จัดตั้งรัฐบาล

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยดราม่าร้อน ๆ ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อ“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีชุดใหม่กันยกใหญ่ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้มันคืออะไร และทำไมถึงไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนกังวล

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยถูกกล่าวหาว่าแต่งตั้งโดยมิชอบ

นายบวรศักดิ์ ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแล้ว เพราะปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้เฉพาะขณะดำรงตำแหน่ง พอพ้นตำแหน่งแล้วก็ถือว่าจบ ไม่มีอะไรติดค้าง

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. ชุดใหม่

นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ ยังพูดถึงกระบวนการตรวจสอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่กำลังจะมาว่า ยังไม่มีการปรึกษากันเรื่องนี้ แต่เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จะส่งรายชื่อผู้เสนอตัวเข้ารับการตรวจสอบ โดยขยายไปยังหน่วยงานมากกว่า 9 แห่ง เช่น

  • ศาลยุติธรรม
  • ศาลปกครอง
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เขาย้ำว่า ถ้ามีลักษณะต้องห้ามชัดเจน ไม่ใช่แค่สุ่มเสี่ยง ก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ แต่คำว่าสุ่มเสี่ยงต้องชี้แจงให้ชัดเจนก่อน

กรณีศึกษา ร.อ.ธรรมนัส และบทเรียนการเมือง

ย้อนกลับไป กรณี ร.อ.ธรรมนัส เคยมีประเด็นร้อนเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. จากคดีเก่าที่ต่างประเทศ แต่สุดท้ายได้เข้ามารับตำแหน่ง รมต. จนกระทั่งพ้นไป ล่าสุดนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนต่อนายกฯ อนุทิน ก็ไม่กระทบอะไร

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงคดีวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ศาลเห็นว่าการกระทำขณะเป็น รมต. ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม (สามารถอ่านคำวินิจฉัยฉบับเต็มได้)

ส่วนเรื่องนายบวรศักดิ์ เอง ยังไม่ถูกทาบทามให้กลับมานั่งรองนายกฯ อีกสมัย โดยบอกว่า "ยัง ๆ" และยังไม่สมมติอะไร เพราะรายชื่อยังไม่ได้รับรองทั้งหมด สื่อมวลชนเป็นคนตั้งเรื่องเอง

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบการเมืองไทย ที่การตรวจสอบต้องเข้มงวด แต่ก็ต้องเคารพหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่กำหนดกรอบชัดเจน หากเราต้องการการเมืองที่โปร่งใส ทุกฝ่ายต้องยึดหลักนี้

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยควรมีกลไกตรวจสอบที่รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อลดดราม่าแบบนี้ และให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็น“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ที่มา – “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อามินทร์ย้ำทีมพร้อม

ข่าวการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อ “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงเกษตรฯ (กษ.) ล่าสุดมีรายงานว่าแจ้งลางานเพิ่มอีก 1 วัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการเมืองไทยกำลังจะพลิกผันอย่างไร

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ.

ช่วงบ่ายของวันดังกล่าว เวลา 14.10 น. ยังคงไร้ร่องรอยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กระทรวงเกษตรฯ ผู้สื่อข่าวติดตามอย่างใกล้ชิด แต่จนถึง 16.50 น. ก็มีข่าวแจ้งลางานเพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกทิศทาง โดยเฉพาะสถานะของพรรคกล้าธรรมที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานที่ปรึกษา จะไปทางไหนต่อไป? จะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวหรือยังมีโอกาสปรับตัวเข้าร่วมรัฐบาล?

อามินทร์ ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

ในระหว่างนั้น นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้าที่ทำงานตามปกติ และให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ทั้งคู่ได้คุยกันผ่านไลน์เพื่อให้กำลังใจกันมาแล้ว “ต่างคนต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม วันนี้ผู้กองมอบหมายให้ผมมาทำงานตามปกติ และผมบอกไปว่าตนและเพื่อน ส.ส. อยู่ตรงไหนก็ได้ พร้อมทำงานเสมอ” อามินทร์กล่าว

