ข่าวต่างประเทศออนไลน์

กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมการพนันเชิงพาณิชย์กัมพูชา (CGMC) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ได้ร่วมกันปฏิบัติการกับหน่วยงานท้องถิ่น สั่งระงับและปิดธุรกิจกาสิโนรวม 4 แห่ง ในจังหวัดพระสีหนุ เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานปกปิดและฉ้อโกงโดยใช้ระบบเทคโนโลยี ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคดีที่ส่อ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งเลขที่ 01 ของรัฐบาลราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการรณรงค์กวาดล้างการฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี หรือการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์/หลอกลวงออนไลน์นั่นเอง

คณะทำงานนำโดย พลโท เซียง เซน รองเลขาธิการ CGMC ได้ประสานงานกับผู้บริหารจังหวัดพระสีหนุ กองบัญชาการตำรวจจังหวัด และกระทรวงแรงงานจังหวัด โดยมี นายชิว อิกคง รองอัยการศาลชั้นต้นจังหวัดพระสีหนุ เป็นผู้ประสานงานด้านกระบวนการทางกฎหมาย

กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รายชื่อกาสิโนทั้ง 4 แห่งที่ถูกคณะทำงานเข้าสั่งระงับและปิดผนึกใบอนุญาต มีดังนี้:

  • มติเลขที่ 028 GCCC ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จินเพ่ย กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จินเพ่ย กรุ๊ป
  • มติเลขที่ 029 GCCC ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท แคมโบเดียน เฮง ซิน เรียล เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จินเพ่ย
  • มติเลขที่ 030 ของคณะกรรมการบริหารคาสิโน ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จี.ซี. มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จี.ซี. คาสิโน
  • มติเลขที่ 031 ของคณะกรรมการบริหารคาสิโน ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จี.ซี. บริษัท จินเป่ย คาสิโน จำกัด เจ้าของกาสิโน จินเพ่ย 4 ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานปกปิดข้อมูลและฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากกาสิโนเหล่านี้ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบกระทำความผิดซ่อนเร้นการฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี

ทำไมกัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุผลหลักที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากกาสิโนเหล่านี้ถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ และการดำเนินงานของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก การปิดกาสิโนเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศกัมพูชา

ผลกระทบจากการที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจกาสิโนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติอีกด้วย รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชนว่า ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

การที่รัฐบาลกัมพูชาออกมาตรการจัดการขั้นเด็ดขาดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาชาติเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ

การตัดสินใจของกัมพูชาในการปิดกาสิโนเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ที่คิดจะใช้ประเทศเป็นฐานในการก่ออาชญากรรมว่า จะไม่มีที่ยืนในกัมพูชาอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ให้หมดสิ้นไปนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป การสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของการหลอกลวงออนไลน์ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – กัมพูชาสั่งปิด-ระงับธุรกิจกาสิโน 4 แห่งในสีหนุวิลล์ ส่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อียิปต์เปิดพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ โชว์สมบัติตุตันคามุน!

อียิปต์ได้ฤกษ์เปิดตัว พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ (Grand Egyptian Museum: GEM) อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรี และเชื้อพระวงศ์จากนานาชาติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับพีระมิดกีซา อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอียิปต์ และเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 100,000 ชิ้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไฮไลท์เด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ การจัดแสดงสมบัติจากสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุนแบบครบชุดเป็นครั้งแรก รวมถึงหน้ากากทองคำอันเลื่องชื่อ บัลลังก์ และราชรถโบราณ

การเปิด พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการก่อสร้างที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อาหรับสปริง การแพร่ระบาดของโรค และสงครามในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นและความพยายามของคนอียิปต์ก็ไม่สูญเปล่า

นายกรัฐมนตรีมุสตาฟา มัดบูลี กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็น “ของขวัญจากอียิปต์สู่คนทั่วโลก” จากประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปี และเป็นโครงการที่ “พวกเราทุกคนใฝ่ฝัน”

ในค่ำคืนแห่งการเปิดตัว ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี และแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมชมการแสดง แสง สี เสียง สุดตระการตา มีการฉายภาพสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม พร้อมกับการแสดงของนักเต้นที่แต่งกายในสไตล์ฟาโรห์ และนักร้องเพลงป๊อปชื่อดังของอียิปต์

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอลังการด้วยแสงเลเซอร์ ดอกไม้ไฟ และโดรนที่บินอยู่บนท้องฟ้าจนก่อตัวเป็นภาพอักษรไฮเออโรกลิฟฟิกที่เคลื่อนไหวได้ ประธานาธิบดีอัล-ซิซี กล่าวในการเปิดพิพิธภัณฑ์ว่า การเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้คือการ “เขียนบทใหม่ในเรื่องราวของชาติโบราณแห่งนี้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ คือการนำสมบัติทั้งหมดจากสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุนมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงหน้ากากทองคำที่เป็นสัญลักษณ์ บัลลังก์ ราชรถ และโลงหิน นอกจากนี้ ยังมีเทวรูปขนาดมหึมาของรามเสสที่ 2 ซึ่งเคยตั้งอยู่ใจกลางกรุงไคโรมานานหลายสิบปี ถูกนำมาประดับไว้ที่โถงทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้มีการออกแบบที่ทันสมัยและโดดเด่น ตัดกับภาพของพีระมิดอย่างลงตัว แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งเก่าใจกลางจัตุรัสทาห์รีร์ ซึ่งเปิดทำการมานานกว่าศตวรรษ และมีข่าวเกี่ยวกับการจัดการที่ไม่เรียบร้อยอยู่บ่อยครั้ง

