กาญจนบุรี

ลุ้น! **บรรยากาศหลังปิดหีบ เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี**

บรรยากาศหลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่เร่งนับคะแนน ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี กกต. คาดรู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 21.00 น. ของวันนี้ การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ดุเดือดแน่นอน

วันที่ 19 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 อันเนื่องมาจากการลาออกจากตำแหน่งของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เพื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในคณะรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่น่าจับตามองระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ โดยมีผู้สมัครหลักคือ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ บุตรสาวของนายศักดิ์ดา ซึ่งลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาค 4 จากพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทำการปิดหีบและยุติการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา

บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขณะนี้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกำลังเร่งดำเนินการนับคะแนนอย่างขะมักเขม้น กกต. ได้ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ 60% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะสามารถทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ภายในเวลา 21.00 น. ของวันนี้

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสองพรรคการเมือง เนื่องจากเป็นการวัดกระแสความนิยมและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อพรรค หลังจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามาบริหารประเทศได้ระยะหนึ่ง ผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองในระดับประเทศได้

บรรยากาศหลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่เร่งนับคะแนน ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

การนับคะแนนเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยมีผู้สังเกตการณ์จากหลายภาคส่วนเข้าร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าการนับคะแนนเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม คาดว่าผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศได้ในวันพรุ่งนี้

ปัจจัยที่น่าจับตาในการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

มีหลายปัจจัยที่น่าจับตาในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของแต่ละพรรคที่นำเสนอต่อประชาชน ฐานเสียงของแต่ละพรรคในพื้นที่ รวมถึงประเด็นทางการเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนี้ การวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจถึงผลการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

  • นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • นโยบายของพรรคเพื่อไทยเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการสร้างความเท่าเทียม
  • การตัดสินใจของประชาชนขึ้นอยู่กับการพิจารณานโยบายและความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจเลือกผู้แทนของประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผลการเลือกตั้งจะถูกนำไปวิเคราะห์และประเมินผลเพื่อปรับปรุงและพัฒนายุทธศาสตร์ทางการเมืองในอนาคต

การติดตามข่าวสารและผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่สนใจในการเมืองไทย

สำหรับผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บรรยากาศหลังปิดหีบ เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี จะมีการรายงานให้ทราบต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – บรรยากาศหลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่เร่งนับคะแนน ลุ้นผลเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

กกต. คาด 3 ทุ่มรู้ผล เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

กกต. คาดไม่เกิน 3 ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ยัน ไม่นิ่งนอนใจปม “ศักดิ์ดา” แจ้งความ “ณัฐวุฒิ” หมิ่นประมาท ปมเปิดภาพส่อใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยหาเสียงให้ลูกสาว

วันที่ 19 ตุลาคม 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางลงพื้นที่สังเกตการณ์การเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ณ โรงเรียนอนุบาลวัดเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 254 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย 4 อำเภอ คือ อำเภอเลาขวัญ, อำเภอบ่อพลอย (ยกเว้น ตำบลหนองกุ่ม), อำเภอห้วยกระเจา และอำเภอหนองปรือ พร้อมร่วมเคารพธงชาติกับเจ้าหน้าที่

จากนั้น นายแสวง เปิดเผยว่า สถานการณ์เปิดหน่วยโดยรวมในเวลา 08.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 133,100 คน จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนน ซึ่ง กกต. มีการตั้งเป้าหมายผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ 60% และคาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่เกิน 21.00 น.ของวันนี้ ส่วนสถานการณ์การหาเสียงของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจากที่ตรวจสอบก็ยังอยู่ในกรอบถึงการแข่งขันจะไปไปด้วยความเข้มข้นก็คิดว่าการเลือกตั้งวันนี้น่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา

