การจัดตั้งรัฐบาล

พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ชาดาต้อนรับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยหลังเลือกตั้งมากเลยนะครับ โดยเฉพาะเหตุการณ์ พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ที่กลายเป็นประเด็นร้อนฮือฮาไปทั่วโซเชียล มาดูกันครับว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนัยยะทางการเมืองที่อาจตามมาจะเป็นอย่างไร

พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และมีประสบการณ์ยาวนานในเรื่องความมั่นคงชายแดนใต้ ได้เดินทางเข้ามายังทำการพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยและ ส.ส.อุบลราชธานี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่ ส.ส.ยังไม่ได้รับรองอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายคนตีความว่านี่อาจเป็นสัญญาณการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่

ชาดาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง อุบเรื่องชวนร่วมรัฐบาล

นายชาดาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าการเชิญพล.อ.รังษีมาร่วมสนทนาในครั้งนี้ เพื่อปรึกษาเรื่องเส้นทางการเมืองและประสบการณ์ด้านปัญหาชายแดน ซึ่งพล.อ.รังษีมีความเชี่ยวชาญสูงสุดคนหนึ่งในวงการทหารและการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวถามตรงๆ ว่ามันเป็นการส่งสัญญาณชวนร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชาดาก็ยิ้มรับและอุบไว้ก่อน โดยบอกว่า “ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้นครับ เพราะ ส.ส. ยังไม่ได้รับรอง” คำตอบแบบนี้ชวนให้คิดนะครับว่า ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจและเจรจา

นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงนโยบายของทั้งสองพรรคที่ดูจะไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคงชายแดน นายชาดายังชื่นชมพรรคเศรษฐกิจว่าทำงานได้ดี และยกย่องทุกพรรคที่รอดเข้ามาในสภา รวมถึงพรรคที่ไม่รอดด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เปิดกว้างของแกนนำภูมิใจไทย

มุมมองต่อปมนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

อีกประเด็นที่นายชาดาพูดถึงคือกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่จากบางภาคส่วน เขามองว่า “ถ้าไม่สบายใจก็นับใหม่ทั้งประเทศไปเลยครับ จะได้รู้กันไปว่าสิ่งที่สงสัยกับสิ่งที่เป็นจริงต่างกันอย่างไร คนที่โกงจะได้เผยโฉม หรือถ้าไม่ได้โกงจะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์” คำพูดนี้สะท้อนถึงความโปร่งใสที่พรรคภูมิใจไทยยึดถือ และอาจช่วยคลายข้อกังขาในสังคมได้บ้าง

มาดูกันครับว่าประเด็นหลักที่ทั้งสองฝ่ายน่าจะคุยกันมีอะไรบ้าง:

  • เส้นทางการเมืองหลังเลือกตั้ง: การรวมพรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง
  • ปัญหาชายแดนใต้: ประสบการณ์พล.อ.รังษีช่วยเสริมจุดแข็งให้ภูมิใจไทย
  • นโยบายเศรษฐกิจ: คล้ายคลึงกันในเรื่องกระจายอำนาจท้องถิ่น
  • ความโปร่งใสเลือกตั้ง: ยอมรับการตรวจสอบเพื่อความเชื่อมั่น

จากมุมมองของผม การที่ พล.อ.รังษี รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเยี่ยมเยียนธรรมดา แต่เป็นการวางหมากสำคัญในเกมการเมืองไทยยุคใหม่ พรรคเล็กอย่างเศรษฐกิจที่มี ส.ส.ไม่กี่คน หากรวมกับพรรคใหญ่ที่มีที่นั่งหลักร้อย อาจกลายเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังได้ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนที่ภูมิใจไทยเองก็ให้ความสำคัญ

หลังจากนี้เราน่าจะเห็นการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ สถานการณ์รัฐบาลยังคลุมเครือ พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และภูมิใจไทยกำลังเจรจาอย่างเข้มข้น ถ้าพรรคเศรษฐกิจเข้ามาร่วม จะช่วยเพิ่มน้ำหนักด้านความมั่นคงได้ดีทีเดียว

คุณล่ะครับ คิดว่าพล.อ.รังษีจะตัดสินใจยังไง? จะร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยหรือไม่? มาคอมเมนต์แบ่งปันความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ถ้าชอบ และติดตามบล็อกเราเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์!

