การจัดตั้งรัฐบาล

“โสภณ” เผยยังไม่ติดต่อนั่งประธานสภาฯ ทำดีทุกที่

“โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อกระแสข่าวลือเรื่องการวางตัวบุคคลสำคัญเข้ารับตำแหน่งสำคัญในสภาเริ่มหนาหู โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยดราม่าและการรอรับรองผลจาก กกต. วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทัศนคติของนายโสภณ ซารัมย์ ที่น่าชื่นชม

“โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. นายโสภณ ซารุมย์ รองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามใดๆ จากพรรคการเมืองต่างๆ เขาเน้นย้ำว่ากระแสข่าวยังเป็นแค่กระแส รอให้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหามากมายที่ทุกคนเห็นกันดี

นายโสภณ มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นไปตามกติกาใหม่ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เลือกตั้งเสร็จแล้วชูมือกันทันที แต่คราวนี้ต้องรอกระบวนการให้ครบถ้วน ถ้ากกต. รับรองแล้ว ค่อยมาคุยเรื่องตำแหน่งกันจริงจัง ถือเป็นวิวัฒนาการที่ดีของระบบการเมืองไทย

ความพร้อมของ “โสภณ” หากได้นั่งประธานสภาฯ จริง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อม หากได้รับมอบหมาย นายโสภณ ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า เขาไม่ใช่คนเล่นๆ ทำอะไรต้องจริงจัง อยู่ตำแหน่งไหนก็ทุ่มสุดตัว สมัยก่อนเป็น ส.ส. ก็ผลักดันเรื่องแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ แม้ไม่ได้คาดหวังตำแหน่งรองนายกฯ ก็ตาม สำหรับข้อบังคับสภา เขาบอกว่ามีในหนังสืออยู่แล้ว ศึกษาก็รู้

ส่วนการควบคุมการประชุมสภา เขายังตอบว่า “ยังไม่ได้เป็น ให้ได้เป็นก่อน” แสดงถึงความถ่อมตัวและไม่ประมาท นอกจากนี้ ตำแหน่งรองประธานสภา 1 และ 2 ของพรรคภูมิใจไทย เขาก็บอกว่ายังตอบไม่ได้ เพราะแม้แต่ประธานสภาฯ ยังไม่ชัวร์

ทัศนคติสุดยอด: อยู่ที่ไหนก็ทำให้ดีที่สุด

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดจากคำพูดของนายโสภณ คือทัศนคติที่ว่า ตำแหน่งไม่ใช่อุปสรรค อยู่ที่ไหนต้องทำเต็มที่ให้ดีที่สุด เขาไม่ยึดติดว่างานบริหารหรือนิติบัญญัติส่วนไหนดีกว่า แต่ยืนยันว่าจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ไม่ว่าจะถูกสรรเสริญหรือนินทา ก็ขึ้นกับการกระทำ เขาท่องโลกธรรม 8 ทุกวัน และมองว่าตำแหน่งใดๆ ก็ต้องจากไปในสักวัน ไม่ใช่เจ้าของ

นี่คือตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ช่วยลดความขัดแย้งในแวดวงการเมืองได้ หากทุกคนมีทัศนคติแบบนี้ การเมืองไทยคงก้าวหน้าขึ้นเยอะ

ประวัติและผลงานนายโสภณ ซารุมย์

  • แกนนำพรรคภูมิใจไทย: เป็นกำลังสำคัญของพรรคมาตลอด
  • รองนายกรัฐมนตรี: ดูแลกระทรวงมหาดไทยและผลักดันนโยบายยาเสพติด
  • ประสบการณ์ ส.ส.: หลายสมัย ทำงานในสภาไม่ขาดตกบกพร่อง
  • นโยบายเด่น: แก้ยาเสพติด สร้างความมั่นคงชายแดนใต้

จากประวัติเห็นชัดว่านายโสภณ มีความสามารถรอบด้าน เหมาะสมกับตำแหน่งประธานสภาฯ หากมีการทาบทามจริง

สถานการณ์การเมืองปัจจุบันหลังเลือกตั้ง 2566 พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนดี ถือหุ้นสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล ตำแหน่งประธานสภาฯ จึงเป็นที่จับตา แต่ทุกอย่างต้องรอ กกต. รับรองก่อน คาดว่าจะมีพัฒนาการเร็วๆ นี้

สรุปแล้ว “โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและจิตใจที่มั่นคง นักการเมืองแบบนี้เราต้องการมากกว่านี้

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคิดว่าโสภณเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม?

