ข่าวน้ําท่วม

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ 10 พ.ย. 68

เช้าวันนี้ (10 พ.ย. 2568) “สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ได้สรุป สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

จากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้รายงาน สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 มีประเด็นสำคัญดังนี้:

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ

1. สภาพอากาศ:

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณตะวันตกของภาคเหนือและประเทศเมียนมา ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม

คาดการณ์สภาพอากาศวันที่ 11–12 พ.ย. 2568 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

หลังจากนั้น ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

2. สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ:

ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 89% ของความจุ (71,574 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 82% (47,453 ล้าน ลบ.ม.)

มีการประเมินสถานการณ์แหล่งน้ำ โดยพบว่ามีแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% จำนวน 20 แห่ง กระจายอยู่ในภาคต่างๆ

3. คุณภาพน้ำ:

คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวังแม่น้ำสายหลัก พบว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการอุปโภคบริโภค ส่วนแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำเพื่อการเกษตร

4. สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา:

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 10 พ.ย. 2568 พบว่า 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำดังนี้:

  • เขื่อนภูมิพล: ปริมาตรน้ำ 13,319 ล้าน ลบ.ม. (99%)
  • เขื่อนสิริกิติ์: ปริมาตรน้ำ 9,279 ล้าน ลบ.ม. (98%)
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน: ปริมาตรน้ำ 949 ล้าน ลบ.ม. (101%)
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์: ปริมาตรน้ำ 930 ล้าน ลบ.ม. (97%)

สถานี C.2 อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,965 ลบ.ม. ต่อวินาที ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.91 ม.

เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำในอัตรา 2,800 ลบ.ม. ต่อวินาที

5. การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

กรมชลประทานได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รวมถึงกองทัพบกได้จัดกำลังพลจิตอาสาทำการบรรจุทรายเพื่อวางเป็นแนวคันกั้นน้ำและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศล่าสุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักในบางพื้นที่ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

สถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – อัปเดตล่าสุด สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ เช้าวันนี้ 10 พ.ย. 2568

น้ำทะลัก! วัดชินวรารามวรวิหาร เร่งสูบน้ำออก

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดปทุมธานียังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์น้ำทะลักเข้า “วัดชินวรารามวรวิหาร” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสูบระบายน้ำออกเป็นการด่วน

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานีได้รับผลกระทบจากการปรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในจังหวัดชัยนาท ซึ่งเพิ่มอัตราการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนเป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอเมืองและอำเภอสามโคก ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ต่างให้ความสนใจและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลายพื้นที่ได้เสริมคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นและเข้าท่วมพื้นที่ภายใน

นายนพดล ลัดดาแย้ม หรือ สจ.ตุ้ย อดีต สจ.ปทุมธานี ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำและประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่สูงขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่างเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมที่จะขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง โดยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังพบว่าร้านอาหารหลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเปิดให้บริการลูกค้าได้ โดยได้สร้างทางเดินยกระดับจากพื้นเดิมขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเดินได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ และลูกจ้าง เช่น เด็กเสิร์ฟ พ่อครัว และแม่ครัว ยังคงสามารถทำงานและมีรายได้ในช่วงน้ำท่วมนี้

สถานการณ์น้ำที่ วัดชินวรารามวรวิหาร

สำหรับสถานการณ์ที่วัดชินวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง ในตำบลบางแขยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พบว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดันผุดขึ้นมาจากท่อภายในวัด ทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณโดยรอบวัด เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) ได้นำรถสูบส่งน้ำระยะไกล ซึ่งมีท่อขนาดใหญ่ มาทำการสูบน้ำจากภายในท่อรอบวัด เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ เทศบาลตำบลบางแขยง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดปทุมธานี ได้นำเครื่องสูบน้ำชนิดท่อพญานาค มาช่วยเร่งระบายน้ำออกจากท่อระบายน้ำขนาดเล็ก เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่รอบวัด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าพื้นที่วัดประมาณ 80 เซนติเมตร ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ แต่เนื่องจากน้ำได้ดันขึ้นมาจากท่อสามทางของวัด ทำให้ไม่สามารถปิดท่อได้ทัน น้ำจึงทะลักเอ่อล้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องระดมกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อช่วยกันสูบระบายน้ำออก เพื่อลดระดับน้ำลง เนื่องจากมีความกังวลว่าน้ำจะเข้าท่วมวิหารสมเด็จพระสังฆราชและตำหนักชินวร ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญภายในวัด

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่วัดชินวรารามวรวิหาร

การแก้ไขปัญหาน้ำทะลักเข้า “วัดชินวรารามวรวิหาร” เป็นไปอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าจะต้องทำการสูบน้ำและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับศาสนสถานสำคัญ

สถานการณ์น้ำท่วมในปทุมธานียังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายหน่วยงานจะพยายามช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคน

ประชาชนต้องเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การติดตามข่าวสาร และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

น้ำทะลักเข้า “วัดชินวรารามวรวิหาร” เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราไม่ประมาท และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ

ที่มา – น้ำทะลักเข้า “วัดชินวรารามวรวิหาร” เจ้าหน้าที่เร่งสูบระบายน้ำออก เฝ้าระวังทั้งคืน

ปภ.ส่ง Cell Broadcast เตือน! อ่างทอง-อยุธยาน้ำสูง

สถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยาให้เตรียมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงที

ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน “อ่างทอง-อยุธยา”ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ปภ. รายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสาขาต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง (อำเภอป่าโมก, อำเภอวิเศษชัยชาญ, อำเภอเมือง, อำเภอไชโย) และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอบางบาล, อำเภอผักไห่, อำเภอเสนา, อำเภอบางไทร, อำเภอบางปะอิน, อำเภอพระนครศรีอยุธยา) รวมทั้งพื้นที่ต่อเนื่อง

ดังนั้น ปภ. จึงได้ประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (AIS, True, และ NT) เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

พื้นที่ไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง?

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอต่างๆ ดังนี้:

  • จังหวัดอ่างทอง: อำเภอป่าโมก, อำเภอวิเศษชัยชาญ, อำเภอเมือง, อำเภอไชโย
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: อำเภอบางบาล, อำเภอผักไห่, อำเภอเสนา, อำเภอบางไทร, อำเภอบางปะอิน, อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ควรสังเกตพนังกั้นน้ำและคันกั้นน้ำ หากพบรอยแตกร้าวหรือจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที

การที่ ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน “อ่างทอง-อยุธยา”ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น นี้ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ทำให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อได้รับการแจ้งเตือน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ดูแลสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
  • เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
  • หากสถานการณ์รุนแรง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือ:

  • ติดต่อสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • แจ้งเหตุผ่านทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID: @1784DDPM)

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง จังหวัดอ่างทองและอยุธยา เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม การที่ ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน “อ่างทอง-อยุธยา”ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การตื่นตัวและเตรียมพร้อมอยู่เสมอจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อย่าลืมตรวจสอบข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอนะคะ ความปลอดภัยของทุกท่านสำคัญที่สุดค่ะ

ที่มา – ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน “อ่างทอง-อยุธยา”ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น.

ชาวบ้านบางบาลปิดถนน! เร่งเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

เจรจาสำเร็จ! กรณีชาวบ้านบางบาลรวมตัวปิดถนนอยุธยา-อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง หลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังนานกว่า 4 เดือน ล่าสุดกรมชลประทานยอมเปิดบานประตูน้ำบางกุ้ง 1 เมตร เป็นเวลา 10 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังครบกำหนด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านบางบาล จากพื้นที่ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมตัวกันปิดถนนสายอยุธยา–อ่างทอง ทั้ง 4 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อกดดันให้กรมชลประทานเร่งเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้งลงทุ่งรับน้ำ หลังพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องนานกว่า 4 เดือน

ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนน

ชาวบ้านบางบาลเรียกร้องให้กรมชลประทาน “เปิดบานประตูระบายน้ำบางกุ้งอย่างน้อย 1 เมตร” เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ หากไม่มีการดำเนินการในวันนี้ กลุ่มชาวบ้านประกาศว่าจะไม่ยอมถอย