GEM ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคาร แต่เป็น “ปรัชญา” และเป็น “คำตอบของอียิปต์ต่อพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์หรือบริติชมิวเซียม” โดยมีความหมายว่า GEM นั้น “เกิดจากความถูกต้องแท้จริง” ไม่ได้มาจากการล่าอาณานิคม

พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับเงินกู้เพื่อการพัฒนาจากประเทศญี่ปุ่น ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกไอริช Heneghan Peng ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 120 เอเคอร์ คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 8 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอียิปต์ได้อย่างมหาศาล

พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์

เตรียมตัวพบกับสมบัติฟาโรห์ตุตันคามุน

การเปิด พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาทางวัฒนธรรมของอียิปต์ และเป็นการเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้สัมผัสกับอารยธรรมอันรุ่งเรืองของอียิปต์โบราณอย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่วางแผนจะเดินทางไปอียิปต์ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโบราณวัตถุล้ำค่า และได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของฟาโรห์และอาณาจักรอียิปต์

นอกจากสมบัติของตุตันคามุนแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีสิ่งของอื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น

  • รูปปั้นขนาดใหญ่ของฟาโรห์
  • มัมมี่และโลงศพ
  • เครื่องประดับและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์โบราณ
  • งานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม

ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ สักครั้งในชีวิต

การเปิดพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอียิปต์เท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่โลกต้องจารึกไว้

ที่มา – อียิปต์เปิด “พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์” จัดแสดงสมบัติ “ตุตันคามุน” ครบชุดครั้งแรก

ด่วน! เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์

ตำรวจอังกฤษรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 10 ราย จากเหตุการณ์ใช้มีดแทงคนบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ ทางตะวันออกของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย 9 รายมีอาการบาดเจ็บถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต และเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน

เกิดเหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ ทางตะวันออกของอังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 10 ราย โดย 9 รายมีอาการบาดเจ็บถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน

ตำรวจการรถไฟของอังกฤษ เปิดเผยว่า ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายในการสอบสวน เพื่อเร่งรัดการตรวจสอบหาสถานการณ์และแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ที่เกิดขึ้น

คริส เคซีย์ ผู้กำกับการตำรวจการรถไฟกล่าวว่า “เรากำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วนเพื่อสืบหาสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด และอาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่เราจะสามารถยืนยันรายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติมได้” พร้อมย้ำว่าในระยะแรกนี้ ยังไม่เหมาะสมที่จะคาดเดาถึงสาเหตุของเหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์

ตำรวจเคมบริดจ์เชียร์ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 19:39 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ (1 พ.ย.) หลังมีรายงานว่ามีผู้ถูกแทงหลายรายบนรถไฟขบวน 18:25 น. จากเมืองดอนคาสเตอร์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ที่กำลังมุ่งหน้าสู่สถานีคิงส์ครอสในลอนดอน

รถไฟขบวนดังกล่าวได้หยุดลงที่สถานีฮันติงดัน โดยมีคลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ติดอาวุธได้บุกเข้าไปในรถไฟ และสามารถจับกุมชาย 2 คนได้ที่สถานี

พยานผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Sky News ว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่กำลังถือมีดขนาดใหญ่ได้ถูกตำรวจใช้ปืนช็อตไฟฟ้าเข้าควบคุมตัว ส่วนพยานอีกคนหนึ่งกล่าวกับบีบีซีว่าเห็นชายคนหนึ่งวิ่งลงจากรถม้าด้วยแขนที่เปื้อนเลือด พร้อมกับพูดว่า “พวกเขามีมีด รีบหนี” และชายคนหนึ่งก็ล้มลงกับพื้น

หน่วยบริการรถพยาบาลภาคตะวันออกของอังกฤษยืนยันว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ขนาดใหญ่ไปยังสถานีรถไฟฮันติงดัน ซึ่งรวมถึงรถพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินจำนวนมาก พร้อมเฮลิคอปเตอร์พยาบาล 3 ลำ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ด้านนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความกังวลอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด และขอบคุณเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็ว.

เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์

เหตุการณ์ เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ สร้างความตกตะลึงและความกังวลให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การเดินทางด้วยรถไฟซึ่งเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย ควรจะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกอุ่นใจ แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างความหวาดกลัวและตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบนรถไฟ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์

จากรายงานเบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 10 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 9 รายมีอาการสาหัส ทำให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนอย่างรวดเร็ว ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงและแรงจูงใจในการก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ตำรวจการรถไฟของอังกฤษกำลังทำงานร่วมกับหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงสาเหตุที่แน่ชัด

ผลกระทบและความกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินทาง

เหตุการณ์ เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ นี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการเดินทางโดยรถไฟ และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หลายคนอาจเริ่มกังวลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟ และอาจเลือกวิธีการเดินทางอื่นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนรถไฟและสถานี
  • การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม
  • การตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารอย่างเข้มงวดมากขึ้น
  • การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

มาตรการเหล่านี้อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และทำให้การเดินทางด้วยรถไฟกลับมาเป็นวิธีการเดินทางที่ปลอดภัยอีกครั้ง

ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ความปลอดภัยของประชาชนควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่ประชาชน จะช่วยลดความกังวล และสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางโดยรถไฟ

เหตุการณ์ เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีสถานที่ใดที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ และเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ การมีสติ และการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้

ที่มา – เหตุแทงกันบนรถไฟใกล้เมืองเคมบริดจ์ บาดเจ็บ 10 ราย ตำรวจจับผู้ต้องสงสัย 2 คน

ทรัมป์กำหนดเพดานรับผู้ลี้ภัยต่ำสุด 7,500 คน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กำหนดเพดานการรับผู้ลี้ภัยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,500 คน ในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ตามเอกสารจากทำเนียบขาวที่เผยแพร่ โดยระบุว่าการรับผู้ลี้ภัยจะมุ่งเน้นไปที่ชาวแอฟริกาใต้เชื้อสายยุโรป หรือ “อัฟริคานเนอร์”

ในเอกสารกำหนดผู้ลี้ภัยประจำปีลงวันที่ 30 กันยายน ทรัมป์ระบุว่าการรับผู้ลี้ภัยจะมุ่งเน้นไปที่ชาวแอฟริกาใต้เชื้อสายยุโรป หรือ “อัฟริคานเนอร์” ทรัมป์อ้างว่าชาวอัฟริคานเนอร์เผชิญกับการประหัตประหารจากเชื้อชาติในประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนผิวสี แม้ว่ารัฐบาลแอฟริกาใต้จะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

ทั้งนี้ ตัวเลข 7,500 คน นับว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ลี้ภัย 100,000 คน ที่ได้รับอนุญาตภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปีงบประมาณ 2024

ทรัมป์เคยสั่งระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดเมื่อเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม โดยกล่าวว่าจะเริ่มใหม่ก็ต่อเมื่อเป็น “ผลประโยชน์สูงสุดของสหรัฐฯ” เท่านั้น และไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เขาได้เริ่มความพยายามที่จะรับชาวอัฟริคานเนอร์ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสนับสนุนผู้ลี้ภัย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าจนถึงต้นเดือนกันยายน มีชาวแอฟริกาใต้เพียง 138 คน เท่านั้นที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้

ในเอกสารที่เผยแพร่ ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะพิจารณารับ “เหยื่อของการเลือกปฏิบัติที่ผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรมในมาตุภูมิของตน” เข้ามาด้วย นอกจากนี้ เอกสารภายในที่ร่างโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายนยังชี้ให้เห็นว่าอาจมีการให้ความสำคัญกับชาวยุโรป ที่ถูกกำหนดเป้าหมายเนื่องจากการแสดงความคิดเห็นบางอย่าง เช่น การต่อต้านการย้ายถิ่นฐานจำนวนมากหรือการสนับสนุนพรรคการเมืองประชานิยม แม้ว่ากลุ่มชาวยุโรปและกลุ่มอื่น ๆ จะไม่ได้ถูกระบุชื่อในแผนผู้ลี้ภัยที่เปิดเผยต่อสาธารณะของทรัมป์ก็ตาม

กฎหมายของสหรัฐฯ กำหนดให้ฝ่ายบริหารต้องปรึกษาหารือกับสมาชิกสภาคองเกรสก่อนการกำหนดจำนวนผู้ลี้ภัย แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคเดโมแครตระบุว่า การประชุมดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น

สส. เจมี่ รัสกิน สว. ดิก เดอร์บิน และสมาชิกสภานิติบัญญัติพรรคเดโมแครตคนอื่น ๆ ได้ออกแถลงการณ์ว่า การกำหนดเพดานผู้ลี้ภัยที่ต่ำของทรัมป์นั้น “ไม่เพียงแต่ไม่มีเหตุผลทางศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังผิดกฎหมายและเป็นโมฆะ”

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลทรัมป์คนหนึ่งโทษว่า การหารือล่าช้าเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และกล่าวว่าจะไม่มีการรับผู้ลี้ภัยใดๆ จนกว่าจะมีการหารือเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมในแคมเปญระดับโลกเพื่อลดการคุ้มครองผู้ลี้ภัย ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มุ่งหวังจะปรับเปลี่ยนกรอบการย้ายถิ่นฐานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง.