สุดท้ายนี้ การเมืองไทยกำลังน่าติดตามมากขึ้นทุกวัน หวังว่าทุกฝ่ายจะมุ่งเน้นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลักนะครับ

ที่มา – “พล.อ.รังษี” รุดเข้าพรรคภูมิใจไทย มี “ชาดา” ต้อนรับ อุบชวนร่วมรัฐบาล คุยการเมือง-เรื่องชายแดน

นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มีกล้าธรรม ยันรอคะแนนใหม่

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังร้อนระอุ เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ล่าสุด นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกฝ่าย

นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 (น่าจะเป็น 2567) นายอนุทิน ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจก้าวก่ายการตัดสินใจของ กกต. ไม่ว่าผลการนับคะแนนใหม่จะส่งผลกระทบต่อคะแนนของพรรคภูมิใจไทยในเขตต่างๆ หรือไม่ พรรคก็พร้อมยอมรับผลที่ประชาชนตัดสินใจอย่างแท้จริง สำหรับการดูแลผู้ชุมนุมนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจบานปลาย

ยินดีรอผลนับคะแนนใหม่เพื่อความสบายใจของประชาชน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้จะอยากจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ แต่หากต้องรอการนับคะแนนใหม่เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ รัฐบาลรักษาการก็พร้อมรอได้ เนื่องจากยังสามารถเดินหน้าทำงานต่อเนื่องได้ ในช่วงนี้ พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมความพร้อมหลายด้าน เช่น การร่างนโยบายหลักที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภาเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น การชี้แจงเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสของผู้นำ

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชี้ว่าการล่าช้าออกไปมากเกินไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ เพราะประชาชนต้องการรัฐบาลที่มั่นคงเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ค้างคา โดยเฉพาะในปีที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าแบบนี้

ปัดข่าวลือพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เสี้ยมเรื่อง “กล้าธรรม”

เมื่อถูกถามถึงความชัดเจนของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคสีเขียวและพรรคสีแดง รวมถึงกระแสข่าวลือว่าจะไม่นำ “พรรคกล้าธรรม” มาร่วม นายอนุทิน ตอบแบบอารมณ์ดีว่า “มีในใจทุกสี” และชี้ว่าสื่อบางแห่งพยายาม “เสี้ยม” ให้เกิดประเด็น โดยยังไม่สามารถระบุจำนวนเสียงแน่นอนได้ ต้องรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ก่อน คำพูดนี้ทำให้หลายคนตีความว่านายกฯ ไม่ได้ปิดประตูพรรคใดๆ แต่เน้นความเป็นเอกภาพเพื่อประโยชน์ชาติ

  • จุดยืนหลักของนายกฯ อนุทิน: ยอมรับผลนับคะแนนใหม่ ไม่ก้าวก่าย กกต.
  • รัฐบาลรักษาการทำงานต่อเนื่อง เตรียมร่างนโยบายแล้ว
  • ปฏิเสธข่าวลือเรื่องไม่รับพรรคกล้าธรรม บอกอย่าเสี้ยม
  • เร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาประชาชน
  • ดูแลผู้ชุมนุมตามกฎหมาย

ประเด็น นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้ สะท้อนถึงสไตล์การสื่อสารแบบตรงไปตรงมาของนายอนุทิน ที่มักใช้ภาษาพูดแบบประชานิยมผสมอารมณ์ขัน ทำให้ใกล้ชิดประชาชน ในบริบทการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการเลือกตั้ง การยืนยันเช่นนี้ช่วยลดความตึงเครียดได้บ้าง แต่ก็ยังต้องจับตาการตัดสินใจของ กกต. ต่อไป

จากมุมมองกว้างขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้เผชิญปัญหาความไม่เชื่อมั่นจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัตรเลือกตั้งสูญหาย การนับคะแนนผิดพลาด หรือข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน หาก กกต. ตัดสินใจนับใหม่จริง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยได้หรือไม่? หรือจะยิ่งทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป ส่งผลต่อนโยบายเร่งด่วนอย่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสวัสดิการประชาชน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลรักษาการ ยังคงผลักดันโครงการสำคัญ เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการควบคุมราคาสินค้า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้หยุดนิ่ง แม้จะรอผลการรับรองพรรค

สุดท้ายแล้ว สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนักการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อความมั่นคงของชาติ คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี? เชื่อว่านับคะแนนใหม่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย เป็นประเด็นร้อนหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามข้อมูล) ที่พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 3 สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และคำให้สัมภาษณ์สำคัญๆ กัน

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยคึกคักตั้งแต่เช้า แกนนำพรรคทยอยเข้ามา เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ใช้ประตูหลังเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยตอน 13.59 น. ว่า ยังไม่มีการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเรื่องร่วมรัฐบาล เพียงแค่มา