สำหรับกรณีที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งความดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย กรณีโพสต์ภาพ นายศักดิ์ดา ขณะอยู่ภายในห้องทำงานที่ว่าการอำเภอบ่อพลอย พร้อมข้อความในลักษณะชี้นำว่ารัฐมนตรีได้เข้าไปสั่งการในที่ว่าการอำเภอ และอาจมีการนัดผู้นำท้องที่ร่วมรับประทานอาหารกับนายอำเภอนั้น นายแสวง กล่าวว่า สำนักงาน กกต. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่เป็นข่าวอยู่เราก็ได้ตรวจสอบและเฝ้าติดตามอยู่ตลอด ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“จริงๆ ตั้งแต่เป็นข่าว ทางสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้ตรวจสอบ แต่ทั้งพรรคและผู้สมัครยังไม่ได้มีการร้องเรื่องนี้มาที่สำนักงาน กกต. แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายว่าได้กระทำการอันเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ มันก็อยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คิดว่าไม่น่ายุ่งยากอะไร เพราะมีภาพและตัวบุคคลชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องมาร้องกับสำนักงาน กกต. ก็ได้ เพราะเรื่องพวกนี้มันอาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เมื่อเป็นข่าวขึ้นมาเราก็ต้องตรวจสอบว่าฝั่งหนึ่งได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่จริงหรือไม่ อีกฝั่งได้มีการใส่ร้ายจริงหรือไม่ การตรวจสอบคงทำได้เร็ว”

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นการชิงชัยระหว่าง 2 พรรคการเมือง คือ น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ลูกสาวนายศักดิ์ดา สมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยที่ส่ง พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช 

กกต. คาด 3 ทุ่มรู้ผล เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4

จับตาผล เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศ ผลการเลือกตั้งจะส่งผลต่อความสมดุลของอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร และสะท้อนถึงความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ดังนั้น การติดตามผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้ทราบถึงทิศทางทางการเมืองของประเทศและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต

การที่ กกต. ตั้งเป้าหมายผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ 60% แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง หากประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างพร้อมเพรียง ก็จะทำให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 อย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

ที่มา – คาด 3 ทุ่มรู้ผลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 กกต. ไม่นอนใจปม “ณัฐวุฒิ-ศักดิ์ดา”

กกต.เปิดสายด่วน ให้ข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเปิดสายด่วน 1444 เพื่อให้บริการข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ในวันที่ 18-19 ตุลาคมนี้ พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

กกต.เปิดสายด่วน ให้ข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า จะเปิดให้บริการสายด่วน 1444 เป็นกรณีพิเศษในวันเสาร์ที่ 18 และวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการสอบถามข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568

สายด่วน 1444 จะเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง กฎเกณฑ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อมูลด้านการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

ทำไมต้องมีสายด่วนให้ข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี?

การเปิดสายด่วน 1444 นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 4 จังหวัดกาญจนบุรี การมีช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วในการสอบถามข้อมูล จะช่วยลดความสับสนและข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจในการลงคะแนนเสียงได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ การที่ กกต. ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ยังเป็นการส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม หากประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ก็จะสามารถตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริตในการเลือกตั้งได้อีกด้วย

ดังนั้น การเปิดสายด่วน 1444 จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย

สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย อำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา อำเภอบ่อพลอย (ยกเว้นตำบลหนองกุ่ม) และอำเภอหนองปรือ สามารถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของท่าน และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปใช้สิทธิ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี และประเทศชาติ ดังนั้น ขอเชิญชวนทุกท่านที่มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธิของท่าน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่า

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน 1444 ในวันที่ 18-19 ตุลาคมนี้

การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพลเมืองทุกคน อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านสูญเปล่า มาร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

มาร่วมกันใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ เพื่อเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

กกต. เปิดสายด่วนเพื่อให้ข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ขอเชิญชวนทุกท่านออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

ที่มา – กกต.​ เปิดสายด่วน ให้ข้อมูลเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี 18-19 ต.ค. นี้

“ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอย

“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” โพสต์ภาพ “รมต.ศักดิ์ดา” หารือกับนายอำเภอบ่อพลอย บอกเลือกตั้งซ่อมเขต 4 กาญจนบุรี สถานการณ์กำลังเข้มข้น ห่วงว่าข้าราชการจะเป็นกลางมาก มาก ถึงมากที่สุด

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหารือกับนายอำเภอบ่อพลอย ว่า “เลือกตั้งซ่อมเขต 4 กาญจนบุรี สถานการณ์กำลังเข้มข้น รมต.ศักดิ์ดา ท่านขยันดี ช่วงเที่ยงวันนี้ ขึ้นไปที่ว่าการอำเภอบ่อพลอยในเขตเลือกตั้ง เข้าไปนั่งในห้องนายอำเภอ สั่งการโน่น นั่น นี่ เย็นนี้ข่าวว่าจะนัดผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กินข้าวที่บ้านนายอำเภอด้วย สื่อมวลชนว่างๆไปดูได้ ท่านคงไม่ว่าหรอก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ห่วงว่าข้าราชการจะเป็นกลางมาก มาก ถึงมากที่สุด”

