การเมืองสร้างสรรค์

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เชื่อว่าในช่วงการเมืองที่ดุเดือด หลายคนคงได้เห็นประเด็นดราม่าที่พรรคฝ่ายค้านมักจะออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดเกิดกรณีที่ “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่าทำไมการทำงานการเมืองถึงเบี่ยงเบนไปสู่การจับผิดส่วนตัวแทนที่จะเน้นเรื่องงานบริการประชาชน

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยตีความว่าเป็นภาพที่ต้องการสยบรอยร้าว แต่ทางด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่านี่เป็นการปั่นกระแสที่ปราศจากข้อเท็จจริง เพราะในความเป็นจริงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นและทำงานร่วมกันได้เป็นปกติไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด

เหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงยืนยันความสามัคคี

การที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมองข้ามข่าวลือที่พยายามจะสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่เป็นช่วงเวลาทองในการลงพื้นที่พบปะประชาชน แทนที่จะมาวนเวียนกับเรื่องการจินตนาการถึงรอยร้าวในพรรค ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพรรคเลยแม้แต่น้อย

  • การเมืองสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
  • การรับฟังปัญหาประชาชนควรเป็นลำดับความสำคัญแรกของฝ่ายค้าน
  • เลิกให้ความสำคัญกับการปั่นกระแสความขัดแย้งที่ไม่เป็นความจริง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การวิจารณ์ด้วยเหตุและผลเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเน้นสร้างข่าวเท็จเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน แทนที่จะมาจับผิดว่าใครทะเลาะกับใคร ควรเปรียบเทียบผลงานและนโยบายที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงจะดีกว่า หากทุกพรรคหันมาทำการเมืองด้วยความโปร่งใสและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องตามที่หาเสียงไว้ เชื่อว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองในสายตาประชาชนจะดูดีขึ้นอีกมาก

ที่มา – “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม

นายภราดรได้กล่าวชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ตนไม่ทราบว่านิยามของคำว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คืออะไร พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นเพียง ‘เอเจนท์’ หรือผู้แทนของประชาชนที่ได้รับคะแนนเสียงเข้ามาอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย โดยมองว่าทุกพรรคการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งต่างก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น

จุดเริ่มต้นของการเติบโตพรรคสีน้ำเงิน

ในประเด็นที่คนมักมองว่า ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม นั้น นายภราดรได้อธิบายความเป็นมาว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้จู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นมาเอง แต่การเติบโตมาจากการพิสูจน์ผลงานในช่วงที่เป็นรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย รวมถึงพรรคสีส้ม ทำให้พรรคสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจนมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นถึง 192 เสียง

  • การเมืองต้องเน้นผลงานมากกว่าวาทกรรม
  • ทุกพรรคมีหน้าที่เป็นเอเจนท์ของประชาชน
  • การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริหารประเทศคือหัวใจสำคัญ

นายภราดรยังฝากไปถึงฝ่ายค้านว่า แทนที่จะมาสร้างวาทกรรมใหม่ๆ หรือพยายามดิสเครดิตรัฐบาลด้วยคำว่าระบอบสีน้ำเงิน ควรหันกลับมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้กลไกของสภาในการตรวจสอบและท้วงติงด้วยเหตุผล เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าการโต้ตอบกันไปมา

โดยสรุปแล้ว เรื่องราวของ ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม สะท้อนให้เห็นว่าในโลกการเมืองยุคใหม่ การสร้างวาทกรรมอาจจะไม่ได้อยู่ยงคงกระพันเท่ากับการพิสูจน์ศักยภาพในการทำงานให้ประชาชนเห็น การเมืองสร้างสรรค์ที่เน้นการแก้ปัญหาปากท้องน่าจะเป็นคำตอบที่สังคมคาดหวังมากกว่าการใช้คำนิยามมาสร้างความขัดแย้งครับ