ที่มา – “โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวสุดฮอตจากวงการการเมืองไทยมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หัวข้อที่กำลังเป็นกระแสแรงสุดๆ เลยก็คือ “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน เรื่องนี้มาจากปาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีเกษตรฯ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ออกมาเคลียร์ข่าวลือมโนกันยกใหญ่ มาฟังกันว่ามีอะไรบ้าง

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างหลังสื่อรอสัมภาษณ์นานครึ่งวัน สยบข่าวที่ว่าพรรคเก็บตัวเงียบหายไปไหน เขาย้ำชัดว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่เริ่มดีลจัดตั้งรัฐบาลกับใครทั้งนั้น ต้องรอให้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 95% ก่อนเท่านั้นเองครับ เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าดีลกันก่อนเวลาก็เหมือนรีบร้อนเกินไป ไม่มีมารยาทการเมืองเลยนะ

ร.อ.ธรรมนัส บอกแบบชิลๆ ว่าจุดยืนพรรคยืนอยู่ตรงนี้แหละ ก้มมองบันไดกระทรวงเกษตรฯ แล้วพูดติดตลกว่า “จุดยืน ก็ยืนอยู่ที่นี่” สไตล์เขาไม่ใช่คนไปออกหน้าสู่ขอเก้าอี้ใคร มีมารยาทพอที่จะนิ่งๆ รอให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นแกนนำจัดการก่อน พรรคอื่นๆ ที่ไปหานายอนุทิน ชิดชอบ หัวหน้าภท. น่ะ เขามองว่าแค่ไปแสดงความยินดี ไม่ใช่ไปเดินเกมรวบพรรคเล็กมาคัดดันอย่างที่ข่าวลือปั่นกัน

จุดยืนพรรคกล้าธรรมชัดเจน รอ ภท. นำ

เมื่อสื่อถามถึงกระแสข่าวว่าภท. อึดอัดที่จะร่วมกับกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามกลับเลยครับว่า “ได้ยินมาจากใคร?” แล้วเปรียบเทียบว่าอย่าโจมตีพรรคอื่น บ้านเก่าอย่างพปชร. ก็มีตัวเสี้ยมเยอะเหมือนกัน ส่วนข่าวภท. อยากได้กระทรวงเกษตรให้ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาบริหารน่ะ เขาบอกว่าเป็นสื่อปั่นเอง ถ้าไม่ได้ยินจากปากเขา หัวหน้าพรรค หรือเลขาฯ ก็ไม่จริงครับ

นักการเมืองสมัยนี้ต้องมีมารยาท ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่ายึดกระทรวงไม่ได้พรุ่งนี้เช้า ถ้าอยู่ต่อก็จะทำนโยบายหาเสียงต่อ แต่ถ้าภท. อยากเอาไปก็ไม่มีปัญหา ขอแค่ทำนโยบายต่อยอดให้ประชาชนประโยชน์ พรุ่งนี้เขาจะประชุมครม. และอาจทานข้าวกับนายอนุทินด้วย สัมพันธ์ยังปึ๊ก ไม่โกรธเคืองกัน ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ ขออย่าลากมาเกี่ยว

เตือนสุญญากาศการเมือง ต้องระวัง!

ประเด็นกังวลสุดของ ร.อ.ธรรมนัส คือ “สุญญากาศการเมือง” ถ้าศาลตีว่ากกต. ผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือบัตรเขย่งจนต้องเลือกใหม่ บ้านเมืองจะเดินหน้าไม่ได้ ข้าราชการวางตัวลำบากแน่ แต่พรรคกล้าธรรมพร้อมลุยเลือกตั้งใหม่ คะแนนไม่ลดครับ ต่อมานายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค มาก็ยืนยันสั้นๆ ว่าพรรคต้องเป็นรัฐบาลตามความเห็นสมาชิก

