จังหวัดสงขลา

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO

รัฐบาลไทยแสดงความยินดีที่ “น่าน” และ “สงขลา” ได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ตอกย้ำศักยภาพทางวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลชื่นชมการบริหารจัดการที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านและจังหวัดสงขลา จนได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น สอดคล้องกับนโยบาย “ไท ไทย” ที่เน้นการสร้างรายได้จากวัฒนธรรมท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO

จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น–ชุมชน–ธรรมชาติ” ตอกย้ำความเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” ที่หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอไทลื้อ, เครื่องเงินอิ้วเมี่ยน, งานจักสาน, เตาเผาโบราณบ่อสวก, จิตรกรรมฝาผนังกระซิบรักบันลือโลก, หัวเรือแข่งพญานาค และย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ

ขณะที่จังหวัดสงขลาได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขาอาหาร ด้วยความโดดเด่นของการเป็นเมือง 2 ทะเล คือ ทะเลสาบสงขลา (น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม) และทะเลอ่าวไทย รวมถึงระบบนิเวศ “โหนด-นา-เล” ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดวัตถุดิบที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารสงขลา นอกจากนี้ สงขลายังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเมือง

ทำไมรัฐบาลถึงปลื้ม “น่าน-สงขลา” กับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO?

การที่ “น่าน-สงขลา” ได้รับการคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็น รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO นี้ ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับทั้งสองจังหวัด แต่ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยรวม เป็นการตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO:

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • สร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณี
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
  • สร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก

รัฐบาลมองว่าการที่จังหวัดน่านและจังหวัดสงขลาได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริม Soft Power ของไทย และเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง

การเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ไม่ได้เป็นเพียงแค่รางวัล แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการนำเอาวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันให้ “น่าน” และ “สงขลา” เป็นต้นแบบของเมืองที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของอัตลักษณ์และความเป็นไทย

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของคนไทยในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับประเทศชาติ หากเราสามารถรักษาและต่อยอดความสำเร็จนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ที่มา – รัฐบาล ปลื้ม “น่าน-สงขลา” คว้าสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO เร่งต่อยอดท่องเที่ยว

เฮ! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์โลก ปี 68

ประเทศไทยเฮ! ยูเนสโกประกาศรับรองให้ “น่าน” และ “สงขลา” เป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลกประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีนี้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยเมืองน่านได้รับการประกาศในสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ในขณะที่สงขลาโดดเด่นในสาขาวิทยาการอาหาร (Gastronomy) นับเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำศักยภาพทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทย

การที่ “น่าน-สงขลา” ได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์โลก ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ของไทยสู่สายตาชาวโลก

จังหวัดน่าน
จังหวัดน่าน

ไทยเฮ! ยูเนสโก ประกาศรับรอง “น่าน-สงขลา” เป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลก ปี 2568

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกว่า จังหวัดน่านนำเสนอข้อมูลในสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ภายใต้แนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น–ชุมชน–ธรรมชาติ” ซึ่งเป็นการเน้นย้ำความเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” (Living Old City) ที่งานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงถูกผลิต ใช้ และสืบทอดในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ผ้าทอไทลื้อและลายน้ำไหล เครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยน งานจักสาน มรดกเตาเผาโบราณบ่อสวก จิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” และงานแกะสลักไม้หัวเรือแข่งพญานาค

จังหวัดสงขลา
จังหวัดสงขลา

สำหรับจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอความโดดเด่นในสาขาอาหาร โดยเน้นความเป็นเมือง 2 ทะเล ที่มีทั้งทะเลสาบสงขลา (น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม) และทะเลฝั่งอ่าวไทย ภูมินิเวศแบบโหนด-นา-เล ทำให้มีวัตถุดิบในการทำอาหารที่หลากหลาย กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองสงขลา นอกจากนี้ สงขลายังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเมือง

ในปีนี้ ยูเนสโกได้ประกาศรับรองเมืองใหม่เข้าสู่เครือข่ายทั้งหมด 58 เมือง จาก 41 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุม 8 สาขาความสร้างสรรค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า การเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก จะช่วยส่งเสริมให้เมืองน่านและสงขลา ได้พัฒนาและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ “วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์” เป็นหัวใจหลัก

ความสำคัญของ น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ของโลก ปี 2568

