จัดตั้งรัฐบาล

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรอง 1 รมช. ยศชนัน อว.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์! วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว. เป็นโผครม.ชุดใหม่ที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคเพื่อไทยที่กำลังลุ้นกันตัวโก่ง มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยดีกว่า

เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

จากรายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทยคว้าโควต้ากระทรวงสำคัญไป 5 ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) แล้ว โดยยังรอต่อรองโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) อีก 1 ตำแหน่งกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้าที่เข้าทาง แม้จะมีดราม่าบ้างแต่ก็เป็นเรื่องปกติของการเมืองไทยใช่มั้ยล่ะ?

รายชื่อตัวเก็งจากพรรคเพื่อไทยในโผครม.

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เก้าอี้เดิมที่แข็งแกร่ง ช่วยดูแลเกษตรกรไทยให้พ้นภัยแล้งแล้ง
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คนนี้คือไฮไลต์! คาดว่าจะผลักดันนวัตกรรมไทยให้ก้าวไกล
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ – รมว.กระทรวงศึกษาธิการ หวังพลิกโฉมการศึกษาให้เด็กไทยเก่งขึ้น
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน – รมว.กระทรวงแรงงาน ดูแลคนงานไทยให้มีงานทำ มีสวัสดิภาพ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง – รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

โผนี้มาจากการเจรจาลับๆ หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสม พรรคเพื่อไทยได้โควตาหลักเพราะเป็นพรรคใหญ่สุด สมศักดิ์และสุริยะอยู่ครบทีม แสดงถึงความต่อเนื่องในการทำงาน ด้านยศชนันที่ได้อว. ถือเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะกระทรวงนี้สำคัญมากต่ออนาคตไทย เรื่องงบวิจัย นวัตกรรม AI และ biotech จะถูกผลักดันหนักแน่

ทำไมโผนี้ถึงน่าจับตา? เพราะกระทรวงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง เกษตรช่วยชาวนา, การศึกษาช่วยเด็ก, แรงงานช่วยลูกจ้าง, พม.ช่วยคนจน และอว.ช่วยพัฒนาประเทศระยะยาว ถ้าทำดี รัฐบาลอนุทิน 2 อาจอยู่ยาว! แต่ก็มีเสียงวิจารณ์เรื่องสมดุลพรรค การต่อรอง 1 รมช. กับภูมิใจไทยน่าจะจบเร็วๆ นี้ คาดได้กระทรวงมหาดไทยหรือยุติธรรม

ย้อนดูประวัติศาสตร์ พรรคเพื่อไทยเคยได้โควตาครม.เยอะสมัยยิ่งลักษณ์ ตอนนี้ยุคใหม่แต่กลยุทธ์คล้ายๆ กัน การเลือกคนเก่งอย่างยศชนัน แสดงถึงวิสัยทัศน์ทันสมัย ผมคิดว่าดีแล้วนะ เพราะไทยต้องการนวัตกรรมด่วนๆ หลังโควิด

สำหรับแฟนข่าวการเมือง สามารถติดตามอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับโผนี้? ชอบใครที่สุด? อย่าลืมแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – เพื่อไทย ได้ 5 เก้าอี้ รมว. ต่อรองอีก 1 รมช. “ยศชนัน” นั่งเก้าอี้ อว.

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เป็นข่าวใหญ่ที่คนการเมืองและประชาชนกำลังจับตา หลังจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่ที่มี สส. ถึง 192 คน และกำลังเตรียมตัวเป็นแกนนำรัฐบาล การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่รวมตัวกันธรรมดา แต่เป็นการวางแผนกลยุทธ์สำคัญที่จะกำหนดอนาคตรัฐบาลไทยชุดใหม่

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้จะจัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 8-9 มีนาคม 2567 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานนำ นอกจากนี้ยังมีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมด้วย สส. ทั้ง 192 คนจะมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทำให้เป็นการประชุม สส. ครั้งแรกหลังเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ

สาระสำคัญของ 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์

นอกจากกำหนดทิศทางการทำงานของ สส. ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรคจะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ โดยรวบรวมจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและลำดับความเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน สส. แต่ละคนจะได้สะท้อนปัญหาในเขตเลือกตั้งของตน เพื่อนำไปรวบรวมเป็นนโยบายหลักที่จะแถลงต่อรัฐสภา

  • กำหนดนโยบายเร่งด่วน: ฟังเสียงประชาชนจาก สส. 192 เขต
  • เจรจาพรรคร่วม: เคาะเลือกพรรคพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง
  • วางยุทธศาสตร์: เตรียมแถลงนโยบายต่อสภาให้ชัดเจน
  • เสริมทีม领导: แคนดิเดตนายกฯ และรองนายกฯ จะนำเสนอวิสัยทัศน์

ไฮไลต์สำคัญคือการมีมติชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล คณะกรรมการบริหารพรรคจะรับฟังความเห็นจาก สส. ก่อนตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วม เช่น พรรคที่เห็นพ้องในนโยบายหลัก เพื่อให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้ทันที โดยไม่ล่าช้าหรือขัดแย้งภายใน

บุรีรัมย์ถูกเลือกเป็นสถานที่เพราะเป็นฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะตระกูลชิดชอบที่ครองพื้นที่มานาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสถานที่ทันสมัย เหมาะสำหรับการประชุมขนาดใหญ่ สามารถรองรับ สส. และทีมงานได้สบายๆ พร้อมบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การประชุม 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นเอกภาพของพรรค หากมีมติตรงกัน จะเร่งให้การเจรจาพรรคร่วมสำเร็จเร็วขึ้น ช่วยให้ไทยมีรัฐบาลใหม่ภายในเวลาที่กำหนด หลีกเลี่ยงวิกฤตว่างเปล่ารัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยมีจุดเด่นเรื่องนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชน เช่น การผลักดันยาเสพติดให้พ้นภัย การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่ง สส. 192 คนจะช่วยขยายนโยบายเหล่านี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด ค่าครองชีพ และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ประชาชนทั่วไปต่างคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำพาประเทศก้าวหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่พรรคภูมิใจไทยมีฐานเสียงแข็งแกร่ง การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นการรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการตัดสินใจในวันที่ 8-9 มีนาคมนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้ารัฐบาลไทย คุณคิดว่าพรรคไหนจะได้ร่วมรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ที่มา – 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงมาฝากกันเลย จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนแล้วนะครับ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลเจรจากันจนได้ข้อยุติคร่าวๆ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีการเปิดเผยโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีแบบเบื้องต้น ทำให้แฟนข่าวการเมืองอย่างเราตื่นเต้นกันไม่น้อย มาดูกันว่าพรรคไหนได้อะไรบ้าง และจะส่งผลต่อนโยบายบ้านเมืองยังไง

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยดูจะเป็นตัวเต็งใหญ่เลยครับ ได้โควตารัฐมนตรีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง และควบคุมบังเหียนถึง 14 กระทรวงหลักๆ ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและ民生 ส่วนพรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ได้แบ่งเค้กไป 8 เก้าอี้ ที่เหลือแจกจ่ายให้พรรคพลังประชารัฐและพรรคเล็กๆ อีก ส่วนกระทรวงกลาโหมยังรอลุ้นบุคคลภายนอกเข้ามาคุม เหมือนจะเป็นด่านสุดท้ายที่ยังไม่เคลียร์

โควตานายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ 5 ตำแหน่ง

เริ่มจากโควตาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีก่อน มี 5 ที่นั่งเด่นๆ ได้แก่:

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
  • กระทรวงกลาโหม ยังรอพิจารณาคนเหมาะสม

กระทรวงการคลัง การต่างประเทศ พาณิชย์ ล้วนเป็นกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ถ้าภูมิใจไทยได้คุม นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คงมาแบบจัดเต็มแน่นอน

รายชื่อกระทรวงหลักที่ภูมิใจไทยคุม 14 แห่ง

พรรคภูมิใจไทยได้กระทรวงเด็ดๆ เพียบเลยครับ เช่น:

  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงคมนาคม
  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงวัฒนธรรม
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • สำนักนายกรัฐมนตรี