คุยกันเฉยๆ

ชูศักดิ์ย้ำต้องคิดให้หนักก่อนร่วมรัฐบาล

เวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ต่ำกว่าคาดจากหลายปัจจัย มีทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมรัฐบาล ต้องฟังทุกฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ เพราะมีผลต่ออนาคตการเมืองครั้งหน้า ย้ำว่าต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ต่อมา 15.50 น. นายจุลพันธ์ยอมรับเสียใจผลเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ตั้งหลักได้แล้ว พรรคมี ส.ส.เกือบ 80 คน ไม่ใช่น้อย จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ สำหรับข่าวลือพรรคภูมิใจไทยทาบทาม พรรคเพื่อไทยยังไม่ถูกทาบ และรอให้พรรคเสียงมากสุดนำจัดตั้ง จุดยืนเปิดกว้าง หากตรงอุดมการณ์-นโยบาย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วิเคราะห์ผลเลือกตั้งและบทเรียนพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ชี้ว่าผลต่ำกว่าคาดเพราะตั้งเป้าสูงเพื่อประชาชน แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แม้มีอุปสรรคจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก่อนหน้า แต่ฐานเสียงยังอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.เกือบ 80 ที่จะทำงานต่อ ในพื้นที่เชียงใหม่ที่แคนดิเดตนายกฯ 2 คนไม่ได้ที่นั่ง ไม่ใช่ปิดฉาก แต่ต้องปรับปรุงนโยบาย ตัวบุคคล ให้ตอบโจทย์มากขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์ เป็นสถาบันการเมืองที่พร้อมสู้ครั้งหน้า

ส่วนปัจจัยแพ้ เช่น กระแสชาตินิยมช่วยภูมิใจไทย คลิปอังเคิลกระทบ หรือยกจังหวัดในพื้นที่แข็ง นายจุลพันธ์บอกมีหลายองค์ประกอบ จะลงพื้นที่ถอดบทเรียนกับเลขาฯประเสริฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ย้ำให้รอหัวหน้าพรรค

  • ยังไม่มีการทาบทามจากภูมิใจไทย
  • ตัดสินใจจากอุดมการณ์-นโยบายเป็นหลัก
  • พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ รักษาฐานเสียง
  • เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเลือกตั้งหน้า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งนี้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนนำ จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 มีบทบาทสำคัญหากถูกเชิญ แต่จุลพันธ์ย้ำ “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย ทำให้อนาคตยังเปิดกว้าง

มุมมองอนาคต: พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง?

จากประสบการณ์การเมืองไทย พรรคที่ปรับตัวดีมักคัมแบ็คได้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประชาชนศูนย์กลาง หากถอดบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่แดนไทบ้านอย่างเชียงใหม่ และจัดการปัจจัยภายนอก น่าจะกลับมานำในอนาคต ในมุมนี้ การไม่รีบตัดสินใจร่วมรัฐบาลแสดงถึงความรอบคอบ

ติดตามพัฒนาการการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ เราจะอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดเพื่อคุณ! ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยต้องเน้นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อประชาชนจริงๆ ถึงจะยั่งยืน

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

“อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

หลังผลการเลือกตั้งเริ่มนับคะแนน “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยคะแนนที่เกินคาดมาก! แต่ยังไม่ยอมเปิดปากเรื่องจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมด้วยหรือเปล่า วันนี้เรามีรายละเอียดมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ

“อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.20 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ตอบสื่อมวลชนแบบกั๊กๆ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะจับมือกับใครบ้าง เขาบอกว่ายังรอผลรับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการก่อน แต่ละพรรคต้องประชุม กก.บห. เพื่อกำหนดท่าทีกันก่อน ยังมีเวลาให้ทุกอย่างชัดเจน

เมื่อสื่อถามตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะมาร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยไหม อนุทินย้ำว่า “วันนี้ขอพูดถึงพรรคภูมิใจไทยก่อน” แบบไม่ยอมฟันธง สไตล์นักการเมืองตัวจริง! ส่วนหลักยึดในการจัดตั้งรัฐบาล เขาบอกต้องรอประชุม กก.บห. หลังเห็นตัวเลขนิ่งๆ แล้ว

เงื่อนไขรองนายกฯ และแพ็ก 4 ยังยืนยง?