การที่ประเทศไทยมีเมืองสร้างสรรค์ของโลกเพิ่มขึ้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางวัฒนธรรมของไทยในระดับสากล และเป็นการเปิดโอกาสให้เมืองต่างๆ ในประเทศไทยได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังได้แสดงความยินดีกับอีก 6 เมืองในประชาคมอาเซียนที่ได้รับการประกาศในปีนี้ด้วย ได้แก่ Dumaguete City สาขาวรรณกรรม, Quezon City สาขาภาพยนตร์ (ฟิลิปปินส์), Ho Chi Minh City สาขาภาพยนตร์ (เวียดนาม) Malang สาขามีเดีย อาร์ต, Ponorogo สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (อินโดนีเซีย) และ Kuala Lumpur สาขาการออกแบบ (มาเลเซีย)

การประกาศรับรองน่าน-สงขลา เป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลกในปี 2568 นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยทุกคน และเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพทางวัฒนธรรมให้โลกได้เห็น

ที่มา – ไทยเฮ! ยูเนสโก ประกาศรับรอง “น่าน-สงขลา” เป็นเมืองสร้างสรรค์ของโลก ปี 2568

นายกฯ ไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ดูแล จนท.

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชายแดนใต้ บอกหายแล้วกลับไปทำงาน รอบรรจุเข้ารับราชการ ก่อนกลับ กทม. แวะปิดทองหัวใจพระนอน ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ เผยไร้เรื่องการเมือง

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงได้เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วยตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ ณ หอผู้ป่วยพิเศษเฉลิมพระบารมี 8 และหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการ พูดคุยให้กำลังใจ และรับฟังรายงานการดูแลรักษาจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับอาสาสมัครทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากการลาดตระเวนคุ้มครองเด็กไปโรงเรียน โดยกล่าวให้กำลังใจว่า “เดี๋ยวก็หาย รักษาตัวให้หายดี พักผ่อนเยอะ ๆ ไม่ต้องห่วง หายแล้วกลับไปทำงาน รอบรรจุเข้ารับราชการนะ หายไว ๆ”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จังหวัดยะลา ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งสอบถามผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัดถึงสวัสดิการและการช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพ โดยย้ำว่าหลังจากรักษาหายดีแล้วสามารถกลับเข้ารับราชการได้ตามเดิม พร้อมมอบกระเช้าของเยี่ยม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP โดยครอบครัวได้ขอถ่ายรูปร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว

ภายหลังการเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาและฟื้นตัวอย่างดี ถือเป็นข่าวดี พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้การเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยมีกฎระเบียบและมาตรการดูแลผู้ประสบเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ได้กำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดดูแลอย่างใกล้ชิด

นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายอนุทิน เสร็จสิ้นภารกิจ ก่อนเดินทางกลับกทม. นายอนุทิน ได้แวะไหว้พระที่ วัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่ใน) ตามคำเชิญของนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยได้เข้าสักการะองค์พระพุทธมหัตตมงคลซึ่งเป็นพระนอน จากนั้น ได้เข้าไปปิดทองหัวใจพระนอน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคณะ โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนเองได้อธิษฐาน ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ต่อผู้ที่ไม่ประสงค์ดี โดยปราศจากเงื่อนไข ทั้งเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และทุกอย่าง ใครไม่หวังดีกับประเทศไทยต้องพินาศ เมื่อถามว่าได้ขอพรให้พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ยกจังหวัดสงขลาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ขอพรเรื่องการเมืองเลย จากนั้น ทางเจ้าอาวาสวัดหาดใหญ่ใน ได้มอบ “พระกริ่งมหาราชมหาราชราชา” สร้างพลับพลา 2 มหาราช ปี 2568 จากนั้นได้มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะที่เดินทางมาในครั้งนี้ ก่อนที่นายกฯจะมาไหว้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล และก่อนเดินทางกลับทางพระที่วัด และเจ้าอาวาส ได้ให้พรขอให้มีแรง ขอให้มีฤทธิ์ ขอให้มีกำลัง และยังขอให้โชคดี

แต่ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถเดินทางกลับ ได้มีประชาชนที่อยู่ภายในวัดมาขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรีและให้กำลังใจในการทำงานอีกด้วย

นายกฯ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

จากเหตุการณ์นี้ สิ่งที่เราได้เห็นคือความห่วงใยที่นายกรัฐมนตรีมีต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และความตั้งใจที่จะ ขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ต่ออุปสรรคต่างๆ การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ ถือเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ที่มา – นายกฯ บอก จนท. บาดเจ็บหายแล้วรอบรรจุ-แวะไหว้พระขอพรให้ประเทศไทยมีชัยชนะ

Scroll to top