จัดตั้งรัฐบาล

“นฤมล” ขอให้ใจเย็น กล้าธรรมคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

“นฤมล” ขอให้ใจเย็น กล้าธรรมคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอก “ธรรมนัส” พูดไปหมดแล้ว เป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ เมื่อ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชิล ๆ ใจเย็น ๆ เกี่ยวกับการเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เรียกได้ว่าทำให้สื่อและนักการเมืองหลายคนตื่นเต้นกันไม่น้อย

“นฤมล” ขอให้ใจเย็น กล้าธรรมคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอก “ธรรมนัส” พูดไปหมดแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นฤมล ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเอง โดยยอมรับว่า ได้ติดต่อกันไปหมดแล้ว กับพรรคภูมิใจไทยในประเด็นการร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการ ขอให้ทุกคนรอฟังข่าวดีกันต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารออีกนานไหม นฤมล ก็ตอบแบบน่ารัก ๆ ว่า “ใจเย็นๆ” และที่เด็ดสุดคือ เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็บอกตรง ๆ ว่า “ธรรมนัส พูดไปหมดแล้ว” ฟังดูเหมือนว่าทุกอย่างใกล้เคียงแล้ว แต่ยังต้องรอจังหวะทางการเมือง

สถานการณ์การเจรจา “นฤมล” ขอให้ใจเย็น กล้าธรรมคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพรรคกล้าธรรม สะท้อนถึงความพยายามขยายฐานอำนาจในรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยที่กำลังมีบทบาทสำคัญในแวดวงการเมือง กลายเป็นพันธมิตรที่น่าสนใจสำหรับพรรคขนาดกลางอย่างกล้าธรรม หากการเจรจาสำเร็จ อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่

มาดูกันว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้การคุยครั้งนี้มีโอกาสสูง:

  • ความสัมพันธ์ส่วนตัว: นฤมลและทีมงานมีความสนิทสนมกับแกนนำภูมิใจไทยมานาน
  • ผลประโยชน์ร่วม: ทั้งสองพรรคต้องการเสริมสร้างเสถียรภาพรัฐบาล
  • จังหวะเวลา: หลังการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เพิ่งจบ ทำให้เปิดช่องเจรจา
  • บทบาทธรรมนัส: ที่เคยพูดถึงประเด็นต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว ช่วยลดช่องว่างในการคุย

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือว่าพรรคกล้าธรรมอาจได้ตำแหน่งสำคัญในกระทรวงศึกษาหรือกระทรวงอื่น ๆ หากเข้าร่วม ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของนฤมลในฐานะนักการเมืองหญิงแกร่ง

การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การออกมาให้สัมภาษณ์ของนฤมล แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ไม่รีบร้อนแต่ก้าวไปอย่างมีแผน หากคุณกำลังติดตามข่าวการเมือง ไม่ควรพลาดอัปเดตต่อไป

ในมุมมองของผม การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพรรคการเมือง แต่ยังส่งผลต่อนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ภูมิใจไทยมีจุดแข็ง คาดว่าน่าจะมีข่าวดีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ลองติดตามกันต่อนะครับ

คุณคิดอย่างไรกับการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “นฤมล” ขอให้ใจเย็น กล้าธรรมคุยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอก “ธรรมนัส” พูดไปหมดแล้ว

“โสภณ” เผยยังไม่ติดต่อนั่งประธานสภาฯ ทำดีทุกที่

“โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อกระแสข่าวลือเรื่องการวางตัวบุคคลสำคัญเข้ารับตำแหน่งสำคัญในสภาเริ่มหนาหู โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยดราม่าและการรอรับรองผลจาก กกต. วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทัศนคติของนายโสภณ ซารัมย์ ที่น่าชื่นชม

“โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. นายโสภณ ซารุมย์ รองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามใดๆ จากพรรคการเมืองต่างๆ เขาเน้นย้ำว่ากระแสข่าวยังเป็นแค่กระแส รอให้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหามากมายที่ทุกคนเห็นกันดี