ขณะที่การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 จะมีขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นี้ โดยเป็นการแข่งขันกันระหว่าง นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ ลูกสาวนายศักดิ์ดา (แชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย) ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาค 4 จากพรรคเพื่อไทย

“ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” นั่งคุยนายอำเภอบ่อพลอย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาเปิดเผยภาพของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังพูดคุยกับนายอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมาถึง การกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมและอาจมีผลต่อความเป็นกลางของข้าราชการในการเลือกตั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอย

โพสต์ของนายณัฐวุฒิ ระบุถึงการที่รัฐมนตรีศักดิ์ดาเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอบ่อพลอยในช่วงเที่ยงวันและได้เข้าไปนั่งในห้องทำงานของนายอำเภอเพื่อสั่งการต่างๆ นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าจะมีการนัดผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพักของนายอำเภออีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อให้พิจารณาถึงความโปร่งใสและความเป็นกลางในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นการแข่งขันที่น่าจับตามอง โดยมีผู้สมัครหลักสองรายคือ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ จากพรรคภูมิใจไทย (ลูกสาวของนายศักดิ์ดา) และ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช จากพรรคเพื่อไทย การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในพื้นที่และอาจส่งผลต่อการเมืองในระดับชาติ

ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าไปพบกับนายอำเภอบ่อพลอยในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อม ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเหมาะสมและการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครจากพรรคตนเองหรือไม่ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจและรอคอยการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวคือการที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง หากประชาชนรู้สึกว่าการเลือกตั้งไม่เป็นธรรมและมีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้ ดังนั้นการรักษาความเป็นกลางและความโปร่งใสในการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมไทยต้องตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและข้าราชการ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิดและรักษาความเป็นธรรมในสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ในระดับพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบการเมืองไทยในการรักษาความเป็นธรรมและความโปร่งใส ขอเชิญชวนให้ทุกท่านติดตามข่าวสารและร่วมกันตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ดังนั้น การออกมาแฉภาพ “ศักดิ์ดา” คุยนายอำเภอบ่อพลอยของ “ณัฐวุฒิ” ครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและรักษาความเป็นธรรมในการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นนี้

ที่มา – “ณัฐวุฒิ” แฉภาพ “ศักดิ์ดา” นั่งคุยนายอำเภอบ่อพลอย ท่ามกลางศึกเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

รวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า เปย์สาว

รวบเซียนพระกำมะลอคารีสอร์ต กาญจนบุรี หลังฉกพระเครื่องอดีตทหารเรือ วัย 93 ปี มูลค่าหลายล้าน ก่อนนำไปกระจายขาย ได้เงินมาเที่ยวเตร่ เปย์สาว ไม่วายขอตำรวจส่งข้อความลาหวานใจ คดีรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่านี้เป็นที่สนใจของประชาชน

จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 จ.อ.ประชุม บุญอินทร์ อายุ 93 ปี อดีตข้าราชการทหารเรือ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.สันติชล หุมอาจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สัตหีบ ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นพระเครื่องวัดดังเลี่ยมทองคำ รวม 9 องค์ โดยคนร้ายออกอุบายเป็นเซียนพระ ตีเนียนมาขอเช่าพระเครื่องมูลค่ากว่าสองล้านบาท แล้วอาศัยทีเผลอ ชิงเอาพระเครื่องหลบหนีไป เหตุเกิดที่บ้านพักของ จ.อ.ประชุม ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รอง.ผกก.สส.สภ.สัตหีบ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.สัตหีบ ลงพื้นที่หาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายรวมถึงทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 16 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสงรอง.ผกก.สส.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.อภิชาติ นามจันโท สว.สส.สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับ ว่าพบเห็นบุคคลต้องสงสัยรูปพรรณสัณฐาน ตามกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหาย เดินทางเข้ามาเปิดใช้บริการห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งริมแม่น้ำแควใหญ่ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี 