ที่มา – “ภราดร” ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน “เท้ง” มีแต่พรรคสีน้ำเงินที่เติบโตจากพรรคสีส้ม

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

วันสำคัญของประเทศไทยมาถึงแล้ว! วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนทั่วประเทศออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก และหนึ่งในนั้นคือศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือที่แฟนๆ รู้จักในนาม ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่เดินทางมาลงคะแนนพร้อมครอบครัวเต็มตัว เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพอบอุ่นที่สะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยทั้งประเทศ

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ

ดร.เอ้เลือกใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง โดยเฉพาะเมื่อเห็นดร.เอ้พาครอบครัวทั้งพ่อแม่ที่อายุใกล้ 90 ปี และภรรยามาร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในครอบครัวและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

ดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

หลังจากกดลงคะแนนเรียบร้อย ดร.เอ้เปิดใจอย่างอารมณ์ดีว่า “รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พาบิดา มารดา และภรรยามาใช้สิทธิ์พร้อมหน้ากัน โดยเฉพาะบิดามารดาที่อายุเกือบ 90 ปีแล้ว แต่ยังมีความตื่นตัวและตั้งใจมาเลือกตั้ง คุณพ่อคุณแม่กับผมอยู่เขตเดียวกัน เรียงต่อกันเลย ก็ดีใจที่คุณพ่อคุณแม่ก็จะ 90 แล้วนะครับ วันนี้ก็ยังตื่นเต้นมาเลือกตั้งด้วยกัน ทั้งครอบครัวเลยครับ” การที่ดร.เอ้เป็นลูกคนเดียว ทำให้พ่อแม่อยู่เคียงข้างในทุกก้าวสำคัญของชีวิต รวมถึงการก้าวเข้าสู่สนามการเมืองครั้งนี้

ครอบครัวดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้ง
ดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมครอบครัว

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจในผลการเลือกตั้ง ดร.เอ้ยืนยันชัดเจนว่า “มั่นใจครับ มั่นใจ เพราะผมพูดเสมอว่าผมทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ แล้วก็เชื่อมั่นว่าคนไทยเนี่ยต้องเปิดหัวใจ ให้พรรคการเมือง ให้คนทำงานการเมืองสร้างสรรค์ที่เน้นเรื่องนโยบายจริงๆ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน” บรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งเต็มไปด้วยผู้มาใช้สิทธิ์ที่ยิ้มแย้มและขอถ่ายรูป ทำให้ดร.เอ้มองว่านี่คือสัญญาณดีของการเมืองไทย

การเมืองสร้างสรรค์ที่ดร.เอ้พูดถึง คือแนวทางที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่การโจมตีกันเอง พรรคไทยก้าวใหม่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการพัฒนาประเทศ เช่น การศึกษา เศรษฐกิจ และสวัสดิการสังคม ซึ่งตอบโจทย์คนไทยในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ดร.เอ้ยังชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ โดยย้ำว่า “วันนี้ก็ต้องขอให้ออกมาใช้สิทธิ์ทุกคนเลยครับ เพราะว่าวันเลือกตั้งเนี่ย เป็นวันที่ประชาชนเนี่ย คือคนสำคัญที่สุดอย่างแท้จริงเลย ดังนั้นวันนี้ยังไงออกมาให้ทัน จะออกมาตอนเช้า ตอนกลางวันก็ได้ แต่อย่าให้มันสายนัก”

ข้อแนะนำจากดร.เอ้สำหรับวันเลือกตั้ง

  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด
  • ออกมาใช้สิทธิ์ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเช้าหรือบ่าย
  • เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม
  • มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยด้วยกัน

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ คือข้อความที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่วันลงคะแนน แต่คือจุดเริ่มต้นของการเมืองที่สร้างสรรค์และยั่งยืน เมื่อผู้สื่อข่าวหยั่งเชิงเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ดร.เอ้ยิ้มตอบว่า “วันนี้ก็พูดไม่ได้นะครับ มีในใจแน่นอนครับ”

ในมุมมองของเรา การเมืองสร้างสรรค์แบบนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อให้ก้าวข้ามความขัดแย้งมาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน คุณคิดอย่างไร? วันนี้คุณออกมาใช้สิทธิ์หรือยัง? มาช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าด้วยการโหวตให้กับนโยบายที่ตอบโจทย์จริงๆ กันเถอะ!

