงค์ให้รัฐมนตรีเจ้าของกระทรวง

วันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวาระ 2 และวาระ 3 นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ดัชนีการรับรู้คอร์รัปชัน ซึ่งนายกฯ เคยแถลงไว้ และประเทศเราให้ความสำคัญกับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีงบบูรณาการส่วนนี้เกือบพันล้านบาท แต่งบประมาณส่วนใหญ่ เป็นงบที่ใช้ในการอบรม และต้องมีงบวัดผลด้วย พร้อมถามว่า การอบรม และการวัดผลแบบเดิม ๆ ทำให้ภาพลักษณ์เรื่องคอร์รัปชัน และการปราบปรามดีขึ้นหรือไม่ แต่เราก็เห็นว่าไม่ดีขึ้นเลย จึงขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกแผนบูรณาการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ ก็เขียนไว้ว่าต้องมีแผนการวัดผลในเรื่องนี้ซึ่งต้องไปแก้ในรัฐธรรมนูญด้วยแต่ตอนนี้อยากให้ตัดงบในส่วนนี้ก่อน และตั้งระบบในการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสเข้ามา

สิ่งที่อยากแนะนำที่ทำให้ภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น 3 เรื่อง คือ กรมบัญชีกลางควรเปิดให้นำข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างไปวิเคราะห์ได้แล้ว ซึ่งทางภาคประชาชนต้องไปเขียนโปรแกรมดึงข้อมูลออกมาเอง โดยการเขียนโปรแกรมนี้ก็ทำให้ระบบท่านรวน ดังนั้น ก็เปิดไปเลยให้ได้ใช้ และนำข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อมาช่วยดูว่าโครงการไหนส่อทุจริต หรือส่อประพฤติมิชอบ

ส่วนสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องบัญชีทรัพย์สินทุกวันนี้ยังเปิดแค่ 90 วันอยู่ ก็ไม่อยากถามว่า ป.ป.ช. เป็นอะไร ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำได้ หากไม่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินให้ดูได้ง่าย ๆ ก็บอกไปเลยว่าปีหน้างบประมาณที่ตั้งมาจะตัดอะไร ก็ขู่กันบ้าง จะได้ทำงานร่วมกันได้ และเอกสารในกรรมาธิการที่พิจารณา ตนเองไม่เห็นว่ามีอันไหนที่น่าปกปิด จึงเสนอไปว่ากรรมาธิการควรเปิดเผยเอกสารที่ไม่ได้ตีลับในกรรมาธิการออกไป ประชาชนใครที่อยากมาดูก็เอาไปพิจารณากันได้ประชาชนจะได้รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมในการดูข้อมูลในงบประมาณ และเรื่องการถ่ายทอดสดที่มีการอ้างแต่เอาง่าย ๆ ว่าคือท่านไม่เอา ท่านก็ไม่อยากให้ถ่ายทอดสดด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ แต่ในเมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงเอาไว้ว่าอยากให้ภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น ตัวเลขเพิ่ม แม้ว่านายกฯ ใกล้จะหลุดในเร็ววันนี้ แต่ตัวเองเชื่อว่านายกฯ คนถัดไปก็ต้องมาแถลงอยู่ดี

เรื่องธรรมาภิบาล ข้อมูลที่กฎหมายมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัลออกกฎหมายลูกปี 2564 แต่ปีนี้ 2568 มี 300 หน่วยงานที่ต้องธรรมาภิบาลข้อมูล ตอนนี้ทำเสร็จแค่ครึ่งเดียว ซึ่งธรรมาภิบาลข้อมูล คือการกำหนดว่าหน่วยงานต้องทำข้อมูลอะไรบ้าง และใครสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้บ้าง เมื่อไม่ทำประชาชนก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าต้องขอข้อมูลอะไรบ้าง ยกตัวอย่างประกันสังคม เรื่องนี้ควรทำให้เสร็จอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยในเรื่องของการทำข้อมูลภาครัฐให้โปร่งใส