  • สรุปจุดเด่นจากคำพูด ร.อ.ธรรมนัส:
  • ไม่ดีลเก้าอี้ รอ กกต.รับรอง
  • สัมพันธ์อนุทินยังดีมาก
  • นิ่งๆ มีมารยาท รอ ภท.นำ
  • ปัดข่าวปั่นจากสื่อ
  • กังวลสุญญากาศ แต่พร้อมลุยใหม่

สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตามนะครับ พรรคกล้าธรรมแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ไม่รีบร้อนแย่งชิง แต่อยู่นิ่งๆ รอจังหวะแบบนี้แหละที่ทำให้พรรคดูน่าเชื่อถือ ผมคิดว่าถ้าภท. จัดการได้เร็ว บ้านเมืองเราก็เดินหน้าต่อได้ไม่สะดุด คุณคิดยังไงล่ะ? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ หรือแชร์ประสบการณ์การเมืองที่ชอบที่สุด

ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองไทยแบบเรียลไทม์ได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ อย่าพลาด!

ที่มา – “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

“อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส”

การเมืองไทยกำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง เมื่อ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ รองนายกฯ โสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนในวันพรุ่งนี้ สิ่งนี้ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าอาจไม่มีโอกาสพบปะหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

รายงานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า การประชุมครม. ในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จะมีนายโสภณเป็นประธานแทนนายอนุทิน ซึ่งเป็นนายกฯ ชั่วคราว สาเหตุนี้อาจมาจากภารกิจอื่นของนายอนุทิน ทำให้พลาดโอกาสพูดคุยเรื่องสำคัญกับ ร.อ.ธรรมนัส รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส ในวันพรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประสานกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยแล้ว พรรคกล้าฯ ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ แต่ยึดผลประโยชน์ชาติและประชาชน นายไผ่ยังคาดว่านายอนุทินกับ ร.อ.ธรรมนัส จะได้คุยเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลในการประชุมครม. แต่การมอบหมายให้นายโสภณครั้งนี้อาจทำให้แผนล่าช้า

背景การเมืองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลักที่กำลังเจรจากับพรรคเล็กหลายพรรค รวมถึงพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องรวบรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อความมั่นคง พรรคกล้าฯ ยืนยันไม่มีข้อเรียกร้อง แต่ต้องการบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านเกษตรที่ ร.อ.ธรรมนัส เชี่ยวชาญ

ผลกระทบจากการที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. อาจทำให้การเจรจาต้องเลื่อนไป channel อื่น เช่น การประชุมพรรคหรือพบปะส่วนตัว สิ่งนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการจัดตั้งรัฐบาลไทย ที่มักมีปัจจัย surprise หลายอย่าง

ผลกระทบจากการมอบหมายประธานครม.

  • ลดโอกาสพบปะโดยตรงระหว่างหัวหน้าพรรค ทำให้การตกลงล่าช้า
  • พรรคกล้าธรรมต้องรอสัญญาณชัดเจนจากภูมิใจไทย
  • กระทรวงเกษตรฯ อาจยังไม่ยืนยันผู้รับผิดชอบ ส่งผลต่อนโยบายเกษตรกร
  • ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลอาจขยายจากกำหนดเดิม
  • เพิ่มความไม่แน่นอนให้ฝ่ายค้านใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะรองนายกฯ มีประสบการณ์ด้านสาธารณสุขจากอดีต จะนำประชุมได้อย่างราบรื่น แต่ประเด็นสำคัญคือการเมืองเบื้องหลัง พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน กำลังพยายามรวบรวมพันธมิตรให้ครบ เพื่อเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคตัวเองหรือไม่นั้น ยังต้องรอ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส อาจเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่ในบริบทการจัดตั้งรัฐบาล มันบ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์ นายอนุทินอาจเลือกเจรจาผ่านเลขาฯ ก่อน เพื่อวาง position ที่ดีกว่า

สุดท้าย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเข้มข้นและคาดเดาไม่ได้ การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับความยืดหยุ่นของแต่ละพรรค คุณคิดว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส” เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

“ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง

วงการการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญหลังการเลือกตั้ง โดยล่าสุดมีข่าวร้อนว่า “ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข ทำให้หลายคนสนใจถึงทิศทางของพรรคเล็กในการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งนำโดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการประสานงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

“ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม และว่าที่ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าของการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว พรรคกล้าธรรมยืนยันไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขทางการเมืองใดๆ แม้จะมีข่าวลือเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตาม จุดยืนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก

