จัดตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย เป็นประเด็นร้อนหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามข้อมูล) ที่พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 3 สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และคำให้สัมภาษณ์สำคัญๆ กัน

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยคึกคักตั้งแต่เช้า แกนนำพรรคทยอยเข้ามา เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ใช้ประตูหลังเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยตอน 13.59 น. ว่า ยังไม่มีการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเรื่องร่วมรัฐบาล เพียงแค่มา

คุยกันเฉยๆ

ชูศักดิ์ย้ำต้องคิดให้หนักก่อนร่วมรัฐบาล

เวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ต่ำกว่าคาดจากหลายปัจจัย มีทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมรัฐบาล ต้องฟังทุกฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ เพราะมีผลต่ออนาคตการเมืองครั้งหน้า ย้ำว่าต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ต่อมา 15.50 น. นายจุลพันธ์ยอมรับเสียใจผลเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ตั้งหลักได้แล้ว พรรคมี ส.ส.เกือบ 80 คน ไม่ใช่น้อย จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ สำหรับข่าวลือพรรคภูมิใจไทยทาบทาม พรรคเพื่อไทยยังไม่ถูกทาบ และรอให้พรรคเสียงมากสุดนำจัดตั้ง จุดยืนเปิดกว้าง หากตรงอุดมการณ์-นโยบาย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วิเคราะห์ผลเลือกตั้งและบทเรียนพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ชี้ว่าผลต่ำกว่าคาดเพราะตั้งเป้าสูงเพื่อประชาชน แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แม้มีอุปสรรคจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก่อนหน้า แต่ฐานเสียงยังอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.เกือบ 80 ที่จะทำงานต่อ ในพื้นที่เชียงใหม่ที่แคนดิเดตนายกฯ 2 คนไม่ได้ที่นั่ง ไม่ใช่ปิดฉาก แต่ต้องปรับปรุงนโยบาย ตัวบุคคล ให้ตอบโจทย์มากขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์ เป็นสถาบันการเมืองที่พร้อมสู้ครั้งหน้า

ส่วนปัจจัยแพ้ เช่น กระแสชาตินิยมช่วยภูมิใจไทย คลิปอังเคิลกระทบ หรือยกจังหวัดในพื้นที่แข็ง นายจุลพันธ์บอกมีหลายองค์ประกอบ จะลงพื้นที่ถอดบทเรียนกับเลขาฯประเสริฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ย้ำให้รอหัวหน้าพรรค

  • ยังไม่มีการทาบทามจากภูมิใจไทย
  • ตัดสินใจจากอุดมการณ์-นโยบายเป็นหลัก
  • พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ รักษาฐานเสียง
  • เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเลือกตั้งหน้า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งนี้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนนำ จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 มีบทบาทสำคัญหากถูกเชิญ แต่จุลพันธ์ย้ำ “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย ทำให้อนาคตยังเปิดกว้าง

มุมมองอนาคต: พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง?

จากประสบการณ์การเมืองไทย พรรคที่ปรับตัวดีมักคัมแบ็คได้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประชาชนศูนย์กลาง หากถอดบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่แดนไทบ้านอย่างเชียงใหม่ และจัดการปัจจัยภายนอก น่าจะกลับมานำในอนาคต ในมุมนี้ การไม่รีบตัดสินใจร่วมรัฐบาลแสดงถึงความรอบคอบ

ติดตามพัฒนาการการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ เราจะอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดเพื่อคุณ! ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยต้องเน้นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อประชาชนจริงๆ ถึงจะยั่งยืน

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง: อนุทินชี้แจงสาเหตุ

การเมืองไทยช่วงนี้ร้อนระอุมาก เมื่อ ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง ครั้งใหญ่ สร้างเซอร์ไพรส์ให้หลายคน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจน ว่าความสำเร็จนี้มาจากประชาชนที่ให้ความมั่นใจในแนวทางของพรรค แทนที่จะพึ่งกระแสชาตินิยมอย่างที่หลายคนคาดเดา

ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง จากความเชื่อมั่นของประชาชน

เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. อนุทินเดินทางมาพบสื่อมวลชนทันทีหลังผลเลือกตั้งเริ่มชัดเจน พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งได้อย่างงดงาม ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าปัจจัยหลักคืออะไร? กระแสชาตินิยม การผลักดันเรื่องชายแดนใต้ หรือนโยบายอื่นๆ? อนุทินตอบแบบถ่อมตัวว่า "การชนะเลือกตั้งมาจากประชาชนที่ให้ความมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย" เมื่อถูกถามย้ำเรื่องชาตินิยมเป็นจุดขายหรือไม่ เขาก็บอกว่า "ขอกลับไปประเมินก่อน" แสดงถึงความรอบคอบในการวิเคราะห์