เรื่องอาสาอย่างกระทรวงสาธารณสุขมี อสม. อสส. ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้หลายพรรคการเมืองพยายามเข้าไปใช้เครือข่ายอาสาต่าง ๆ ในการทำเพื่อหวังผลทางการเมือง เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ได้โง่ เขาดูออกว่านักการเมืองใช้เครื่องมือเหล่านี้ ที่จริง ๆ แล้วเป็นงบประมาณจากภาครัฐในการทำอะไร ซึ่งเมื่อใช้เครือข่ายอาสาในการทำปฏิบัติการบางอย่างสำเร็จลุล่วงไป เมื่อกระทรวงเห็น ก็เอาบ้าง ตนเองเป็นกรรมาธิการมา 2 ปี โดยก่อนหน้ามีอาสาพัฒนาสังคม ซึ่งมีเกือบทุกกรม โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรสหกรณ์ที่มีเกือบทุกกรม เพราะหลายคนคงเห็นแล้วว่าการมีอาสา เมื่อเข้าไปเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ตนเองอยากให้รัฐบาลพิจารณารวบรวมอาสา มิเช่นนั้น ในอนาคตทุกกระทรวงจะมีอาสาหมดเลย และกลายเป็นภาระกับงบประมาณ ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซ้อน วัดผลอะไรไม่ได้ และเหมือนเป็นแขนเป็นขาให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงได้ไปทำปฏิบัติการอะไรบางอย่าง

“ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการนำงบประมาณแผ่นดินไปทำเพื่อให้มันบรรลุวัตถุประสงค์ของบางพรรคการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีของเจ้ากระทรวงนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่อยากให้ทำ และอยากให้รัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้สักที เราจะได้ไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการสิ้นเปลืองในการทำอะไรเหล่านี้ อยากให้มองถึงภาพใหญ่และงบประมาณโดยรวมที่เราควรจะใช้ให้มันถูกต้องถูกจุด ซึ่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเราควรจัดสรรไปในเรื่องที่เร่งด่วนจำเป็น” นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้าย

“ไอซ์ รักชนก” ซัดประชาชนไม่ได้โง่ บางพรรคใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลการเมือง

นางสาวรักชนกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นักการเมืองบางกลุ่มพยายามใช้เครือข่ายอาสาเพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ได้โง่ และสามารถรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลนี้

ทำไม “ไอซ์ รักชนก” ถึงคิดว่าประชาชนไม่ได้โง่?

เพราะประชาชนสามารถสังเกตและวิเคราะห์การกระทำของนักการเมืองที่พยายามใช้ทรัพยากรและงบประมาณของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคพวกได้นั่นเอง นางสาวรักชนกจึงออกมาเตือนสติเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในสังคม

การออกมาแสดงความเห็นของนางสาวรักชนกในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ประชาชนไม่ได้โง่ และพวกเขามีสิทธิที่จะรู้ว่าเงินภาษีของพวกเขาถูกนำไปใช้อย่างไร หากเราทุกคนร่วมมือกันตรวจสอบและส่งเสียงดัง ๆ เราจะสามารถสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้นได้

ที่มา – “ไอซ์ รักชนก” ซัดประชาชนไม่ได้โง่ บางพรรคใช้เครือข่ายอาสาของบฯ หวังผลการเมือง

รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด

คดีสะเทือนขวัญที่ปัตตานี! หนุ่มวัย 25 ปี อ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิดทางเพศ สร้างความเสียหายต่อเหยื่อจำนวนมาก คาดผู้เสียหายกว่า 30 คน! ตามไปเจาะลึกรายละเอียดคดีนี้กันค่ะ

รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด คาดผู้เสียหายกว่า 30 คน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ สภ.เมืองปัตตานี นางสาวณภัชกมล สังข์แก้ว ผู้ช่วยต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง ประจำจังหวัดปัตตานี ได้นำครอบครัวของผู้เสียหายจำนวน 13 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมูลนิธิเป็นหนึ่งได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของเยาวชนชายรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าบุตรชายตกเป็นเหยื่อการกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้ต้องหาคือ นายชินดนัย อายุ 25 ปี ชาว อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

นายชินดนัยถูกจับกุมตามหมายจับแล้ว มีพฤติกรรมแอบอ้างตัวเป็นม้าทรงของศาลเจ้าในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มเยาวชน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะก่อเหตุ รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด คาดผู้เสียหายกว่า 30 คน