นายโสภณ มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นไปตามกติกาใหม่ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เลือกตั้งเสร็จแล้วชูมือกันทันที แต่คราวนี้ต้องรอกระบวนการให้ครบถ้วน ถ้ากกต. รับรองแล้ว ค่อยมาคุยเรื่องตำแหน่งกันจริงจัง ถือเป็นวิวัฒนาการที่ดีของระบบการเมืองไทย

ความพร้อมของ “โสภณ” หากได้นั่งประธานสภาฯ จริง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อม หากได้รับมอบหมาย นายโสภณ ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า เขาไม่ใช่คนเล่นๆ ทำอะไรต้องจริงจัง อยู่ตำแหน่งไหนก็ทุ่มสุดตัว สมัยก่อนเป็น ส.ส. ก็ผลักดันเรื่องแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ แม้ไม่ได้คาดหวังตำแหน่งรองนายกฯ ก็ตาม สำหรับข้อบังคับสภา เขาบอกว่ามีในหนังสืออยู่แล้ว ศึกษาก็รู้

ส่วนการควบคุมการประชุมสภา เขายังตอบว่า “ยังไม่ได้เป็น ให้ได้เป็นก่อน” แสดงถึงความถ่อมตัวและไม่ประมาท นอกจากนี้ ตำแหน่งรองประธานสภา 1 และ 2 ของพรรคภูมิใจไทย เขาก็บอกว่ายังตอบไม่ได้ เพราะแม้แต่ประธานสภาฯ ยังไม่ชัวร์

ทัศนคติสุดยอด: อยู่ที่ไหนก็ทำให้ดีที่สุด

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดจากคำพูดของนายโสภณ คือทัศนคติที่ว่า ตำแหน่งไม่ใช่อุปสรรค อยู่ที่ไหนต้องทำเต็มที่ให้ดีที่สุด เขาไม่ยึดติดว่างานบริหารหรือนิติบัญญัติส่วนไหนดีกว่า แต่ยืนยันว่าจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ไม่ว่าจะถูกสรรเสริญหรือนินทา ก็ขึ้นกับการกระทำ เขาท่องโลกธรรม 8 ทุกวัน และมองว่าตำแหน่งใดๆ ก็ต้องจากไปในสักวัน ไม่ใช่เจ้าของ

นี่คือตัวอย่างของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ ช่วยลดความขัดแย้งในแวดวงการเมืองได้ หากทุกคนมีทัศนคติแบบนี้ การเมืองไทยคงก้าวหน้าขึ้นเยอะ

ประวัติและผลงานนายโสภณ ซารุมย์

  • แกนนำพรรคภูมิใจไทย: เป็นกำลังสำคัญของพรรคมาตลอด
  • รองนายกรัฐมนตรี: ดูแลกระทรวงมหาดไทยและผลักดันนโยบายยาเสพติด
  • ประสบการณ์ ส.ส.: หลายสมัย ทำงานในสภาไม่ขาดตกบกพร่อง
  • นโยบายเด่น: แก้ยาเสพติด สร้างความมั่นคงชายแดนใต้

จากประวัติเห็นชัดว่านายโสภณ มีความสามารถรอบด้าน เหมาะสมกับตำแหน่งประธานสภาฯ หากมีการทาบทามจริง

สถานการณ์การเมืองปัจจุบันหลังเลือกตั้ง 2566 พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนดี ถือหุ้นสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล ตำแหน่งประธานสภาฯ จึงเป็นที่จับตา แต่ทุกอย่างต้องรอ กกต. รับรองก่อน คาดว่าจะมีพัฒนาการเร็วๆ นี้

สรุปแล้ว “โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและจิตใจที่มั่นคง นักการเมืองแบบนี้เราต้องการมากกว่านี้

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคิดว่าโสภณเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม?