อนุทินปัดตอบทาบพรรคอื่นตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ สื่อยังถามถึงหน้าตารัฐบาลใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร อนุทินย้ำว่าทุกอย่างต้องมีขั้นตอน ปัจจุบันยังไม่มีผลประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต. ตัวเลขที่นั่งแต่ละพรรคยังไม่นิ่ง ข้อจำกัดและความไม่สมบูรณ์ยังมีให้เห็น เขาย้ำสำคัญว่า "วันนี้ประเทศไทยยังคงมีรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบไม่มีขาดช่วง" ทำให้สถานการณ์ไม่วุ่นวาย

ส่วนคำถาม敏感เรื่องเริ่มทาบทามพรรคอื่นเพื่อตั้งรัฐบาลหรือยัง? อนุทินเลือกปัดตอบ สไตล์นักการเมืองมือฉมัง ไม่ให้ข้อมูลหลุดก่อนเวลา เหตุผลนี้น่าจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามคาดเดายาก

  • ปัจจัยความสำเร็จของภูมิใจไทย: ความสม่ำเสมอในการทำงาน นโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุขและเศรษฐกิจ
  • กระแสชาตินิยม: อาจเป็นส่วนเสริม แต่ไม่ใช่หลัก อนุทินขอประเมินเพิ่ม
  • การจัดตั้งรัฐบาล: รอผล กกต. อย่างเป็นทางการ อาจใช้เวลาไม่กี่วัน
  • สถานการณ์ปัจจุบัน: รัฐบาลชุดเก่ายังบริหารต่อเนื่อง

การ ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง ครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในเวทีการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยที่เคยเป็นตัวเลือกทางเลือก กลายเป็นดาวเด่น มาจากฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและกรุงเทพฯ นโยบายเด่นอย่าง "หมอพร้อม" ในยุคโควิด หรือการผลักดันกัญชาเสรี ทำให้ประชาชนเห็นภาพชัด

แต่จะมีดราม่าหรือไม่? หลายคนมองว่ากระแสชาตินิยมที่พรรคใช้ เช่น เรื่องชายแดนใต้ อาจถูกวิจารณ์ว่าเป็นจุดขายการเมือง อนุทินแก้ตัวเก่งด้วยการบอกขอประเมิน แสดงว่านโยบายจริงจัง

ในมุมมองของผม การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่แค่ 2 พรรคใหญ่ ถ้าอนุทินนำทีมตั้งรัฐบาลได้ นโยบายเศรษฐกิจฟื้นตัวและสวัสดิการสุขภาพน่าจะเด่นชัด

ติดตามพัฒนาการ ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่นี่ เราจะอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวให้คุณ!

นี่คือ insight สำคัญ: ความเชื่อมั่นจากประชาชนคือกุญแจสู่ชัยชนะ ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

ที่มา – ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง เหตุประชาชนให้ความมั่นใจ “อนุทิน” ปัดตอบทาบพรรคอื่นตั้งรัฐบาล

อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง ย้ำพร้อมตั้งรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตกันกับคำกล่าวของ อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยสุดๆ หลังจากปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 อนุทินหัวเราะร่าเลยทีเดียว เมื่อถูกถามถึงคาดการณ์ที่นั่งในสภาของพรรคภูมิใจไทยว่าจะได้เกิน 150 เท่าหนึ่งหรือเปล่า เขาตอบแบบชิลๆ ว่า “ผมคิดว่ามากกว่าเท่าหนึ่งนะ” ซึ่งหลายคนตีความว่าน่าจะทะยานไปถึง 300 เสียงในการรวมตั้งรัฐบาลเลยทีเดียว

อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง

ใช่แล้วครับ อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง และยังย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยจะนำมาจะพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย บุคลากร หรือการประสานงานกับทุกฝ่าย ทำให้การบริหารประเทศราบรื่นสุดๆ พรรคนี้ตั้งใจสื่อสารตรงไปตรงมา ไม่สร้างวาทกรรมลอยๆ แต่เน้นเจตนารมณ์จริงๆ ที่จะเข้าถึงปัญหาประชาชนได้ทันที

อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง รัฐบาลไร้ความเสี่ยงทุจริต

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ เมื่อนักข่าวถามถึงนโยบายปราบทุจริต อนุทินตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นว่า “หากพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ความเสี่ยงทุจริตจะไม่มี” ว้าว! นี่คือจุดขายใหญ่เลยนะครับ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมั่นใจในระบบของพรรค พวกเขาพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองในการบริหารประเทศโดยไม่ต้องกลัวดราม่าทุจริตแบบพรรคอื่นๆ

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงการจับมือตั้งรัฐบาลแบบเปิดกว้างสุดๆ “จับมือได้กับทุกพรรค ถ้าทิศทางเดียวกัน ให้เกียรติกัน” พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่ายอมรับนโยบายของทุกพรรคได้หมด เว้นแต่นโยบายที่ก่อให้เกิดความแตกแยกชัดเจนเท่านั้น นี่แหละครับที่ทำให้พรรคนี้กลายเป็นตัวเลือกหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นกลางและยืดหยุ่นสูง

ย้ำเป็นรัฐบาลที่พร้อมทุกด้าน จับมือได้ทุกพรรค

มาดูจุดเด่นของพรรคภูมิใจไทยกันแบบสรุปๆ ในลิสต์นะครับ:

  • นโยบายชัดเจน: สื่อสารกับประชาชนตลอดเวลา ไม่ใช่แค่หาเสียง
  • บุคลากรพร้อม: มีทีมงานมืออาชีพที่ทำงานจริงจัง
  • ประสานงานดี: ร่วมมือกับทุกภาคส่วนได้อย่างลงตัว
  • โปร่งใส 100%: ไม่มีความเสี่ยงทุจริต ถ้าได้เป็นรัฐบาล
  • เปิดกว้าง: จับมือทุกพรรคที่ไม่ขัดนโยบายหลัก

อนุทินยังทิ้งท้ายแบบคูลๆ ว่าสำหรับการรวบรวมเสียงในสภา ขอรออีกแค่ 48 ชั่วโมง จะกลับมาตอบคำถามได้ชัดเจนกว่านี้ ฟังดูมั่นใจมากเลยใช่มั้ยล่ะ? ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุแบบนี้ พรรคภูมิใจไทยดูจะเป็นม้ามืดที่พร้อมพุ่งทะยานสู่เวทีนำเลยครับ

จากที่ติดตามมาสักพัก การที่ อนุทิน เชื่อ ภท. ได้ 300 เสียง นี่ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะครับ เพราะพรรคมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคอีสานและกรุงเทพฯ ที่ผลโพลชี้ว่ากำลังมาแรง หากรวมเสียงพันธมิตรได้จริง รัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก และประชาชนอย่างเราก็ได้ประโยชน์จากนโยบายที่ตรงใจ

ส่วนตัวผมคิดว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคกลางๆ อย่างภูมิใจไทยจะมีบทบาทสำคัญ เพราะไม่สุดโต่งเกินไป สามารถรวมพลังทุกฝ่ายได้ ลองนึกภาพรัฐบาลที่พร้อมทุกด้าน ไม่มีดราม่าทุจริต แล้วบริหารงานให้ประเทศก้าวหน้า ชวนให้ตื่นเต้นใช่มั้ยครับ? ถ้าคุณคิดเหมือนกัน ติดตามข่าวอัปเดตการเมืองล่าสุดได้ที่บล็อกนี้เลยนะ อย่าลืมแชร์และคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างด้วย!

ที่มา – “อนุทิน” เชื่อ ภท. ได้ถึง 300 เสียง ย้ำเป็นรัฐบาลที่พร้อมทุกด้าน จับมือได้ทุกพรรค

“อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักอ่านข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เลยทีเดียว นั่นคือข่าวที่ “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์ จากปากของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ เอง สัมภาษณ์สดๆ ใหม่ๆ ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 3 ก.พ. นี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง ห้ามพลาดเลยนะ!

“อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง

นายอนุทิน เปิดใจแบบตรงไปตรงมา เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังปิดหีบเลือกตั้ง ย้ำชัดๆ ว่าตามกติกาการเมืองไทยแบบดั้งเดิม พรรคที่ได้ ส.ส. อันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนเลย ถ้าทำได้ก็จบ ถ้าไม่ได้ก็ค่อยวนไปอันดับ 2 3 ตามลำดับ ไม่มีใครแซงคิวได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมาในปี 2562 พรรคพลังประชารัฐนำ และปี 2566 พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

เขายังบอกอีกว่า ต้องรอผลนับคะแนนให้ชัดเจนก่อน คาดว่าตัวเลขนิ่งจริงๆ ราว 21.00-22.00 น. ของวันเลือกตั้ง ไม่รีบร้อนจับขั้วทันที รอให้ประชาชนตัดสินใจก่อน ฟังดูมีสปิริตดีใช่มั้ยล่ะ?

ไม่ปิดประตูจับมือ ‘แดง-น้ำเงิน’ ถ้าถูกเชิญต้องดูเงื่อนไข

ที่น่าสนใจคือ “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง ชัดเจน ไม่ปฏิเสธโอกาสร่วมกับพรรคสีแดง (เพื่อไทย) หรือสีน้ำเงิน ถ้าถูกชวนมาคุย แต่ต้องดูเงื่อนไขว่านโยบายของภท. รับได้มั้ย? อยากมี MOA หรือ MOU กำกับ เหมือนคู่มือเดินทาง ไม่ใช่แค่ Gentlemen’s agreement ที่อาจล้มได้ง่ายๆ

ยกตัวอย่าง ถ้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้อันดับ 1 แล้วเชิญภท. ร่วม ก็ต้องนั่งโต๊ะคุยเงื่อนไขกัน ไม่ใช่ตกลงแล้วปีหน้าถอนสัญญาแบบเก่าๆ ที่เคยเจอตอนรัฐบาลเสียงข้างน้อย

  • รอผลเลือกตั้งนิ่งก่อน ไม่พูดชี้นำ
  • ให้เวลาพรรคอันดับ 1 จัดตั้งตามประเพณี
  • พร้อมทำ MOA กับพรรคร่วม เพื่อความมั่นคง
  • ไม่ลอยแพ้ใคร ถ้าจัดได้เกินกึ่งหนึ่งก็จบ

มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์ ‘ศัตรูถาวรมี แต่ไม่ทำ’

ส่วนเรื่องอดีตที่เคยโดน ‘เช็กบิล’ หรือลอยแพ้ นายอนุทิน บอกชัด แก้แค้นไม่มีประโยชน์ ถึงมีศัตรูถาวร แต่แสดงออกทำไม? มีอำนาจแล้วแต่เลือกคิดดีๆ ต่อกันดีกว่า ลืมเรื่องไม่ดีไป ยิ้มไหว้เจอหน้าได้ การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรจริงๆ แต่ทำดีต่อกันนี่แหละยั่งยืน

ยกตัวอย่างเรื่องเขากระโดง การรถไฟฟ้องเอง ไม่แทรกแซง รอคำสั่งศาลชัดเจน กรมที่ดินทำตามกฎหมายเป๊ะๆ ไม่กังวลอะไรทั้งนั้น

วันเลือกตั้งนี้ อนุทินวางแผนไปบุรีรัมย์ ใช้สิทธิ์แล้วตระเวนดูพื้นที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ เกาะติดสถานการณ์แบบเรียลไทม์ อาจนอนบุรีรัมย์ให้โล่งใจ ไม่ลุ้นที่กรุงเทพฯ 555 แต่ถ้าจับขั้ว คงต้องรอฟังข่าว!

ประเมิน ส.ส. ภท. ลุ้นตัวเลข ‘เล็งผลเลิศไว้ก่อน’

เรื่องคะแนน ส.ส. แบ่งเขต 200 + บัญชี 20? อนุทินบอกไม่เคยปราศรัยตัวเลขแบบนั้น แต่ทีมงานติดตามทุกเขต ลุ้นเต็มที่ ‘เล็งผลเลิศไว้ก่อน’ ถ้าภท. ได้อันดับ 1 ทุกอย่างง่าย? เขาหัวเราะไม่ตอบ แต่ย้ำให้ทุกพรรคโฟกัสหาเสียงให้ได้ใจประชาชนก่อน

ไม่ว่าจะพรรคกล้าธรรม หรือเพื่อไทยกลับมาจับมือ อนุทินบอกเป็นคนลืมง่าย ถ้าทำไม่ดีก็ปล่อยวาง อยากยิ้มให้ทุกคน หลังลงพื้นที่ประชาชนตบมือ ‘ผ่านโปร’ ทำงาน 4 เดือนเสียงแหบเลยทีเดียว

สรุปแล้ว การสัมภาษณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอนุทินเล่นการเมืองแบบมีหลักการ เคารพกติกา รอประชาชนตัดสิน ไม่รีบ ไม่แก้แค้น การเมืองไทยรอบนี้ น่าจะเข้มข้น ลุ้นกันยาวๆ ครับ

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองดีๆ ต้องมีกติกาชัด ไม่ใช่แค่ชิงเก้าอี้ คุณคิดว่าภท. จะได้เป็นแกนนำมั้ย? หรือพรรคอื่นจะพลิกเกม? คอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างนี้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. ด้วย!