รายละเอียดการประสานงานระหว่างพรรค

การโทรศัพท์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยนายไผ่ย้ำว่าพรรคกล้าธรรมยึดมั่นในหลักการโปร่งใสและไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้ 17 กุมภาพันธ์ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะมีโอกาสพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนการประกาศอย่างเป็นทางการระหว่างสองพรรคต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

บริบทการเมืองไทยปัจจุบัน

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล โดยดึงดูดพรรคขนาดกลางและเล็กมาร่วมงาน พรรคกล้าธรรมซึ่งมีรากฐานจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในกำแพงเพชรและพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นพันธมิตรที่น่าสนใจ ด้วยนโยบายที่เน้นเกษตรกรรมและสวัสดิการประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพรรคภูมิใจไทย การไร้เงื่อนไขในครั้งนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทั้งสองพรรค

หากย้อนดูประวัติ ร.อ.ธรรมนัส มีบทบาทสำคัญในวงการเกษตรมานาน ขณะที่นายอนุทินก็มีนโยบายเด่นด้านสาธารณสุขและมหาดไทย การสนทนาระหว่างสองบุคคลนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่ได้

  • ไม่มีข้อต่อรองทางการเมือง: พรรคกล้าธรรมยืนยันชัดเจน ไม่เรียกร้องตำแหน่งหรือผลประโยชน์ส่วนตัว
  • ยึดผลประโยชน์ชาติ: เน้นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร
  • คาดการณ์การประชุม 17 ก.พ.: ร.อ.ธรรมนัส เตรียมคุยนายอนุทิน
  • รอประกาศเป็นทางการ: การเจรจาระดับพรรคจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังช่วยคลายความกังวลของนักการเมืองและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะในประเด็นการจัดสรรกระทรวงต่างๆ ที่มักเป็นที่ถกเถียง หากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจริง อาจนำเสนอนโยบายใหม่ๆ เช่น การสนับสนุนเกษตรกรขนาดเล็ก หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การแสดงจุดยืนไร้เงื่อนไขของพรรคกล้าธรรม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองแบบใหม่ที่เน้นความรับผิดชอบต่อประชาชน แทนที่จะแสวงหาอำนาจส่วนตัว สถานการณ์นี้ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับพรรคภูมิใจไทยในการเจรจากับพรรคอื่นๆ เพื่อให้เกิดรัฐบาลที่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป เพราะการเมืองไทยมักมีพลิกผันได้ทุกเมื่อ ผู้สนใจสามารถอัปเดตข่าวสารล่าสุดได้ที่นี่

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของพรรคกล้าธรรม? เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมั่นคงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อให้เราติดตามการเมืองไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข คาด 17 ก.พ. “ธรรมนัส” คุย “อนุทิน”

“อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยคุมมั่นคง-เศรษฐกิจ

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งปี 2569 เรียบร้อยแล้ว “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ พรรคภูมิใจไทยที่ได้รับคะแนนถล่มทลาย สัญญาจะเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทันที เพื่อนำนโยบายสำคัญมาปฏิบัติจริง โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจที่พรรคจะรับผิดชอบเอง

“อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.24 น. ขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคในการเป็นแกนนำรัฐบาล เขายืนยันว่าจะเร่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลทันทีที่ กกต. ประกาศผลอย่างเป็นทางการ และจะไม่ทำให้ผู้ที่ลงคะแนนผิดหวัง โดยทุกนโยบายที่หาเสียงไว้จะถูกปฏิบัติครบถ้วน

พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบด้านความมั่นคงเต็มตัว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ พรรคภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงสำคัญด้านความมั่นคง ด้วยมาตรการทูตและทหาร เพื่อปกป้องดินแดน อธิปไตย เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติ โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนเหนือสิ่งอื่น นโยบายเด่นที่ประกาศชัดเจน ได้แก่:

  • ปิดด่านชายแดนอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
  • สร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ยกเลิก MOU 2544 เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของไทย

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค สัญญาจะพาไทยกลับสู่เวทีโลกด้วยศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือข่มขู่ ทำให้ประชาชนโล่งใจจากปัญหาชายแดนที่ค้างคา

ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยด้วยทีมมืออาชีพ

ด้านเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบหลัก เพื่อดึงไทยออกจากหล่มเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ ด้วยแนวทางมืออาชีพจากทีม “ทีมประเทศไทย” ที่มีชื่อสำคัญอย่าง อนุทิน เอกนิติ ศุภจี และสีหศักดิ์ ร่วมกัน พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะมีเป้าหมายเดียว คือ เพิ่มรายได้ให้ประชาชนทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยว บริการ หรือฟรีแลนซ์ นโยบายเหล่านี้จะแถลงต่อรัฐสภาในเร็ววัน

นายอนุทิน ยังเน้นย้ำว่า ทุกคะแนนที่พรรคได้รับคือคำสั่งจากประชาชนที่ต้องปฏิบัติให้สำเร็จเร็ว และจะพัฒนาประเทศให้เจริญยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี รายได้มั่นคง และมีความสุข

การประกาศครั้งนี้ของ “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง สร้างความหวังให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งภัยชายแดนและเศรษฐกิจถดถอย นโยบายเหล่านี้หากปฏิบัติได้จริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย? มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้ไทยก้าวหน้า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแส พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน นี่คือคำย้ำจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเองเลยนะครับ หลังจากที่พรรคตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายจุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงแบบชัดๆ ว่าพรรคเพื่อไทยทุ่มสุดตัวหาเสียง นำเสนอนโยบายเจ๋งๆ เพื่อให้คนไทยมีโอกาส มีความมั่นคง ชีวิตดีขึ้น แต่ผลเลือกตั้งออกมา พวกเขาได้อันดับ 3 เสียงไม่มากพอ นี่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนหรอกครับ แต่เป็นบทเรียนที่ต้องเอากลับมาปรับปรุงนโยบายให้ตรงใจมากขึ้น

สิ่งสำคัญคือเคารพเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 1 แบบห่างๆ นั่นคือประชาธิปไตยแท้ๆ พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 เลยต้องชั่งใจหนักๆ ระหว่างร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน คำตอบคือ เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า เพราะจะได้ลงมือแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่วิจารณ์เฉยๆ

ทำไมเพื่อไทยถึงเลือก “ร่วมรัฐบาล” แบบมีขอบเขตชัดเจน

นายจุลพันธ์ ย้ำชัดว่าการร่วมกันไม่ได้แปลว่าเพื่อไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทยนะครับ พวกเขายังคงอิสระ มีจุดยืนและอุดมการณ์ของตัวเอง ขอบเขตการร่วมก็กำหนดไว้แน่นอน เสียงประชาชนไม่เท่ากัน การทำงานร่วมกันคือการรวมพลังเพื่อประชาชนอีกกลุ่ม

ส่วนประเด็นฮั้ว สว. หรือเขากระโดง พรรคยังเดินหน้าต่อ แต่ตระหนักดีว่าไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก ไม่ใช่แกนนำ ถ้าประชาชนอยากให้จัดการเต็มที่ คงให้เสียงถล่มทลาย แต่ผลคือไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ ต้องเคารพหลักประชาธิปไตยรัฐสภา

  • ข้อดีของการร่วมรัฐบาล: ได้ใช้เสียงทุกที่นั่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เคารพประชาชน: ทุกการตัดสินใจรับผิดชอบต่อผู้เลือกตั้ง
  • ไม่ใช่รวมพรรค: รักษาอิสระ ปัดข่าวลือกลายเป็นภูมิใจไทย
  • บทเรียนเลือกตั้ง: ปรับนโยบายให้ดีขึ้นในอนาคต

สุดท้าย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยบอกว่าถ้าทำผิดพลาด ประชาชนจะตัดสินในการเลือกตั้งหน้า พวกเขาตระหนักดีว่าทุกก้าวเดินต้องรับผิดชอบต่อทุกเสียงที่ได้มา นี่คือการเมืองที่成熟จริงๆ ครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า การตัดสินใจแบบนี้ฉลาดนะครับ เพราะการเมืองไทยซับซ้อน ถ้าอยู่ฝ่ายค้านอาจพูดได้แต่ทำไม่ได้ แต่ร่วมรัฐบาลแล้วจะผลักดันนโยบายได้จริง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมอง!