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว อามินทร์ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันดีกว่า” แต่ที่ชัดเจนคือความมั่นใจในทีม โดยเฉพาะทั้ง 58 เสียงของ ส.ส.พรรค “มั่นใจครับ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้เหนื่อยกันมาพอสมควร และเชื่อว่าผู้กองดูแล ส.ส. ดี” นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องซื้อตัว ส.ส. หรือ “งูเขียว” อย่างสิ้นเชิง โดยหัวเราะและบอกว่า “ไม่มีหรอกครับ มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)” แสดงถึงความสามัคคีที่แน่นแฟ้นในพรรค

  • คุยไลน์ให้กำลังใจกันระหว่างธรรมนัสกับอามินทร์
  • ส.ส.กล้าธรรม 58 เสียงพร้อมทำงานทุกตำแหน่ง
  • ไม่มีข่าวซื้อตัว ส.ส. หรืองูเขียวในพรรค
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจสถานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • ธรรมนัสแจ้งลางานต่อเนื่อง ไม่เข้าทำงานที่ กษ.

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พลังประชารัฐที่เคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลประยุทธ์ เคยถูกปลดจาก รมช.เกษตรเนื่องจากประเด็นยาเสพติดในอดีต แต่กลับมาสตรองอีกครั้งกับพรรคกล้าธรรม พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อกล้าทำกล้าถูก เน้นนโยบายเกษตร สิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งอามินทร์เองก็มาจากพื้นที่นราธิวาส การที่ธรรมนัสไปฟินแลนด์อาจเป็นการพักผ่อนหรือประชุมส่วนตัว แต่การลาไม่เข้า กษ. ต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 ยังคงผันผวน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกำลังเจรจาเพื่อความมั่นคง ร.อ.ธรรมนัส อาจกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อให้พรรคกล้าธรรมได้ประโยชน์สูงสุด หากเป็นฝ่ายค้านจริง ก็พร้อมสู้ด้วยประสบการณ์และฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและใต้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีวาระสำคัญรออยู่ เช่น นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง การส่งออกผลไม้ และโครงสร้างพื้นฐานน้ำชลประทาน หากธรรมนัสไม่อยู่ อามินทร์และทีมต้องแบกรับภาระหนัก แต่จากคำพูดดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ส.ส.กล้าธรรมพร้อมลุยต่อ

สุดท้ายแล้ว “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมการเมืองรอบใหม่ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน? เป็นฝ่ายค้านสู้สุดใจ หรือหาทางกลับรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองไทยล่าสุดจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. “อามินทร์” ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ไม่หวั่นคดี

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย หลังนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกพรรคกล้าธรรม เดินทางมารับใบรับรองตัวแทนสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ท่ามกลางกระแสข่าวคดีความและการเจรจาดีลทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส.

ในฐานะ สส. สมัยที่ 2 จากจังหวัดสงขลา เขต 4 นายชนนพัฒฐ์ เน้นย้ำถึงการทำงานที่มุ่งเน้นพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสวัสดิการประชาชน เขาเชื่อมั่นว่าการให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนจะนำมาซึ่งโอกาสในการทำงานต่อไป แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง

ไม่หวั่นคดีความ พร้อมให้ตรวจสอบทุกมิติ

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. แล้ว ยืนยันชัดเจนว่าไม่กังวลเรื่องคดีความที่ติดตัว โดยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งได้ตั้งคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว เขาเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับหมายเรียก แต่พร้อมชี้แจงทันทีหากมีการแจ้งมา โดยมองว่าการถูกตรวจสอบเป็นเรื่องปกติของบุคคลสาธารณะ

นายชนนพัฒฐ์ ยังย้ำว่าตนไม่ใช่จุดอ่อนของพรรคกล้าธรรม ที่จะกระทบโอกาสการเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านกีฬาฟุตบอลที่เคยชื่นชอบผลงานของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

  • จุดเด่นการทำงาน: มุ่งพัฒนาพื้นที่สงขลาให้เต็มศักยภาพ
  • พร้อมตรวจสอบ: ยินดีให้หน่วยงานทุกแห่งสอบสวน
  • ไม่กระทบพรรค: เชื่อมั่นความสัมพันธ์กับภูมิใจไทย
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจ: จับตาดีลรัฐบาลในสัปดาห์หน้า