นางทองแท้ อายุ 71 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกุ่ม เปิดเผยว่า น้ำท่วมบ้านจนถึงชั้นสอง ต้องหนุนพื้นอยู่อาศัยทุกวัน ความเดือดร้อนสะสมมานานหลายเดือน จึงตัดสินใจออกมาร่วมปิดถนน พร้อมกล่าวว่า “ขอยอมตายกลางถนน” หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สาเหตุความเดือดร้อนเกิดจากการที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงใต้เขื่อนอยู่ที่ระดับ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ประตูระบายน้ำบางกุ้งยังคงปิด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบางบาลเป็นเวลานาน

สถานการณ์น้ำท่วม

ระหว่างการชุมนุม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายทวิวงค์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและเจรจากับชาวบ้าน เพื่อหาทางออกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้าดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ต่อมาเวลา 12.00 น. ชาวบ้านได้ทยอยเคลื่อนย้ายออกจากถนน เปิดการจราจรให้กลับมาเป็นปกติ หลังการเจรจาเป็นไปด้วยดี โดยกรมชลประทานรับปากว่าจะเปิดบานประตูระบายน้ำบางกุ้ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านกุ่ม ขึ้น 1 เมตร เป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังครบกำหนด

หลังการเจรจาสิ้นสุด ชาวบ้านบางบาลต่างแสดงความดีใจ หลายคนถึงกับร้องเฮด้วยความโล่งอก เนื่องจากคาดว่าระดับน้ำในพื้นที่จะลดลง ถือเป็นสัญญาณดีหลังต้องทนทุกข์จากน้ำท่วมยาวนานกว่า 4 เดือน ชาวบ้านส่วนใหญ่หวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอนาคต

ชาวบ้านดีใจหลังเจรจาสำเร็จ

นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) เผยว่า ต้องขอบคุณพี่น้องอำเภอบางบาลและอำเภอบางปะหัน วันนี้เรามีข้อตกลงกันว่า เราจะยกประตูระบายน้ำบางกุ้งแห่งนี้ 1 เมตร เป็นเวลา 10 วัน แล้วหลังจากนั้นเราจะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นทางผมเอง และท่านผู้การ และรายงานทั้งจังหวัด เดี๋ยวเราต้องถอดบทเรียนจากตรงนี้ จะต้องมาวางแผนกันว่าทำอย่างไรจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะว่า 1 มันเกิดความรู้สึกว่ามันไม่ดี ว่าส่วนพี่น้องของ 2 อำเภอ เราควรจะต้องมีการพูดจาและตกลงกันก่อน ตรงนี้ก็ต้องเป็นอีกอย่างที่จังหวัดจะต้องดำเนินการ

ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนนอยุธยา–อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

สถานการณ์ล่าสุด: ชาวบ้านบางบาลกับการเรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำ

  • ความเดือดร้อนของชาวบ้าน: ชาวบ้านในอำเภอบางบาลประสบปัญหาน้ำท่วมขังมานานกว่า 4 เดือน ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ

  • การรวมตัวประท้วง: ด้วยความอดทนที่สิ้นสุด ชาวบ้านบางบาลจึงรวมตัวกันปิดถนนเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา

  • การเจรจาและการแก้ไข: หลังจากการเจรจา กรมชลประทานได้ตัดสินใจเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้งเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ชาวบ้านบางบาลครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการรวมตัวเรียกร้องและความสำคัญของการรับฟังปัญหาจากประชาชน หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับการวางแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ที่มา – ชาวบ้านบางบาล รวมตัวปิดถนนอยุธยา–อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง

วิกฤต! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ถนนนครอินทร์-พระราม 5 ฝั่งบางศรีเมืองเผชิญวิกฤตน้ำท่วมหนักเนื่องจากน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมถนน สูงกว่า 50 เซนติเมตร และในบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถเล็ก รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ เจ้าหน้าที่เตือน ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง อาจทำให้รถดับได้ และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ผลจากการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนของกรมชลประทาน ส่งผลกระทบต่อจังหวัดท้ายเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณถนนใต้จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 5 ฝั่งบางศรีเมือง ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งขาเข้าและขาออก ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บนถนนคู่ขนานทั้งสองฝั่ง ระดับน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนนสูงกว่า 50 เซนติเมตร และบางจุดสูงถึง 60 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจำเป็นต้องปิดกั้นถนนช่องทางคู่ขนานที่ถูกน้ำท่วมสูง และแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเปลี่ยนไปใช้ช่องทางหลักแทน อย่างไรก็ตาม ช่องทางหลักเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเลนซ้าย ทำให้ถนนนครอินทร์ฝั่งขาเข้าเหลือเพียง 2 ช่องจราจร (เลนกลางและเลนขวาสุด) ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

สถานการณ์ปัจจุบันและการแนะนำ

ส.ต.อ.วัชรพงษ์ คำมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบนถนนตั้งแต่เวลาประมาณ 10 โมงเช้า จนกระทั่งท่วมเต็มพื้นผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนาน ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้และต้องปิดถนนช่องทางคู่ขนาน ซึ่งใช้เป็นจุดกลับรถใต้สะพาน สถานการณ์ ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง ทำให้รถยนต์ไม่ควรวิ่งผ่านเนื่องจากเริ่มมีรถดับหลายคันเกิดขึ้น รถไฟฟ้าควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและควรใช้ช่องทางหลักแทน

จากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้น ขอแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนนครอินทร์-พระราม 5 ในช่วงนี้ไปก่อน เนื่องจากน้ำท่วมผิวการจราจรในช่องทางคู่ขนานทั้งสองฝั่ง และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าระดับน้ำจะลดลงในช่วงเย็นหรือไม่

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง: ตรวจสอบระบบไฟ ระบบเครื่องยนต์ และระบบเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ศึกษาเส้นทางล่วงหน้า: วางแผนการเดินทางและสำรวจเส้นทางสำรอง
  • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ติดตามข่าวสาร: อัปเดตข้อมูลสภาพการจราจรและสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วม ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูง เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรของทุกท่าน

ที่มา – ถนนนครอินทร์-พระราม 5 น้ำท่วมสูงกว่า 50-60 ซม. เตือนรถเล็ก-รถไฟฟ้าไม่ควรวิ่งผ่าน

ครม. เตรียมอนุมัติงบช่วย 1.2 แสนครัวเรือน

“ภราดร” เผย “นายกฯ อนุทิน” เน้นย้ำจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้เร็ว แง้ม ครม. เตรียมอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน กรณีน้ำท่วมขังนาน 17 จังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก รัฐบาลโดยการนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 6 แสนหลังคาเรือน จำนวน 6 พันกว่าล้านบาท

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ครม. กำลังจะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติม กรณีน้ำท่วมขังบ้านเรือนเป็นเวลานาน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน รวม 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี และอุบลราชธานี จำนวน 124,430 ครัวเรือน วงเงิน 463,870,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารต่อไป

งบประมาณที่ ครม. เตรียมอนุมัติในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือ 1.2 แสนครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานใน 17 จังหวัด โดยจะมีการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาตามระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง เพื่อให้ความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ประสบภัย

ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เป็นการแสดงความห่วงใยและใส่ใจที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาสำหรับ 1.2 แสนครัวเรือน

สำหรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ของท่าน เพื่อขอคำแนะนำและยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา โดยทาง ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือต่อไป

  • ตรวจสอบสิทธิ์ของท่านว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาหรือไม่
  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อยื่นเอกสาร
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

ในช่วงท้าย นายภราดร ระบุด้วยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้รายงานให้ตนทราบถึงภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน พร้อมมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบทุกด้าน ส่วนมวลน้ำที่มีการระบายจากเขื่อนภูมิพลนั้น จะไม่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้ยังมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนได้อีก.