ที่มา – “ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ

ไทยก้าวใหม่เปิดที่ทำการพรรค คุณหญิงกัลยาอุทิศเพื่อลูกหลาน

พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดที่ทำการพรรคอย่างเป็นทางการ “สุชัชวีร์” ลั่นพร้อมเดินหน้าการเมืองสร้างสรรค์ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้าน “คุณหญิงกัลยา” ลั่นชีวิตที่เหลือ ขออุทิศสร้างโอกาสให้ลูกหลาน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 พรรคไทยก้าวใหม่จัดพิธีเปิดที่ทำการพรรคอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 14 อาคารไอทาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกพรรค และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมอย่างคึกคัก

บรรยากาศช่วงเช้าเริ่มด้วยพิธีทางศาสนาอิสลามเวลา 08.30 น. และพิธีทางศาสนาพุทธเวลา 09.30 น. โดยมี “เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช)” เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจิมหน้าประตูทางเข้า และพรมน้ำพระพุทธมนต์ภายในพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมมอบผ้ายันต์ให้แก่คณะผู้บริหารและผู้ร่วมงาน

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เป็นประธานเปิดบ้านพรรคอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า การเปิดที่ทำการพรรคในวันนี้ เสมือนเป็น “การขึ้นบ้านใหม่ เปิดหัวใจ เปิดความหวัง และเปิดพลังของคนรุ่นใหม่” เพื่อเริ่มต้นก้าวใหม่ของประเทศไทย

“การเมืองไทยต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และหันมาร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ พรรคไทยก้าวใหม่ไม่ได้มาเพื่อพูด แต่เรามาเพื่อทำ เรามีแนวทางชัดเจนในการแก้ปัญหาประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การแก้ปัญหาฉาบฉวย” นายสุชัชวีร์ กล่าว พร้อมย้ำว่า พรรคตั้งใจสร้างนักการเมืองคุณภาพที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน เปลี่ยนแปลงประเทศเริ่มจากการศึกษา การสร้างคุณภาพชีวิตใหม่ และการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

“ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือพลังในการสร้างอนาคตของลูกหลาน เราไม่ได้มาเพื่อขอกำลังใจ แต่มาเพื่อเดิมพันชีวิตของเราทุกคน เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้จริง” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวย้ำ

“คุณหญิงกัลยา”ขอสร้างโอกาสให้ลูกหลาน

ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า เจ้าประคุณสมเด็จธงชัยได้ให้โอวาทว่า “การศึกษาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศ” ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งผลักดัน เพื่อให้คนไทยทุกคน โดยเฉพาะเยาวชน สามารถใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ

“ชีวิตที่เหลือ ดิฉันจะขออุทิศเพื่อสร้างโอกาสให้กับลูกหลานคนไทยทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้และเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี” คุณหญิงกัลยากล่าวทิ้งท้าย

เชิญชวนคนเก่งมาร่วมงานกับพรรค

นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวเพิ่มเติมถึงความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมาถึงว่า พรรคไทยก้าวใหม่คือการรวมกันของคนที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำเรื่องยากให้สำเร็จ พรรคจะส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด เพราะเชื่อในพลังของคนท้องถิ่นและเครือข่ายอาสาไทยก้าวใหม่ที่กำลังขยายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจะชูนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคน เพราะการเปลี่ยนประเทศต้องเริ่มจากการสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็ง ซึ่งพลังของทุนมนุษย์และเศรษฐกิจนวัตกรรมคือทางออกของประเทศไทย ขณะเดียวกัน นโยบายเศรษฐกิจของพรรคก็มีความต่างจากพรรคการเมืองทั่วไป เพราะเศรษฐกิจของพรรคจะเริ่มจากคน ไม่ใช่จากตัวเลข เราจะเปลี่ยนจากโครงสร้างเก่าสู่เศรษฐกิจที่มีหัวใจ