ถ้าถึงจุดจัดตั้งรัฐบาลได้ เงื่อนไขเรื่องรองนายกฯ ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยังเหมือนเดิมไหม? อนุทินยืนยันว่า “แพ็ก 4 เป็นตัวยืน รองนายกฯ ถ้าจัดตั้งได้จริง” ถ้าตัวเลข ส.ส. ตรงตามสื่อ คะแนนที่ได้ถือว่าเกินคาดสุดๆ

ส่วนจะต้องรวบรวม ส.ส. กี่คนถึงจะแข็งแรงในสภา? เขาบอกต้องรอตัวเลขนิ่งก่อน นโยบายเร่งด่วนแรกๆ ก็มีครบ ไม่ได้ระบุชัด แต่ยืนยันปัญหาชายแดนตอนนี้นิ่งสนิทแล้ว กองทัพเฝ้าระวังเต็มที่ ไม่ต้องขุดคุ้ยเก่า

หลายคนสงสัยว่าการแก้ปัญหาชายแดนช่วยให้ชนะเลือกตั้งหรือเปล่า? อนุทินตอบสวยๆ ว่า “พี่น้องประชาชนทำให้ชนะ” ไม่กล้าละลาบละล้วง แต่คะแนนที่ได้คือข้อสั่งการจากประชาชน และเกินคาดจริงๆ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีตัวเองยังไม่พูดตอนนี้ ชู “มืออาชีพ” เป็นจุดแข็งที่ทำให้ได้ ส.ส. เยอะขนาดนี้

  • คะแนนพรรคภูมิใจไทยเกินคาด สร้างเซอร์ไพรส์
  • ยังกั๊กเรื่องจับขั้ว ไม่ยอมฟันธงพรรคกล้าธรรม
  • รอผลทางการและประชุม กก.บห. ก่อนตัดสินใจ
  • แพ็ก 4 รองนายกฯ พร้อมลุยถ้าถึงจุดนั้น

สถานการณ์ตอนนี้ตื่นเต้นมาก พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นดาวเด่นหลังเลือกตั้ง คะแนนที่ได้ไม่ใช่แค่เกินคาด แต่ยังสะท้อนความไว้วางใจจากประชาชน การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้คงต้องลุ้นหนัก ว่าจะมีพรรคไหนมาร่วมบ้าง โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่เป็นข่าว

ในมุมมองของผม การที่อนุทินเล่นแบบกั๊กๆ นี่แหละคือกลยุทธ์ชั้นเลิศ รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อนค่อยถอดรหัส จะได้ไม่เสียเปรียบ ถ้าคุณเป็นแฟนข่าวการเมือง ติดตามต่อได้ที่บล็อกนี้เลยนะ เพราะเราจะอัปเดตทุกมุมมองให้ฟังแบบไม่พลาด!

ที่มา – “อนุทิน” รับได้คะแนนเกินคาด กั๊กจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่

“หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 บรรยากาศบริเวณหน้าอาคารอนาคตใหม่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เมื่อ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะผู้สนับสนุนที่ยังคงรวมตัวกันให้กำลังใจ แม้ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจะเผยว่าพรรคไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หัวหน้าเท้งไม่ยอมแพ้ กลับใช้โอกาสนี้ปลุกใจให้ทุกคนสู้ต่อไปในฐานะฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง

หัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

หลังการแถลงข่าวประเมินสถานการณ์เลือกตั้ง นายณัฐพงษ์กล่าวกับมวลชนที่มาร่วมด้วยหัวใจว่า ทุกคนเชื่อมั่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนคือทางออกของประเทศ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรคได้ทำงานหนัก สร้างความสำเร็จมากมายร่วมกับประชาชน แม้คะแนนจะยังไม่พอตั้งรัฐบาล แต่การต่อสู้ไม่หยุดนิ่ง หัวหน้าเท้งย้ำชัด ‘อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดหวัง สู้ด้วยกันต่อไป’ คำพูดนี้ทำให้ผู้สนับสนุนหลายคนน้ำตาคลอ สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

พรรคประชาชนที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะพลาดโอกาสเป็นรัฐบาล แต่บทบาทฝ่ายค้านจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ ผลักดันนโยบายเพื่อประชาชนต่อไป

รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน

ไอซ์ รักชนก ยิ้มสู้ต่อ หลังสุชาติ ชมกลิ่น โชว์กินส้มเย้ย

ในส่วนของนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ แคนดิเดตส.ส.ชลบุรี เขต 1 ได้เดินออกมาพบมวลชนด้วยรอยยิ้มสดใส ยืนยันว่าถ้าประชาชนไม่ท้อ พรรคก็ไม่ท้อเช่นกัน แม้เขตนี้จะแพ้ให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย ที่โชว์กินส้มตำเย้ยชัยชนะ แต่ไอซ์เลือกส่งยิ้มกว้าง ไม่ตอบโต้ใดๆ แสดงถึงความเข้มแข็งและไม่ยั่วยุ