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่มา – เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า ปัดกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทย

“มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดมีข่าวใหญ่จาก “มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่ ทำให้หลายคนต้องหันมามองพรรคเล็กแต่มีเอกลักษณ์นี้อย่างจับจ้อง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เต้” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคทางเลือกใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศความพร้อมในการส่ง สส. 1 คนเข้าร่วมรัฐบาล แต่ติดเงื่อนไขสำคัญคือ รัฐบาลต้องผลักดันนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ให้สำเร็จ หากสนใจให้ติดต่อมาได้เลย

“มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.52 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกำลังเข้มข้น “มงคลกิตติ์” ยืนยันชัดเจนว่าพรรคทางเลือกใหม่พร้อมสนับสนุน แต่ไม่ใช่แบบไร้เงื่อนไข นโยบายเหล่านี้เป็นจุดขายหลักที่ทำให้พรรคนี้โดดเด่นในสายตาเลือกตั้ง เพราะมีความแหวกแนว สร้างสรรค์ และบางข้อก็เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชน นอกจากจะแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างแล้ว ยังสะท้อนถึงความกล้าที่จะเสนอไอเดียใหม่ๆ ในระบบการเมืองที่มักวนเวียนอยู่กับนโยบายเดิมๆ

นโยบายสุดแหวกแนว 13 ข้อที่ต้องผลักดัน

มาดูกันว่านโยบายที่ “มงคลกิตติ์” กำหนดไว้มีอะไรบ้าง ซึ่งหากรัฐบาลโอเคทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ก็พร้อมส่ง สส. เข้าไปช่วยงานทันที นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่เทคโนโลยี สวัสดิการ สังคม ไปจนถึงความบันเทิงและวัฒนธรรม

  • ส่งคนไทยไปอวกาศ ท่องอวกาศ: ฝันใหญ่ของชาติ สร้างชื่อเสียงให้ไทยในเวทีโลก
  • เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก-เงินคนชรา-คนพิการ 3,000 บาท/เดือน: สวัสดิการที่ช่วยเหลือผู้มีบุญคุณและกลุ่มเปราะบาง
  • เพาะพันธุ์ไดโนเสาร์: นโยบายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่จุดประกายจินตนาการเยาวชน
  • สปานวดคนละครึ่ง: ส่งเสริมสุขภาพประชาชน ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  • แก้กฎหมาย หญิงมีสามีได้ 4 คน หรือ ชายมีภรรยาได้ 4 คน: ปรับโครงสร้างครอบครัวให้ยืดหยุ่นตามยุคสมัย
  • เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย-รีแพร์-ดึงหน้า-ศัลยกรรม-ปั๊มลูก: สนับสนุนสุขภาพและความงามแบบครบวงจร
  • ขุดคลองไทย เส้น 9A: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจและการค้า
  • ออกหมายจับตามจับฮุนเซน: ยืนหยัดต่อต้านปัญหาชายแดน
  • ซื้อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล: ยกระดับฟุตบอลไทยสู่ระดับโลก
  • Sex Worker, Sex Toy ถูกกฎหมาย: ปฏิรูประบบสังคมให้เปิดกว้างและปลอดภัย
  • วิดพื้น เพิ่มเงินเดือน-เกรด: ส่งเสริมสุขภาพและวินัยข้าราชการ
  • หาคู่ให้คนไทย: แก้ปัญหาคนโสด ลดอัตราการเกิดต่ำ
  • จัดตั้งกระทรวงเวทมนตร์: สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยจินตนาการ

นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจในช่วงหาเสียง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่กล้าท้าทายกรอบเดิมๆ ของพรรคทางเลือกใหม่ พรรคนี้ก่อตั้งโดยนายมงคลกิตติ์และทีมงานที่ต้องการเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน โดยเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงผสมผสานความสนุกสนาน หากรัฐบาลใหญ่รับนโยบายเหล่านี้จริง คงเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านโยบายบางข้ออาจเป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อสร้างกระแส แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้พรรคนี้แตกต่างจากพรรคใหญ่ๆ ที่มีนโยบายซ้ำซาก ในสถานการณ์ที่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่นิ่ง การเคลื่อนไหวของ “มงคลกิตติ์” อาจเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้สมการเปลี่ยนแปลง

