กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม
นายภราดรได้กล่าวชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ตนไม่ทราบว่านิยามของคำว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คืออะไร พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นเพียง ‘เอเจนท์’ หรือผู้แทนของประชาชนที่ได้รับคะแนนเสียงเข้ามาอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย โดยมองว่าทุกพรรคการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งต่างก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น
จุดเริ่มต้นของการเติบโตพรรคสีน้ำเงิน
ในประเด็นที่คนมักมองว่า ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม นั้น นายภราดรได้อธิบายความเป็นมาว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้จู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นมาเอง แต่การเติบโตมาจากการพิสูจน์ผลงานในช่วงที่เป็นรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย รวมถึงพรรคสีส้ม ทำให้พรรคสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจนมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นถึง 192 เสียง
- การเมืองต้องเน้นผลงานมากกว่าวาทกรรม
- ทุกพรรคมีหน้าที่เป็นเอเจนท์ของประชาชน
- การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริหารประเทศคือหัวใจสำคัญ
นายภราดรยังฝากไปถึงฝ่ายค้านว่า แทนที่จะมาสร้างวาทกรรมใหม่ๆ หรือพยายามดิสเครดิตรัฐบาลด้วยคำว่าระบอบสีน้ำเงิน ควรหันกลับมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้กลไกของสภาในการตรวจสอบและท้วงติงด้วยเหตุผล เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าการโต้ตอบกันไปมา
โดยสรุปแล้ว เรื่องราวของ ภราดร ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน เท้ง พรรคสีน้ำเงินเติบโตจากพรรคสีส้ม สะท้อนให้เห็นว่าในโลกการเมืองยุคใหม่ การสร้างวาทกรรมอาจจะไม่ได้อยู่ยงคงกระพันเท่ากับการพิสูจน์ศักยภาพในการทำงานให้ประชาชนเห็น การเมืองสร้างสรรค์ที่เน้นการแก้ปัญหาปากท้องน่าจะเป็นคำตอบที่สังคมคาดหวังมากกว่าการใช้คำนิยามมาสร้างความขัดแย้งครับ
ที่มา – “ภราดร” ปัดไม่มีระบอบสีน้ำเงิน สวน “เท้ง” มีแต่พรรคสีน้ำเงินที่เติบโตจากพรรคสีส้ม