หลังได้เบาะแสจากสายลับประกอบกับหลักฐาน พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ที่มีความเชื่อมโยงกัน จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ จนได้ข้อมูลจากผู้ดูแลรีสอร์ตว่ามีบุคคลต้องสงสัยตามรูปพรรณสัณฐานที่สายลับแจ้ง เข้ามาพักที่รีสอร์ตจริง ในห้องหมายเลข 1 โดยเข้ามาติดต่อเปิดห้องพักเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังไปปิดล้อมห้องพักหลังดังกล่าว ก่อนให้ผู้ดูแลห้องพักเคาะประตูเรียก แต่เจ้าตัวไหวตัวทัน เพราะมีความระมัดระวังในการหลบหลีกอยู่แล้ว จึงเปิดประตูหลังห้องพยายามที่จะหลบหนี แต่ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมไว้หมดแล้ว จึงบุกเข้าชาร์จตัว นายวรกาญจน์ แควเครือวัลย์ อายุ 30 ปี เอาไว้ได้

จากการตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่พบทรัพย์สินของกลางที่คนร้ายขโมยมามาแม้แต่ชิ้นเดียว พบเพียงเงินสดไม่กี่บาท และโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง โดยเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยทรัพย์สินที่ได้จะนำไปขาย เพื่อได้เงินมาไว้ใช้จ่าย เที่ยวเตร่อวดสาว ทั้งยังพบประวัติการแชทกับคุยกับสาวบาร์เบียร์หน้าตาดีคนหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ทำนองว่าจะจ้างไปเที่ยว และซื้อของให้ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน 

ส่วนทรัพย์สินที่ได้มานั้น เจ้าตัวยอมรับว่าได้ทยอยขายไปแล้ว ที่เหลือบางส่วน นำไปซุกซ่อนไว้ในห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา  

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัว นายวรกาญจน์ มาตรวจค้นห้องพักที่ห้องพักรายวันแห่งหนึ่งริมถนนพัทยาสายสอง ตามที่เจ้าตัวแจ้ง พบพระเครื่องเพียงบางองค์เท่านั้น ส่วนกรอบทองคำแกะขายไปหมดแล้ว เนื่องจากกระจายขายในหลายพื้นที่ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสัตหีบ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป        

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังถูกจับ นายวรกาญจน์ ยังขอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งข้อความบอกหวานใจว่าถูกจับแล้ว เพื่อเป็นการอำลาด้วย

รวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า มูลค่า 2 ล้าน ทยอยขายนำเงินเปย์สาว

รายละเอียดการรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า

คดีรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่านี้แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยทางจริยธรรมของคนบางกลุ่ม ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง แม้จะต้องหลอกลวงและทำร้ายจิตใจผู้อื่นก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เสียหาย แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นและความศรัทธาในสังคม การที่คนร้ายนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเห็นแก่ตัวและความไร้สำนึก

สังคมควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องปรามและลงโทษผู้กระทำผิด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมพระเครื่อง ควรระมัดระวังในการติดต่อซื้อขายกับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ และควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นๆ ก่อนทำการซื้อขาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

การรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่าครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการไม่ประมาทในการทำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม

ที่มา – รวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า มูลค่า 2 ล้าน ทยอยขายนำเงินเปย์สาว

“ศักดิ์ดา” มั่นใจ เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี คนเทคะแนน

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 กำลังเป็นที่จับตามอง และ “ศักดิ์ดา”ออกมาแสดงความมั่นใจว่าคนในพื้นที่จะเทคะแนนให้ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย พร้อมเย้ยพรรคเพื่อไทยว่า สส. ไหลออกมากกว่าที่เห็น และตลอด 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่วัดสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 ว่ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เนื่องจากหลังจากเกษียณอายุราชการก็ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่เป็นผู้แทนราษฎรก็อยู่กับประชาชนทุกวัน ยกเว้นเวลามีงานที่สภาฯ ทำให้ได้เห็นถึงความลำบากและความทุกข์ยากของประชาชน ได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการเพื่อแก้ไขปัญหา และนำปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้ง 4 อำเภอไปพูดในสภาฯ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา จึงมั่นใจว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้ดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของน้ำ ถนน และปัญหาพืชผลทางการเกษตร

“มั่นใจในตัวประชาชนอย่างมาก เพราะได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว พวกเขาไม่ต้องการคนแปลกหน้าที่มาจากไหนก็ไม่รู้ จึงมั่นใจว่าประชาชนจะเลือกคนที่อยู่กับพวกเขา และมั่นใจว่าคะแนนของลูกสาวผม (วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย) จะมากกว่าคะแนนของผมอย่างแน่นอน” นายศักดิ์ดากล่าว