ทรัมป์กำหนดเพดานรับผู้ลี้ภัยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,500 คน

ทำไมทรัมป์ถึงกำหนดเพดานรับผู้ลี้ภัยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,500 คน

การตัดสินใจของทรัมป์ในการกำหนดเพดานรับผู้ลี้ภัยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,500 คน นั้นได้รับแรงผลักดันจากความเชื่อมั่นของเขาที่ว่าการรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากนั้นไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ เขามักจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และมองว่าการรับผู้ลี้ภัยเป็นภาระทางการเงินและสังคม

นอกจากนี้ การมุ่งเน้นไปที่ผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกาใต้เชื้อสายยุโรปยังสะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของทรัมป์ที่มักจะให้ความสำคัญกับกลุ่มคนบางกลุ่มมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ การตัดสินใจนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นสิ่งที่เลือกปฏิบัติและไม่ยุติธรรม

ผลกระทบของการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ที่ต้องการลี้ภัยไปยังสหรัฐฯ และอาจทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การจำกัดจำนวนผู้ลี้ภัยจะทำให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือหมดหวังและอาจส่งผลให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:

  • วิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงขึ้น
  • การอพยพย้ายถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดขึ้น
  • ภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียของสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำด้านมนุษยธรรม

การตัดสินใจของทรัมป์ในการกำหนดเพดานการรับผู้ลี้ภัยที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นั้นเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และอาจนำมาซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและต่อโลกโดยรวม เราหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทบทวนนโยบายนี้และดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ที่มา – ทรัมป์กำหนดเพดานรับผู้ลี้ภัยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,500 คน เน้นคนผิวขาวแอฟริกาใต้

สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เกาหลีใต้ โดยมีกำหนดพบหารือกับผู้นำแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย หลังประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลง “สงบศึกการค้าชั่วคราว” กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะร่วมการประชุมเอเปกประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีกำหนดการพบปะกับผู้นำหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีสีได้บรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินทางออกจากเกาหลีใต้และไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปกที่จัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน

ในการประชุมเอเปก ซึ่งมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน โดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวเปิดการประชุมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกกำลังทวีความรุนแรง และการค้าการลงทุนกำลังสูญเสียแรงผลักดัน โดยมีนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เป็นผู้แทนของทรัมป์

ความสนใจพุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม และคาดว่านายสีจะจัดการเจรจาครั้งแรกกับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การที่ทาคาอิชิขึ้นมาเป็นผู้นำอาจสร้างความตึงเครียดได้ เนื่องจากมุมมองชาตินิยมและนโยบายความมั่นคงที่แข็งกร้าว ของเธอ

หนึ่งในการดำเนินการแรกของทาคาอิชิหลังเข้ารับตำแหน่งคือการเร่งสร้างแสนยานุภาพทางทหาร เพื่อป้องปรามความทะเยอทะยานด้านอาณาเขตของจีนในเอเชียตะวันออก ขณะที่การควบคุมตัวพลเมืองญี่ปุ่นในจีนและข้อจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่น เช่น เนื้อวัว อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ก็คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุย

สำนักงานนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ยืนยันว่าเขาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อ เริ่มต้นความสัมพันธ์ในวงกว้างกับจีนอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ตกต่ำมานานหลายปี

ทั้งนี้ แคนาดาพยายามลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด เนื่องจากเผชิญกับสงครามการค้าที่รุนแรงกับสหรัฐฯ และต้องการหาตลาดใหม่ โดยจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของแคนาดา อย่างไรก็ตาม ในยุคของอดีตนายกฯ จัสติน ทรูโด มีเหตุการณ์พลเมืองแคนาดาถูกควบคุมตัวและถูกประหารชีวิตในจีน ทั้งยังมีการกล่าวหาว่าจีนเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาอย่างน้อยสองครั้ง นอกจากนั้น จีนประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดต่อการนำเข้าคาโนลาของแคนาดาในเดือนสิงหาคม หลังจากที่แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

ด้านทำเนียบรัฐบาลไทยระบุว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ หลังจากการลงนามใน “ถ้อยแถลงร่วม” กับกัมพูชา ที่มาเลเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประธานาธิบดีทรัมป์เป็นสักขีพยานในการลงนาม

ทรัมป์ชูตนเองในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพระดับโลก ขณะที่สี จิ้นผิง ได้บอกกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเจรจาและการปรองดองในประเด็นเร่งด่วนต่างๆ

ส่วนนายเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia มีกำหนดจะกล่าวปราศรัยในการรวมตัวของผู้บริหารที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดเอเปก ในช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ แม้ว่าบริษัทของเขาจะกลายเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ประเด็นการขายชิป AI ขั้นสูงของสหรัฐฯ ในจีนดูเหมือนจะ ถกละเลยจากการประชุมสุดยอดระหว่างสีกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา.

สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

ทำไมการเจรจาระหว่าง สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย จึงสำคัญ?

