จังหวัดสงขลา

ส่งใจให้! พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิด

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา หลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น เมื่อเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ทำให้ชาวโซเชียลต่างแห่กันมาส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม

พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการ โดยแนะนำให้ผู้รับบริการใช้บริการผ่านระบบโทรเวช (Telemedicine) ก่อนหน้านี้ ทางเพจ “โรงพยาบาลหาดใหญ่” ได้โพสต์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภายในโรงพยาบาล ซึ่งมวลน้ำได้ไหลบ่าเข้ามาภายในบริเวณโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงชื่นชมอย่างมากคือ ความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปาซียะห์ เถาะ ซึ่งเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้โพสต์ภาพและข้อความที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่า “พ่อๆแม่ๆไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เราจะดูแลอย่างดี ถึงไฟไม่มี น้ำไม่ไหล เราจะดูแลพวกเค้าอย่างดี เราดูแลคนไข้เปรียบเสมือนลูกตัวเองคนหนึ่ง พวกเด็กๆมีความอดทนมากๆเลยนะคะ ไม่งอแงเลย #NMCU #โรงพยาบาลหาดใหญ่”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจพยาบาล รพ.หาดใหญ่ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

กำลังใจจากชาวโซเชียลถึง พยาบาล รพ.หาดใหญ่

ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ที่ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง หลายคนได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยและให้กำลังใจให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม

  • “เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณนะคะที่ไม่ทิ้งเด็กๆ”
  • “ขอบคุณที่ดูแลเจ้าตัวน้อยอย่างเต็มที่ พี่ๆพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ”
  • “พวกพี่ๆพยาบาล อย่าลืมทานข้าว ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
  • “เป็นกำลังใจให้พี่ๆพยาบาล คุณหมอ และน้องหนูทุกคนนะคะ ขอบคุณจากใจเลยค่ะ”
  • “เป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละและไม่เคยทอดทิ้งคนไข้ผ่านไปให้ได้นะคะ”

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ไทย ที่พร้อมจะดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใด พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ตัวจริงที่ควรค่าแก่การยกย่องและให้กำลังใจ

การที่เหล่าพยาบาล รพ.หาดใหญ่ ดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างความหวังให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – แห่ส่งกำลังใจ พยาบาล รพ.หาดใหญ่ ให้คำมั่นดูแลทารกแรกเกิดอย่างดี เปรียบเสมือนลูกตัวเอง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่! นายกฯ เน้นย้ำปลอดภัย

นายกฯ จ่อยกระดับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยันเจ้าหน้าที่หน้างานทำเต็มที่ ระดมทุกหน่วยช่วย กฟภ. เร่งต่อไฟกลับคืนมา ปภ. จ่อสั่งซื้อเจ็ตสกีเพิ่ม น้ำเชี่ยวเรือเล็กเอาไม่อยู่ 

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “THAILAND THE NEXT 4 YEAR” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับรายงานจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ ว่า ตนได้รับรายงานจากนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยตรง ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส อยู่ในพื้นที่แต่ไม่ได้อยู่ในศูนย์บัญชาการ คืนนี้คาดว่าจะได้พูดคุยกัน และในพื้นที่มีสัญญาณไม่เสถียร

เมื่อถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความห่วงทุกอย่าง ขณะนี้กำลังเร่งเติมศูนย์อพยพให้เพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ให้พื้นที่ในการให้ประชาชนอพยพเข้ามาอยู่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้ต้องมีการเพิ่มศูนย์อพยพอีกเป็นจำนวนมาก พรุ่งนี้ (25 พฤศจิกายน 2568) คงต้องส่งคนลงไปดูและจัดการบริหารสถานการณ์อย่างเต็มที่ น้ำไม่ได้มาแล้วไป อาจต้องมีการยกระดับในเรื่องของการบริหารสถานการณ์

นายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ทุกคนทำงานอยู่หน้างานอย่างเต็มที่ มีการเสริมทรัพยากรลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน ขณะนี้ไม่ใช่การต้องทำตามระเบียบแล้ว ตนได้ประกาศให้ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ประสบภัย ดังนั้น จึงสามารถระดมหน่วยงานทุกหน่วยงานเข้าไปช่วยได้ ในวันพรุ่งนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จะลงพื้นที่ ส่วน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในพื้นที่แล้วเพื่อบูรณาการงานร่วมกัน

ส่วนกรณีโรงพยาบาลหาดใหญ่ขอรับการสนับสนุนเครื่องปั่นไฟ นายอนุทิน ระบุว่า ในพื้นที่หาดใหญ่นั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งต่อไฟกลับคืนมาให้ได้ เมื่อสักครู่นี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามีการพูดคุยกับตน ยืนยันว่าภายในครึ่งชั่วโมงไฟจะกลับมา แม้จะมีปัญหา แต่คาดว่าองคาพยพรับทราบปัญหาแล้วและกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ เมื่อน้ำล้นเข้ามา เครื่องปั่นไฟก็อาจใช้ได้ไม่พอ ในรายละเอียดนั้นคนหน้างานไม่มีใครอยู่เฉย ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนรัฐบาลได้ประกาศให้ระดมความช่วยเหลือลงไปอย่างเต็มที่เช่นกัน และต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ทางด้านประเด็นที่มีการขอสนับสนุนเรือเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องใช้เรือที่มีกำลังเพราะน้ำเชี่ยว เรือท้องแบนไม่สำคัญ ซึ่งเรือที่มีกำลังต้องเป็นเรือใหญ่ การจะเข้าไปในพื้นที่ก็ลำบาก กำลังเร่งระดมเจ็ตสกี ขณะนี้มีการใช้เครือข่ายของเอกชนและราชการ ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีเรือ แต่เรือแบบเจ็ตสกีกำลังจัดซื้ออยู่ สิ่งที่สำคัญในเวลานี้ไม่ใช่การขนย้ายทรัพย์สินของชาวบ้านออกมา แต่ต้องเป็นการนำตัวของชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่อันตราย

เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่อีกครั้งหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ขณะนี้กำลังคิดอยู่ ถ้าไม่ลงพรุ่งนี้ก็อาจจะต้องขนกันลงไปอีกเพื่อไปช่วยตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ แต่จริงๆ การทำงานในเวลานี้คนหน้างานก็ทำงานไป ตนไปก็ยุ่ง แม้จะสั่งให้ไม่ต้องมารับ แต่ก็มากันอยู่ดี สู้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ให้การสนับสนุนอาจจะทำให้มีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเข้าช่วยเหลือประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีเบอร์ 4 เบอร์ แต่คาดว่า 4 สายนี้ก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาเป็นระวิง ทั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้นำปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลเขตพื้นที่ตัวเองให้เต็มที่ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเน้นในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ขณะนี้ให้เน้นเรื่องของการช่วยเหลือชีวิตประชาชนก่อนมายังศูนย์พักพิง.

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งระดมทรัพยากรต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มศูนย์อพยพเพื่อให้ประชาชนมีที่พักพิงที่ปลอดภัย และมีการจัดส่งสิ่งของจำเป็นต่างๆ ให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีแผนการอพยพที่ชัดเจน การมีศูนย์พักพิงที่เพียงพอ และการมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับภัยพิบัติ ถือเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันทำเพื่อให้สังคมไทยมีความปลอดภัยและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ที่มา – จ่อยกระดับน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกฯ เน้นย้ำประชาชนปลอดภัย ยัน คนหน้างานทำเต็มที่

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุใด?

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย โดยมีรายงานว่าระดับน้ำรอบโรงไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องระงับการเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน เนื่องจาก กฟผ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรามาเจาะลึกถึงรายละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว กันครับ

ทำไมต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะ?

สาเหตุหลักที่ทำให้ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว คือ ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบบริเวณโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์และระบบไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้าได้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กฟผ. จึงตัดสินใจหยุดเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว

ผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าเป็นอย่างไร?

