ข่าวน้ําท่วม

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

สวัสดีครับพี่น้องชาวน่านทุกท่าน สถานการณ์น้ำในบ้านเราตอนนี้ต้องบอกว่าไม่น่าไว้วางใจเลยครับ ล่าสุดทาง เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม อย่างเร่งด่วน หลังจากมีรายงานฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักกว่า 200 มิลลิเมตรในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำในลำน้ำน่านและลำน้ำสาขา ทำให้เทศบาลเมืองน่านต้องออกมาแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่กำลังไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชุมชนที่เคยประสบอุทกภัยหนักในปี 2549 และปี 2567 ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครับ

มาตรการรับมือเมื่อเทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยของคนในครอบครัว ทางเทศบาลแนะนำให้ชาวบ้านดำเนินการดังนี้ครับ:

  • เร่งขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงให้พ้นระดับน้ำ
  • ย้ายรถยนต์และยานพาหนะไปจอดในพื้นที่ที่เทศบาลจัดไว้ให้ หรือในพื้นที่สูงที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ไปยังศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติในพื้นที่ปลอดภัยทันที
  • สำหรับผู้ที่เลือกจะอยู่ในบ้านต่อ ต้องเตรียมเสบียง อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉายหรือเทียน ให้เพียงพออย่างน้อย 3 วัน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมโทรศัพท์มือถือให้มีแบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพราะทางเทศบาลอาจมีการตัดกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยครับ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะครับ การตื่นตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางเทศบาลและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่มา – เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

สถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดน่านจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดเหตุการณ์ นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แม้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ภาคเหนือ

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้มีความรุนแรงจนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทีมงานบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานของศูนย์พักพิงและคุณภาพอาหารเป็นพิเศษ ท่านได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่าการจัดการต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

มาตรการเร่งด่วนเมื่อเกิด น้ำท่วมน่าน

รัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณเยียวยาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านส่วนกลาง โดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้:

  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: ดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนที่อพยพ
  • อาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์: นายกฯ กำชับว่าอาหารต้องมีคุณภาพเพียงพอและเหมาะสม
  • การเยียวยาหลังน้ำลด: เตรียมแผนซ่อมแซมบ้านเรือนและจ่ายเงินเยียวยาหากน้ำท่วมขังเกิน 3 วัน

ความห่วงใยที่นายกฯ ส่งตรงจากออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับกองทัพและส่วนท้องถิ่นจะช่วยให้สถานการณ์ น้ำท่วมน่าน ครั้งนี้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างเสียสละและพี่น้องชาวน่านทุกครอบครัวครับ

ที่มา – นายกฯ สั่งด่วนจากออสเตรเลีย ช่วย “น้ำท่วมน่าน” กำชับดูแลศูนย์พักพิง-อาหารต้องมีคุณภาพ

น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนมมาฝากกันครับ แม้ว่าภาพรวมของ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ

สถานการณ์ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

จากรายงานล่าสุดพบว่าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจุดเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติแล้วครับ แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่และน่ากังวลคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันวัดได้สูงกว่า 10 เมตร ซึ่งห่างจากจุดวิกฤตที่ 12 เมตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

ปัจจัยที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า

แม้ว่าการ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง จะเป็นข่าวดี แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บางพื้นที่ระบายน้ำได้ช้า ได้แก่:

  • การเติบโตของเมืองที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
  • การขาดระบบการผันน้ำที่ได้มาตรฐานรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาหนักๆ
  • มวลน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ช้ากว่าปกติ

ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานเทศบาลเมืองนครพนมจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาสมทบจากเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องครับ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลไว้พร้อมสำหรับลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ติดลำน้ำสาขา เพราะหากแม่น้ำโขงแตะระดับ 12 เมตรเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทันที ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาทนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวนครพนมทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

สำหรับพี่น้องชาวนครพนมที่กำลังติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเช้าวันนี้ วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนทำให้เกิดภาวะ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ ตามที่หลายคนกังวลใจ โดยล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกมายืนยันแล้วว่าระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยครับ

เหตุการณ์ฝนถล่มหนักในครั้งนี้ถือเป็นมวลน้ำมหาศาลที่สะสมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่งผลให้การจราจรติดขัดและบางจุดมีน้ำรอการระบายสูง แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและ ปภ. ที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดครับ

การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการรับมือครั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่:

  • ปภ. เขต 7 สกลนคร: สนับสนุนเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง 3 ชุด
  • ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT): ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายลงพื้นที่ทันที
  • รถ Mobile Unit: จัดเตรียมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล 3 กิโลเมตรเพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ แล้วก็ตาม แต่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาทครับ โดยยังคงมีการจัดเวรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาเพิ่มหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

สรุปภาพรวม: สำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางถนนอภิบาลบัญชาหรือย่านเศรษฐกิจในตัวเมืองนครพนม ตอนนี้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตและสัญจรผ่านได้ตามปกติแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำครับ

ที่มา – คลี่คลายแล้ว “น้ำท่วมนครพนม” ฝนหยุดตก-รถสัญจรได้ตามปกติ ปภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เตือน 8 จังหวัดริม แม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณริมฝั่งโขงต้องฟังทางนี้ด่วนเลยครับ! เพราะล่าสุดทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกมาประกาศแจ้งข่าวสำคัญให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีการออกประกาศ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่

เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

สาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น มาจากอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในแถบประเทศเมียนมา สปป.ลาว รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเราเอง ซึ่งทาง สทนช. ได้ประเมินไว้ว่าระดับน้ำมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.0 – 1.5 เมตรเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ครับ

พื้นที่เสี่ยงและสิ่งที่ต้องระวัง

การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 ครั้งนี้เน้นย้ำให้พื้นที่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยาวไปจนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่งได้ง่าย

  • หลีกเลี่ยงการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีกระแสน้ำเชี่ยว
  • งดกิจกรรมนันทนาการหรือการประมงชั่วคราว
  • คอยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

สถานการณ์น้ำเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอด แต่การที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันเตรียมความพร้อมจะช่วยลดความสูญเสียได้มากที่สุด การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 คือสัญญาณเตือนภัยที่ดีเพื่อให้ทุกคนตื่นตัว อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างในพื้นที่ได้รับทราบด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

น้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตาย หลังฝนมรสุมถล่ม

น้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตาย หลังฝนมรสุมถล่ม

เหตุการณ์น้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตาย หลังฝนมรสุมถล่มในครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตธรรมชาติที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะในแคว้นปัญจาบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด ฝนมรสุมที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งกลายเป็นเมืองบาดาล ประชาชนนับไม่ถ้วนต้องละทิ้งบ้านเรือนเพื่อเอาชีวิตรอดโดยการใช้เรือยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทางและอพยพ

วิกฤตการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

จากการรายงานพบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะน้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตาย หลังฝนมรสุมถล่ม โดยอาสาสมัครลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวที่ติดค้างอยู่ท่ามกลางมวลน้ำ ซึ่งหลายคนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ขาดแคลนสิ่งของจำเป็นอย่างยิ่งยวด:

  • ขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค
  • ไม่มีไฟฟ้าใช้ในการดำรงชีวิต
  • อาหารการกินหมดเกลี้ยงในขณะที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ชั้นใน

นางอิกรา ซัลมาน หนึ่งในผู้ประสบภัยเปิดเผยว่า ครอบครัวของเธอถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมานานถึง 4 วัน โดยไม่มีหน่วยกู้ภัยเข้ามาถึง สร้างความยากลำบากอย่างแสนสาหัส นี่คือเครื่องยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตาย หลังฝนมรสุมถล่มยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน

ผลกระทบและสถิติที่น่าตกใจ

สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้วถึง 109 ราย สาเหตุหลักมาจากบ้านเรือนถล่มและการจมน้ำ นอกจากนี้ สถานการณ์ยังน่ากังวลเนื่องจากกลุ่มกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อขนย้ายชาวบ้านไปอยู่ในเต็นท์ชั่วคราว ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนชื้นและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

ในเชิงสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับภัยพิบัตินี้ ได้แก่:

  • ผู้เสียชีวิต 1 ใน 3 มาจากแคว้นปัญจาบ
  • หลายครอบครัวต้องอาศัยอยู่ริมถนนใกล้พื้นที่น้ำท่วม
  • เหตุการณ์นี้เตือนใจให้นึกถึงมหาอุทกภัยปี 2022 ที่มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,700 ราย

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูปแบบของมรสุมแปรปรวนและทวีความรุนแรงมากขึ้น ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงปากีสถานและเพื่อนบ้านอย่างอัฟกานิสถานด้วย