สุชาติ ชมกลิ่น กินส้ม

บทบาทฝ่ายค้าน: สู้ต่อเพื่อประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ไม่ใช่แค่คำปลอบ แต่เป็นกลยุทธ์ชัดเจน พรรคประชาชนจะใช้ตำแหน่งฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลใหม่ ผลักดันประเด็นสำคัญ เช่น การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และนโยบายที่เป็นประชาชนนิยม

  • ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลอย่างโปร่งใส
  • ผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิประชาชน
  • ติดตามคดีทางการเมืองที่ค้างคา
  • สร้างเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ
  • เตรียมพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นและครั้งหน้า

จากประสบการณ์ในอดีต ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอย่างพรรคก้าวไกลเคยเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้มากมาย ครั้งนี้พรรคประชาชนจะสานต่อ sứภพนั้น โดยมีนายณัฐพงษ์เป็นผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือ

วิเคราะห์สถานการณ์หลังเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ ได้เปรียบในการเจรจาตั้งรัฐบาล แต่พรรคประชาชนคว้าที่นั่งส.ส.จำนวนมากพอเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลัก สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลใหม่ต้องระวังตัวมากขึ้น การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีพลังมากกว่าเดิม

ในมุมมองส่วนตัว แม้จะหัวหน้าเท้งจะยอมรับวืดตั้งรัฐบาล แต่ทัศนคติไม่ท้อนี้คือกุญแจสำคัญที่จะนำพรรคไปสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในอนาคต พลังของมวลชนที่รวมตัวกันคืนนั้นพิสูจน์แล้วว่าความหวังยังไม่ดับ

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ แล้วสู้ต่อไป!

ที่มา – “หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ปลุกใจสู้ต่อในฐานะฝ่ายค้าน

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส.เกิน 180

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทยกันเลยดีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่ “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ครม. ให้ทีมงานหลักอย่างเอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี นี่มันน่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจสุดๆ กับผลโพลล่าสุด และพร้อมลุยตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจใคร!

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ เมื่อถูกถามถึงผลโพลที่คาดว่าพรรคจะได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่ง รองหัวหน้าพรรคตอบกลับแค่ว่า สาธุ! ฟังดูแล้วเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของสาวกภูมิใจไทยกระแทกตึกเลยทีเดียวครับ

นายอนุทินยังย้ำชัดว่าต้องใจเย็น รอผลเลือกตั้งจริงๆ ก่อน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยเคารพเสียงประชาชนเสมอ ไม่รีบร้อนพูดอะไรล่วงหน้า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการจับขั้ว ส้ม แดง ฟ้า กับ น้ำเงิน แต่คุณอนุทินบอกว่าเห็นแค่น้ำเงินสู้กับส้มแดงฟ้าเมื่อ 2 วันก่อน และน้ำเงินคนเดียวเท่านั้นเอง ฮ่าๆ แบบนี้คือมั่นใจในพรรคตัวเองสุดๆ เลยนะ

ล็อกเก้าอี้ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง

ไฮไลต์อีกเรื่องที่แฟนๆ สนใจคือการประกาศล็อกเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย โดยนายอนุทินชี้ชัดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ครม.ได้ 36 คนรวมนายกฯ ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไร

คุณอนุทินย้ำว่านี่คือเงื่อนไขของพรรค หากได้เป็นหัวขบวน ไม่ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมก่อนหรอก เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำ ฟังดูแล้วทีมงานคู่ใจเหล่านี้คงเตรียมตัวรอจ็อกเก็ตกันแล้วล่ะครับ!

เงื่อนไขจับขั้วรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นายอนุทินบอกว่าต้องรอขั้นตอนรับรองสถานะ ส.ส. ก่อน เพราะนายกฯ ต้องได้รับการขานชื่อในสภา หลังจากนั้นค่อยประสานจับขั้ว ไม่ยากหรอกครับ ตนพูดมาตลอดว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อน แล้วพรรคจะทำตามความต้องการของประชาชนให้ถูกใจที่สุด

ส่วนมิติใหม่ในการจับขั้ว? ไม่มีหรอก ต้องดูจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้วฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก สามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

  • เคารพซึ่งกันและกัน
  • นโยบายไม่เคลือบแคลง ผิดศีลธรรม เช่น กาสิโน
  • ไม่แตะหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • ไม่แก้ ม.112

กรอบเงื่อนไขแคบๆ แต่ชัดเจน พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจเองในคณะบริหารพรรค ไม่ใช่บุคคล

หลังเลือกตั้งประมาณ 20.00-21.00 น. คงรู้ผลชัดเจน แต่คุณอนุทินบอกใจเย็นๆ ก่อน อย่ารีบฟอร์มรัฐบาลเชิญหารือทันที ต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้อง

วิเคราะห์สถานการณ์: พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำได้จริงไหม?