แม้ว่าโรงไฟฟ้าจะนะจะหยุดเดินเครื่อง แต่ กฟผ. ยืนยันว่าการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดย กฟผ. ได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เดินเครื่องเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทน นอกจากนี้ ยังมีการสั่งเดินเครื่องจากโรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ เสริมอีกด้วย

การดำเนินการดังกล่าวทำให้ระบบไฟฟ้ายังคงมีเสถียรภาพและสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตกในช่วงที่โรงไฟฟ้าจะนะหยุดเดินเครื่อง

มาตรการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของ กฟผ.

กฟผ. มีมาตรการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าต่างๆ จะสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากร รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีแผนสำรองในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม หากเกิดกรณีฉุกเฉินที่โรงไฟฟ้าไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ แผนสำรองนี้จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตลอดเวลา

เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าจะนะในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การมีแผนรับมือที่ดีจะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและทำให้เราสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นและวางแผนอพยพหากจำเป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

และสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันภัย รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีระบบสำรองและมาตรการที่เหมาะสม จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อส่วนรวมได้

ที่มา – กฟผ. หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะชั่วคราว เหตุน้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง

ฝนถล่ม! กลุ่มฝนปกคลุม ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

พายุฝนกำลังกระหน่ำ! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานว่าตรวจพบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยเรดาร์ตรวจอากาศหาดใหญ่ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว และคาดการณ์ว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างมากขึ้นไปอีก

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเพจเฟซบุ๊กศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้รายงานผลการตรวจอากาศด้วยเรดาร์จากสถานีตรวจอากาศด้วยเรดาร์หาดใหญ่ เวลา 18.45 น. (11.45 UTC) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ปัจจุบัน ตรวจพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองและกลุ่มฝนกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุม:

  • อำเภอคลองท่อม, เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
  • อำเภอเมือง, ปากพนัง, ร่อนพิบูลย์, ทุ่งสง, บางขัน, จุฬาภรณ์, ชะอวด, เชียรใหญ่, หัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.พัทลุง
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สตูล
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.สงขลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ปัตตานี
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ยะลา
  • กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.นราธิวาส

รวมถึงในทะเลอ่าวไทย, ทะเลอันดามัน และบริเวณชายแดนประเทศมาเลเซีย

คาดการณ์กลุ่มฝนล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง: คาดว่ากลุ่มฝนมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น และมีพื้นที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา

จากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากลมแรงและคลื่นสูงเกิน 2 เมตร อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

เตรียมตัวรับมือ กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา อย่างไรดี?

เพื่อความปลอดภัยในช่วงที่กลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมพร้อมดังนี้:

  • ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และเปิดไฟหน้ารถ
  • ชาวเรือควรงดออกจากฝั่ง หากมีประกาศเตือนภัย
  • เตรียมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
  • มีเบอร์โทรฉุกเฉินติดตัวไว้เสมอ

สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปด้วยดี

ที่มา – พบกลุ่มฝนปกคลุมทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

หมอสุภัทรชี้ Rain Bomb ต้นเหตุ น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

“หมอสุภัทร” เผย “Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 พร้อมชี้สภาพอากาศรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ทำแผนการป้องกันน้ำท่วมอาจต้องทบทวนใหม่

วันที่ 24 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง Rain Bomb เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้น น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 พร้อมระบุว่า

“น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่รอบนี้ มาเร็ว แรง เหนือความคาดหมาย คืนศุกร์ 21 พ.ย. 2568 ในขณะที่คลองระบายน้ำ ร1 มีระดับน้ำต่ำกว่าขอบคลองมาก ความเชื่อมั่นน้ำไม่ท่วมจึงค่อนข้างสูง ปีที่แล้วน้ำมากก็ยังเอาอยู่ ปีนี้ฝนเพิ่งเริ่มตกแบบต่อเนื่องเอง ความรู้สึกผู้คนจึงคิดว่า น้ำยังไม่น่าท่วม