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวปากีสถานก้าวผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงทีครับ

ที่มา – น้ำท่วมปากีสถานวิกฤต! ชาวบ้านหนีตายลงเรือ หลังฝนมรสุมถล่ม ดับแล้ว 109 ศพ

ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดตราดขณะนี้กำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง หลังจากเกิดเหตุตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นจากมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา

สถานการณ์ล่าสุด: ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในอำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3, 4, 7 และ 9 กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดและมีระดับน้ำสูงถึง 2-3 เมตรในบางจุด

รับมืออย่างไรเมื่อ ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์ยังชีพและยารักษาโรคที่จำเป็น
  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์ระดับน้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • ในกรณีที่ต้องอพยพ ให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
  • ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนออกจากบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 116 ร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นได้เร่งระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นและอาหารให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ แม้ระดับน้ำจะยังคงสูงและเข้าถึงพื้นที่ได้ยากลำบาก แต่ทีมงานทุกคนก็พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด

เราขอเป็นกำลังใจให้กับชาวตำบลสะตอและทุกพื้นที่ในจังหวัดตราดที่กำลังประสบอุทกภัยในครั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงโดยเร็ว การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้เทือกเขาที่มวลน้ำมักจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้พร้อมกันครับ

ที่มา – ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

วิกฤต! น้ำท่วมอยุธยา นาน 4 เดือน กระทบหนัก

สถานการณ์ น้ำท่วมอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนัก แม้จะผ่านมานานกว่า 4 เดือนแล้ว หลายโรงเรียนเพิ่งเริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมเปิดเรียนอีกครั้ง หลังต้องปิดการเรียนการสอนไปนานเนื่องจาก น้ำท่วมอยุธยา ขณะที่บ้านเรือนและอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำหลายแห่ง ยังคงมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้ปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้วก็ตาม แต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยยังคงสูงอยู่ ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องอาศัยอยู่ริมถนน และเมื่อระดับน้ำลดลง โรงเรียนหลายแห่งจึงได้เริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมเปิดเรียนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ปัจจุบัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมอยุธยา ทั้งหมด 13 อำเภอ จาก 16 อำเภอ รวม 160 ตำบล 1,017 หมู่บ้าน มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนถึง 72,440 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย อำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอบางซ้าย อำเภอบ้านแพรก อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอมหาราช อำเภอนครหลวง และอำเภอวังน้อย ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ ในตำบลบางหลวง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลงไปบ้างแล้วกว่า 1 เมตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการและครูต่างเร่งทำความสะอาดอาคารเรียนหลังน้ำลด รวมถึงทาสีโต๊ะนักเรียนและอาคารที่ถูกน้ำท่วม เพื่อลบรอยคราบน้ำ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2566 หลังจากที่ต้องหยุดเรียนไปนานเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำน้อย ยังคงมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ถนนหนทางยังถูกน้ำตัดขาด ทำให้ต้องจอดรถไว้บนถนน และใช้เรือเป็นหลักในการเดินทาง ซึ่งบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า 4-5 เดือนแล้ว

นายจักรกฤษณ์ สุขเกษม อายุ 41 ปี ครูชำนาญการ สอนวิชาศิลปะ เปิดเผยว่า น้ำเพิ่งลดลงไปมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนจึงได้เร่งบูรณะซ่อมแซม ทาสี และทำความสะอาด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนที่จะมาเรียนในวันจันทร์นี้ โดยจะเริ่มเปิดเรียนสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 ก่อน

ส่วนอาคารด้านล่างจะต้องรอให้น้ำลดลงจนหมดก่อน จึงจะสามารถดำเนินการทำความสะอาดได้ คุณครูและนักเรียนก็จะช่วยกัน รวมถึงทางชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันก็จะมาช่วยกันล้างทำความสะอาด ซึ่งอาคารที่ติดริมน้ำนั้น ตอนนี้ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร

นายจักรกฤษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรู้สึกเกี่ยวกับ น้ำท่วมอยุธยา ในปีนี้คือ ท่วมหนักมาก เข้าใจว่ามีการระบายน้ำ แต่ปีนี้น้ำท่วมนานและหนักจนกระทบต่อชาวบ้าน นักเรียน และชุมชนเป็นวงกว้าง จึงต้องช่วยเหลือกัน และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คาดการณ์ว่าสถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังปีใหม่