พฤติการณ์ รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด

ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้ามาทำงานเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ และใช้สถานที่แอบอ้างว่าเป็นม้าทรงในการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยอาศัยช่วงที่มีการจัดงานประเพณีประจำปี เช่น หามพระลุยไฟ ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก รวมถึงเยาวชนชายในพื้นที่

ด้วยบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีบทบาทในพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้เยาวชนเกิดความศรัทธาและไว้วางใจ ผู้ก่อเหตุใช้วิธีเข้ามาพูดคุย ทำความรู้จัก และชักชวนให้ผู้เสียหายมานั่งสมาธิฝึกจิต อ้างว่าเป็นการเสริมบารมีและฝึกความเข้มแข็งทางจิตใจ เมื่อสร้างความใกล้ชิดได้มากขึ้น ก็เริ่มพูดคุยผ่านโทรศัพท์ส่วนตัวและวิดีโอคอลขอดูของลับ บางรายถูกชักชวนไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ หรือซื้อของขวัญให้ เพื่อสร้างความผูกพัน ก่อนจะใช้จังหวะอยู่ตามลำพังในบริเวณศาลเจ้า กระทำการอนาจาร และมีเด็ก 2-3 คนถูกล่วงละเมิดเพศทางทวารหนัก เชื่อว่ายังมีเด็กอีกหลายคนที่ถูกล่วงละเมิดเพศทางทวารหนัก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีเด็กผู้เสียหายอายุราว 12-15 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้ปกครองของเด็กทุกคนที่ สภ.เมืองปัตตานี ทั้งหมด และหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำเด็ก ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ได้ฝากขังแล้ว โดยทางครอบครัวย้ำว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะเดียวกันมูลนิธิเป็นหนึ่งได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมประสาน พม.เข้าดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหาย เนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างบาดแผลทางกาย แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของเยาวชนและครอบครัวอย่างรุนแรง

พ.ต.อ. เจฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและพยานแวดล้อม พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะให้ความคุ้มครองพยานและผู้เสียหายตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้านส่วนเยียวยาจังหวัดได้เข้ามาดูเคสนี้แล้ว พร้อมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอให้ผู้ปกครองที่สงสัยว่าบุตรหลานอาจตกเป็นเหยื่อ เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประสานมูลนิธิฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีหรือทำร้ายเหยื่อเพิ่มเติม

นางพร (นามสมมุติ) ผู้ปกครองของน้องเอมและน้องเอ (นามสมมุติ) หลานชายวัย 14 และ 15 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา ระหว่างที่เด็ก ๆ เข้าร่วมโครงการอบรมชาณสมาธิในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี ชายผู้ก่อเหตุใช้ตำแหน่ง “รุ่นพี่” ในค่ายและสถานะม้าทรงสร้างความน่าเชื่อถือ

นางสาวณภัชกมล สังข์แก้ว ผู้ช่วยต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง วันนี้ได้รวบรวมผู้เสียหายทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกรณีเยาวชนชายอายุ 12-15 ปี ถูกอนาจาร บีบ จับ คลำ อม และล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนัก

เหตุการณ์ รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด คาดผู้เสียหายกว่า 30 คน ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองต้องใส่ใจดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางเพศ

ที่มา – รวบหนุ่มอ้างเป็นม้าทรง ลวงเด็กชายไปล่วงละเมิด คาดผู้เสียหายกว่า 30 คน

เนสมิธ ‘ตื่นเต้น’ คัมแบ็กผู้ช่วยสกอตแลนด์

เนสมิธ ‘ตื่นเต้น’ คัมแบ็กผู้ช่วยสกอตแลนด์

สตีเวน เนสมิธ อดีตหัวหน้าโค้ชฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน กลับมาร่วมทีมงานเบื้องหลังของสกอตแลนด์อีกครั้ง หลังจาก “ไม่รีบร้อนกลับไป” ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม

เนสมิธออกจากไทน์คาสเซิลเมื่อ 11 เดือนที่แล้ว หลังจากพ่ายแพ้ 8 นัดติดต่อกัน

อดีตกองหน้าคิลมาร์น็อค, เรนเจอร์ส, เอฟเวอร์ตัน, นอริช และฮาร์ทส์ วัย 38 ปี เคยเป็นผู้ช่วยของ สตีฟ คลาร์ก มาก่อนในช่วงปี 2021-2023 และเคยติดทีมชาติสกอตแลนด์ 51 นัดในฐานะผู้เล่น

เนสมิธเข้ามาแทนที่ ยอห์น คาร์เวอร์ ผู้จัดการทีมเลเชีย กดัญสก์ ในตำแหน่งผู้ช่วย ในขณะที่ แอนดรูว์ ฮิวส์ ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในทีมของคลาร์กในฐานะโค้ชลูกตั้งเตะด้วย

“ตอนที่ผมออกจากฮาร์ทส์ ผมตั้งใจว่าจะไม่รีบร้อนกลับไปรับข้อเสนอแรก แต่จะใช้เวลาไตร่ตรองประสบการณ์การฝึกสอนของผม และรอสิ่งที่ทำให้ผม‘ตื่นเต้น’ จริงๆ” เนสมิธกล่าว

“ตอนที่ผมคุยกับสตีฟครั้งแรกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะกลับมา มันไม่ต้องคิดเลย ผมรักการเล่นให้ประเทศของผม ผมรักการเป็นส่วนหนึ่งของทีมโค้ชก่อนหน้านี้ และผมแทบรอไม่ไหวที่จะช่วยสนับสนุนภารกิจในการพา สกอตแลนด์ ไปฟุตบอลโลกอีกครั้ง”

ฮิวส์กล่าวเสริมว่า: “พ่อของผมเป็นชาวสก็อต และนอกเหนือจากนี่จะเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจสำหรับผมและครอบครัวของผมแล้ว มันยังเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในฐานะโค้ชที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลก ด้วยทีมที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ หลังจากผ่านเข้ารอบยูโรมาสองครั้งติดต่อกัน ผมแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มต้น”

อลัน เออร์วิน ผู้ช่วยของเอฟเวอร์ตัน และอดีตผู้จัดการทีมเพรสตัน, เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และเวสต์บรอม จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของคลาร์กต่อไป

สกอตแลนด์จะเริ่มต้นแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลกโดยไปเยือนเดนมาร์กในวันที่ 5 กันยายน และจะเล่นกับเบลารุสและกรีซในฤดูใบไม้ร่วงนี้ด้วย

“ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีสตีเวนและแอนดรูว์อยู่กับเราในแคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลก” คลาร์กกล่าว

“สตีเวนเคยอยู่กับเรามาก่อนและนำชุดทักษะที่เสริมกันมาสู่ตัวผมและอลัน เออร์วิน เขามีโอกาสที่จะกลับไปเล่นฟุตบอลสโมสรแบบเต็มเวลา ดังนั้นมันจึงบอกอะไรมากมายเกี่ยวกับความภาคภูมิใจของเขาที่มีต่อทีมชาติที่เขาตกลงที่จะร่วมงานกับเราอีกครั้ง”

“ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีแอนดรูว์อยู่กับเราด้วย เขาได้รับการฝึกสอนในหลากหลายบทบาทตั้งแต่เลิกเล่น แต่มีความโดดเด่นในฐานะโค้ชลูกตั้งเตะที่นอริช ซิตี้ และตอนนี้ที่เลสเตอร์ ซิตี้ และผมรู้สึกขอบคุณมาร์ติ ซิฟูเอนเตส ที่อนุญาตให้แอนดรูว์ทำงานร่วมกับเราในช่วงพักเบรกทีมชาติ”

ทำไมการกลับมาของเนสมิธถึงทำให้แฟนบอล ‘ตื่นเต้น’

หากมองในแง่ของประสบการณ์และสิ่งที่สตีเวน เนสมิธ เคยทำให้กับทีมชาติสกอตแลนด์ การกลับมาของเขาในตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยประสบการณ์การเล่นในระดับสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานโค้ชมาก่อน เนสมิธจึงมีความเข้าใจในระบบการทำงานและรูปแบบการเล่นที่ สตีฟ คลาร์ก ต้องการ