แต่ฝนมาเหนือความคาดหมาย เกิดการตกของฝนแบบ Rain Bomb และต่อเนื่องในคืนเดียวกว่า 300 มิลลิเมตร ตกหนักมากในบริเวณเขาคอหงส์ อ่างแก้มลิงคอหงส์น้ำล้น น้ำจากเขาคอหงส์ตลอดแนวเขาไหลบ่าลงมาจนล้นคลอง 30 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่ โดยที่น้ำยังไม่ล้นคลอง ร1 (ซึ่งปกติคลอง ร1 น้ำจะเพิ่มเพราะน้ำหลากมาจากสะเดา ไม่ใช่เขาคอหงส์) การเฝ้าดูน้ำคลอง ร1 เป็นสัญญาณการเตือนภัยจึงทำให้ล่าช้า

น้ำจากเขาคอหงส์ มีทางระบายออกเมืองที่สำคัญคือคลอง ร5 และคลอง 30 เมตร ที่ดักน้ำพาออกนอกเมืองก่อนบ่าเข้าเมือง แต่ฝน Rain Bomb หนักเกินไป น้ำนาหม่อมก็ไหลมาสมทบผ่านคลองเรียน เพียงแค่ฝนหนักในคืนแรกก็บ่าเข้าเมืองต่อเนื่องจนท่วมสูงในคืนศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์

ถ้าน้ำในคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ไม่ล้น น้ำในเมืองก็จะบ่าลงคลอง แต่ฝนที่หนักทั่วทุกพื้นที่ ทำให้น้ำคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ปริ่มและล้น น้ำท่วมเมืองจึงทรงๆ ไม่ลดลงจนถึงวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ 23 พ.ย. 2568 สถานการณ์ฝนตกหนักฝั่งคอหงส์เหมือนจะลดลงแล้ว แม้ยังตกสลับแล้ง ฝนหนักได้ตกลึกเข้าไปในแผ่นดิน น้ำสะเดาทุ่งลุงเริ่มลงมาแล้ว ในท่ามกลางน้ำคลองอู่ตะเภาและคลอง ร1 ที่ปริ่มล้น จึงทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเมืองยังวิกฤต โดยเฉพาะชานเมืองฝั่งตะวันตกและตำบลรอบนอก

สภาพอากาศรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ทำให้แผนการป้องกันและลดความรุนแรงจากน้ำท่วมอาจต้องทบทวนใหม่ ทั้งส่วนบุคคลที่ทุกบ้านต้องเตรียมถุงยังชีพเอง และระบบของทางการที่ต้องเตรียมการรับมืออีกมาก

Rain Bomb และน้ำบ่าจากฝั่งเขาคอหงส์ คือจุดอ่อนสำคัญของระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ และเป็นปฐมเหตุของน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568“.

จากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 ที่เกิดขึ้น นพ.สุภัทรได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

“Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

Rain Bomb คืออะไร ทำไมถึงเป็นต้นเหตุสำคัญของน้ำท่วม?

Rain Bomb หรือฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้นๆ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือที่ราบเชิงเขา ซึ่งน้ำฝนจะไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและความถี่ในการเกิดปรากฏการณ์ Rain Bomb ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลและต้องมีการศึกษาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม
  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำ
  • การวางแผนการใช้ที่ดิน

ภาวะโลกร้อนส่งผลให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น เราทุกคนต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เราควรติดตามข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “หมอสุภัทร” เผย “Rain Bomb” เขาคอหงส์ จุดเริ่มต้นน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

“อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือและเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน

นายอรรถกรกล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับสถานทูตต่างๆ และสมาคมโรงแรม เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ

“เราเข้าใจถึงความกังวลของนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เราจึงได้ประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อเร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด และจัดหาที่พักพิงชั่วคราวที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย” นายอรรถกรกล่าว

“อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยได้สั่งการให้จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ

มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยจะให้ความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน และค่าชดเชยความเสียหายอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

นายอรรถกรยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยในเดือนธันวาคมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามแข่งขันมวยไทยในจังหวัดสงขลาที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งได้เตรียมสนามสำรองไว้แล้วเพื่อไม่ให้กระทบต่อการแข่งขัน