นี่คือพอร์ตสำคัญทั้งหมด ถ้าดูจากรายชื่อผู้สมัครรับตำแหน่ง ก็มีตัวเด่นๆ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นนายกรัฐมนตรีและคุมกระทรวงมหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กระทรวงคมนาคม, นายไชยชนก ชิดชอบ ดิจิทัล, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สาธารณสุข, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อุตสาหกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น ทรัพยากรธรรมชาติฯ, นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกอีกหลายคนอย่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์

นอกจากนี้ยังมี นายวราวุธ ศิลปอาชา จากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ย้ายมาร่วม รอรับตำแหน่งเพิ่มเติมหลังเจรจาเสร็จ

พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้ และพรรคอื่นๆ

ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 8 ตำแหน่ง คาดคุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศึกษาธิการ, แรงงาน ชื่อเด่นอย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่วนพลังประชารัฐและพรรคเล็กได้อีก 3 เก้าอี้ น่าจะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การแบ่งแบบนี้แสดงให้เห็นอิทธิพลของภูมิใจไทยที่แข็งแกร่งมาก ถ้าดูจากกระทรวงที่ได้ ทั้งมหาดไทย คมนาคม สาธารณสุข พลังงาน ล้วนกระทบชีวิตประชาชนโดยตรง คาดว่านโยบายอย่างรถไฟฟ้า ท่องเที่ยวหมอพร้อม จะเร่งเดินหน้าเร็วขึ้น นอกจากนี้ การคลังและพาณิชย์ในมือเดียวกัน จะช่วยประสานเศรษฐกิจได้ดี ส่วนเพื่อไทยได้กระทรวงศึกษาเกษตร ที่ตรงกับฐานเสียงชาวนา นักศึกษา

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการเคาะตัวจริงจากนายกฯ และพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่เค้าลาง จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ แบบนี้ ทำให้เห็นอนาคตชัดขึ้นเยอะ

คุณคิดยังไงกับการแบ่งโควตาครั้งนี้? พรรคภูมิใจไทยจะบริหารได้ดีแค่ไหน หรือมีดราม่าอะไรรออยู่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ ทุกวัน!

ที่มา – จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องดราม่าร้อนๆ ในแวดวงรัฐสภา นั่นคือ นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ นี่แหละครับ! หลังจากเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านไป กกต. กำลังจะประกาศรับรองผล แต่ยังมีประเด็นค้างคาเพียบ จน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกรัฐสภา (สว.) ออกมาแสดงความเห็นแบบแซ่บๆ ว่า อย่ารีบร้อนนักเลย ไม่งั้นอาจดูเหมือนก้าวก่ายงาน กกต. ไปแล้วนะ

นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์

ย้อนเหตุการณ์วันที่ 24 ก.พ. 2567 ที่รัฐสภา นันทนาได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจน ถึงกรณีที่ กกต. เตรียมรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ภายในสิ้นเดือน ก.พ. แต่จนบัดนี้ กกต. ยังไม่เคลียร์ข้อสงสัยสำคัญให้สังคมฟังเลย เช่น จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริงๆ เป็นเท่าไหร่? กระบวนการลงคะแนนมีปัญหาอะไรบ้าง? โดยเฉพาะบัตรเขย่งที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ถ้าเร่งรับรองตอนนี้ มันขัดใจประชาชนชัดๆ เลยครับ

ที่หนักกว่านั้นคือคำพูดของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่บอกว่าต้องจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน นันทนาเลยแคลงใจหนักมาก! เธอบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันเหมือนเข้าไปแทรกแซง แกว่งก่ายการทำงานของ กกต. โดยตรง เพราะการจัดตั้งรัฐบาลต้องรอให้ กกต. ตรวจสอบทุกประเด็นให้กระจ่างก่อนสิ ไม่ใช่รีบเร่งให้ประกาศรับรองแบบหักคอ ถ้าทำจริง อาจโดนมองว่ารับคำสั่ง ไม่เป็นกลางเอาได้นะ

ทำไมนันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ ถึงขนาดนี้

นันทนาแนะนำชัดๆ ว่า กกต. ควรใช้เวลาให้เต็มที่ โดยมีกฎหมายให้เวลา 60 วันนับจากวันเลือกตั้งในการตรวจสอบ เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส สุจริต และยุติธรรม อย่ารีบรับรอง ส.ส. ทั้งที่ยังมีปมปัญหาค้างคา มันจะทำให้สังคมไทยไม่ไว้ใจได้ยังไงล่ะครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องรอผลพิจารณาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่กำลังดูคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องกระบวนการเลือกตั้ง และวันที่ 27 ก.พ. กกต. ต้องชี้แจงเพิ่มด้วย ถ้าคนยังสงสัยอยู่ แต่รีบรับรอง มันอาจถูกตีความว่าเอื้อพรรคการเมืองบางพรรคเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองชัดๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูประเด็นหลักๆ ที่ยังค้างคากันครับ

  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง: ตัวเลขจริงๆ คือเท่าไหร่? ยังไม่ชัดเจน สร้างความสับสนให้ประชาชน
  • ปัญหาการลงคะแนน: มีจุดบอดหลายแห่ง ต้องตรวจสอบให้ละเอียด
  • บัตรเขย่งหรือบัตรเปล่า: ไม่มีสรุปชัด อาจกระทบผลรวมคะแนน
  • การร้องเรียนจากผู้สมัคร: หลายพรรคยังไม่ยอมรับผล ต้องรอศาลตัดสิน

นันทนากล่าวเน้นย้ำว่า “กกต. ควรเร่งชี้แจง สื่อสารกับประชาชนในทุกประเด็นข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงควรรอผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน… การตรวจสอบผลการเลือกตั้งก่อนประกาศรับรอง กกต. มีเวลา 60 วัน… ควรใช้เวลาที่ได้รับตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้หมดข้อสงสัย ไม่มีปัญหา” คำพูดนี้สะท้อนความห่วงใยต่อประชาธิปไตยไทยจริงๆ ครับ

จากมุมมองของผมเองนะครับ เรื่อง นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ นี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองไทยยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ โดยเฉพาะความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลใหม่จะมั่นคงจริง ต้องเริ่มจากฐานที่แข็งแรง ไม่ใช่รีบร้อนแบบนี้ สงกรานต์ปีนี้ ถ้าตั้งรัฐบาลไม่ทัน ก็ช่างมันเถอะครับ อย่าให้เสียชื่อวันหยุดสงกรานต์ที่แสนสนุกไปเลย

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าประชาชนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่ออนาคตของชาติ คุณล่ะครับคิดเห็นยังไงกับประเด็นนี้? มาคอมเมนต์แชร์ความคิดกันด้านล่างเลยนะ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – “นันทนา” แคลงใจ “พิพัฒน์” เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ ชี้ ส่อก้าวก่ายงาน กกต.

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน เป็นประโยคที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างความสนใจให้กับประชาชนและนักการเมืองจำนวนมากในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองไทยกำลังตึงเครียด

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. ก่อนที่นายอนุทินจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 26 มิถุนายน และการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน นายอนุทินได้ทักทายสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์ด้วยคำว่า “เจริญพร”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบจากการเป็นรัฐบาลรักษาการที่อาจยืดเยื้อ นายกรัฐมนตรีตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่นานหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอน” คำตอบนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการทางการเมืองที่กำลังดำเนินไป โดยรัฐบาลรักษาการมีหน้าที่รักษาการบริหารประเทศชั่วคราว จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่มาบริหารต่อ

ความหมายของรัฐบาลรักษาการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

รัฐบาลรักษาการคือรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหลังการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถตั้งกระทรวงใหม่หรือแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ คำกล่าวของ “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน จึงช่วยคลายความกังวลของประชาชนที่กลัวว่ารัฐบาลจะลากยาว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะ

  • ช่วยรักษาความมั่นคงทางการเมือง
  • เร่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
  • ลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของโครงการรัฐ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ในบริบทของการเมืองไทยปัจจุบัน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดนำไปสู่การเจรจาระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคสำคัญในการเจรจา จึงมีบทบาทสำคัญ คำพูดนี้ยืนยันว่ารัฐบาลรักษาการจะไม่ยืดเยื้อเกินไป