รอผู้ใหญ่สองพรรคคุยกัน ปมดีลร่วมรัฐบาล

สำหรับประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล นายชนนพัฒฐ์ ระบุว่ารอให้ผู้ใหญ่ของพรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทยหารือกัน โดยล่าสุดเพิ่งวางสายจาก ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ให้กำลังใจและย้ำให้รอผลรับรองเสร็จสิ้นก่อน เขาเชื่อว่าความสัมพันธ์จากการต่อสู้ร่วมกันในสภาชุดที่ 26 จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เป้าหมายคือเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อทำงานให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก็ไม่กระทบการทำงานในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานรัฐจะช่วยเหลือ สส. ทุกคนเท่าเทียม นอกจากนี้ยังตอบโต้ข่าวลือเรื่อง “งูเห่า” ในพรรคด้วยวลีเด็ด “ไม่มี หากจะไปก็ไปด้วยกัน” แสดงถึงความสามัคคีภายในพรรค

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การที่ “ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ด้วยท่าทีมั่นใจ แสดงให้เห็นว่านักการเมืองรุ่นใหม่พร้อมเผชิญความท้าทาย ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือสัญญาณบวกที่การตรวจสอบจะช่วยยกระดับคุณภาพนักการเมือง หากทุกคนโปร่งใส

CTA: คุณคิดอย่างไรกับโอกาสของพรรคกล้าธรรมในการร่วมรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ไม่หวั่นคดีความพร้อมให้ตรวจสอบ รอผู้ใหญ่คุยกันปมดีลร่วมรัฐบาล

“อรรถกร” ยันไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง เมื่อนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงสถานการณ์ภายในพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่อง ‘งูเห่า’ หรือบุคคลที่อาจทรยศพรรค การยืนยันนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้สมาชิก แต่ยังสะท้อนจุดยืนที่เหนียวแน่นของพรรคในการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล

“อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการเลือกตั้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถกรได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า สมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกคนกำลังใจดี มีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค “เราคือครอบครัวเดียวกัน แม้จะมีพรรคอื่นโจมตี แต่เราพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยคะแนนเสียงจากประชาชน 156 เขต” เขากล่าว

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคกล้าธรรมแสดงความพร้อมเข้าร่วมรัฐบาล โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอรรถกรยืนยันว่าพรรคมีศักยภาพและบุคลากรพร้อมขับเคลื่อนประเทศ แม้ตัวเขาเองจะไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรง แต่พร้อมสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส อย่างเต็มที่

กระแสข่าว ‘งูเห่า’ ในพรรคกล้าธรรม

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวเรื่องงูเห่าในพรรค นายอรรถกรหัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่มีจริง ถ้ามีเบาะแสก็แจ้งมาได้ สมาชิกทุกคนให้กำลังใจกันดี” เขาเชื่อมั่นว่าหากมีคนทรยศจริง จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในครั้งหน้า ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นโดยรวม พรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศ

นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข่าวลือเรื่องเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคประชาชนแข่งกับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยกันในพรรค สำหรับกรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคัดค้านผลเลือกตั้งในฉะเชิงเทรา นายอรรถกรมั่นใจในคะแนนที่ทิ้งห่าง 4-5 หมื่นเสียง ผลจากงานเข้าถึงประชาชนและแก้ปัญหาตรงจุด

ความพร้อมและผลงานกระทรวง

ในฐานะรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ นายอรรถกรยังคงมุ่งขับเคลื่อนงานที่ค้างคา โดยได้รับคำปรึกษาจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็นที่ปรึกษากระทรวง ส่วนกระทรวงเกษตรที่พรรคเคยดูแลมานาน ไม่ว่าจะ ร.อ.ธรรมนัส ศ.ดร.นฤมล หรือตัวเขาเอง ล้วนทำงานต่อเนื่องเพื่อเกษตรกร เขาเชื่อว่าใครต่อก็ต้องสานต่อให้ดีเพื่อประโยชน์ประชาชน

  • จุดแข็งพรรคกล้าธรรม: ได้รับความไว้วางใจ 156 เขต
  • กำลังใจสมาชิก: พูดคุยกันตลอด ไม่มีขัดแย้ง
  • จุดยืนชัด: พร้อมร่วมรัฐบาลหรือค้านเพื่อประเทศ
  • ผลงานกระทรวง: ต่อเนื่อง สร้างประโยชน์ยั่งยืน

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ของ “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส” สร้างความชัดเจนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีที่แท้จริง

ในมุมมองผู้เขียน พรรคกล้าธรรมมีโอกาสสูงในการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลใหม่ ด้วยผลงานและความพร้อม หากรักษาความเป็นเอกภาพได้ จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยได้อย่างมั่นคง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตที่นี่!