จากผลโพลที่ออกมาแบบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นแกนนำจริงๆ โดยเฉพาะหากได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่งตามที่คาด แต่การเมืองไทยมันพลิกผันได้เสมอนะครับ ต้องรอวันจริงๆ ถึงจะรู้ อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของนายอนุทินครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน เงื่อนไข และนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นหลัก

ในมุมมองของผม การประกาศล็อกเก้าอี้ครม. ล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรวมใจสมาชิกพรรคและสร้างภาพลักษณ์แข็งแกร่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเร่งรีบเกินไป คุณล่ะคิดยังไง?

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจริง คงเห็นการทำงานที่รวดเร็วและฟังเสียงประชาชนมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกพรรคเคารพผลโหวต และเดินหน้าประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าผลเลือกตั้งจะออกมายังไง? พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮาในวงการเมืองเลย นั่นคือ ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย หลังจากที่มีดราม่าปมซื้อเครื่องบินของ “สุริยะ” ต่อจาก “เบน สมิธ” ซึ่งหลายคนตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับทุนสีเทา รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้ออกมาท้าทายพรรคประชาชนให้แสดงจุดยืนชัดเจน อย่าให้แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” กลายเป็นแค่คำขอคะแนนเสียงเท่านั้นเอง

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร มองว่าหลังเลือกตั้งจบแล้ว การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นขั้นต่อไป ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลกว้างมากเพราะไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก แต่ถ้าพรรคประชาชนได้ที่ 1 ควรเจรจากับภูมิใจไทยก่อนเลย และที่สำคัญ พรรคประชาชนต้องประกาศตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า จะไม่จับมือกับเพื่อไทย เพื่อยืนยันสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ที่เคยชูมาตลอด

ทำไมถึงต้องท้าแบบนี้? เพราะพรรคประชาชนเคยประกาศไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรมแล้ว และแคมเปญนี้เน้นต่อต้านทุนสีเทา การเมืองสะอาด แต่ตอนนี้เพื่อไทยโดนจับตาหนัก จากหลายประเด็น เช่น ข้อครหาเชื่อมโยงทุนสีเทา คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัล และผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ที่ถูกหาว่าเกี่ยวพนันออนไลน์

ปมสุริยะซื้อเครื่องบินจากเบน สมิธ สะเทือนวงการ

ประเด็นร้อนสุดคือกรณี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจาก นายเบน สมิธ ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา และอาจโยงไปถึงเส้นเงินของ “ยิม เลียก” กลุ่มทุนสีเทาใหญ่โต รศ.ธนพร บอกชัด ถ้าพรรคประชาชนอยากยืนยัน “มีเรา ไม่มีเทา” จริง ต้องตัดเพื่อไทยออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่แรก มิฉะนั้นจะถูกมองว่าเป็นแค่กลยุทธ์หาเสียง

  • พรรคประชาชนต้องประกาศจุดยืนชัดเจนก่อนเลือกตั้ง
  • หลีกเลี่ยงพรรคที่มีข้อครหาทุนสีเทา
  • เจรจากับพรรคที่โปร่งใสอย่างภูมิใจไทยก่อน
  • ย้ำแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ให้เป็นจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรม

รศ.ธนพร ยังแซวด้วยว่า ถ้านายสุริยะเป็น “อาเจ็ก” ของนายธนาธร แล้วยังตีมึนร่วมรัฐบาลกัน ประชาชนก็ตั้งคำถามได้เต็มที่ว่า คำขวัญนี้เป็นแค่เครื่องมือขอคะแนนหรือเปล่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดมาก พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการเจรจาและจุดยืนที่ชัดเจน

ส่วนตัวผมคิดว่า การเมืองไทยควรมีจุดยืนต่อต้านทุนสีกเทาให้จริงจังกว่านี้ เพราะปัญหาสแกม พนันออนไลน์ ส่งผลกระทบประชาชนโดยตรง ถ้าพรรคประชาชนทำตามที่ธนพรท้า ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย มันจะเป็นสัญญาณดีให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นภาพชัด คุณล่ะคิดยังไง? พรรคประชาชนจะกล้าประกาศไหม หรือจะเงียบเพื่อโอกาสจัดตั้งรัฐบาล?