ที่มา – “โสภณ” เผย ยังไม่ได้รับติดต่อนั่งประธานสภาฯ บอกอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

“อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส”

การเมืองไทยกำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง เมื่อ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ รองนายกฯ โสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนในวันพรุ่งนี้ สิ่งนี้ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าอาจไม่มีโอกาสพบปะหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

รายงานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า การประชุมครม. ในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จะมีนายโสภณเป็นประธานแทนนายอนุทิน ซึ่งเป็นนายกฯ ชั่วคราว สาเหตุนี้อาจมาจากภารกิจอื่นของนายอนุทิน ทำให้พลาดโอกาสพูดคุยเรื่องสำคัญกับ ร.อ.ธรรมนัส รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส ในวันพรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประสานกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยแล้ว พรรคกล้าฯ ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ แต่ยึดผลประโยชน์ชาติและประชาชน นายไผ่ยังคาดว่านายอนุทินกับ ร.อ.ธรรมนัส จะได้คุยเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลในการประชุมครม. แต่การมอบหมายให้นายโสภณครั้งนี้อาจทำให้แผนล่าช้า

背景การเมืองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลักที่กำลังเจรจากับพรรคเล็กหลายพรรค รวมถึงพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องรวบรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อความมั่นคง พรรคกล้าฯ ยืนยันไม่มีข้อเรียกร้อง แต่ต้องการบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านเกษตรที่ ร.อ.ธรรมนัส เชี่ยวชาญ

ผลกระทบจากการที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. อาจทำให้การเจรจาต้องเลื่อนไป channel อื่น เช่น การประชุมพรรคหรือพบปะส่วนตัว สิ่งนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการจัดตั้งรัฐบาลไทย ที่มักมีปัจจัย surprise หลายอย่าง

ผลกระทบจากการมอบหมายประธานครม.

  • ลดโอกาสพบปะโดยตรงระหว่างหัวหน้าพรรค ทำให้การตกลงล่าช้า
  • พรรคกล้าธรรมต้องรอสัญญาณชัดเจนจากภูมิใจไทย
  • กระทรวงเกษตรฯ อาจยังไม่ยืนยันผู้รับผิดชอบ ส่งผลต่อนโยบายเกษตรกร
  • ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลอาจขยายจากกำหนดเดิม
  • เพิ่มความไม่แน่นอนให้ฝ่ายค้านใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะรองนายกฯ มีประสบการณ์ด้านสาธารณสุขจากอดีต จะนำประชุมได้อย่างราบรื่น แต่ประเด็นสำคัญคือการเมืองเบื้องหลัง พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน กำลังพยายามรวบรวมพันธมิตรให้ครบ เพื่อเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคตัวเองหรือไม่นั้น ยังต้องรอ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส อาจเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่ในบริบทการจัดตั้งรัฐบาล มันบ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์ นายอนุทินอาจเลือกเจรจาผ่านเลขาฯ ก่อน เพื่อวาง position ที่ดีกว่า

สุดท้าย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเข้มข้นและคาดเดาไม่ได้ การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับความยืดหยุ่นของแต่ละพรรค คุณคิดว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส” เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองสุดฮือฮามาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% พร้อมปูดประเด็นร้อนว่าพรรคเพื่อไทยอาจนั่งเก้าอี้รัฐบาลได้ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น! เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดที่หลายคนยังตั้งคำถามค้างคาใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในนาม ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ถือเทียนเดินตรงเข้าไปยังบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การถือเทียนนี้เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนครับ เพื่อบ่งบอกว่ากกต. ในสายตาประชาชนคือองค์กรที่ “มืดมน สกปรก และบอดตา” ไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด แม้การเลือกตั้ง สส. จะผ่านไปแล้ว 8 วัน แต่ผลคะแนนที่ประกาศบนเว็บไซต์ยังค้างอยู่ที่ 95% เท่านั้น!

"ทนายอั๋น" ถือเทียนบุก กกต.
ภาพทนายอั๋นถือเทียนหน้าสำนักงาน กกต. (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ทำไมทนายอั๋นถึงจี้ให้เปิดคะแนน 100%?

ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่าทำไมกกต. ถึงยังไม่ออกผลเต็ม 100% ทั้งที่คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งควรวิ่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์ของกกต. แล้ว เหลืออีก 5% หรือประมาณ 2.5 ล้านคะแนนอยู่ไหน? เป็นคะแนนบัตรเขย่งที่หายไป หรือถูกเอาไป “ตกแต่ง” เพิ่มเติมกันแน่? ทำไมต้องรอถึง 8 วันเต็ม หรือเซิร์ฟเวอร์จริงๆ อยู่ที่ “ซอยรางน้ำ” ไม่ใช่สำนักงานกกต. กันครับ?

เขาเปรียบว่าถ้าการเลือกตั้งเป็นมนุษย์ ก็เหมือนตายไป 8 วันแล้ว ร่างกายผิดรูป ระบุตัวตนไม่ได้! นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะกกต. ไม่เคยโปร่งใส อธิบายปัญหาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก และยังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนหรือสื่อเข้าไปถาม-ตอบในการแถลงข่าวอีกด้วย

  • คะแนนค้าง 95%: ตรวจสอบแล้วแต่ไม่ยอมประกาศเต็ม
  • บัตรเขย่ง 2.5 ล้านใบ: หายไปไหน? ถูกใช้ตกแต่งผลหรือไม่
  • เซิร์ฟเวอร์ลึกลับ: อยู่กกต. จริงหรือซอยรางน้ำ
  • ไม่โปร่งใส: ปิดกั้นสื่อและประชาชน ไม่ให้ถาม

ทนายอั๋นยังย้ำว่า “ทำไมไม่ประกาศ 100% ล่ะ เพราะทุกคะแนนมาถึงแล้ว จะหน่วงเวลาไว้ทำไม?” และยกตัวอย่างกรณีสเปกเตอร์ ซี ที่กกต. เปิดให้สื่อดูได้ แต่ทำไมคะแนนเลือกตั้งไม่ทำแบบนั้นล่ะครับ?

ทนายอั๋นปราศรัยหน้าสำนักงาน กกต.
ทนายอั๋นปราศรัยเรียกร้องความโปร่งใส (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ปูดแผนเอาคืน “เพื่อไทย” รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 6 เดือน

ที่ร้อนแรงสุดคือ ทนายอั๋นปูดแผนการเมืองลับๆ ว่าการควบคุมผลคะแนนอาจไม่ใช่แค่กกต. แต่มีผู้มีอำนาจสั่งการ และเซิร์ฟเวอร์อาจอยู่ที่อื่น เขาว่าพรรคเพื่อไทยที่กำลังแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสนุกสนาน อาจอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ก็โดน “เขี่ยออก” แล้วให้ “พรรคกล้าธรรม” กลับมาเสียบแทน! นี่คือการเอาคืนที่เพื่อไทยเคยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล ทำให้เกียรติของเพื่อไทยยับเยิน

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังประกาศจะร้องศาลหลักเมืองในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 และจะตรวจสอบพรรคเพื่อไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ศาลอื่นๆ จะมองว่าการเลือกตั้งปกติ แต่เขายืนยันว่าประชาชนมองว่า “สกปรกที่สุด”!

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่อง “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% นี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยจริงๆ ถ้ากกต. โปร่งใสกว่านี้ คงไม่ต้องมีดราม่าแบบนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเริ่มจากความจริงใจ คุณล่ะคิดยังไง? คิดว่าคะแนน 5% นั้นหายไปไหน หรือเพื่อไทยจะอยู่จริงๆ ไม่เกิน 6 เดือน? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้อัพเดทกันต่อ!