  • การฟื้นฟูความสัมพันธ์: การประชุมนี้เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้
  • การแก้ไขปัญหาทางการค้า: เป็นเวทีในการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
  • การกำหนดบทบาทในเวทีโลก: การประชุมนี้จะช่วยกำหนดบทบาทและอิทธิพลของจีนในเวทีโลก

การที่ สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย แสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการสร้างสมดุลทางการทูตและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การประชุมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะหารือ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในอนาคต และการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบปะกับผู้นำของแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก การเจรจาเหล่านี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเอเปก ทำให้สี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างจีน แคนาดา ญี่ปุ่น และไทย จะเป็นอย่างไรต่อไป? การเจรจาที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงทิศทางในอนาคต และจะเป็นตัวกำหนดบทบาทของจีนในเวทีโลก

ที่มา – สีจิ้นผิงเตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย หลังบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้า “ทรัมป์”

ทรัมป์สั่งทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกรอบ 30 ปี

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเพนทากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างประเทศมหาอำนาจ และจุดประกายความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันอาวุธครั้งใหม่

คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์กำลังจะเข้าร่วมการประชุมด้านการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยทรัมป์อ้างว่าการดำเนินการนี้เป็นการตอบโต้การขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศอื่น ๆ

ทรัมป์ประกาศเรื่องนี้ผ่านทรูธ โซเชียล ขณะเดินทางไปยังการเจรจาการค้า โดยระบุว่าได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมเริ่มการทดสอบนิวเคลียร์ทันที เพื่อให้สหรัฐฯ “ดำเนินการในระดับที่เท่าเทียมกับประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์อื่น”

“เนื่องจากประเทศอื่นยังคงมีโครงการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ผมจึงได้สั่งให้กระทรวงสงครามเริ่มการทดสอบในระดับเท่ากัน กระบวนการนี้จะเริ่มต้นในทันที” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์สั่งเพนทากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

ยังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งของทรัมป์หมายถึงการทดสอบแบบนิวเคลียร์ระเบิดจริง หรือเพียงการทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ การทดสอบนิวเคลียร์ระเบิดจริงนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA).

การตัดสินใจของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่จีนเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์อย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา CSIS คาดว่าจีนจะมีอาวุธนิวเคลียร์เกิน 1,000 ลูกภายในปี 2030 ในขณะที่รัสเซียก็เพิ่งประกาศการทดสอบขีปนาวุธร่อนติดนิวเคลียร์รุ่นใหม่

ทรัมป์เคยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียยุติการทดสอบขีปนาวุธและหันไปยุติสงครามในยูเครนแทน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปูตินได้แสดงแสนยานุภาพด้านนิวเคลียร์ต่อสาธารณะหลายครั้ง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอให้จัดการเจรจาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ร่วมกับรัสเซียและจีน อย่างไรก็ตาม จีนตอบกลับว่าการเข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวเป็น “เรื่องไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นจริง” เพราะคลังนิวเคลียร์ของจีนยังมีขนาดเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และรัสเซีย

ผลกระทบของการ ทรัมป์สั่งเพนตากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสามทศวรรษ และอาจจุดชนวนการแข่งขันอาวุธครั้งใหม่ระหว่างสามชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ของโลก ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้:

  • ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น: การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์จะถูกมองว่าเป็นการยั่วยุและอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงยิ่งขึ้น
  • การแข่งขันอาวุธที่ทวีความรุนแรง: ประเทศอื่น ๆ อาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องเพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ
  • ความเสี่ยงของการเกิดสงครามนิวเคลียร์: การเพิ่มจำนวนอาวุธนิวเคลียร์และความตึงเครียดที่สูงขึ้น เพิ่มโอกาสที่จะเกิดการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยไม่ได้ตั้งใจหรือโดยเจตนา

สถานการณ์นี้มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้มีการเจรจาและการทูตอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้เกิดการแข่งขันอาวุธแบบควบคุมไม่ได้

การตัดสินใจของ ทรัมป์สั่งเพนตากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในโลกยุคปัจจุบัน การควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – ทรัมป์สั่งเพนตากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

NewJeans แพ้คดี! สัญญา ADOR ถึงปี 2029

วงเค-ป๊อปชื่อดัง NewJeans แพ้คดีความต่อค่ายเพลงต้นสังกัด ADOR หลังศาลเกาหลีใต้มีคำตัดสินให้สัญญาของวงกับค่าย ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2029 ยังคงมีผลบังคับใช้ หลังสมาชิกทั้ง 5 คนประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียว โดยอ้างถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและการถูกบิดเบือน ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งสาธารณะระหว่างวง ค่าย ADOR และ HYBE บริษัทแม่ ด้านสมาชิกทั้ง 5 คนประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ

ศาลเกาหลีใต้มีคำสั่งยืนยันว่า สัญญาของวง NewJeans กับค่ายเพลง ADOR ยังคงมีผลตามกฎหมายต่อไปจนถึงปี 2029 สมาชิกทั้งห้าของวง ได้แก่ ฮันนี่, ฮเยอิน, แฮริน, ดาเนียล และ มินจี ได้ประกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าพวกเธอจะออกจากต้นสังกัดโดยให้เหตุผลว่าถูก ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและมีการบิดเบือน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า วง NewJeans จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลในครั้งนี้

คำตัดสินครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการเผชิญหน้ากันนานกว่าหนึ่งปีระหว่างวง NewJeans และค่ายต้นสังกัดการประกาศถอนตัวอย่างกะทันหันของวงเกิดขึ้นหลังจากข้อพิพาทที่เปิดเผยต่อสาธารณะระหว่าง มิน ฮีจิน ผู้บุกเบิกและเป็นเหมือนเมนเทอร์ของวง กับค่าย ADOR รวมถึงบริษัทแม่คือ HYBE ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ที่ดูแลศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง BTS และ Seventeen

ความขัดแย้งระหว่างมินและ HYBE เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2024 เมื่อ HYBE เริ่มตรวจสอบบัญชีของ ADOR ที่ขณะนั้นบริหารโดยมิน พร้อมเรียกร้องให้เธอลาออก แม้มินจะปฏิเสธข้อกล่าวหาของ HYBE ที่ว่าเธอกำลังวางแผนแยกตัวออกไปตั้งบริษัทอิสระ แต่เธอก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งซีอีโอของ ADOR ในเดือนสิงหาคม

หลังจากที่มินถูกไล่ออก วง NewJeans ได้ยื่นคำขาดเรียกร้องให้มีการคืนตำแหน่งให้กับมิน และเมื่อ HYBE ปฏิเสธ สมาชิกวงจึงเปิดเผยข้อร้องเรียนต่อค่ายเพลง ซึ่งรวมถึงการกล่าวอ้างว่าค่ายตั้งใจบ่อนทำลายอาชีพของพวกเธอ โดยฮันนี่ หนึ่งในสมาชิกของวง ยังอ้างว่าเธอถูกคุกคามในสถานที่ทำงาน ขณะร่วมงานกับค่ายเพลง

ศาลกล่าวว่าเป็นการยากที่จะสรุปว่าการไล่มินออกจาก ADOR เพียงอย่างเดียวได้สร้างช่องว่างในการบริหารจัดการให้กับ NewJeans และ ADOR ขาดการวางแผนหรือความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับวง ศาลระบุว่า “ไม่มีข้อกำหนดในสัญญาผูกขาดที่กำหนดให้มินต้องดูแล ADOR” “แม้ว่ามินจะถูกปลดออกจากตำแหน่งซีอีโอ แต่เธอก็สามารถมีส่วนร่วมในงานผลิตในฐานะผู้อำนวยการภายนอกได้”

ด้านทีมทนายความซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของสมาชิกทั้ง 5 ของวง กล่าวว่า “แม้สมาชิกจะเคารพต่อคำตัดสินของศาล แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ความไว้วางใจระหว่างสมาชิกกับ ADOR ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง การกลับไปทำงานร่วมกับ ADOR เพื่อดำเนินกิจกรรมบันเทิงตามปกตินั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สมาชิกทั้งหมดจึงมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของศาลชั้นต้นทันที และหวังว่าศาลอุทธรณ์จะพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาพิเศษอย่างรอบคอบ เพื่อมีคำตัดสินที่ยุติธรรมและเหมาะสม”

ทั้งนี้ สมาชิกทั้ง 5 พยายามเปลี่ยนชื่อวงเป็น NJZ ในเดือนมีนาคม พวกเธอได้ปล่อยเพลงใหม่และทำการแสดงที่ฮ่องกง ก่อนที่กิจกรรมอิสระดังกล่าวจะถูกระงับโดยคำสั่งศาล.

NewJeans แพ้คดีความศาลเกาหลีใต้ สัญญากับค่าย ADOR มีผลถึงปี 2029

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดข้อพิพาทนี้คืออะไร ทำไม NewJeans แพ้คดีความศาลเกาหลีใต้ สัญญากับค่าย ADOR มีผลถึงปี 2029 การที่ศาลตัดสินให้สัญญามีผลผูกพันต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของข้อตกลงทางกฎหมายในวงการบันเทิงเกาหลีใต้

ผลกระทบต่อ NewJeans จากคดีความ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคดีนี้ต่อวง NewJeans แพ้คดีความศาลเกาหลีใต้ สัญญากับค่าย ADOR มีผลถึงปี 2029 นั้นมีหลายด้าน ทั้งด้านการทำงานร่วมกับค่าย ADOR ที่อาจจะไม่ราบรื่นเหมือนเดิม และด้านภาพลักษณ์ของวงที่อาจจะต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนคลับและสาธารณชน

การยื่นอุทธรณ์ของสมาชิกวงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเธอเชื่อมั่น แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่แน่นอน แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็เป็นการแสดงออกถึงจุดยืนของวงอย่างชัดเจน