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – อย่าให้เป็นแค่คำขอคะแนน “ธนพร” ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา

“ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

“ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสนใจในแวดวงการเมืองไทยช่วงใกล้วันเลือกตั้ง เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร ส.ส. เขตอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงการคาดหวังที่นั่ง ส.ส. ของพรรค และปฏิเสธข่าวลือเรื่องการดีลแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีล่วงหน้า ข่าวนี้ไม่เพียงยืนยันจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย แต่ยังสะท้อนมุมมองของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ต่างตั้งเป้าไว้สูง รอประชาชนตัดสินใจในวันสำคัญ 8 กุมภาพันธ์ 2569

“ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าพรรคอาจได้ ส.ส. กว่า 200 ที่นั่ง โดยย้ำว่าทุกพรรคต่างคาดหวังสูง เช่น พรรคกล้าธรรม (กธ.) ตั้งเป้า 80-90 ที่นั่ง พรรคประชาชน (ปชน.) ล่าสุดบอกว่าอาจได้ถึง 300 ที่นั่ง หากรวมกันก็เกือบ 700-800 ที่นั่ง แต่สุดท้ายแล้ว ผลจริงอยู่ที่ประชาชนจะโหวตให้พรรคไหนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 8 ก.พ.

นายภราดร ยังชี้แจงเรื่องโพลของพรรคว่า ตนอยู่ในพื้นที่ ไม่ทราบรายละเอียด แต่เน้นย้ำว่าต้องรอผลเลือกตั้งจริง ส่วนกระแสข่าวการดีลเก้าอี้รัฐมนตรีล่วงหน้า เขาปฏิเสธทันทีว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มี รอให้ผลเลือกตั้งออกมาก่อน และดูว่าประชาชนไว้วางใจพรรคใด เมื่อถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่ เขาหยอกล้อด้วยอารมณ์ขันว่า “มีแต่โคกกระสุน ติดล้อยาง รั่วไปหมดแล้ว” ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ฝากข้อคิดถึง กกต. เรื่องความผิดพลาดเลือกตั้งล่วงหน้า

นายภราดร ยังฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ. โดยขอให้ตรวจสอบหากมีบกพร่องจริง และหามาตรการแก้ไข เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อน อาจทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เขาเชื่อว่ากกต. จะระมัดระวังมากขึ้นเพื่อความโปร่งใส

ประเด็นเยียวยาน้ำท่วม: อนุมัติครบก่อนยุบสภา ไม่ใช่ล่าช้า

อีกประเด็นสำคัญที่นายภราดร ชี้แจงคือ เรื่องเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าล่าช้า โดยยืนยันว่า ครม. อนุมัติเงินทั้งหมดก่อนยุบสภาแล้ว เช่น เงิน 9,000 บาท 2 รอบ รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท และเงินขั้นบันไดในภาคกลาง เหนือตอนล่าง และใต้บางส่วน

  • รอบที่ 1: เงิน 9,000 บาท อนุมัติครบ
  • รอบเพิ่มเติม: จากการลงทะเบียนใหม่ ทำให้ขาดเงิน 2.1 พันล้านบาท
  • สถานะล่าสุด: ครม. อนุมัติเพิ่ม แต่กกต. ไม่ให้ใช้หลังยุบสภา กำลังเสนอมติใหม่

นายภราดร อธิบายว่า หลังจ่ายเงินไปแล้ว มีประชาชนลงทะเบียนเพิ่ม ทำให้วงเงินไม่พอ จึงขอเพิ่ม 2 พันกว่าล้านบาท แต่ติดขั้นตอนขออนุญาตกกต. ในช่วงยุบสภา ล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมเสนอใหม่ ครม. จะมีมติใหม่และส่งกกต. อีกครั้ง โครงการนี้ไม่ใช่ใหม่ แต่เป็นการขอเพิ่มเพื่อชดเชยให้ครบถ้วน หากกกต. อนุมัติ ปภ. และจังหวัดพร้อมจ่ายทันที สำนักงบประมาณก็พร้อม ยืนยันครม. ไม่ได้ช้า เพียงแต่มีอุปสรรคช่วงเปลี่ยนผ่าน

ประเด็นนี้ถูกนำไปปราศรัยโดยพรรคอื่น แต่นายภราดร ย้ำว่าทุกอย่างเรียบร้อยก่อนยุบสภา เพียงรอสัญญาณจากกกต. ซึ่งจะช่วยเยียวยาประชาชนผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วมได้ทันท่วงที