ที่มา – “อรรถกร” ยัน ไม่มีงูเห่าในพรรคกล้าธรรม ลั่นทุกคนกำลังใจดี พร้อมไปกับ “ธรรมนัส”

โผ ครม.อนุทิน 2/1 แทรกคนรุ่นใหม่-บ้านใหญ่

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่ทุกคนกำลังจับตามองกัน นั่นคือ โผ ครม.อนุทิน 2/1 ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังจัดสรรโควต้าให้สมาชิกพรรคอย่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการแทรกคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ และผู้มีจิตอาสาที่ทำงานหนักให้พรรคมาอย่างยาวนาน ข่าวนี้มาจากรายงานวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีสัดส่วนใน 19 กระทรวงหลักๆ ซึ่งนับเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่ในการผลัดใบผู้นำรุ่นใหม่สู่เวทีบริหารประเทศ

โผ ครม.อนุทิน 2/1

โผ ครม.อนุทิน 2/1 ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจและบ้านใหญ่อีกแล้ว พรรคยังเปิดทางให้กลุ่มเลือดน้ำเงินแท้ๆ ที่ภักดีต่อพรรคมาตลอด มีชื่อติดโผด้วย ชื่อเด่นๆ ที่หลุดออกมาประกอบด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ, นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล, นางสุขสมรวย วันทนียกุล หรือ เจ๊รวย ส.ส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา

บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ทายาทจากตระกูลนักการเมืองใหญ่ที่มีฐานเสียงมั่นคง บวกกับจิตอาสาที่ลงพื้นที่ทำงานจริงจัง โดยเฉพาะจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านกาสิโน ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลือดน้ำเงินแท้ของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เคยสั่นคลอน นี่คือการล้างไพ่ครั้งใหญ่ จากสัดส่วน ส.ส. 10:1 มาเป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทตัดสินใจในสภา

ตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ในโผ ครม.อนุทิน 2/1

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย มีโอกาสสูง ส่วนรองประธานสภา มีแคนดิเดตถึง 4 คน ได้แก่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง, นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี ที่อาจโยกจากรัฐมนตรีช่วยคมนาคม, นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์, และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่รองประธานสภา คนที่ 1 อาจเป็นโควตาเพื่อไทยอย่างนายประเสริฐ จันทรวงทอง แม้จะมีประเด็นคดี MOU แต่ก็ยังอยู่ในข่าย

สำหรับ 19 กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยคาดหวัง ได้แก่:

  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงคมนาคม
  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงวัฒนธรรม
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • สำนักนายกรัฐมนตรี

การจัดสรรนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคที่ต้องการผสมผสานประสบการณ์กับพลังเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า

ภูมิใจไทยปัดข่าวตีกลับรายชื่อ รมต.เพื่อไทย

ด้านข่าวลือที่ว่าพรรคภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีฝั่งเพื่อไทย เช่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายประเสริฐ จันทรวงทอง โดยขอคนรุ่นใหม่แทน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนในเวลา 14.00 น. ว่า “ยังไม่เป็นความจริง” และย้ำจุดยืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ว่าต้องรอให้ กกต. รับรอง ส.ส. ครบทุกคนก่อน สถานการณ์การเมืองต้องนิ่งเสียก่อน ทุกอย่างต้องตามกฎหมายและขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวปิดดีลที่ 292 เสียง โดยดึงกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง จากพรรคกล้าธรรม รายชื่อว่าที่ ส.ส. ที่อาจร่วม ได้แก่:

  • นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ว่าที่ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2
  • นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ ว่าที่ ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 3
  • นายสิรภพ สมผล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 1
  • นายชาตรี หล้าพรหม ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 2
  • นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 3
  • นายนัยดี วาบา ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี เขต 4
  • นายจรัญ จันทร์แก้ว ว่าที่ ส.ส.พัทลุง เขต 3
  • พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ว่าที่ ส.ส.สงขลา เขต 8
  • นายวงศ์วชิร ขาวทอง ว่าที่ ส.ส.สงขลา เขต 5

การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงการเมืองไทยที่กำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งที่เข้มข้น โผ ครม.อนุทิน 2/1 จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีบทบาทอย่างไรในเวทีบริหาร

ในมุมมองของผม การแทรกคนรุ่นใหม่และผู้มีจิตอาสาเข้ามาในโผนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะจะนำพลังสดใหม่มาสู่การแก้ปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือโครงสร้างพื้นฐาน หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัพเดท รีบติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 2/1 แทรกคนรุ่นใหม่-บ้านใหญ่-มีจิตอาสา โต้ข่าวตีกลับ รมต.ฝั่งเพื่อไทย

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุนอนุทินนายกฯ

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังเข้มข้น พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น นั่นคือ ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้จำนวนเสียงสนับสนุนพุ่งสูงถึง 292 เสียง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, น.ส.บุญธิดา สมชัย โฆษกพรรค, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ร่วมกับตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค และน.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 จากพรรคโอกาสใหม่ รวมถึง ส.ส.อีก 5 คนจากพปชร.

น.ส.บุญธิดา กล่าวยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับการสนับสนุนเพิ่มอีก 6 เสียง จากพรรคพลังประชารัฐและพรรคโอกาสใหม่ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน

พรรคพลังประชารัฐและโอกาสใหม่ยืนยันหนุนอนุทินเต็มที่

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จากพปชร. เปิดเผยว่า พรรคได้รับคำเชิญจากผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทยที่เคารพนับถือมานาน หลังการพูดคุย พปชร.มีมติสนับสนุนการทำงานของภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำที่ได้รับเสียงจากประชาชน พปชร.เน้นนโยบายความมั่นคงและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ด้านน.ส.รสรินทร์ จากพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ยินดีที่ได้รับเกียรติร่วมรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่มีมติหนุนนายอนุทิน โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ภูมิใจไทยแล้ว อุดมการณ์เดียวกันในการฟื้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชน

สถานะพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์ยังไม่ชัดเจน

สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ โฆษกภูมิใจไทยย้ำว่าตัวเลขทางการต้องรอแถลงจากพรรค ส่วนพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังไม่สรุป ต้องรอหลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยวันที่ 8 มีนาคมนี้ ก่อนรายงานตัวและพูดคุยเพิ่มเติม การรวบรวมเสียงกว่า 290 เสียง ถือว่าพอสำหรับเสียงข้างมากในสภาแล้ว แต่ยังไม่มีตัวเลขตายตัว

นายไชยชนก กล่าวถึงโควตารัฐมนตรีสำหรับพรรคเล็กที่รวมกันกว่า 30 เสียง ต้องรอหัวหน้าพรรคสรุปหลังสัมมนา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค. จึงเป็นข่าวที่สะท้อนการเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อความมั่นคง

  • พรรคภูมิใจไทย: แกนนำเสนอชื่ออนุทิน
  • พรรคพลังประชารัฐ: สนับสนุน 5 ส.ส. + รักษาการหัวหน้า
  • พรรคโอกาสใหม่: สนับสนุนเต็มที่จากหัวหน้าและ ส.ส.
  • พรรคกล้าธรรม-ประชาธิปัตย์: รอตัดสินใจหลัง 8 มี.ค.

การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีเครือข่ายกว้างขวาง นโยบายหลักอย่างเศรษฐกิจดิจิทัล สุขภาพ และเกษตรกรรม จะเป็นจุดแข็ง หากอนุทินได้นั่งนายกฯ คาดว่ารัฐบาลจะเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น ค่าครองชีพและการท่องเที่ยว

ในมุมมองผู้วิเคราะห์ การรวมพรรคแบบนี้ช่วยสร้างเสถียรภาพ ลดโอกาส解散สภา แต่ต้องจับตาการเจรจาโควตา ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตการเมืองไทย

ติดตามพัฒนาการหลังสัมมนา 8 มี.ค. และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ ว่าคุณมองอนุทินเป็นนายกฯ ที่เหมาะสมหรือไม่?

