กองทัพอิสราเอล

อิสราเอลโจมตีกาซาอีก! ดับ 20 ศพ

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงตึงเครียด เมื่ออิสราเอลได้ทำการอิสราเอลโจมตีกาซาอีกครั้ง โดยเป้าหมายคราวนี้คือโรงพยาบาลนาสเซอร์ (Nasser Hospital) ในเมืองข่านยูนิส (Khan Yunis) ทางตอนใต้ของกาซา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ซึ่งรวมถึงนักข่าวที่กำลังรายงานข่าวอยู่ในพื้นที่ถึง 5 ราย

อิสราเอลโจมตีกาซาอีก

โฆษกสำนักงานป้องกันพลเรือน นายมาห์มูด บาสซาล กล่าวว่า การโจมตีเริ่มต้นด้วยโดรนติดระเบิดของอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังอาคารของโรงพยาบาลนาสเซอร์ จากนั้นตามมาด้วยการโจมตีทางอากาศซ้ำเติมสถานการณ์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งอพยพผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นเป็น 20 ราย ในจำนวนนี้มีนักข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์, เอพี และอัลจาซีรา รวมอยู่ด้วย 5 ราย นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันพลเรือนเสียชีวิตอีก 1 ราย

กองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยระบุว่า เมื่อวันจันทร์ กองทัพได้ทำการโจมตีทางอากาศในบริเวณโรงพยาบาลนาสเซอร์ จริง และประธานคณะเสนาธิการทหารได้สั่งให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายงานการเสียชีวิตดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

กองทัพอิสราเอลยังเสริมอีกว่า พวกเขาเสียใจต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งเป้าโจมตีนักข่าว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความโกรธแค้นและความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย

ผลกระทบจากเหตุการณ์ อิสราเอลโจมตีกาซาอีก ครั้งนี้

เหตุการณ์อิสราเอลโจมตีกาซาอีกครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนนักข่าวและความเชื่อมั่นของนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นักข่าวถูกสังหารในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของสื่อมวลชนในพื้นที่ความขัดแย้ง และความรับผิดชอบของกองทัพอิสราเอลในการปกป้องพลเรือน

สถานีโทรทัศน์อัลจาซีราได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกองทัพอิสราเอล โดยระบุว่า นายโมอัมหมัด ซาลามา นักข่าวและช่างภาพของพวกเขา ถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้ และกล่าวหาว่ากองทัพอิสราเอล จงใจมุ่งเป้าโจมตีและลอบสังหารนักข่าว เพื่อปกปิดความจริงที่เกิดขึ้น

สำนักข่าวเอพีก็ได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ น.ส. มาเรียม ดักกา ผู้สื่อข่าวฟรีแลนซ์ที่ทำงานร่วมกับพวกเขาตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทุขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566

สำนักข่าวรอยเตอร์สก็ยืนยันว่านายฮุสซาม อัล-มาสรี นักข่าวของพวกเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีนักข่าวสัญญาจ้างอีกคน คือนายฮาเตม คาลีด ได้รับบาดเจ็บ

สมาคมสื่อของปาเลสไตน์รายงานเพิ่มเติมว่า นักข่าวที่เสียชีวิตอีก 2 คนคือนายโมอาซ อาบู ทาฮา และนายอาหมัด อาบู อาซิซ โดยนายอาบู ทาฮา เคยทำงานกับสื่อหลายแห่งทั้งในปาเลสไตน์และต่างประเทศ

การสูญเสียชีวิตของนักข่าวเหล่านี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับวงการสื่อมวลชน และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่นักข่าวต้องเผชิญในการรายงานข่าวจากพื้นที่ความขัดแย้ง

เหตุการณ์อิสราเอลโจมตีกาซาอีกในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการหาทางออกอย่างสันติให้กับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและปกป้องพลเรือน

สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในฉนวนกาซานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเจรจาและแสวงหาทางออกทางการเมืองเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน การโจมตีโรงพยาบาลและคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ รวมถึงนักข่าวที่พยายามทำหน้าที่ของตนเอง เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และนานาชาติต้องร่วมมือกันกดดันให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงและหันมาแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ที่มา – อิสราเอลโจมตีกาซาอีก โดนโรงพยาบาลดับ 20 ศพ รวมนักข่าวด้วย 5 ราย

อิสราเอลเริ่มแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว โดยเข้าควบคุมพื้นที่ชายขอบและเตรียมสั่งอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นตามแผนการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อยึดและควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซาได้แล้ว และพวกเขาสามารถยึดพื้นที่ชายขอบของเมืองได้แล้วเช่นกัน นี่ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่

โฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารได้เริ่มปฏิบัติการในเขตเซตูน (Zeitoun) และจาบาเลีย (Jabalia) แล้ว เพื่อวางรากฐานสำหรับการโจมตีครั้งใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีความมั่นคงภายในสัปดาห์นี้ การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ครอบคลุมเพื่อควบคุมสถานการณ์ในเมืองกาซา

พลจัตวา เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า กองกำลังของพวกเขาจะไม่รีรอที่จะเริ่มปฏิบัติการ “เราเริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นไปแล้ว และตอนนี้ทหารของ IDF ก็กำลังควบคุมพื้นที่ชายขอบของกาซาซิตี้อยู่” เขาย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าทหารกองกำลังสำรองประมาณ 60,000 นายจะถูกเรียกตัวมารายงานตัวในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อเตรียมกำลังพลที่ประจำการอยู่ให้พร้อมสำหรับปฏิบัติการนี้ การเสริมกำลังครั้งใหญ่นี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของอิสราเอลในการดำเนินการตามแผน

นายพลเดฟรินยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้อิสราเอลจะออกคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนในกาซาซิตี้อพยพและมุ่งหน้าไปยังศูนย์หลบภัยในภาคใต้ของฉนวนกาซา เพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม แผนการนี้ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบด้านมนุษยธรรม

ชาติพันธมิตรของอิสราเอลหลายประเทศได้ออกมาประณามแผนการยึดเมืองดังกล่าว โดยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตือนว่า แผนการนี้จะนำไปสู่หายนะสำหรับประชาชนทั้งสองฝ่าย และอาจทำให้ภูมิภาคตกสู่วัฏจักรสงครามถาวร

ด้านคณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) กล่าวว่า การพลัดถิ่นเพิ่มเติมและการเพิ่มความเป็นศัตรู จะทำให้สถานการณ์ของชาวกาซากว่า 2.1 ล้านคนและเหล่าตัวประกันที่เลวร้ายอยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

ทั้งนี้ อิสราเอลประกาศความตั้งใจที่จะยึดพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมด หลังจากจากการเจรจาทางผ่านตัวกลางกับกลุ่มฮามาสเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการปล่อยตัวประกันล้มเหลวเมื่อเดือนก่อน

กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงตึงเครียดและมีความผันผวนสูง การดำเนินการทางทหารที่เพิ่มขึ้นและความกังวลด้านมนุษยธรรมที่ตามมา ทำให้สถานการณ์นี้เป็นที่จับตามองของนานาชาติอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบของการยึดเมืองกาซาซิตี้

การที่กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อพลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ การอพยพจำนวนมากอาจนำไปสู่วิกฤตด้านมนุษยธรรม และการสู้รบในเมืองอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชีวิตผู้คนจำนวนมาก

นอกจากนี้ การดำเนินการนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การเจรจาและการแก้ไขปัญหาทางการทูตจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและบรรเทาความทุกข์ทรมานของประชาชนในพื้นที่

การที่กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในความขัดแย้งครั้งนี้ ผลกระทบที่จะตามมายังไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือความจำเป็นในการแก้ไขอย่างสันติเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะด้านมนุษยธรรม

สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และความพยายามทางการทูตอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

ที่มา – กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการระยะแรก ตามแผนยึดเมืองกาซาซิตี้แล้ว

อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหาร 6 หมื่นนาย

กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ พร้อมเรียกทหารกองหนุน 60,000 นาย เพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มฮามาส ท่ามกลางความพยายามในการเจรจาหยุดยิง

อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหาร 6 หมื่นนาย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้อนุมัติแผนการบุกยึดเมืองกาซาซิตี้ในฉนวนกาซา และอนุญาตให้กองทัพสามารถเรียกกำลังสำรองได้สูงสุดถึง 60,000 นาย การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศตัวกลางกำลังพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล มีขึ้นในขณะที่ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา กำลังรอการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากอิสราเอลต่อข้อเสนอใหม่ ซึ่งรวมถึงการให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 50 คน เพื่อแลกกับการหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จากกาตาร์จะยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับข้อเสนอนี้ แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลได้ออกมากล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลยังคงยืนยันว่าข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องมีเงื่อนไขที่ระบุให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด

ตลอดช่วงสงครามในกาซาที่ดำเนินมานานกว่า 22 เดือน อิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้จัดการเจรจาทางอ้อมหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิงระยะสั้น 2 ครั้ง ในระหว่างนั้นมีการปล่อยตัวประกันกลับสู่อิสราเอลหลายร้อยคน และมีการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนหลายพันคน

ในปัจจุบัน ยังมีตัวประกัน 49 คนที่ยังถูกควบคุมตัวโดยกลุ่มฮามาส จากทั้งหมด 251 คนที่ถูกจับตัวไประหว่างการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทางการอิสราเอลคาดการณ์ว่าตัวประกัน 27 คนได้เสียชีวิตแล้ว

แหล่งข่าวจากกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอิสลามิก ญิฮาด ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ข้อเสนอล่าสุดนี้ประกอบด้วยการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 10 คน และการส่งมอบร่างตัวประกัน 18 ร่าง ในระหว่างการหยุดยิง 60 วัน ส่วนตัวประกันที่เหลือจะได้รับการปล่อยตัวในระหว่างการหยุดยิงช่วงที่สอง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเจรจาและความต้องการที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะมีข้อเสนอหยุดยิงและการแลกเปลี่ยนตัวประกัน แต่การบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืนยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง การอนุมัติแผน อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ และการเรียกทหารกองหนุน อาจเป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงในภูมิภาค

ผลกระทบจาก อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้

การที่ อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อพลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ การสู้รบในเมืองอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน การพลัดพราก และการสูญเสียชีวิต การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอาจถูกจำกัด ซึ่งทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซาเลวร้ายลงไปอีก

นอกจากนี้ การดำเนินการทางทหารอาจทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้นและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค การที่กลุ่มฮามาสยังคงควบคุมตัวประกันไว้ ทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรง

การที่ อิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ และเรียกทหารกองหนุนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลอิสราเอลในการนำตัวประกันกลับคืนมาและกำจัดภัยคุกคามจากกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทางทหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอลอย่างแท้จริงนั้น ต้องอาศัยการเจรจา การประนีประนอม และความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

ที่มา – กลาโหมอิสราเอลอนุมัติแผนยึดกาซาซิตี้ เรียกทหารกำลังสำรอง 60,000 นาย

Scroll to top