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% ปูด “เพื่อไทย” อาจเป็นรัฐบาลไม่เกิน 6 เดือน

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ยันคุยทุกพรรค

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อมีกระแสข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ยอมดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาล แต่จะให้ไปนั่งฝ่ายค้านแทน ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้อย่างชัดเจน สร้างความโล่งใจให้กับนักการเมืองและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพฯ หลังจากมีข่าวลือหนาหูเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยยืนยันว่า ไม่จริง ที่จะดีดพรรคกล้าธรรมออกไปเป็นฝ่ายค้าน แม้จะมีกระแสจากนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ที่คาดการณ์ว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรค จะเข้าเฝ้าพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.พ. แต่ฝั่งอนุทินย้ำว่า “ก็ต้องคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว”

การชี้แจงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของนายอนุทิน ในฐานะผู้นำพรรคภูมิใจไทยที่พยายามรักษาความสัมพันธ์กับทุกพรรคการเมือง เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น พรรคกล้าธรรมซึ่งนำโดยร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นพรรคใหม่ที่กำลังมาแรง มีฐานเสียงจากกลุ่มอนุรักษนิยมและอดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำให้เป็นที่จับตาว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลฝั่งไหน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ลูกเรือประมงถูกจับ

นอกจากประเด็นพรรคกล้าธรรมแล้ว นายอนุทินยังถูกถามถึงกรณีทหารกัมพูชาจับกุมลูกเรือประมงชาวไทย ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกชายแดนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยนายกฯ ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และจะรอรับรายละเอียดหลังกลับที่ทำการรัฐบาล ปัญหานี้มักเกิดจากข้อพิพาทเขตแดนทะเลและกฎหมายประมงที่ต่างกันระหว่างสองประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมงไทยจำนวนมาก

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูพัฒนาการการเมืองไทยหลังเลือกตั้งล่าสุดกัน พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทินกำลังเจรจากับหลายพรรคเพื่อรวมพลังจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง ท่ามกลางความแตกแยกของพรรคใหญ่ๆ การที่นายอนุทินยืนยันคุยทุกพรรค รวมถึงกล้าธรรม แสดงถึงกลยุทธ์เปิดกว้าง ไม่ปิดประตูใคร ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่ครอบคลุมมากขึ้น

  • พรรคกล้าธรรม: ก่อตั้งใหม่ มี ส.ส.จำนวนหนึ่งจากพรรคเก่า
  • จุดเด่น: นโยบายด้านความมั่นคงและเกษตรกรรม
  • บทบาทที่คาดหวัง: รองรับตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ
  • ปัญหาชายแดน: ไทย-กัมพูชาต้องแก้ไขด้วยการทูต

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การปฏิเสธข่าวลือ “อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ช่วยลดความตึงเครียดในวงการ และเปิดทางให้เกิดการเจรจาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ นอกจากนี้ เรื่องลูกเรือไทยถูกจับยังเป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวัน และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่?

ที่มา – “อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ยันคุยทุกพรรค ยังไม่ได้รับรายงานกัมพูชาจับลูกเรือไทย

“ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง

วงการการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญหลังการเลือกตั้ง โดยล่าสุดมีข่าวร้อนว่า “ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข ทำให้หลายคนสนใจถึงทิศทางของพรรคเล็กในการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งนำโดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการประสานงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

“ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม และว่าที่ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าของการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว พรรคกล้าธรรมยืนยันไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขทางการเมืองใดๆ แม้จะมีข่าวลือเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตาม จุดยืนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก

รายละเอียดการประสานงานระหว่างพรรค

การโทรศัพท์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยนายไผ่ย้ำว่าพรรคกล้าธรรมยึดมั่นในหลักการโปร่งใสและไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้ 17 กุมภาพันธ์ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะมีโอกาสพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนการประกาศอย่างเป็นทางการระหว่างสองพรรคต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

บริบทการเมืองไทยปัจจุบัน

หลังการเลือกตั้งใหญ่ พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล โดยดึงดูดพรรคขนาดกลางและเล็กมาร่วมงาน พรรคกล้าธรรมซึ่งมีรากฐานจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในกำแพงเพชรและพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นพันธมิตรที่น่าสนใจ ด้วยนโยบายที่เน้นเกษตรกรรมและสวัสดิการประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพรรคภูมิใจไทย การไร้เงื่อนไขในครั้งนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทั้งสองพรรค