นอกจากนี้ การที่เนสมิธเคยเป็นอดีตผู้จัดการทีม ทำให้เขามุมมองที่กว้างขวางและสามารถช่วยคลาร์กในการวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกลับมาของเขายังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับนักเตะและแฟนบอลว่า สกอตแลนด์ กำลังให้ความสำคัญกับการเตรียมทีมอย่างเต็มที่เพื่อเป้าหมายในการผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก

  • ประสบการณ์การเล่นในระดับสูง
  • ความเข้าใจในระบบการทำงานของทีมชาติ
  • มุมมองที่กว้างขวางในฐานะอดีตผู้จัดการทีม
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเตะและแฟนบอล

การมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันระดับนานาชาติ และการกลับมาของสตีเวน เนสมิธ ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้สกอตแลนด์ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยรวมแล้ว การที่เนสมิธ ‘ตื่นเต้น’ กับการกลับมารับตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นที่จะช่วยทีมชาติสกอตแลนด์ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทีม

คุณคิดว่าการกลับมาของเนสมิธจะช่วยให้สกอตแลนด์ไปฟุตบอลโลกได้หรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณ!

ที่มา – ‘Excited’ Naismith back as Scotland assistant

ผลักดัน “พระกัมพูชา” ในไทย? ก.ม. คุ้มครอง!

กรณี “พระกัมพูชา” ในไทย กำลังเป็นที่จับตา หลังมีรายงานว่าอาจถูกผลักดันกลับประเทศ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกมาเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีกฎหมายที่ห้ามการส่งกลับบุคคลใดๆ หากมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ

“พระกัมพูชา” ในไทย เสี่ยงถูกผลักดัน?

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ชาวกัมพูชา โดยระบุว่าเมื่อวานนี้ มีพระสงฆ์ชาวกัมพูชาอย่างน้อย 2 รูป ถูกบังคับให้ลาสิกขา และกำลังจะถูกบังคับส่งตัวกลับไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งสร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย

จากข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่าหนึ่งในพระสงฆ์ชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมนั้น เป็นผู้ที่ลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทย เนื่องจากตกอยู่ในสถานการณ์ความเสี่ยง หลังจากที่ได้เข้าร่วมในการชุมนุมทางการเมืองในประเทศกัมพูชา และถูกออกหมายจับอย่างไม่เป็นธรรม โดยปัจจุบัน พระสงฆ์รูปดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรม แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า การกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีข้อกำหนดที่ห้ามมิให้มีการขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคลในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังรัฐอื่น หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า บุคคลนั้นจะตกอยู่ในอันตรายจากการถูกทรมาน ได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย หรือการถูกทำให้สูญหาย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังแสดงความกังวลว่า การจับกุมพระสงฆ์ทั้งสองรูป อาจมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 22 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดว่า ในระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ไปจนกระทั่งส่งตัวผู้ถูกจับกุมให้กับพนักงานสอบสวน และจะต้องแจ้งการจับกุมไปยังพนักงานอัยการ และนายอำเภอในท้องที่ที่มีการควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมโดยทันที

พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ คุ้มครอง “พระกัมพูชา” ในไทย อย่างไร?

จากข้อกังวลดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า กระบวนการจับกุม และการดำเนินการใดๆ ที่อาจนำไปสู่การบังคับส่งตัวพระสงฆ์ชาวกัมพูชาทั้งสองรูปกลับประเทศนั้น เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือไม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะคุ้มครองบุคคลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสถานะทางกฎหมายอย่างไรก็ตาม จากการถูกทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ซึ่งรวมถึงการถูกส่งตัวกลับไปยังสถานที่ที่บุคคลนั้นอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงดังกล่าว

กรณีนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า การบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการใดๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ ควรคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมี เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของบุคคลทุกคนที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม หากมองในมุมของหลักมนุษยธรรมแล้ว, การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความคุ้มครอง ถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย การดำเนินการใดๆ ควรเป็นไปอย่างโปร่งใส และเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

ที่มา – “พระกัมพูชา” ในไทย ถูกผลักดัน ย้ำมี ก.ม. ห้ามส่งกลับ หากเสี่ยงเจอทรมาน