“แม้จะเป็นมือใหม่ในการเมือง แต่พรรคไทยก้าวใหม่คือกลุ่มคนที่มีความเป็นมืออาชีพในสาขาวิชาชีพของตน พร้อมนำความเชี่ยวชาญมาสร้างการเมืองรูปแบบใหม่ และยังต้องการคนเก่ง คนรุ่นใหม่ มืออาชีพ ที่พร้อมเข้ามาขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยสามารถมาสมัครเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคได้ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งพรรคมีนโยบายที่จะส่ง สส. ลงสมัครรับเลือกตั้งทุกจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากนี้ เราจะเปิดตัวผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง เราจะทำสิ่งที่ควรทำให้กับทุกคน สิ่งที่ทุกคนอยากเห็นจากการเมืองไทย เพื่อให้ประเทศนี้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง” นายก้องเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย หากคุณมีความสนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย อย่าลังเลที่จะติดตามข่าวสารและกิจกรรมของพรรค

พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดที่ทำการพรรค “คุณหญิงกัลยา” ขอใช้ชีวิตที่เหลือ สร้างโอกาสให้ลูกหลาน

อนาคตที่สดใสรออยู่: พรรคไทยก้าวใหม่กับการสร้างโอกาสให้ลูกหลาน

การเปิดที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ มาร่วมกันสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับลูกหลานของเรา

ที่มา – พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดที่ทำการพรรค “คุณหญิงกัลยา” ขอใช้ชีวิตที่เหลือ สร้างโอกาสให้ลูกหลาน

เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์น หวัง ปชป. สู้สร้างสรรค์

แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความยินดีกับการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ร่วมต่อสู้กันอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากอคติ เพื่อให้ประเทศชาติก้าวเดินไปข้างหน้า

เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์นหัวหน้า ปชป. หวังสู้กันอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ นั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ การที่บุคคลที่มีเจตจำนงที่ดีกลับเข้ามาสู่การเมือง จะส่งผลให้ภาพรวมทางการเมืองนั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน การกลับมาในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงดำรงความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่อาจจะช่วยดึงดูดให้ผู้ที่เคยศรัทธาและห่างหายไป กลับมาร่วมสนับสนุนพรรคได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นพ.ชลน่าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การเมืองในยุคปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองว่าความเป็นประชาธิปัตย์ในรูปแบบเดิม ๆ นั้น จะยังสามารถตอบโจทย์ความนิยมและความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่

อนุสรณ์ชี้ เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์น หวังสร้างการเมืองสร้างสรรค์

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทย เคารพทุกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย และมีความเห็นว่าการแข่งขันทางการเมืองนั้นควรเป็นการแข่งขันกันด้วยนโยบายและแนวทางในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่การแข่งขันกันด้วยอำนาจหรืออคติ เพราะยิ่งพรรคการเมืองมีคุณภาพมากเท่าไหร่ ประชาชนก็จะยิ่งมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ประเทศไทยต้องการการเมืองที่สร้างสรรค์ ต้องการประชาธิปไตยที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ และต้องการการเมืองที่รับฟังกันมากกว่าการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ดังนั้น การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ อาจจะเป็นทั้งการทบทวนอดีตและเป็นการเริ่มต้นใหม่ ขออวยพรให้นายอภิสิทธิ์ สามารถสร้างพรรคให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า

การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับพรรคในอนาคต การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความยินดีและพร้อมที่จะแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาการเมืองไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์นหัวหน้า ปชป. หวังสู้กันอย่างสร้างสรรค์

Scroll to top