หากย้อนดูประวัติ ร.อ.ธรรมนัส มีบทบาทสำคัญในวงการเกษตรมานาน ขณะที่นายอนุทินก็มีนโยบายเด่นด้านสาธารณสุขและมหาดไทย การสนทนาระหว่างสองบุคคลนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่ได้

  • ไม่มีข้อต่อรองทางการเมือง: พรรคกล้าธรรมยืนยันชัดเจน ไม่เรียกร้องตำแหน่งหรือผลประโยชน์ส่วนตัว
  • ยึดผลประโยชน์ชาติ: เน้นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร
  • คาดการณ์การประชุม 17 ก.พ.: ร.อ.ธรรมนัส เตรียมคุยนายอนุทิน
  • รอประกาศเป็นทางการ: การเจรจาระดับพรรคจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังช่วยคลายความกังวลของนักการเมืองและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะในประเด็นการจัดสรรกระทรวงต่างๆ ที่มักเป็นที่ถกเถียง หากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจริง อาจนำเสนอนโยบายใหม่ๆ เช่น การสนับสนุนเกษตรกรขนาดเล็ก หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การแสดงจุดยืนไร้เงื่อนไขของพรรคกล้าธรรม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองแบบใหม่ที่เน้นความรับผิดชอบต่อประชาชน แทนที่จะแสวงหาอำนาจส่วนตัว สถานการณ์นี้ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับพรรคภูมิใจไทยในการเจรจากับพรรคอื่นๆ เพื่อให้เกิดรัฐบาลที่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป เพราะการเมืองไทยมักมีพลิกผันได้ทุกเมื่อ ผู้สนใจสามารถอัปเดตข่าวสารล่าสุดได้ที่นี่

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของพรรคกล้าธรรม? เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมั่นคงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อให้เราติดตามการเมืองไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “ไผ่” ต่อสายหา “ไชยชนก” ยันกล้าธรรมไร้ต่อรอง-เงื่อนไข คาด 17 ก.พ. “ธรรมนัส” คุย “อนุทิน”

“ไชยชนก” เผยภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครร่วมรัฐบาล

ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง “ไชยชนก” เผยภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครร่วมรัฐบาล ชี้ พรรคกล้าธรรม ยังไม่ประสานมา ถือเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังนำหน้าด้วยคะแนนเสียงมหาศาล

“ไชยชนก” เผยภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครร่วมรัฐบาล ชี้ พรรคกล้าธรรม ยังไม่ประสานมา

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานพรรคภูมิใจไทย ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันชัดเจนว่า พรรคไม่ได้เชิญเชิญใครมาร่วมรัฐบาล แต่พร้อมเปิดประตูคุยกับทุกพรรคที่แสดงเจตจำนงชัดเจนในการเข้าร่วม “เราแสดงเจตจำนงตั้งแต่แรกว่าจะคุยกับทุกพรรคตามลำดับ” นายไชยชนกกล่าว โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่ยังไม่มีแววประสานงานเข้ามา

กระแสข่าวลือเรื่องนายเนวิน ชิดชอบ ไปเจรจากับพรรคกล้าธรรม ก็ถูกนายไชยชนกปฏิเสธทันทีว่า “นายเนวินเกี่ยวอะไร” เพราะหัวหน้าพรรคอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศแล้วว่าจะพูดคุยทุกพรรค และทุกอย่างต้องรอผลรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเบื้องต้น มีพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กๆ หลายพรรคติดต่อมาแล้ว

พรรคกล้าธรรมยังเงียบ ปฏิปักษ์ประชาธิปัตย์?