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? นโยบายไหนที่โดนใจคุณมากที่สุด หรือคิดว่าเป็นไปได้จริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่

“ยศชนัน” รับ มีแค่ 2 ทางเลือก ไม่ใช่เรื่องง่ายของเพื่อไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดกันครับ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ เลยก็คือ “ยศชนัน” รับ มีแค่ 2 ทางเลือก ไม่ใช่เรื่องง่ายของเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว หลังพรรคมีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ในพรรคก็เห็นด้วยให้ร่วมรัฐบาล เพื่อเร่งแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนให้ได้เร็วที่สุด

บริบทการเมืองครั้งนี้ซับซ้อนมากครับ สังคมโลกและไทยเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ปัจจัยต่างๆ อย่างการจัดการทรัพยากรทางการเมืองมีผลต่อผลเลือกตั้งอย่างมาก คุณยศชนันย้ำจุดยืนของพรรคว่าเคารพผลการเลือกตั้งจากประชาชน และพร้อมรับผิดชอบทุกคะแนนเสียงที่ได้รับ มาดูรายละเอียดกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ครับ

“ยศชนัน” รับ มีแค่ 2 ทางเลือก ไม่ใช่เรื่องง่ายของเพื่อไทย

หลังทราบผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญทางเลือกหลักๆ แค่ 2 ทาง คือ เข้าร่วมรัฐบาลหรือไปนั่งเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสำหรับพรรคที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาลมาก่อน มีผลงานที่คนยอมรับมานาน มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ ครับ คุณยศชนันเล่าว่า ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในพรรค สมาชิก ทีมงาน และประชาชนหลายกลุ่ม มีทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ในพรรคเห็นว่าควรเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อใช้โอกาสนี้ขับเคลื่อนนโยบายช่วยประชาชน

การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการรับฟังทุกฝ่าย แม้เวลาจะน้อย แต่ความเห็นหลักชี้ไปทางร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งอันดับ 1 ตามระบบรัฐสภา เพื่อไทยจึงประกาศสนับสนุนให้เป็นแกนนำ และมีการแถลงร่วมกันแล้ว รายละเอียดต่อไปคุณยศชนันสัญญาว่าจะอัปเดตให้ทราบทุกขั้นตอนครับ

จุดยืนสำคัญของยศชนันที่ไม่เคยเปลี่ยน

ก่อนจะไปสู่ทางเลือกหลัก คุณยศชนันยังย้ำจุดยืนสำคัญ 2 ประการที่พรรคยึดมั่น ดังนี้

  • ความสุจริตโปร่งใสในการเลือกตั้ง: ยึดถือว่าสำคัญที่สุด เรียกร้องให้ กกต. รับฟังเสียงทักท้วงจากประชาชน ชี้แจงข้อเท็จจริง และร่วมตรวจสอบทุกขั้นตอน พรรคกำลังดำเนินการทางกฎหมายควบคู่ไปด้วย เพื่อความชอบธรรมของประชาธิปไตย
  • รับผิดชอบทุกคะแนนเสียง: จะทำให้ดีที่สุดกับทุกคำมั่นสัญญาที่ปราศรัยไว้ ร่วมมือกับบุคลากรพรรค กลไกรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อแก้ปัญหาทุกเรื่องที่อยู่ในอำนาจ ไม่มีวันจบไม่เลิก

นี่คือความมุ่งมั่นที่ทำให้แฟนๆ เพื่อไทยมั่นใจครับ แม้สถานการณ์จะพลิกผัน แต่ยศชนันยืนยันว่าจะยืนเคียงข้างพรรคจนกว่าจะชนะอีกครั้ง

ปัญหาปากท้องต้องแก้ไขเร่งด่วน

นอกจากทางเลือกหลักแล้ว คุณยศชนันชี้ว่าปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดคือเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนทั่วประเทศ ต้องบูรณาการกระทรวงต่างๆ ช่วยกัน สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ให้โอกาสทุกพื้นที่ พรรคจะทำงานเต็มที่ทุกนาที สร้างความเชื่อมั่นใหม่ให้ประเทศ แม้จะเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าจะชนะ