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองใกล้เลือกตั้ง

จากคำสัมภาษณ์ของนายภราดร สะท้อนภาพรวมการเมืองไทยที่ทุกพรรคกำลังลุ้นผลเลือกตั้งอย่างเมามันส์ พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน ยังคงเป็นพรรคใหญ่ที่มีฐานเสียงมั่นคง โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลาง ข่าว “ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า นี้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์โปร่งใส ไม่รีบร้อนดีลก่อนผลออก ซึ่งอาจเป็นจุดขายสำคัญต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการความซื่อสัตย์

นอกจากนี้ เรื่องเยียวยาน้ำท่วมยังเป็นบททดสอบว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันบริหารจัดการภัยพิบัติได้ดีแค่ไหน แม้จะมีอุปสรรคจากกกต. แต่การแก้ไขอย่างรวดเร็วแสดงถึงความรับผิดชอบ หากคุณกำลังติดตามข่าวการเลือกตั้ง 2569 อย่าลืมตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งและออกมาใช้สิทธิในวัน 8 ก.พ. เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ

Insight สุดท้าย: การที่พรรคการเมืองยึดหลักรอผลประชาชนตัดสิน แสดงถึงหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ดีลใต้ดิน คุณคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ตามเป้า 200+ ที่นั่งหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ ให้ติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ภราดร” ยัน ภูมิใจไทย ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง สุดท้ายตัดสินกันวันที่ 8 ก.พ.

โฆษกเพื่อไทย จี้ไชยชนกปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

โฆษกเพื่อไทย จี้ไชยชนกปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในสถานการณ์ที่อาชญากรรมออนไลน์กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย การเคลื่อนไหวล่าสุดจากโฆษกเพื่อไทย จี้ “ไชยชนก” เร่งเอาผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังปูดถูกเสนอสินบน 40 ล้าน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรเหล่านี้ทันที หลังจากที่ไชยชนก ชิดชอบ ได้เปิดเผยในสภาผู้แทนราษฎรว่าถูกเสนอสินบนจำนวนมหาศาล เพื่อแลกกับการไม่ปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย

โฆษกเพื่อไทย จี้ “ไชยชนก” เร่งเอาผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งนายไชยชนกได้เล่าว่ามีบุคคลลึกลับติดต่อผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเงินสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน หากยอมละเลยการตรวจสอบและจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์พนันออนไลน์ แม้ว่านายไชยชนกจะปฏิเสธข้อเสนอนี้อย่างหนักแน่น แต่โฆษกเพื่อไทยมองว่าปัญหานี้ร้ายแรงเกินกว่าที่จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ เขาย้ำว่าต้องใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือนในการสืบสวนและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมให้กับประชาชน

นายดนุพร ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่สามารถปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในสมัยที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดิจิทัล ผู้ร้ายเหล่านี้ไม่กล้าปรากฏตัว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาคึกคักอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของการทำงานในยุครัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่เกี่ยวข้อง

สินบน 40 ล้านและความเสี่ยงต่อสังคม

การเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือนนี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความทะเยอทะยานของกลุ่มอาชญากรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ของไทย ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์หลอกลวงให้โอนเงิน หรือหลงเชื่อเว็บพนันที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ทำให้สูญเสียทรัพย์สินไปหลายพันล้านบาทต่อปี โฆษกเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามกฎหมายโดยด่วน หากเพิกเฉยอาจถูกมองว่าเป็นการละเว้นหน้าที่ หรือแม้กระทั่งการสมรู้ร่วมคิด

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามย้อนกลับอย่างเผ็ดร้อนถึงช่วงเวลาที่แก๊งเหล่านี้กลับมาปรากฏตัว ซึ่งตรงกับช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามามีบทบาทในรัฐบาล นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองและการทุจริตอาจเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลแนะนำว่าการเพิ่มกำลังพลในหน่วยงานปราบปรามไซเบอร์ และการร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน

  • ผลกระทบต่อประชาชน: การหลอกลวงทำให้สูญเสียเงินทองและความเชื่อมั่น
  • บทบาทของรัฐมนตรี: ต้องแสดงผลงานจริง ไม่ใช่แค่คำพูด
  • แนวทางแก้ไข: เสริมสร้างกฎหมายและเทคโนโลยีตรวจจับ

ในมุมมองของผู้เขียน การจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐมนตรีคนเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน หากเราต่อต้านการทุจริตได้สำเร็จ สังคมไทยจะปลอดภัยยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ประชาชนควรระมัดระวังการโทรศัพท์จากหมายเลขไม่รู้จัก และรายงานพฤติกรรมน่าสงสัยให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ที่มา – โฆษกเพื่อไทย จี้ “ไชยชนก” เร่งเอาผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังปูดถูกเสนอสินบน 40 ล้าน

Scroll to top