ที่มา – “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์

“อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงคลิปหลุด ไม่กลัวเสียฐานเสียง

ช่วงใกล้เลือกตั้ง สส. ทุกพรรคต่างลุ้นระทึก โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่กำลังมาแรงในหลายพื้นที่ ล่าสุดมีดราม่าคลิปเสียงหลุดของ “ศักดิ์ดา” วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย แต่ “อนุทิน” ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคกลับชิลล์สุดๆ บอกขอรอให้เจ้าตัวแจงเอง และยืนยันชัดว่า “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย วันนี้เรามาเจาะลึกเรื่องนี้กันแบบเป็นกันเองเลยนะ

“อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 1 ก.พ. 2569 เวลา 18.00 น. ที่ตลาดสามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่แข่งขันดุเดือดของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งท้องถิ่นนี้ โดยบอกว่าทุกพื้นที่ล้วนดุเดือด แต่พรรคคาดหวังทั้งปทุมธานีและทั่วประเทศ

พอถามถึงคลิปเสียงที่คล้ายเสียงนายศักดิ์ดา สนทนากับนักการเมืองท้องถิ่นกาญจนบุรี เนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พูดถึงพรรคสีน้ำเงิน (น่าจะภูมิใจไทย) ที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้แบบไม่วุ่นวาย สีส้มตั้งแล้วอาจมีปฏิวัติ สีแดงอาจไม่ได้ตั้งเพราะนายใหญ่ติดคุก อนุทินตอบแบบนิ่งๆ ว่า “มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันย้อนแย้งในตัว รอเจ้าของคลิปชี้แจงเอง ไม่รู้จริงหรือปลอม มีคนบอกว่าตนใจดำ ก็ยังงงอยู่” เขาบอกว่าจะถามศักดิ์ดาตอนเจอ แต่ตอนนี้ศักดายังหาเสียงสัปดาห์สุดท้าย พรรคต้อง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” ตามสไตล์ภูมิใจไทย

คลิปเสียงหลุด “ศักดิ์ดา” มีอะไรน่าสนใจ

คลิปนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เพราะเนื้อหาดูเหมือนคาดเดาการเมืองหลังเลือกตั้ง พรรคสีน้ำเงินถูกมองว่ามีลุ้นตั้งรัฐบาลใหญ่ สีส้มเสี่ยงรัฐประหาร สีแดงอ่อนแอจากผู้นำติดคดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าคลิปนี้จริงหรือตัดต่อ? อนุทินเลือกไม่เล่นตามเกม แต่รอให้ศักดาแจงเอง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคที่ไม่สาดโคลนตอบโต้

  • เนื้อหาคลิปย้อนแย้ง: พูดถึงสถานการณ์รัฐบาลอนาคตแบบไม่ชัดเจน
  • อนุทินไม่ตื่นตระหนก: บอกพรรคยืนหยัดเรื่องนโยบาย ไม่พาดพิงใคร
  • ช่วงสัปดาห์สุดท้าย: คาดมีโจมตีเพิ่ม แต่ภูมิต้านทานคือประชาชน

อนุทินมั่นใจฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ติดกระแสตา

แม้เลือกตั้งล่วงหน้าจะมีปัญหา แต่ อนุทินไม่กังวล เพราะเป็นเรื่องกกต. และประชาชนเข้าใจดี พรรคจับเบอร์ 37 ซึ่งดังมาก “ไม่เคยมีใครถามเบอร์อะไร ทุกคนบอกเบอร์ 37 ทันที” เคยกังวลแต่ตอนนี้หายแล้ว เรื่องซื้อเสียงหรือสาดโคลน ก็เป็นเรื่องปกติของคนแพ้ “ทุกคนพยายามป้ายสี แต่พรรคเราพูดแต่สิ่งที่ทำได้จริงให้ประชาชน”