มุมมองอนาคตของการเมืองไทย

จากคำกล่าว “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน คาดว่ารัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ หากการเจรจาระหว่างพรรคสำเร็จ นโยบายหลักที่คาดว่าจะเร่งดำเนินการ ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ และการปฏิรูปโครงสร้างการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณา

ประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกขั้นตอนทางการเมืองส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การที่นายอนุทินแสดงความมั่นใจนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน คำพูดนี้ไม่เพียงคลายกังวล แต่ยังแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของผู้นำไทยที่ยึดมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตความคืบหน้า!

ที่มา – “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินอย่างไม่มีเงื่อนไข รอเพียงการรับรองผลจาก กกต. เท่านั้น ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักการเมืองและประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิด

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 (ย่อจาก 2569 ในข่าว) นางสาวตรีนุช เทียนทอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ซึ่งเป็นจุดยืนที่พรรคยึดถือมาตั้งแต่แรก เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด จึงสมควรเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ตรีนุช เน้นย้ำว่ายังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ในการเจรจา และต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งก่อน จึงจะเข้าสู่การหารือเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แม้พรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. เพียง 5 เสียง แต่ก็พร้อมสนับสนุน โดยเรื่องจำนวนเก้าอี้จะขึ้นอยู่กับพรรคใหญ่

บริบทการประชุมพรรคพลังประชารัฐ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครบกำหนด 60 วันตามกฎหมาย พรรคจึงต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญในเดือนหน้า ตรีนุช ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์จากผู้สมัคร ส.ส. บางส่วนที่เรียกร้องให้บิ๊กป้อมกลับมา ว่า พรรคมีนโยบายและอุดมการณ์ชัดเจน แม้ช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่ลงพื้นที่ทั่วถึง แต่ทุกคนที่ร่วมงานตกลงใจกันแล้ว

จุดยืนต่อกระแสตั้งรัฐบาลแข่ง

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ตรีนุช ปัดตอบและย้ำให้เกียรติพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดก่อน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินเต็มที่ โดยฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก ไม่ปิดประตูเจรจากับพรรคอื่นแบบสิ้นเชิง แต่ขณะนี้โฟกัสที่พรรคแกนนำ

  • ไม่มีเงื่อนไขชัดเจน: เจรจาเบื้องต้นแล้ว แต่รอ กกต. รับรอง
  • ยึดผลเลือกตั้ง: ภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุด สมควรนำ
  • จำนวน ส.ส. จำกัด: 5 เสียง แต่พร้อมต่อรองเก้าอี้
  • เตรียมประชุมใหญ่: หลังประวิตรลาเก้าอี้ 60 วัน
  • ตอบโต้กระแส: ไม่ปิดประตูพรรคอื่น แต่ให้เกียรติก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคพลังประชารัฐในการเคารพผลการเลือกตั้ง หาก กกต. รับรองผลเร็ว รัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นโดยเร็ว สร้างเสถียรภาพให้ประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันจุดยืนของตรีนุชนี้เป็นสัญญาณดีต่อการเมืองไทยที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ตรีนุช” ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ยังไม่มีเงื่อนไข รอคุยเก้าอี้หลัง กกต. รับรองผล

โฆษกพลังประชารัฐยืนยันร่วมรัฐบาลแม้ 5 เสียง

“โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ที่พรรคพลังประชารัฐประกาศจุดยืนชัดเจน แม้จะเหลือ ส.ส. เพียง 5 เสียงเท่านั้น แต่ก็ยังมั่นใจที่จะเข้าร่วมรัฐบาลใหม่ โดยหวังได้ตำแหน่งสำคัญอย่างรัฐมนตรีช่วยว่าการหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แม้จะต้องรอมติจากที่ประชุมใหญ่พรรคอีกครั้ง การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามวาระปกติ แต่ได้มีการหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและโควต้าตำแหน่งอย่างละเอียด