ในมุมมองของผม การตัดสินใจ “ยศชนัน” รับ มีแค่ 2 ทางเลือก ไม่ใช่เรื่องง่ายของเพื่อไทย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของการเมืองไทยที่ต้องประนีประนอมเพื่อประโยชน์ประชาชน การร่วมรัฐบาลอาจช่วยเร่งนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต สินเชื่อฟื้นฟู หรือโครงการช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องติดตามว่าพรรคร่วมจะผลักดันนโยบายเพื่อไทยได้จริงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม มันคือก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเสถียรภาพรัฐบาลใหม่

เพื่อนๆ คิดเห็นยังไงบ้างครับกับการที่เพื่อไทยเลือกทางร่วมรัฐบาล? มันจะช่วยแก้ปัญหาปากท้องได้จริงหรือ? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย สนับสนุนการเมืองที่โปร่งใสและเพื่อประชาชนกันต่อไป!

ที่มา – “ยศชนัน” รับ มีแค่ 2 ทางเลือก ไม่ใช่เรื่องง่ายของเพื่อไทย แต่ส่วนใหญ่ให้ร่วมรัฐบาล

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย โดยล่าสุด โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย อย่างชัดเจน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ ส.ส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงความคืบหน้าการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยโยนหน้าที่หลักให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการเป็นผู้ตัดสินใจคุยกับพรรคกล้าธรรม

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

นางสาวแนน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคขนาดเล็กเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคที่ยืนยันเจตจำนงแล้วมี พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน และล่าสุดพรรคมิติใหม่ รวม 7 พรรค มีว่าที่ ส.ส. 9 คน การเจรจาดำเนินไปตามลำดับ โดยนายอนุทินและนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสานงานหลัก

สถานการณ์เจรจากับพรรคกล้าธรรมและเพื่อไทย

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะหากดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย แต่ย้ำว่าการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างต้องรอการรับรอง ส.ส. จาก กกต. และการประชุมสภาเลือกประธานสภาภายใน 15 วัน หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะพูดคุยกับทุกพรรคเพื่อฟอร์มทีมรัฐบาลที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ในที่ประชุมพรรคล่าสุด ได้หารือเรื่องการเตรียมงานสภาและแสดงความยินดีกับว่าที่ ส.ส. ใหม่ โดยมอบอำนาจให้หัวหน้าและเลขาธิการเจรจา เมื่อเสร็จสิ้นจะนำกลับเข้าคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหม่

  • พรรคที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ: พรรคเศรษฐกิจ, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่
  • จำนวนเสียงรวมปัจจุบัน: ส.ส.ภูมิใจไทย 193 เสียง + เพื่อไทย 74 + พลังประชารัฐ 5 + เศรษฐกิจ 3 + ใหม่ 1 + รวมใจไทย 1 + ไทยทรัพย์ทวี 1 + รวมพลังประชาชน 1 + มิติใหม่ 1 + ประชาธิปไตยใหม่ 1 = 281 เสียง

โฆษกยังกล่าวถึงกระแสไม่พอใจจากแฟนคลับภูมิใจไทยที่เห็นการจับมือเพื่อไทย โดยขอให้กองเชียร์มองอนาคตและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หลังเลือกตั้งฝุ่นควันยังไม่จาง มีประเด็นค้างคาจากการหาเสียงหลายเรื่อง แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริง

ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งอันดับหนึ่ง กำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทินเป็นตัวชูโรง สิ่งสำคัญคือการรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อควบคุมสภา ปัจจุบันรวม 281 เสียงถือว่ามั่นใจ แต่ยังต้องเจรจาต่อกับพรรคใหญ่ๆ อย่างประชาธิปัตย์หรือกล้าธรรม หากดึงเพื่อไทยเต็มตัว อาจกระทบภาพลักษณ์ “สีเทา” ที่กองเชียร์กังวล แต่โฆษกย้ำว่า ต้องโฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ ควรเข้าใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องประนีประนอมเพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่แค่ค่านิยมส่วนตัว นี่คือบทเรียนสำคัญจากอดีตที่รัฐบาลล้มเหลวเพราะขาดเอกภาพ

ในมุมมองของเรา การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในการเมือง หวังว่ารัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สุขภาพ และการศึกษาได้จริง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย โยนหน้าที่ หัวหน้า-เลขา คุยกล้าธรรม

Scroll to top