นี่แสดงให้เห็นกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นนโยบายเป็นหลัก เช่น การแก้ปัญหายาเสพติด สุขภาพ การเกษตร ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ในปทุมธานีซึ่งแข่งขันสูง พรรคยังมั่นใจเพราะฐานเสียงเหนียวแน่น อนุทินย้ำว่าไม่กลัวคะแนนหลุด เพราะคนจำพรรคและเบอร์ได้หมด

การเมืองไทยช่วงนี้ตึงเครียด คลิปหลุดแบบนี้มักถูกใช้โจมตี แต่พรรคภูมิใจไทยเลือกทางสายกลาง ไม่ออกอาการตื่นตระหนก สะท้อนความเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง หากเทียบกับพรรคอื่นที่อาจตอบโต้รุนแรง ก็ดูแตกต่างชัดเจน

นอกจากนี้ อนุทินยังพูดถึงสัปดาห์ปล่อยของสุดท้าย ว่าจะมีดราม่าเพิ่ม แต่พรรคไม่หวั่น เพราะยึดหลักพูดเรื่องประชาชน ไม่วิจารณ์คู่แข่ง นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ฐานเสียงเหนียวแน่น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างปทุมธานี

จากประสบการณ์เลือกตั้งครั้งก่อน พรรคภูมิใจไทยเติบโตเร็วเพราะนโยบายจับต้องได้ เช่น กัญชาเสรี การดูแลผู้ป่วยโควิด ทำให้ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมาก ครั้งนี้แม้มีคลิปหลุด แต่ดูท่าไม่กระทบ เพราะอนุทินจัดการได้เนียนๆ

สรุปแล้ว “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย คือทัศนคติที่ทำให้พรรคดูน่าเชื่อถือ คุณคิดว่าคลิปนี้จะส่งผลจริงไหม? หรือพรรคภูมิใจไทยจะกวาดที่นั่งเพิ่ม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้!

ที่มา – “อนุทิน” ขอรอ “ศักดิ์ดา” แจงเองคลิปเสียงหลุด ไม่กลัวกระทบฐานเสียงภูมิใจไทย

“ธนาธร” ขอเสียงระยอง หนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ


“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล แคมเปญหาเสียงครั้งล่าสุดที่ระยองกำลังเป็นที่จับตา

“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ลงพื้นที่สวนศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อช่วย นายกฤช ศิลปชัย ผู้สมัคร สส. เขต 2 พรรคประชาชน หาเสียง ท่ามกลางประชาชนกว่า 500 คนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง

นายธนาธรได้กล่าวปราศรัยถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคประชาชนและผู้สมัครทุกคน พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความผิดหวังที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเกินกึ่งหนึ่งแล้ว เขาย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะแตกต่างออกไป เนื่องจากไม่มี สว. มาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

ธนาธร ย้ำชัด ไม่สนับสนุน ภูมิใจไทย และ อนุทิน

นายธนาธรยังเรียกร้องให้ประชาชนหนักแน่นและไม่หลงเชื่อข่าวลือ และประกาศชัดเจนว่า “ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล จะไม่มีการโหวตให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลและจะไม่สนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เขาขอให้ประชาชนสนับสนุนพรรคประชาชนให้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพื่อเปิดประตูสู่ยุคใหม่แห่งความเสมอภาคและประชาธิปไตย

บรรยากาศในการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง หลายคนได้มอบดอกไม้และขอถ่ายภาพร่วมกับนายธนาธรและนายกฤชอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ นายธนาธรยังได้ช่วยรณรงค์วิธีการลงคะแนนเลือกตั้ง โดยระบุให้กาเบอร์ 1 ในบัตรสีเขียว เลือกพรรคในบัตรสีชมพูเบอร์ 46 และกาเห็นชอบในบัตรสีเหลือง (ประชามติ) เพื่อร่วมกันเปิดประตูสู่ยุคสมัยใหม่ ยุคแห่งความเสมอภาค และประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ภายหลังการปราศรัย นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยฝากถึงประชาชนชาวระยองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมกันสู้เพื่ออนาคตอีกครั้ง เขาย้ำว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่างท่วมท้น แต่ต้องผิดหวังเพราะมีวุฒิสภามาขัดขวางไม่ให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ไม่มีวุฒิสภาแล้ว จึงขอแรงสนับสนุนให้พรรคประชาชนเป็นพรรคอันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน และเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศว่าจะป้องกันแชมป์ให้ได้ทุกเขต และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาทุนสีเทา

นายกฤชได้ให้สัมภาษณ์ว่ามีความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ และหวังว่าชาวระยองจะยังคงสนับสนุนพรรคประชาชนในทุกเขตเหมือนเดิม โดยจากการลงพื้นที่หาเสียงได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดีเสมอมา

การปรากฏตัวของนายธนาธรในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการช่วงชิงคะแนนเสียงในจังหวัดระยอง และตอกย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนในการไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป การที่นายธนาธรเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอเสียงสนับสนุนจากชาวระยองอย่างชัดเจน เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างแท้จริง

“ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

ที่มา – “ธนาธร” ขอเสียงชาวระยองหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯ ไม่โหวต “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ เยียวยาน้ำท่วม-จชต.

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ 14 ม.ค. ดูเยียวยาน้ำท่วม-ติดตามเหตุ 3 จังหวัดชายแดนใต้ บอกติดตลก รมต.กัมพูชาหัวคะแนนใหญ่ ย้ำคุยชายแดนแค่ระดับผู้นำ ลั่น ไม่ต้องถึง UN ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง วันนี้ รมต.ลา 8 คน

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีจะเดินทางไป จ.สงขลา ในวันที่ 14 มกราคม 2569 ว่า ไปดูสรุปสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ไปดูว่าการเยียวยาที่ดำเนินการไปหมดแล้วนั้น 100 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่า และไม่ใช่เฉพาะหาดใหญ่ แต่มีพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงด้วย ไปติดตามผลให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และช่วงเย็นตนมีงานสีดำด้วย จึงถือโอกาสไปติดตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังการฟื้นฟูหาดใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ระบุว่า จะยัง 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเยอะ แต่พยายามฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด จากการได้รับรายงานอย่างน้อยช่วงเทศกาลปีใหม่มีความพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางไปเที่ยว และการลงพื้นที่วันที่ 14 มกราคม จะถือโอกาสเชิญเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาพบด้วย เพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้ายและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งได้ส่งสรุปมาให้แล้วแต่จะเร่งให้ดำเนินการทำเรื่องขอขึ้นมา เมื่อไป จ.สงขลา ถือว่าเป็นที่นัดประชุมที่เกิดความสะดวก

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ระบุว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ให้เลือกนายอนุทิน แต่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม จะสู้กับกระแสนี้ไหวใช่หรือไม่ โดยนายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า “โห นั่นหัวคะแนนใหญ่เลยนะนั่น”

ทางด้านคำถามว่าโซเชียลมีการตั้งข้อสังเกตรัฐบาลปลุกกระแสรักชาติเหมือนกับกัมพูชา นายอนุทิน เผยว่า คนไทยทุกคนรักชาติไม่ต้องไปปลุก ดูสิมีใครยอมให้เปิดด่านหรือไม่ในช่วงนี้ เมื่อถามย้ำว่ากังวลว่ากรณีนี้จะทำให้กระแสที่กำลังพุ่งอยู่ลดลงหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เขาบอกให้เชียร์ใคร ไม่ให้เชียร์ตน และตนเป็นคนที่ยืนหยัดต่อสู้ รักษาเกียรติภูมิ รักษาอธิปไตย รักษาแผ่นดิน ร่วมกับฝ่ายกองทัพมาโดยตลอด การที่บอกไม่ให้เชียร์ตน หมายความว่าเขาคิดว่าตนเป็นผู้ที่ทำความเสียหายให้เขามาก น่าจะมีคนที่เขาควบคุมได้หรือไม่ ก็แล้วแต่

ในประเด็นคำถามว่าถือเป็นการแทรกแซงการเมืองประเทศไทยหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ตนไม่ถืออะไรเลยทั้งสิ้น หากจะคุยตนคุยในระดับผู้นำประเทศ เมื่อถามอีกว่าต้องแจ้งไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้อง จะทำตัวเป็นคนขี้ฟ้องทำไม”

นักข่าวถามต่อ การออกมาพูดเช่นนี้แสดงว่ากัมพูชากลัวนายอนุทิน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ตนไม่ได้ต้องการให้ใครกลัว เพียงแต่ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ตนไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วถึงรักบ้านรักเมือง แต่ตนรักบ้านรักเมืองโดยความเป็นตนอยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดมาแต่ละอย่าง การบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อพลิกสถานการณ์ ตนเชื่อว่าคนไทยคิดได้ และการที่เขาพูดเช่นนี้คนที่น่ากังวลคือพรรคที่เขาเชียร์มากกว่า