สำหรับโควต้าที่คาดหวัง พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ทำงานร่วมกันมานาน ไม่มีปัญหาใดๆ การคำนวณโควต้าแบบ 10 ส.ส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐมีเพียง 5 เสียง จึงอาจได้ตำแหน่งรองลงมา เช่น รัฐมนตรีช่วยหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์เลือกตั้งและความไม่แน่นอน

นอกจากเรื่องรัฐบาลแล้ว โฆษกพรรคยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ที่กำลังพิจารณาคดีอยู่แล้ว ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการ قضاییเต็มรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องกังวล หากศาลวินิจฉัยว่าโมฆะ ก็ต้องทำตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ ก็เดินหน้าตั้งรัฐบาลต่อไป พรรคพลังประชารัฐมองในแง่บวกทั้งหมด

บริบทการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2566 พรรคพลังประชารัฐเผชิญความท้าทายมากมาย จากการยุบพรรค การถูกตัดสิทธิ ส.ส. หลายคน ทำให้เหลือเพียง 5 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร แต่พรรคยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพรรคเก่าแก่ มีประสบการณ์บริหารประเทศ โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดก่อนๆ ที่มีบุคลากรคุณภาพสูง

  • จุดยืนชัดเจน: ยืนยันเข้าร่วมรัฐบาล ไม่หวั่นจำนวนเสียงน้อย
  • หวังตำแหน่ง: รัฐมนตรีช่วยหรือประจำสำนักนายก เพื่อมีส่วนร่วมนโยบายสำคัญ
  • ความสัมพันธ์ดี: ทำงานร่วมพรรคภูมิใจไทยมานาน ไม่มีสะดุด
  • ไม่กังวลโมฆะ: มอบให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน

การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของพรรคพลังประชารัฐที่เน้นพันธมิตรและความยืดหยุ่น แม้เสียงจะน้อยแต่คุณภาพคนและเครือข่ายยังแข็งแกร่ง ในอนาคต พรรคอาจได้บทบาทในคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ถนัด นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลใหม่ที่กำลังเจรจาเข้มข้น

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคเล็กๆ สามารถมีอิทธิพลได้ หากเล่นบทบาทถูกที่ พรรคพลังประชารัฐกำลังพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากผ่านพายุการเมืองมารอบหนึ่ง

สำหรับผู้อ่านที่สนใจการเมืองไทย ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดได้ที่นี่ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่า พรรคพลังประชารัฐควรได้ตำแหน่งใดในรัฐบาลใหม่? การตัดสินใจนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร?

ที่มา – “โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง

“อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ นั่นคือ “อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล” ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตา หลังจากมีข่าวลือหนาหูเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มาดูกันว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ได้ออกมาพูดอะไรบ้าง

“อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.50 น. นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังจากที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาแฉว่าดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว 300 เสียง นายอนุทินตอบแบบชัดเจน ร้อง ‘ฮึ’ แล้วถามสื่อว่า ‘มาตู้ผมป่าว’ พร้อมชี้ตัวเองและย้ำว่า ‘คนดีลคือคนนี้’ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและบทบาทหลักในการเจรจาของตัวเอง

สถานการณ์คะแนนเสียงยังไม่นิ่ง กกต. กำลังนับใหม่

นายอนุทิน ชี้แจงว่าตอนนี้ยังไม่มีการเริ่มดีลอะไรทั้งสิ้น เพราะกำลังมีการนับคะแนนใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อหลายเขต และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เพิ่งออกข่าวมา ดังนั้นจึงยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องดีลตั้งรัฐบาล ส่วนหลักการเดิมที่ต้องโหวตนายกฯ ก่อนแล้วค่อยคุยตำแหน่งนั้น ตอนนี้ยังรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ‘ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่ามี ส.ส. อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้’

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการประกาศผลจาก กกต. นายอนุทิน บอกว่า กกต. ไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล จึงรายงานไม่ได้ และเรื่องประเด็นเลือกตั้งโมฆะจากบาร์โค้ด ก็ตอบว่า ‘ไม่ทราบครับ’ แสดงถึงความระมัดระวังในการให้ข้อมูล