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เหตุใดจึงไม่รอให้มีการยุบสภาแล้วจึงเลือกตั้งทั้งหมด มากกว่าการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพียงแค่เขตเดียว นายศักดิ์ดาตอบว่า หากยุบสภาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ แต่ถ้าเลือกตั้งเพียงเขตเดียวก็จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และหากจะถูกโจมตีก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง ไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด เมื่อถามต่อว่ามองว่าผลการเลือกตั้งเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีในสัปดาห์หน้า (19 ตุลาคม 2568) จะส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ด้วยหรือไม่ นายศักดิ์ดาตอบว่า อาจมีผลบ้าง แต่เชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถดูแลประชาชนและเกษตรกรได้ ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมา ตนเองอยู่ในตำแหน่งมา 2 ปีก็ไม่เคยนำปัญหาของเกษตรกรเข้าไปแก้ไข

“ศักดิ์ดา” มั่นใจ เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี คนเทคะแนน

ในส่วนของคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ สส. พรรคเพื่อไทย “เลือดไหลออก” นายศักดิ์ดาระบุว่า น่าจะมีจำนวนมากกว่าที่เห็นอยู่ เพราะจำนวนที่ออกมาในขณะนี้ยังไม่ถึง 50% พวกเราที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกันว่าคนที่เลือกเราคือประชาชน ไม่ใช่ข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีหรือปลัดกระทรวง สำหรับผู้แทนราษฎรแล้ว คนที่แต่งตั้งพวกเขามาคือประชาชน หากประชาชนไม่ชอบก็จะไม่เลือก และจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนราษฎร เชื่อว่า สส. ที่ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทยรู้สึกอึดอัด แต่จะไม่กล้าพูดความจริงออกมา

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยประกาศยกเครื่องการทำงานของพรรค นายศักดิ์ดาเผยว่า หากนโยบายและการกระทำแตกต่างกัน ก็ถือว่าเท่ากับ 0% ให้ไปสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านได้เลยว่า ตลอดเวลาที่ตนเองเป็นผู้แทนของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นคนที่ลงพื้นที่มากที่สุด

ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยไม่สามารถดึงศรัทธาของ สส. ได้ใช่หรือไม่ นายศักดิ์ดาตอบว่า มั่นใจว่าผู้แทนที่มาจากประชาชนเหนื่อยหน่ายกับการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร แต่พรรคภูมิใจไทยจะทำให้ราคาข้าวต่อเกวียนใกล้เคียงกับหลักหมื่น และทำให้ราคาอ้อยสูงขึ้น

ทำไม “ศักดิ์ดา” ถึงมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี?

ความมั่นใจของนายศักดิ์ดาไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากการทำงานอย่างหนักและการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน การที่เขาและพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เห็นถึงความตั้งใจจริงและความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ

ผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคตได้ หากพรรคภูมิใจไทยสามารถรักษาฐานเสียงเดิมและดึงคะแนนเสียงจากผู้ที่ไม่เคยสนับสนุนได้สำเร็จ ก็จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของพรรคในระดับประเทศ

ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่สำหรับผู้สมัครและพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอีกด้วย

ที่มา – “ศักดิ์ดา” มั่นใจเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี คนเทคะแนนภูมิใจไทย เย้ยเพื่อไทย สส. ไหลออกอีก

อนุทินช่วย “วิสุดา” หาเสียงกาญจนบุรี ย้ำยุบสภา ม.ค.

“อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค. นี้เเน่นอน! หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยกทีมลงพื้นที่กาญจนบุรี ขอคะเเนนเสียงให้ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” พร้อมประกาศชัดเจน ยุบสภา ม.ค. 69 เเละยืนยันไม่เปิดด่าน ปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่วัดสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อช่วย น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 จากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ (บิดาของ น.ส.วิสุดา), นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ พร้อมด้วยแกนนำ และ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึง จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

นายอนุทิน ได้ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจเลือกนายศักดิ์ดา เป็น สส. แต่เนื่องจากนายศักดิ์ดา ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จึงต้องลาออกจากตำแหน่ง สส. แต่พรรคภูมิใจไทย ก็ได้ส่ง น.ส.วิสุดา มาสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทิน กล่าวว่า “อาทิตย์หน้า ถ้าพี่น้องบอกว่าใช้พ่อคนเดียวไม่พอ จะจิกหัวใช้ลูกอีก ก็ขอให้เลือก น.ส.วิสุดา” พร้อมทั้งย้ำว่า น.ส.วิสุดา เป็นคนจริง มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่าการเป็นข้าราชการประจำไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครบถ้วน

