รวบเซียนพระกำมะลอคารีสอร์ต กาญจนบุรี หลังฉกพระเครื่องอดีตทหารเรือ วัย 93 ปี มูลค่าหลายล้าน ก่อนนำไปกระจายขาย ได้เงินมาเที่ยวเตร่ เปย์สาว ไม่วายขอตำรวจส่งข้อความลาหวานใจ คดีรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่านี้เป็นที่สนใจของประชาชน
จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 จ.อ.ประชุม บุญอินทร์ อายุ 93 ปี อดีตข้าราชการทหารเรือ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.สันติชล หุมอาจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สัตหีบ ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นพระเครื่องวัดดังเลี่ยมทองคำ รวม 9 องค์ โดยคนร้ายออกอุบายเป็นเซียนพระ ตีเนียนมาขอเช่าพระเครื่องมูลค่ากว่าสองล้านบาท แล้วอาศัยทีเผลอ ชิงเอาพระเครื่องหลบหนีไป เหตุเกิดที่บ้านพักของ จ.อ.ประชุม ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รอง.ผกก.สส.สภ.สัตหีบ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.สัตหีบ ลงพื้นที่หาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายรวมถึงทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 16 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสงรอง.ผกก.สส.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.อภิชาติ นามจันโท สว.สส.สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับ ว่าพบเห็นบุคคลต้องสงสัยรูปพรรณสัณฐาน ตามกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหาย เดินทางเข้ามาเปิดใช้บริการห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งริมแม่น้ำแควใหญ่ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
หลังได้เบาะแสจากสายลับประกอบกับหลักฐาน พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ที่มีความเชื่อมโยงกัน จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ จนได้ข้อมูลจากผู้ดูแลรีสอร์ตว่ามีบุคคลต้องสงสัยตามรูปพรรณสัณฐานที่สายลับแจ้ง เข้ามาพักที่รีสอร์ตจริง ในห้องหมายเลข 1 โดยเข้ามาติดต่อเปิดห้องพักเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังไปปิดล้อมห้องพักหลังดังกล่าว ก่อนให้ผู้ดูแลห้องพักเคาะประตูเรียก แต่เจ้าตัวไหวตัวทัน เพราะมีความระมัดระวังในการหลบหลีกอยู่แล้ว จึงเปิดประตูหลังห้องพยายามที่จะหลบหนี แต่ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมไว้หมดแล้ว จึงบุกเข้าชาร์จตัว นายวรกาญจน์ แควเครือวัลย์ อายุ 30 ปี เอาไว้ได้
จากการตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่พบทรัพย์สินของกลางที่คนร้ายขโมยมามาแม้แต่ชิ้นเดียว พบเพียงเงินสดไม่กี่บาท และโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง โดยเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยทรัพย์สินที่ได้จะนำไปขาย เพื่อได้เงินมาไว้ใช้จ่าย เที่ยวเตร่อวดสาว ทั้งยังพบประวัติการแชทกับคุยกับสาวบาร์เบียร์หน้าตาดีคนหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ทำนองว่าจะจ้างไปเที่ยว และซื้อของให้ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน
ส่วนทรัพย์สินที่ได้มานั้น เจ้าตัวยอมรับว่าได้ทยอยขายไปแล้ว ที่เหลือบางส่วน นำไปซุกซ่อนไว้ในห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัว นายวรกาญจน์ มาตรวจค้นห้องพักที่ห้องพักรายวันแห่งหนึ่งริมถนนพัทยาสายสอง ตามที่เจ้าตัวแจ้ง พบพระเครื่องเพียงบางองค์เท่านั้น ส่วนกรอบทองคำแกะขายไปหมดแล้ว เนื่องจากกระจายขายในหลายพื้นที่ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสัตหีบ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังถูกจับ นายวรกาญจน์ ยังขอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งข้อความบอกหวานใจว่าถูกจับแล้ว เพื่อเป็นการอำลาด้วย
รวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า มูลค่า 2 ล้าน ทยอยขายนำเงินเปย์สาว
รายละเอียดการรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า
คดีรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่านี้แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยทางจริยธรรมของคนบางกลุ่ม ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง แม้จะต้องหลอกลวงและทำร้ายจิตใจผู้อื่นก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เสียหาย แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นและความศรัทธาในสังคม การที่คนร้ายนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเห็นแก่ตัวและความไร้สำนึก
สังคมควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องปรามและลงโทษผู้กระทำผิด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมพระเครื่อง ควรระมัดระวังในการติดต่อซื้อขายกับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ และควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นๆ ก่อนทำการซื้อขาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
การรวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่าครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการไม่ประมาทในการทำธุรกรรมใดๆ ก็ตาม
ที่มา – รวบเซียนกำมะลอ ฉกพระเครื่องพ่อเฒ่า มูลค่า 2 ล้าน ทยอยขายนำเงินเปย์สาว