ที่มา – ภูมิใจไทย ดึงโอกาสใหม่-พปชร. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่วน กธ.-ปชป. รอสรุปหลัง 8 มี.ค.

“นเรศ” โยน “ธรรมนัส” ตอบปมดีล “ภูมิใจไทย-งูเห่า” จับตา ก.เกษตร

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพรรคเล็กพรรคใหญ่ โดยเฉพาะประเด็น“นเรศ” โยน “ธรรมนัส” ตอบปมดีล “ภูมิใจไทย-งูเห่าสีเขียว” จับตาเข้า ก.เกษตรฯ ที่กลายเป็นจุดสนใจของสื่อและนักการเมืองทุกฝ่าย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าปมนี้คืออะไร และทำไมถึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

“นเรศ” โยน “ธรรมนัส” ตอบปมดีล “ภูมิใจไทย-งูเห่าสีเขียว” จับตาเข้า ก.เกษตรฯ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 9 พรรคกล้าธรรม และในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังรับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้ง โดยโยนประเด็นร้อนให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บอกว่าเรื่องทิศทางพรรคและกระแสข่าวดีลกับ “ภูมิใจไทย” หรือที่เรียกกันว่า “งูเห่าสีเขียว” เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และตัวเขาเองยังไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำถามถึงโอกาสมี “งูเห่าสีเขียว” เข้ามา นายนเรศตอบชัดเจนว่า “ไม่มี” แต่พอถามต่อว่ ถ้า ร.อ.ธรรมนัส ไปอยู่ที่ไหน ส.ส.ทุกคนพร้อมตามไปหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบสั้นๆ ว่า “ครับ” ซึ่งแสดงถึงความภักดีต่อหัวหน้าพรรคอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมยังคงรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ ร.อ.ธรรมนัส แม้จะมีกระแสข่าวโผคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่ไม่มีชื่อจากพรรคนี้ก็ตาม

ทิศทางพรรคกล้าธรรมหลัง กกต.รับรอง ส.ส.

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.บางเขต พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่สมการการเมืองปัจจุบันยังไม่มีที่ทางให้พรรคกล้าธรรม ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าพรรคจะไปทางไหน จะเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือกลายเป็นฝ่ายค้าน นายนเรศยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการปกติ และมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ส่วนตัวพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.อย่างเต็มที่

จับตาการกลับมาของ “ผู้กองธรรมนัส” ที่กระทรวงเกษตร

ขณะที่สื่อมวลชนปักหลักรอที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามาปฏิบัติราชการตามปกติวันแรกหลังกลับจากฟินแลนด์ ช่วง 09.12 น. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวง ได้เชิญรองอธิบดีกรมต่างๆ 7 คนที่เพิ่งแต่งตั้งใหม่ เข้าพบเพื่อขอบคุณและรับนโยบาย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณว่ารัฐมนตรียังคงควบคุมกระทรวงได้อย่างมั่นคง

ประเด็นสำคัญที่ทุกคนรอฟังคือ แนวทางของพรรคกล้าธรรมว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะท่ามกลางข่าวดีลกับภูมิใจไทย ซึ่ง “งูเห่าสีเขียว” อาจหมายถึง ส.ส.บางคนที่อาจย้ายขั้วหรือทำข้อตกลงลับเพื่อแลกเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรี

  • จุดจับตาหลัก: คำแถลงของ ร.อ.ธรรมนัส เรื่องทิศทางพรรค
  • โอกาสเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่
  • ผลกระทบจากโผ ครม.ที่ไร้ชื่อพรรคกล้าธรรม
  • นโยบายเกษตรที่ ร.อ.ธรรมนัส จะประกาศ
  • กระแสย้ายพรรคของ “งูเห่าสีเขียว”

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประวัติการเมืองยาวนานและเคยผ่านดรามมากมาย กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเข้าร่วมรัฐบาล อาจได้เก้าอี้กระทรวงเกษตรต่อ แต่ถ้าอยู่นอก ก็อาจกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการทำงานของ กกต. ที่ถูกวิจารณ์ แต่ นายนเรศมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเคารพกระบวนการ

จากมุมมองของเรา สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงพลังของ “ผู้ใหญ่” ในพรรคการเมืองไทย ที่ ส.ส.อย่างนายนเรศยังคงยึดมั่นในหลักการตามหัวหน้า นี่อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรอจังหวะดีลที่ดีกว่าในอนาคต โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทยที่กำลังรุกหนักในโผ ครม.