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางแผนและดำเนินการในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนานครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ที่มา – “ภราดร” เผย ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว ถนนปทุมธานี-สามโคก

ชาวปทุมธานี เร่งทำสะพานชั่วคราว จากถังน้ำมัน 200 ลิตร เพื่อเข้าออกบ้าน หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนน สถานการณ์ ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว บนถนนปทุมธานี-สามโคก กำลังเป็นที่สนใจ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พบว่าสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะวิกฤต โดยระดับน้ำได้เอ่อขึ้นมาถึง ริมถนน “ปทุมธานี-สามโคก” ฝั่งตะวันออกแล้ว สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของ อ.สามโคก ได้แก่ ต.บ้านปทุม, ต.เชียงรากใหญ่ และ ต.เชียงรากน้อย โดยมีน้ำเอ่อล้นแนวเขื่อนกั้นน้ำและไหลเข้าท่วมพื้นที่วัดบางแห่งแล้ว

จากการสอบถาม นางอัมราพร เรืองจันทร์ อายุ 53 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เผยว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ทำให้การเข้า-ออกบ้านเป็นไปอย่างยากลำบาก ตนเองต้องตัดสินใจขนของไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติก่อนในช่วงนี้ และชาวบ้านต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร มาทำเป็นสะพานชั่วคราว เพื่อใช้สัญจรเข้าออกบ้านตนเองไปพลางก่อน.

ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนนปทุมธานี-สามโคก

สถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือ: ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานียังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสามโคกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนหนทางหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเดือดร้อนในการเดินทางเข้าออกบ้านเรือน เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูง ไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ชาวบ้านจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้าง สะพานชั่วคราว ขึ้นมา เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าออกบ้านเรือนได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

การสร้างสะพานชั่วคราวนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชน เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติ พวกเขาไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การกระทำของชาวบ้านเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และเป็นกำลังใจให้ทุกคนร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานียังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์อาจจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่หากมีฝนตกลงมาซ้ำเติม สถานการณ์อาจจะกลับมาเลวร้ายลงได้อีกครั้ง

ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมที่ดีจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบจากน้ำท่วมได้

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

ที่มา – ชาวบ้านเร่งทำสะพานชั่วคราว หลังระดับน้ำเอ่อขึ้นถึงริมถนนปทุมธานี-สามโคก

กรมทางหลวงชนบท รับมือพายุคัลแมกี สั่งช่วยเหลือ

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) สั่งการหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคัลแมกี” พร้อมช่วยเหลือประชาชนและอำนวยความปลอดภัย โดยนำกระสอบทรายวางกั้นน้ำในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี คาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและดีเปรสชัน เคลื่อนผ่านลาวเข้าอุบลราชธานี ทำให้ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ทช. ได้กำชับ สทช. และ ขทช. ในพื้นที่เสี่ยงให้ช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ทช. เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัย พร้อมบูรณาการกับจังหวัด สนับสนุนกำลังคน รถบรรทุกน้ำ จัดการเส้นทาง และส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

กรมทางหลวงชนบท ลุยรับมือ “พายุคัลแมกี” สั่งช่วยเหลือประชาชน วางกระสอบทรายเส้นทางน้ำท่วม

ปัจจุบัน มีสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ตาก, นครปฐม, นครสวรรค์, พระนครศรีอยุธยา, พิจิตร, พิษณุโลก, สุโขทัย และอุทัยธานี รวม 27 สายทาง โดยสัญจรผ่านได้ 20 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 7 สายทาง

ทช. เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี

ทช. จัดหน่วยลาดตระเวนเข้าช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน เช่น แขวงทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยาและหมวดบำรุงทางหลวงชนบทเสนา ระดมกำลังบรรจุทรายและวางกระสอบทรายกั้นน้ำสองข้างทางบนถนนทางหลวงชนบทสาย อย.4044 แยก ทล.3454 – บ้านเจ้าเจ็ด ป้องกันน้ำท่วมสายทางเพิ่มเติม

ทช. จะรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบต่อเนื่อง หากพบเหตุอุทกภัยหรือความเสียหายบนเส้นทาง สามารถแจ้งได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือติดต่อสายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146

การเตรียมพร้อมรับมือ “พายุคัลแมกี” และการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทต่อสังคมส่วนรวม พวกเราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ และขอให้ผู้ประสบภัยทุกท่านปลอดภัยครับ