ทั้งนี้ ชาวบ้านในชุมชน วัด และโรงเรียนอีกหลายแห่งยังคงต้องปิดทำการ เนื่องจากระดับน้ำยังคงล้นตลิ่งและท่วมสูงอยู่ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงไปบ้างแล้วก็ตาม แต่การเดินทางยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถนน โรงเรียน และวัดอีกหลายแห่งยังคงจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก

น้ำท่วมอยุธยา

ผลกระทบจากน้ำท่วมอยุธยาที่ยังคงอยู่

สถานการณ์น้ำท่วมที่อยุธยาแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของชุมชนที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและมาตรการป้องกันในระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ที่มา – “น้ำท่วมอยุธยา” กว่า 4 เดือน กระทบแล้ว 72,440 ครัวเรือน ถนนบางจุดยังถูกตัดขาด

“ชนินทร์” จี้รัฐบาล! เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลเปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมภาคใต้ให้ชัด อย่าลอยแพผู้เสียชีวิตจากการป่วย เพื่อหวังตัดยอดให้น้อยกว่าความเป็นจริง

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายและสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ล่าสุด นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมให้มีความชัดเจน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่รัฐบาลแถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และเกณฑ์การเยียวยา โดยระบุว่า รัฐบาลแถลงยืนยันผู้เสียชีวิต 85 ราย เป็นผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมเพียง 55 ราย โดยจะทำการเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท ซึ่งนายชนินทร์ต้องการให้รัฐบาลแถลงหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อสร้างความสบายใจให้ครอบครัวผู้ประสบเหตุ และไม่ต้องการให้ประชาชนต้องอยู่ในความกังวล

นายชนินทร์ ยังตั้งคำถามถึงความหมายของการเสียชีวิตที่รัฐบาลระบุว่า “เสียชีวิตจากน้ำท่วม” ว่าครอบคลุมถึงเหตุการณ์ลักษณะใดบ้าง เฉพาะการจมน้ำหรือโดนน้ำพัด หรือรวมไปถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงที่อพยพไม่ทัน หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้วยหรือไม่ เช่น การหัวใจวาย ไตวาย หรือตรอมใจ ระหว่างติดอยู่ในที่พัก เป็นต้น

ประเด็นสำคัญที่นายชนินทร์หยิบยกขึ้นมา คือ กรณีที่ถูกตัดยอดว่าไม่ได้เสียชีวิตจากน้ำท่วม จะได้รับการเยียวยา 2 ล้านบาทหรือไม่ หรือมีเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ อย่างไร พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่า รัฐบาลอาจสรุปยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมน้อยกว่าความเป็นจริง เพื่อลดแรงกระแทกทางการเมือง จนอาจเป็นเหตุให้ครอบครัวผู้ประสบภัยบางกลุ่ม ถูกตัดสิทธิ์การช่วยเหลือเยียวยาที่พึงได้รับ

“เอาข้อเท็จจริงมารายงานกับประชาชนให้ชัดเจนโดยด่วนนะครับ ปัญหาเรื่องการบริหารล้มเหลวของรัฐบาลมีมากแล้ว อย่าซ้ำเติมด้วยปัญหาการสื่อสารล้มเหลว อีกเรื่องเลยครับ” นายชนินทร์กล่าว

“ชนินทร์” กระทุ้งรัฐบาล เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

จากประเด็นข้างต้น นายชนินทร์ต้องการให้รัฐบาลมีความโปร่งใสและชัดเจนในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์การเยียวยา เพื่อป้องกันความสับสนและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ความสำคัญของการเปิดเผยเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมที่ชัดเจน

  • สร้างความเชื่อมั่น: การที่รัฐบาลเปิดเผยเกณฑ์การเยียวยาอย่างชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน ว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
  • ลดความสับสน: ข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยลดความสับสนและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์และขั้นตอนในการขอรับความช่วยเหลือเยียวยา
  • ความเป็นธรรม: การมีเกณฑ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
  • บรรเทาความเดือดร้อน: การได้รับความช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็วและเหมาะสม จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของครอบครัวผู้ประสบภัย

การที่นายชนินทร์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ให้ชัดเจนนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และสิทธิ์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความห่วงใยต่อประชาชนอย่างแท้จริง

รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ครอบคลุมทุกกรณี เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และควรมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา

ที่มา – “ชนินทร์” กระทุ้งรัฐบาล เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

Scroll to top