ความเห็นส่วนตัว: ต้องยอมรับว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังคงเป็นนักการเมืองมือฉมัง การจับตาวันนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตพรรคกล้าธรรม หากมีอัพเดทใหม่ เราจะนำมาบอกต่อทันที

เรียกร้องให้คุณ: ติดตามข่าวการเมืองอัพเดทล่าสุดจากบล็อกเรา และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าพรรคกล้าธรรมควรไปทางไหนดี?

ที่มา – “นเรศ” โยน “ธรรมนัส” ตอบปมดีล “ภูมิใจไทย-งูเห่าสีเขียว” จับตาเข้า ก.เกษตรฯ

มารายงานตัวคนแรก “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย

มารายงานตัวคนแรก “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย สร้างความคึกคักให้กับสภาผู้แทนราษฎรในวันแรกของการรายงานตัว หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สส. เขต 396 เขต เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 บรรยากาศเต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

มารายงานตัวคนแรก สุชาดา ซาง แทนทรัพย์

น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือที่รู้จักในชื่อ “ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย คือคนแรกที่มารายงานตัวตั้งแต่เวลา 08.20 น. ก่อนกำหนดเวลาเปิดรับ 08.30 น. เธอให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองว่า ต้องรีบมารายงานตัวเพราะมีภารกิจเดินทางไปทำงานต่างประเทศช่วงบ่าย และยังต้องพาลูกน้อยวัย 2 เดือนไปรับวัคซีน

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ รายงานตัว สส.

มารายงานตัวคนแรก “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย

การมารายงานตัวคนแรกของ มารายงานตัวคนแรก “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบสูง เธอมีแผนผลักดันปัญหาเรื้อรังในพื้นที่ชัยภูมิ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลนมานานกว่า 30 ปี เช่น ถนนหนทาง สะพาน และระบบน้ำประปา นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากประชากรในจังหวัดกว่า 70% ทำเกษตรเป็นหลัก

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สัมภาษณ์

วิสัยทัศน์และประสบการณ์ของสุชาดา ซาง แทนทรัพย์

ด้วยประสบการณ์ทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม น.ส.สุชาดาจะนำความรู้มาพัฒนาชีวิตชาวชัยภูมิให้มีรายได้มั่นคงมากขึ้น เธอมองว่าการเป็น สส. หญิงไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อนสังคม

  • ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย
  • ยกระดับราคาสินค้าเกษตร
  • ใช้ประสบการณ์ภาครัฐพัฒนาอาชีพประชาชน
  • ตั้งกระทู้ถามเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่

บรรยากาศรายงานตัว สส. ชัยภูมิ

ชัยภูมิเป็นจังหวัดเกษตรกรรมหลัก สินค้าอย่างข้าว มันสำปะหลัง และผลไม้ต้องการการสนับสนุนด้านตลาดและเทคโนโลยี น.ส.สุชาดา พร้อมร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสร้างนโยบายที่ยั่งยืน นี่คือก้าวแรกที่สร้างแรงบันดาลใจให้ สส. รุ่นใหม่ โดยเฉพาะสตรีในวงการการเมืองไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง สส. หน้าใหม่อย่างน.ส.สุชาดา จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวชัยภูมิได้อย่างไร ติดตามพัฒนาการได้ที่เว็บไซต์ของเรา

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของ สส. ขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันระหว่างตัวแทนประชาชนและชุมชน การมารายงานตัวคนแรกนี้คือสัญญาณเริ่มต้นที่ดี

ที่มา – มารายงานตัวคนแรก “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย

“อามินทร์” ยัน “ธรรมนัส” เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ กล้าธรรมร่วมรัฐบาล

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น เมื่อ อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ พรรคกล้าธรรมเตรียมเคลื่อนไหวสำคัญในการร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม และว่าที่ ส.ส. เขต 2 จังหวัดนราธิวาส ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง สร้างความชัดเจนให้กับทิศทางของพรรคท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมาย

อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 (คาดว่าพิมพ์ผิดจาก 2569) เวลา 18.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพสื่อมวลชนเดินทางไปรอสัมภาษณ์ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เพื่อสอบถามทิศทางของพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 แต่ร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากยังเหนื่อยจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ นายอามินทร์จึงได้ออกมา ยืนยันว่า พรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ร้อยเอกธรรมนัส จะเข้ามาปฏิบัติราชการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามปกติ คำยืนยันนี้ช่วยคลายความกังวลของสื่อและประชาชนที่จับตาการเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญในพรรค

นอกจากนี้ ในส่วนของความคืบหน้าที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคกล้าธรรมแล้ว ส.ส. ทุกคนได้มีการพูดคุยกันในไลน์กลุ่ม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรายงานตัวที่รัฐสภา โดยทุกคนเตรียมเอกสารและข้อมูลครบถ้วน พร้อมลุยงานทันทีที่ได้รับมอบหมาย

กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ไม่มีงูเขียวหรอก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นายอามินทร์ตอบอย่างมั่นใจว่า อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ และเชื่อว่าพรรคจะได้ร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่ต้องรอคำยืนยันสุดท้ายจากร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งเป็นผู้นำทางทิศทางการเมือง ส.ส. ทุกคนพร้อมเชื่อฟังและปฏิบัติตามนโยบายของพรรคอย่างเคร่งครัด

ส่วนกระแสข่าวลือเรื่อง “งูเขียว” หรือบุคคลที่อาจทรยศต่อพรรคภายใน นายอามินทร์หัวเราะเบาๆ และย้ำชัดว่า “ไม่มีหรอกครับ มีเหรอ ไม่มีหรอก” ทุกคนในพรรคตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีปัญหาภายในที่ต้องกังวล สร้างภาพลักษณ์พรรคที่สามัคคีและมุ่งมั่น

พื้นหลังพรรคกล้าธรรมและบทบาทสำคัญ

พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ มีฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นนักการเมืองมือฉมัง เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และมีประสบการณ์ยาวนานในวงการ นายอามินทร์เองก็เป็นตัวแทนท้องถิ่นที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน การที่ทั้งคู่ร่วมงานกัน ทำให้พรรคมีศักยภาพในการต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาล

  • จุดเด่นของพรรคกล้าธรรม: มุ่งเน้นนโยบายเกษตรกรรม สหกรณ์ และพัฒนาภาคใต้
  • ส.ส. ทุกคนพร้อมทำงาน ไม่มีปัญหาภายใน
  • เชื่อมั่นในผู้นำร้อยเอกธรรมนัส
  • เตรียมร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายประชาชน

รัฐบาลอนุทิน 2 ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย กำลังเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรี โดยพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มจำนวนเสียงข้างมาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเมือง

วิเคราะห์กระแส ‘งูเขียว’ ในพรรคการเมืองไทย

คำว่า “งูเขียว” เป็นสำนวนที่ใช้เรียกบุคคลที่แปรพรรคหรือทรยศต่อเพื่อนร่วมพรรค มักเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งเมื่อมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล แต่จากคำพูดของนายอามินทร์ แสดงให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมมีการบริหารจัดการภายในที่ดี สมาชิกยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ปล่อยให้ปัจจัยภายนอกมารบกวน

นอกจากนี้ การที่ร้อยเอกธรรมนัสเตรียมกลับมาทำงานปกติที่กระทรวงเกษตร ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ แม้จะมีภารกิจต่างประเทศ คาดว่าจะช่วยเสริมทีมงานด้านนโยบายเกษตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว อามินทร์ ยัน ธรรมนัส เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ เป็นข่าวดีที่สะท้อนความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการเข้าสู่เวทีการเมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้ฐานเสียงและพันธมิตร

จากมุมมองของผู้เขียน คำยืนยันนี้แสดงถึงความเป็นเอกภาพในพรรค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จทางการเมือง หากพรรคกล้าธรรมสามารถรักษาความสามัคคีนี้ไว้ได้ จะเป็นพรรคที่น่าจับตาในสมัยรัฐบาลใหม่ คุณคิดอย่างไรกับทิศทางของพรรคนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อามินทร์” ยัน “ธรรมนัส” เข้ากระทรวงพรุ่งนี้ กล้าธรรมร่วมรัฐบาล ไม่มีงูเขียวหรอก

Scroll to top