ที่มา – กรมทางหลวงชนบท ลุยรับมือ “พายุคัลแมกี” สั่งช่วยเหลือประชาชน วางกระสอบทรายเส้นทางน้ำท่วม

อยุธยาอ่วม! น้ำท่วมสูง 8 อำเภอ ชาวเสนาจี้เปิดประตู

สถานการณ์น้ำท่วมในอยุธยายังคงน่าเป็นห่วง หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ทำให้ 8 อำเภอจมบาดาล เดือดร้อนกว่า 54,576 ครัวเรือน ชาวเสนารวมตัว จี้เปิดประตูระบายน้ำ เร่งรัฐบาลช่วยเหลือด่วน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้ปรับการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำอย่างหนักต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน

ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมถึง 8 อำเภอ 123 ตำบล 837 หมู่บ้าน และยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสูงถึง 54,576 ครัวเรือน อำเภอที่ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน และอำเภอบางซ้าย ซึ่งส่วนใหญ่บ้านเรือนตั้งอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สูงถึง 14 ราย ในพื้นที่อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร และอำเภอพระนครศรีอยุธยา

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มขยายวงกว้างอีกครั้ง หลังจากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปรับการระบายในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยไม่มีการกำหนดเพดาน ทำให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่างวิตกกังวลกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดคืนที่ผ่านมา

เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงเสนา ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีประชาชนจากหลายตำบลในพื้นที่อำเภอเสนา อำเภอหัวเวียง และอำเภอผักไห่ จำนวนหลายร้อยคนรวมตัวกัน เพื่อรอเข้าพบ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดการเดินทางมาพบประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่

นายปราโมทย์ กลีบมะลิ อายุ 69 ปี ชาวบ้านอำเภอเสนา เปิดเผยว่า ตนเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ จึงเดินทางมาร่วมเรียกร้องกับชาวบ้าน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เร่งเปิดประตูระบายน้ำสามกอ และประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด ซึ่งหากเปิดทั้งสองจุด จะช่วยให้น้ำจากพื้นที่ตลาดเสนาและบริเวณใกล้เคียงไหลระบายเข้าสู่ทุ่งเจ้าแปด ทุ่งบางไทร และทุ่งคู้สลอด ลาดบัวหลวง ได้เร็วขึ้น โดยขณะนี้พื้นที่ทุ่งเหล่านี้ยังไม่มีน้ำไหลเข้าไปเลย

นายชะอ้อน ไตรอุโภค อายุ 68 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า พื้นที่อำเภอเสนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในปีนี้ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าทุกครั้ง น้ำหลากมาจากหลายทิศทาง ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง ชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ เช่น การเปิดประตูระบายน้ำให้เร็วขึ้น พร้อมเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณจัดซื้อเรือไว้แจกจ่ายประชาชนในทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง

“ตอนนี้ชาวบ้านลำบากมาก อยากให้รัฐบาลลงมาดูพื้นที่จังหวัดอยุธยาด้วยตนเอง ว่าเรากำลังเผชิญความทุกข์ยากแค่ไหน” นายชะอ้อนกล่าวทิ้งท้าย

อยุธยาอ่วม! น้ำท่วมสูง 8 อำเภอ ชาวเสนาจี้เปิดประตู

ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเสนาและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมสูง ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การเปิดประตูระบายน้ำเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ชาวเสนาเดือดร้อนหนัก จี้เปิดประตูระบายน้ำ ช่วยเหลือด่วน!

สถานการณ์น้ำท่วมสูง ในอยุธยา ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก การรวมตัวของชาวเสนาเพื่อเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำ เป็นการแสดงออกถึงความเดือดร้อนและความต้องการที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ

ปัญหาน้ำท่วมสูง ในอยุธยาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การชดเชยความเสียหายให้กับบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร การสนับสนุนให้ประชาชนกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันได้

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอยุธยาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – อยุธยาอ่วม น้ำท่วมสูงแล้ว 8 อำเภอ ชาวเสนารวมตัว จี้เปิดประตูระบายน้ำ

Scroll to top