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือว่าจะดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาแทนพรรคกล้าธรรม นายไชยชนกย้ำว่าต้องรอผลเลือกตั้งสุดท้าย และโจทย์หลักคือตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด แต่ขึ้นกับความรวดเร็วของแต่ละพรรคในการตัดสินใจ สำหรับกระทรวงสำคัญอย่างเกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนกบอกว่ายังไม่สรุป ต้องดูสมการผลเลือกตั้ง การพูดคุย และข้อเสนอจากแต่ละพรรค

นโยบายพรรคภูมิใจไทยชัดเจน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะเป็นรัฐมนตรีคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ส่วนกระทรวงเกษตรฯ อุตสาหกรรม คมนาคม ต้องรอพูดคุย โดยเน้นผู้บริหารมืออาชีพที่พร้อมทำงานเพื่อชาติ สำหรับกระทรวงความมั่นคงอย่างต่างประเทศและกลาโหม พรรคยืนยันจุดยืนปกป้องอธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง แม้เสียงจะเพิ่มจาก 70 เป็นเกือบ 200 เสียง

พรรคเล็ก 2 พรรคหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ในวันเดียวกัน นายไชยชนก น.ส.บุญธิดา สมชัย โฆษกพรรค และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ว่าที่ ส.ส.นครราชสีมา ได้แถลงข่าวเปิดตัว 2 พรรคเล็กที่แสดงเจตจำนงสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่

  • พรรคเพื่อชาติไทย: มีว่าที่ ส.ส. 2 คน คือ นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคและว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  • พรรคมิติใหม่: นายปรีชา ไข่แก้ว ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค

ทั้งสองพรรคยืนยันว่าจะสนับสนุนนายอนุทินหลังกกต.รับรอง ส.ส. และประชุมสภาเลือกนายกฯ พรรคภูมิใจไทยย้ำว่าไม่ได้เชิญ แต่เปิดรับทุกพรรคที่มีใจทำเพื่อชาติ ข่าวแบ่งเก้าอี้กระทรวงให้เพื่อไทย เช่น เกษตรฯ หรือ อว. ยังไม่เกิด เพราะต้องรอผลกกต.

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีกลยุทธ์ชัดเจน รอคอยพันธมิตรที่แท้จริง ไม่รีบร้อนแบ่งกระทรวง สะท้อนความเป็นมืออาชีพในการเมืองไทย การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ยังต้องจับตา เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์จากพรรคอื่นๆ

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – “ไชยชนก” เผยภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครร่วมรัฐบาล ชี้ พรรคกล้าธรรม ยังไม่ประสานมา

“อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยคุมมั่นคง-เศรษฐกิจ

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งปี 2569 เรียบร้อยแล้ว “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ พรรคภูมิใจไทยที่ได้รับคะแนนถล่มทลาย สัญญาจะเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทันที เพื่อนำนโยบายสำคัญมาปฏิบัติจริง โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจที่พรรคจะรับผิดชอบเอง

“อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.24 น. ขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคในการเป็นแกนนำรัฐบาล เขายืนยันว่าจะเร่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลทันทีที่ กกต. ประกาศผลอย่างเป็นทางการ และจะไม่ทำให้ผู้ที่ลงคะแนนผิดหวัง โดยทุกนโยบายที่หาเสียงไว้จะถูกปฏิบัติครบถ้วน

พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบด้านความมั่นคงเต็มตัว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ พรรคภูมิใจไทยจะคุมกระทรวงสำคัญด้านความมั่นคง ด้วยมาตรการทูตและทหาร เพื่อปกป้องดินแดน อธิปไตย เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติ โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนเหนือสิ่งอื่น นโยบายเด่นที่ประกาศชัดเจน ได้แก่:

  • ปิดด่านชายแดนอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
  • สร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน
  • ยกเลิก MOU 2544 เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของไทย

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค สัญญาจะพาไทยกลับสู่เวทีโลกด้วยศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือข่มขู่ ทำให้ประชาชนโล่งใจจากปัญหาชายแดนที่ค้างคา

ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยด้วยทีมมืออาชีพ

ด้านเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบหลัก เพื่อดึงไทยออกจากหล่มเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ ด้วยแนวทางมืออาชีพจากทีม “ทีมประเทศไทย” ที่มีชื่อสำคัญอย่าง อนุทิน เอกนิติ ศุภจี และสีหศักดิ์ ร่วมกัน พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะมีเป้าหมายเดียว คือ เพิ่มรายได้ให้ประชาชนทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยว บริการ หรือฟรีแลนซ์ นโยบายเหล่านี้จะแถลงต่อรัฐสภาในเร็ววัน