อนุทินย้ำ เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี คือออร์เดิร์ฟ

นายอนุทินยังกล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยเปรียบการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้เป็นเพียงออร์เดิร์ฟ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่า พรรคภูมิใจไทยจะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลอนาคตของ น.ส.วิสุดา ให้ดีที่สุด

นโยบายชัดเจน ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ

ในส่วนของนโยบาย นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่พูดแล้วทำ โดยได้ยกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น การผลักดันสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงกำหนดการยุบสภาว่า จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และหวังว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย กลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง

อนุทินย้ำ ไม่เปิดด่าน รักษาศักดิ์ศรีคนไทย

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่นายอนุทิน ได้กล่าวถึง คือ เรื่องการเปิดด่าน โดยยืนยันว่าจะไม่เปิดด่านอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการรักษาอธิปไตย และศักดิ์ศรีของคนไทย

อนุทิน ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

การลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาฐานเสียง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจเลือกผู้แทนของประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคตอีกด้วย ผลการเลือกตั้งจะสามารถบ่งชี้ได้ถึงความนิยมของพรรคภูมิใจไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการที่ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิของตนเอง และร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

ที่มา – “อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค.

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี: เพื่อไทยมั่นใจ!

พรรคเพื่อไทยสู้เต็มที่ เชื่อหัวใจคนเมืองกาญจน์ยังเป็นสีแดง มั่นใจ “พล.อ.ชินวัฒน์” ทวงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 ล้มคู่แข่งที่ทิ้งพรรคไปสังกัดสีน้ำเงิน ชวนประชาชนเข้าคูหา 19 ต.ค.

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี แทนนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ได้ลาออกจากสมาชิกและ สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น พรรคเพื่อไทยได้จัดทีม ประกอบด้วย แกนนำ พรรค และ สส.ดาวเด่น อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอดิศร เพียงเกษ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์, นายพนม โพธิ์แก้ว, นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และ น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยผู้สมัครรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยจะลงพื้นที่พบปะพูดคุยพี่น้องประชาชนในทุกตำบลและปราศรัยย่อยต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 นี้

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครคือ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นลูกหลานคนเมืองกาญจน์โดยแท้ เติบโตและเรียนหนังสือที่เมืองกาญจน์ เชื่อว่า พล.อ.ชินวัฒน์ จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เป็นตัวแทนในฐานะ สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานในสภาฯ เข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผลประโยชน์ของพี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 อย่างแข็งขัน

“พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการส่งเสียงครั้งสำคัญของคนเมืองกาญจนบุรี เขต 4 พิสูจน์ว่าคนกาญจนบุรียังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างมั่นคง ไม่สนับสนุนระบบการเมืองที่ผูกขาดกินรวบ ไม่เห็นด้วยกับขบวนการฮั้ว สว. หรือการฝังรากลึกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินที่กระจายทุกหนแห่ง ทุกองค์กร และจะร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ถ่วงดุลอำนาจ ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยกลับมาใหม่ และเวทีนี้พรรคเพื่อไทยจะสู้อย่างเต็มที่แน่นอน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเมืองกาญจนบุรี เขต 4 ออกมาใช้สิทธิกันให้มาก และออกมาร่วมแสดงพลังผ่านการเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้ไปด้วยกัน”

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นการพิสูจน์ความนิยมในพื้นที่และเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ พรรคฯ จึงส่งทีมงานและ สส. ลงพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ชินวัฒน์

สถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรีครั้งนี้ค่อนข้างเข้มข้น เนื่องจากเป็นการแข่งขันกับผู้สมัครจากพรรคอื่นที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อน การเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองของผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจและมีความหมายทางการเมืองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ทำไมการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกผู้แทนคนใหม่ แต่เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทย และเป็นการตรวจสอบความนิยมของพรรคในพื้นที่อีกด้วย

  • เป็นการวัดกระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่
  • เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงพรรคอื่นๆ
  • เป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์ของประชาชน

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่กาญจนบุรี และต้องการที่จะรักษาฐานเสียงของตนเองไว้

ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญได้ ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าคนกาญจนบุรียังคงสนับสนุนพรรคฯ แสดงให้เห็นว่าพรรคฯ มีความเชื่อมั่นในฐานเสียงของตนเอง และเชื่อว่าประชาชนจะยังคงให้โอกาสพรรคฯ เข้าไปทำงานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของตนเอง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวกาญจนบุรี

มาร่วมกันติดตามผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นปากเสียงและทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เพื่อไทยชู “พล.อ.ชินวัฒน์” เชื่อหัวใจคนพื้นที่ยังเป็นสีแดง

หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล ดับ! รวบตัวได้

เกิดเหตุสลด หนุ่มคลั่ง หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล เสียชีวิตคาบ้านพักที่กาญจนบุรี ก่อนหลบหนีไปพร้อมทองปลอมเพื่อนำไปจำนำ แต่สุดท้ายตำรวจตามรวบตัวได้ อ้างโมโหที่ถูกดุด่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 18 กันยายน ร.ต.อ.นิพนธ์ เข็มเอก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.ศรีสวัสดิ์ ว่ามีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในบ้านพักใน ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณชายเขาท้ายหมู่บ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.การะเกต (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่กับพื้น ตรวจสอบพบอาวุธมีดปลายแหลม ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ปักอยู่กลางหลัง สภาพศพถูกแทงตามร่างกายรวม 19 แผล เจ้าหน้าที่ได้เก็บมีดไว้เป็นหลักฐานและนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ท่ากระดาน ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้คือ นายศราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีประวัติป่วยทางจิตเวช หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

นายนพดล ลูกชายของผู้เสียชีวิตอีกคน ให้การว่า ปกติแม่จะอาศัยอยู่กับตนที่บ้านใน ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ และในเวลาประมาณ 12.00 น. ของทุกวัน แม่จะนำข้าวและอาหารมาส่งให้กับนายศราวุฒิ ซึ่งเป็นลูกชายคนละพ่อที่ป่วยจิตเวช ที่บ้านหลังเกิดเหตุเป็นประจำ แต่ในวันเกิดเหตุ เย็นแล้วแม่ก็ยังไม่กลับบ้าน ตนและภรรยาจึงตัดสินใจไปตามหาที่บ้านหลังเกิดเหตุ และพบว่าแม่เสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยตลอดทั้งคืน และได้รับเบาะแสหลายทาง จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งใน ต.ลาดหญ้า แจ้งว่ามีคนนำทองมาจำนำที่ร้าน แต่เป็นทองปลอม เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ามีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับผู้ต้องสงสัย จึงคาดว่าน่าจะนำทองไปจำนำที่ร้านทองในตลาดเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงแบ่งกำลังกันออกติดตามหา

กระทั่งเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี พบชายต้องสงสัยเดินอยู่บริเวณถนนหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และนำตัวไปสอบปากคำที่ กองกำกับการสืบสวน กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พบว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช

ในตอนแรกผู้ต้องสงสัยปฏิเสธ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พูดคุยด้วยความเป็นกันเอง นายศราวุฒิ จึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงแม่จนเสียชีวิตจริง หลังก่อเหตุได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและหลบหนี โดยนั่งรถโดยสารมาลงในพื้นที่ ต.ลาดหญ้า จากนั้นนั่งรถไปที่ อ.หนองปรือ โดยอ้างว่าไปหาคนรู้จัก และในเช้าวันต่อมาได้นั่งรถโดยสารมาลงที่ตลาด ต.ลาดหญ้า อีกครั้ง เพื่อนำทองไปจำนำ แต่ปรากฏว่าเป็นทองปลอม จึงนั่งรถมาลงที่ตลาดในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้

เบื้องต้น นายศราวุฒิ อ้างว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุคือ หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล เพราะโมโหที่ถูกแม่ดุด่า แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ และจะนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล

สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล คืออะไร?

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่สะท้อนปัญหาด้านสุขภาพจิตและความรุนแรงในครอบครัว การที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติป่วยทางจิตเวชยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างใกล้ชิด รวมถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวอย่างสันติวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก

ที่มา – หนุ่มฉุนถูกด่า แทงแม่ 19 แผล ดับคาบ้าน ถูกรวบหลังนำทองปลอมไปจำนำที่ร้าน

Scroll to top