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับศิลปินและค่ายเพลงในการทำความเข้าใจและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน การสื่อสารที่เปิดเผยและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศิลปินและต้นสังกัด เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของ NewJeans แพ้คดีความศาลเกาหลีใต้ สัญญากับค่าย ADOR มีผลถึงปี 2029 แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่หยั่งรากลึกในวงการ K-Pop เกี่ยวกับอำนาจ การควบคุม และการแสวงหาผลประโยชน์

ที่มา – NewJeans แพ้คดีความศาลเกาหลีใต้ สัญญากับค่าย ADOR มีผลถึงปี 2029

สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์: หวังคลี่คลายการค้า

การประชุมที่ทั่วโลกจับตามองกำลังจะเกิดขึ้น! สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ที่เกาหลีใต้ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าที่ยืดเยื้อมานานระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ยืนยันการพบปะระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ การพบกันครั้งนี้เป็นการพบกันที่ตลาดการเงินและนักลงทุนทั่วโลก เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ โดยคาดหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความขัดแย้งทางการค้าที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่าผู้นำทั้งสองจะมีการหารือเชิงลึกในประเด็นยุทธศาสตร์และระยะยาว แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวถึงข้อตกลงทางการค้าโดยตรงก็ตาม นายกัว จี๋ว์คุน โฆษกฯ กล่าวเสริมว่าจีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อให้การประชุมครั้งนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นบวก และวางแนวทางใหม่สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับสื่อบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างเดินทางไปเกาหลีใต้ว่า เขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะบรรลุ “ข้อตกลงที่ดี” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งแรกนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งวาระที่สอง และประกาศใช้มาตรการภาษีกับหลายประเทศทั่วโลก

ความคาดหวังเกี่ยวกับการพบปะของสองผู้นำมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากความตึงเครียดที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้เกิดความกังวลว่าผู้นำทั้งสองอาจล้มเลิกการเจรจาเพื่อยุติสงครามภาษีที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องภาษีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การลักลอบขนส่งเฟนทานิล ชิปเทคโนโลยีขั้นสูง แร่หายาก และการส่งออกถั่วเหลือง

ท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาที่ตึงเครียด มีรายงานจากแหล่งข่าวทางการค้าว่า บริษัท COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ได้สั่งซื้อถั่วเหลือง 3 ลำเรือจากสหรัฐฯ ก่อนการประชุม ซึ่งนับเป็นการซื้อถั่วเหลืองล็อตแรกจากผลผลิตปีนี้ของสหรัฐฯ นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีก่อนการเจรจา

สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ การประชุมที่ทั่วโลกจับตา

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะอยู่ในเกาหลีใต้ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) และเดินทางเยือนประเทศเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ในขณะที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคนี้

ทำไมการพบกันระหว่าง สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ถึงสำคัญ?

  • คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า: สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก การเจรจาที่ประสบความสำเร็จอาจนำไปสู่การลดภาษีและสร้างเสถียรภาพ
  • กำหนดทิศทางความสัมพันธ์: การพบกันครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ผู้นำทั้งสองหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในระยะยาว และหาทางแก้ไขความขัดแย้ง
  • ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด: การเจรจาที่ราบรื่นอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจโลก

การประชุม สี จิ้นผิง พบ ทรัมป์ ครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ผลลัพธ์ของการประชุมอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา – จีนยืนยัน “สี จิ้นผิง” พบ “ทรัมป์” ที่เกาหลีใต้ 30 ต.ค. นี้ หวังคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า

MOU ไทย-สหรัฐฯ กระจายแร่ธาตุสำคัญ: รายละเอียดฉบับเต็ม

ทำเนียบขาวเปิดเผยรายละเอียดบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญของโลกและการส่งเสริมการลงทุน แต่ไม่มีผลทางกฏหมายระหว่างประเทศและสามารถยุติได้ทุกเมื่อ

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือเพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญของโลกและการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “ภาคี”)

โดยมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมความร่วมมือในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในภาคทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ และขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกที่มั่นคงและเชื่อถือได้

โดยตระหนักถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนอันยาวนานและก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนความสำคัญของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อการเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ

โดยตระหนักเพิ่มเติมว่า การมีตลาดแร่ธาตุสำคัญที่มั่นคง หลากหลาย มีสภาพคล่อง และเป็นธรรม มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการสำรวจ การสกัด การแปรรูป การใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล

โดยมุ่งประสงค์ที่จะยกระดับความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและทรัพยากรของทั้งสองประเทศ

โดยเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการสกัด การแปรรูป และการรีไซเคิลแร่ธาตุภายใต้มาตรฐานสากลสูงสุด

โดยคำนึงถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิค กฎระเบียบ นโยบาย การบริหารจัดการ และประสบการณ์เฉพาะด้านทรัพยากรแร่ที่ทั้งสองประเทศมีอยู่

โดยมีความประสงค์ที่จะเสริมสร้างการค้าและการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของแหล่งทรัพยากรระดับโลก ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม

โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาคีจะเป็นประโยชน์ร่วมกัน ในการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่มั่นคงสำหรับทั้งนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศในด้านการสำรวจ การพัฒนา การแปรรูป และการใช้ประโยชน์แร่ธาตุสำคัญ

ภาคีจึงได้บรรลุความเข้าใจร่วมกัน ดังต่อไปนี้

MOU ไทย-สหรัฐฯ กระจายแร่ธาตุสำคัญ: รายละเอียดฉบับเต็ม

วัตถุประสงค์

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีในการพัฒนาและขยายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ ส่งเสริมการค้าและการลงทุนในด้านการสำรวจ การสกัด การแปรรูป การกลั่น การรีไซเคิล และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ของแร่ธาตุสำคัญ ส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าในประเทศและพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปภายในประเทศ แทนการพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดแร่ธาตุสำคัญและแร่หายากที่เปิดกว้าง มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญและแร่หายากในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

กรอบความร่วมมือ

  1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญภาคีมีเจตนาที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคแร่ธาตุสำคัญของประเทศไทย รวมทั้งช่วยวิเคราะห์ศักยภาพของฐานทรัพยากรแร่ และประสานงานในโครงการสำคัญเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่มั่นคง ยืดหยุ่น และมีความรับผิดชอบ โดยภาคีอาจพิจารณาลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายภายในประเทศของตน และโครงการดังกล่าวควรมีองค์ประกอบของการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการฝึกอบรม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ

  2. กลไกความร่วมมือภาคีอาจจัดการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย จัดการสัมมนา เวิร์กช็อป การวิจัยร่วมด้านธรณีวิทยา การแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนการประชุมร่วมกับภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพ

  3. ด้านนโยบายและกฎระเบียบภาคีอาจร่วมมือกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวปฏิบัติด้านกฎระเบียบที่ดี เช่น การปรับปรุงกระบวนการอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น ประเด็นด้านการลงทุน และการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลางกับหน่วยงานระดับจังหวัดหรือท้องถิ่น รวมถึงร่วมกันพัฒนาและเสริมสร้างกลไกที่ป้องกันการขายสินทรัพย์แร่ธาตุสำคัญและแร่หายากที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ

  4. การเข้าถึงข้อมูลโครงการลงทุนภาคีจะจัดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโครงการหรืองานประมูลที่อาจเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่ช้ากว่าช่วงเวลาที่ข้อมูลนั้นเปิดเผยต่อผู้ลงทุนรายอื่น เพื่อให้บริษัทและพันธมิตรของภาคีมีเวลาพอในการพิจารณาเข้าร่วม

  5. การคุ้มครองตลาดภายในประเทศภาคีจะประสานงานเพื่อคุ้มครองตลาดแร่ธาตุสำคัญและแร่หายากในประเทศของตน บนพื้นฐานของนโยบายตลาดเสรีและการค้าที่เป็นธรรม โดยจัดตั้งตลาดที่มีมาตรฐานสูง ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ และอาจกำหนดกรอบราคาขั้นต่ำหรือมาตรการที่ใกล้เคียง

การดำเนินงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูล

ภาคีมีเจตนาจะประชุมเป็นประจำ ทั้งในรูปแบบการพบปะโดยตรงหรือทางออนไลน์ เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสด้านการค้าและการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ หรือจัดการประชุมเพิ่มเติมตามความเหมาะสมในกรณีเร่งด่วน ทั้งนี้ แต่ละฝ่ายจะพิจารณาเป็นอิสระว่าโครงการใดเหมาะสมสำหรับการมีส่วนร่วมเพิ่มเติม

การมีผลบังคับใช้และการยุติความร่วมมือ

1. บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงนามโดยภาคีทั้งสองฝ่าย

2. ความร่วมมือทั้งหมดภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาถึงความพร้อมของเงินทุน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่ได้แสดงถึงภาระผูกพันทางการเงิน ภาคีแต่ละฝ่ายมีความประสงค์ที่จะดำเนินกิจกรรมที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของตน

3. บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่กระทบต่อข้อตกลงอื่นที่มีอยู่ระหว่างภาคี

4. ภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ได้ทุกเมื่อ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอีกฝ่ายผ่านช่องทางการทูต

5. การยุติความร่วมมือจะไม่กระทบต่อกิจกรรมที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ก่อนวันที่ยุติ.

ทำไม MOU ไทย-สหรัฐฯ กระจายแร่ธาตุสำคัญจึงมีความสำคัญ?

บันทึกความเข้าใจนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่สำคัญ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดในอนาคต ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศอีกด้วย การกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญเป็นเรื่องที่ทุกประเทศควรให้ความสนใจ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของตนเอง

โดยรวมแล้ว MOU ไทย-สหรัฐฯ ว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญและการส่งเสริมการลงทุน ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ที่มา – เผยรายละเอียดฉบับเต็ม MOU ไทย-สหรัฐฯ “กระจายแร่ธาตุสำคัญ-ส่งเสริมการลงทุน”

Scroll to top