“เรามั่นใจว่าเราจะสามารถจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะมีอุปสรรคจากสถานการณ์น้ำท่วม เราได้เตรียมแผนสำรองไว้พร้อมแล้ว และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ” นายอรรถกรกล่าว

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี และกลับมาสร้างความเข้มแข็งและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติของเราต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ รัฐบาลและทุกภาคส่วนจะทำงานอย่างหนักเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกคน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมายังอำเภอหาดใหญ่ในช่วงนี้ ขอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตรวจสอบข้อมูลการเดินทางกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างสม่ำเสมอ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – “อรรถกร” เผย เร่งอพยพนักท่องเที่ยวน้ำท่วมหาดใหญ่ ประสานใช้รถใหญ่เข้าไปรับ

นายกฯ บินด่วนหาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ด่วน! “นายกฯ อนุทิน” เตรียมบินด่วนไปอำเภอหาดใหญ่บ่ายวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ หลังเสร็จภารกิจที่ จ.ขอนแก่น สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง ทำให้ท่านนายกฯ ต้องลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมบินด่วนไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บ่ายวันนี้ (22 พ.ย.68) ภายหลังเสร็จภารกิจมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้ปรับกำหนดการเร่งด่วน

การเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของท่านนายกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่ท่านมีต่อพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่กำลังประสบกับความยากลำบากจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การลงพื้นที่จริงจะช่วยให้ท่านได้รับทราบข้อมูลและปัญหาต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

ภารกิจเร่งด่วน: นายกฯ กับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

การตัดสินใจปรับกำหนดการเดินทางของท่านนายกฯ เพื่อลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ การลงพื้นที่ด้วยตนเอง นอกจากจะช่วยให้ได้รับทราบสถานการณ์จริงแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย

ความสำคัญของการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

การที่ผู้นำประเทศลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการภัยพิบัติ เพราะจะช่วยให้

  • ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ: ข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่จริง จะมีความถูกต้องและแม่นยำมากกว่าข้อมูลที่ได้รับจากการรายงานเพียงอย่างเดียว
  • สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม: การเห็นสภาพปัญหาด้วยตาตนเอง จะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรอบด้านและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถสั่งการและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที: การอยู่ในพื้นที่ จะช่วยให้สามารถสั่งการและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย: การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญและลงพื้นที่ให้กำลังใจ จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย

นายกฯ บินด่วนไปหาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

การติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงการพิจารณามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของท่านนายกฯ ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข การที่ผู้นำประเทศให้ความสำคัญและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือและจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การลงทุนในระบบเตือนภัย ระบบระบายน้ำ และการวางผังเมืองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติได้ในระยะยาว

ที่มา – นายกฯ บินด่วนไปหาดใหญ่บ่ายนี้ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้ สั่งเพิ่ม!

รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม ทุกอย่างอยู่ในสำนวนแล้ว รอฟังข่าวเร็วๆ นี้ เรื่องราวของนักการเมือง ช. ที่หลายคนจับตามองยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้ออกมาให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) และ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ถึงนักการเมือง ช. ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ว่า ได้พูดคุยกันแล้ว และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ย้ายมาใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการทุกอย่างไปมากแล้ว ทุกอย่างอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะสามารถรื้อคดีหรือดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่สามารถรื้อคดีได้ แต่เรื่องใดที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ก็สั่งให้ดำเนินการ แต่เท่าที่ทราบก็ทำไปได้เยอะแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะนำสำนวนเก่ามาดูแล้วฟ้องใหม่ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวย้ำว่า ดำเนินการไปได้เยอะแล้ว รอฟังข่าวเร็วๆ นี้

รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้

จากคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำให้เราทราบว่า แม้จะไม่สามารถรื้อคดีเก่าของนักการเมือง ช. ได้ แต่ก็มีการสั่งให้ดำเนินการเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคดีนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ และอาจมีประเด็นใหม่ๆ ที่จะถูกเปิดเผยในอนาคตอันใกล้นี้

ทำไมถึงรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมถึงไม่สามารถรื้อคดีเก่าได้? อาจมีข้อจำกัดทางกฎหมาย หรือข้อเท็จจริงบางประการที่ทำให้การรื้อคดีเป็นไปได้ยาก แต่ถึงกระนั้น การสั่งให้ดำเนินการเพิ่มเติมก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีนักการเมือง ช. คืออะไร? ถึงแม้รายละเอียดในสำนวนจะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัญญาว่าจะมีการแจ้งข่าวให้ทราบในเร็วๆ นี้ ทำให้ประชาชนยังคงมีความหวังว่าจะได้รับรู้ความจริงในที่สุด

คดีของนักการเมือง ช. มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลหลายฝ่าย การดำเนินการใดๆ จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดทางกฎหมายที่อาจทำให้คดีพลิกผัน

สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ ความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการดำเนินคดี การเปิดเผยข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการยุติธรรม และทำให้ประชาชนรู้สึกว่ากฎหมายสามารถใช้บังคับได้อย่างเสมอภาค ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม

การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีนักการเมือง ช. อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงสถานการณ์ และความคืบหน้าของคดีได้อย่างถูกต้อง และสามารถวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมโดยรวม

รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้ อาจเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนผิดหวัง แต่การสั่งให้ดำเนินการเพิ่มเติม ก็เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าคดีนี้ยังไม่ถูกละเลย และอาจมีเซอร์ไพรส์รออยู่ในอนาคต

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น และนำไปสู่ความเป็นธรรมที่แท้จริง

การที่ท่าน รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่มนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ยันรื้อคดีเก่านักการเมือง ช. ไม่ได้ แต่สั่งดำเนินการเพิ่ม

กกต. เอาผิดอาญา อดีต สจ. ตบหน้า ปลัด อบต.

กกต. มีมติเดินหน้าเอาผิดทางอาญาต่อ “สิรดนัย พลายด้วง” และ “จำเนียร เทียนก้อน” จากเหตุการณ์ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่ลพบุรีและสงขลา เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ลงมติให้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่กระทำการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยมีสองเหตุการณ์หลักที่ถูกพิจารณา ได้แก่ กรณีในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสงขลา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

กกต. เอาผิดอาญา อดีต สจ. ตบหน้า ปลัด อบต.

รายละเอียดกรณีทำร้ายร่างกายที่ลพบุรี

ในกรณีของการทำร้ายร่างกายผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม จังหวัดลพบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับ นางจำเนียร เทียนก้อน ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง นางจำเนียร ได้กระทำการทำร้ายร่างกาย นางสาวโยษิตา จันทวงษ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ขณะที่นางสาวโยษิตากำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์การถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งภายในคูหา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568

การกระทำของนางจำเนียรถือเป็นความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการการเลือกตั้ง ในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ทาง กกต. ได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลพบุรีดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีดังกล่าวแล้ว

รายละเอียดกรณีทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สงขลา

สำหรับกรณีการทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่เลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เทศบาลตำบลพะวง จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับ นายสิรดนัย พลายด้วง และพวกรวม 7 คน ในความผิดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

ขณะนี้ คดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการทางศาลแล้ว โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. ขอยืนยันว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการขัดขวางหรือคุกคามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ถือเป็นความผิดร้ายแรง และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

การที่ กกต. ดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้ง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อกระบวนการประชาธิปไตย นอกจากนี้ การลงโทษผู้ที่ทำผิดยังเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ดังนั้น การที่ กกต. เอาผิดอาญา อดีต สจ. ตบหน้า ปลัด อบต. จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการขัดขวางหรือทำลายกระบวนการเลือกตั้ง จะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – กกต. เคาะเอาผิดทางอาญา อดีตสจ.กอล์ฟ-หญิงใช้รองเท้าตบหน้า ปลัด อบต.

Scroll to top