นายอนุทิน ยังเน้นย้ำว่า ทุกคะแนนที่พรรคได้รับคือคำสั่งจากประชาชนที่ต้องปฏิบัติให้สำเร็จเร็ว และจะพัฒนาประเทศให้เจริญยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี รายได้มั่นคง และมีความสุข

การประกาศครั้งนี้ของ “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง สร้างความหวังให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งภัยชายแดนและเศรษฐกิจถดถอย นโยบายเหล่านี้หากปฏิบัติได้จริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประเทศ

คุณคิดอย่างไรกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย? มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้ไทยก้าวหน้า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” เร่งตั้งรัฐบาลหลัง กกต. รับรอง เผย พรรคภูมิใจไทยคุมความมั่นคง-เศรษฐกิจเอง

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแส พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน นี่คือคำย้ำจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเองเลยนะครับ หลังจากที่พรรคตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายจุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงแบบชัดๆ ว่าพรรคเพื่อไทยทุ่มสุดตัวหาเสียง นำเสนอนโยบายเจ๋งๆ เพื่อให้คนไทยมีโอกาส มีความมั่นคง ชีวิตดีขึ้น แต่ผลเลือกตั้งออกมา พวกเขาได้อันดับ 3 เสียงไม่มากพอ นี่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนหรอกครับ แต่เป็นบทเรียนที่ต้องเอากลับมาปรับปรุงนโยบายให้ตรงใจมากขึ้น

สิ่งสำคัญคือเคารพเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 1 แบบห่างๆ นั่นคือประชาธิปไตยแท้ๆ พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 เลยต้องชั่งใจหนักๆ ระหว่างร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน คำตอบคือ เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า เพราะจะได้ลงมือแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่วิจารณ์เฉยๆ

ทำไมเพื่อไทยถึงเลือก “ร่วมรัฐบาล” แบบมีขอบเขตชัดเจน

นายจุลพันธ์ ย้ำชัดว่าการร่วมกันไม่ได้แปลว่าเพื่อไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทยนะครับ พวกเขายังคงอิสระ มีจุดยืนและอุดมการณ์ของตัวเอง ขอบเขตการร่วมก็กำหนดไว้แน่นอน เสียงประชาชนไม่เท่ากัน การทำงานร่วมกันคือการรวมพลังเพื่อประชาชนอีกกลุ่ม

ส่วนประเด็นฮั้ว สว. หรือเขากระโดง พรรคยังเดินหน้าต่อ แต่ตระหนักดีว่าไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก ไม่ใช่แกนนำ ถ้าประชาชนอยากให้จัดการเต็มที่ คงให้เสียงถล่มทลาย แต่ผลคือไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ ต้องเคารพหลักประชาธิปไตยรัฐสภา

  • ข้อดีของการร่วมรัฐบาล: ได้ใช้เสียงทุกที่นั่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เคารพประชาชน: ทุกการตัดสินใจรับผิดชอบต่อผู้เลือกตั้ง
  • ไม่ใช่รวมพรรค: รักษาอิสระ ปัดข่าวลือกลายเป็นภูมิใจไทย
  • บทเรียนเลือกตั้ง: ปรับนโยบายให้ดีขึ้นในอนาคต

สุดท้าย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยบอกว่าถ้าทำผิดพลาด ประชาชนจะตัดสินในการเลือกตั้งหน้า พวกเขาตระหนักดีว่าทุกก้าวเดินต้องรับผิดชอบต่อทุกเสียงที่ได้มา นี่คือการเมืองที่成熟จริงๆ ครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า การตัดสินใจแบบนี้ฉลาดนะครับ เพราะการเมืองไทยซับซ้อน ถ้าอยู่ฝ่ายค้านอาจพูดได้แต่ทำไม่ได้ แต่ร่วมรัฐบาลแล้วจะผลักดันนโยบายได้จริง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมอง!

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่มา – เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า ปัดกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทย

Scroll to top