เมินกระแสข่าวรัฐบาลไฟจราจรและเซอร์ไพรส์จาก ร.อ.ธรรมนัส

ที่น่าสนใจคือ เมื่อสื่อถามถึงกระแสตั้งรัฐบาลสีไฟจราจร ที่พรรคเพื่อไทย กล้าธรรม และประชาชน ร่วมมือกันเพื่อผลักพรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน ไม่ตอบตรงๆ เพียงหัวเราะในลำคอ และเมื่อถามเรื่องตั้งรัฐบาลแข่งเพื่อล้มรัฐบาลปัจจุบัน ก็หัวเราะแล้วบอก ‘เหรอ’

  • กระแสเซอร์ไพรส์ใหญ่หลัง 25 ก.พ. จาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่จะกลับจากต่างประเทศ
  • นายอนุทิน ตอบ ‘ไม่ได้ยิน’
  • เมื่อถามกลัวจะโดนแฉหรือมีไม้เด็ด ก็ย้อน ‘กลัวหมายความว่ากลัวยังไง’

พฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านายอนุทินยังคงนิ่งและไม่หวั่นไหวกับข่าวลือ สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้มข้น ทุกฝ่ายกำลังรอผลนับคะแนนใหม่จาก กกต. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไป

จากมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย ที่ดีลต่างๆ ต้องรอให้คะแนนชัดเจนก่อน นายอนุทินที่ลั่น ‘ผมเป็นคนดีล’ น่าจะมีแผนการในใจแล้ว แต่ยังไม่เปิดไพ่ ทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์รออยู่!

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากชอบ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด

ที่มา – “อนุทิน” ปัดจบดีลรัฐบาล ย้ำยังไม่เริ่ม ลั่น“ผมเป็นคนดีล”

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ยันหนุนอนุทินนายกฯ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมี ส.ส. เพียง 1 เสียง แต่ประกาศชัดเจนว่าจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า พรรคของเขาพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมอบ 1 เสียงจาก ส.ส. เขตที่ได้มา คือ น.ส.วรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ว่าที่ ส.ส. อุตรดิตถ์ เขต 2 ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ประสบการณ์สูง 4 สมัย การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประสานงานกันเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

นายจตุพร เน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความไว้วางใจจากประชาชนเสียงข้างมากที่ให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่พร้อมนำนโยบายของพรรคไปผลักดันร่วมกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งและบทบาทพรรคโอกาสใหม่

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเร่งด่วน พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงนำหน้าหลายพรรคใหญ่ ทำให้มีโอกาสสูงในการเป็นพรรคแกนนำ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายนี้ แม้จะเป็นเพียง 1 เสียง แต่ในสถานการณ์ที่ทุกคะแนนมีค่า มันสามารถเป็นตัวตัดสินในการโหวตนายกรัฐมนตรีได้

พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน โดยเน้นนโยบายที่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างอุตรดิตถ์ การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้พรรคได้มีเวทีแสดงศักยภาพในการผลักดันนโยบาย เช่น:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น
  • สนับสนุนเกษตรกรและ SME
  • ปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
  • ต่อต้านคอร์รัปชันและเพิ่มความโปร่งใส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่โดดเด่นในช่วงโควิด-19 การที่เขาได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็กอย่างโอกาสใหม่ แสดงถึงความน่าเชื่อถือและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

ผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและอนาคตการเมืองไทย

การประกาศดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนในการเจรจาร่วมรัฐบาล คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไม่ช้า โดยพรรคโอกาสใหม่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานเพื่อชาติและประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคเล็กๆ สามารถมีบทบาทสำคัญได้ หากยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชน

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การรวมตัวนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล สามารถผลักดันนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด การแก้ปัญหาน้ำท่วม และการกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการเจรจาระหว่างพรรคร่วมอื่นๆ ว่าจะมีอุปสรรคหรือไม่

สุดท้ายแล้ว หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความสามัคคีในหมู่พรรคที่ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก หากรัฐบาลชุดนี้ทำงานได้ดี จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่ง คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

Scroll to top