ส่วนกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะไม่จับมือกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้คุยกับใคร ทุกอย่างพรรคใครพรรคมัน ถึงเวลาตนก็ฟังเสียงประชาชน พรรคอื่นจะฟังหรือไม่ฟังก็เป็นเรื่องของพรรคอื่น ในคำถามว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยสามารถกลับมาดีกันได้ใช่หรือไม่ หากโหวตเตอร์บอกให้จับมือกัน นายอนุทิน กล่าวตอบว่า “รอให้โหวตเตอร์บอก ตอนนี้ยังไม่บอก”

ก่อนการประชุม ครม. นายอนุทินได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์โอทอปและการจัดงานวันครูอีกด้วย

“อนุทิน” บินหาดใหญ่ เยียวยาน้ำท่วม-จชต.

วันนี้มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุมถึง 8 ท่านด้วยกัน ซึ่งรวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ภารกิจ “อนุทิน” บินหาดใหญ่: เยียวยาน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์ จชต.

การเดินทางไปหาดใหญ่ของนายอนุทินในวันที่ 14 มกราคมนี้ มีเป้าหมายหลักสองประการ ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าในการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.). นายอนุทินต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อน

นอกจากนี้ การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นการแสดงความใส่ใจของรัฐบาลต่อปัญหาและความท้าทายในพื้นที่ จชต. โดยนายอนุทินจะหารือกับเลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้ายและการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่

การเยือนหาดใหญ่ครั้งนี้ของนายอนุทิน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีกัมพูชาก็ถูกหยิบยกขึ้นมาถาม นายอนุทินตอบด้วยท่าทีติดตลก แต่ก็แสดงความมั่นใจในศักดิ์ศรีและอธิปไตยของไทย

ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีลา 8 คน

ทั้งนี้ ก่อนที่นายอนุทิน จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เยี่ยมชมนิทรรศการทิศทางการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก จากนั้นนายอนุทิน ได้รับมอบดอกกล้วยไม้ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 จาก นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม 8 คน คือ

  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยสรุปแล้ว ภารกิจของ “อนุทิน” บินหาดใหญ่ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสร้างความมั่นคงในพื้นที่เสี่ยงภัย

ที่มา – “อนุทิน” บินหาดใหญ่ 14 ม.ค. ดูเยียวยาน้ำท่วม-ตามเหตุ จชต. วันนี้ 8 รมต. ลาประชุม ครม.

นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล

นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล ย้ำ “นี่หนูครับ…ไม่ใช่เป็ดง่อย”

หลังจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ยาวนานและเข้มข้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากล่าวขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกฝ่าย โดยเฉพาะในการที่ นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล อย่างถ่อมตน พร้อมย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่ ‘เป็ดง่อย’ แต่เป็น ‘หนู’ ที่พร้อมลุยงานทันทีตั้งแต่วินาทีนี้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.03 น. วันที่ 30 กันยายน 2568 หลังจากนายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายปิดท้าย นายอนุทินได้กล่าวขอบคุณประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสแถลงนโยบายและเร่งรัดเวลา เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบทันที นอกจากนี้ ยังขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ที่ให้ข้อคิดเห็น คำวิจารณ์ และข้อเสนอแนะมากมาย ซึ่งจะนำไปปรับใช้ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สองวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยคุณค่าต่อรัฐบาลชุดนี้ โดยนายกรัฐมนตรียอมรับว่าต้องขออภัยผู้ที่ถูกโต้เถียงด้วย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ แม้บางประเด็นจะแตกต่างจากความจริง แต่เชื่อว่าจะมีโอกาสทำความเข้าใจเพิ่มเติมในอนาคต

นายกฯ อนุทิน

นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล: หากรัฐมนตรีทำผิด พร้อมจัดการเอง

นายอนุทินเน้นย้ำความสัมพันธ์ที่ดีกับนายสุทินที่เคยทำงานร่วมกันในอดีต โดยให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ส่วนตัว หากพบการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการทันทีโดยไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง ‘นับจากเบอร์ 1 ถึง 36 ถ้าผมพบว่าผู้ใดผิด ผมจะเร่งรัดและจัดการเอง’ นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเสียใจที่ต้องโต้เถียงกันเพราะการเมือง แต่ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และจะให้ความร่วมมือเต็มที่

ย้ำ นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล สำหรับการเลือกตั้งที่โปร่งใส

ในช่วง 4 เดือนที่เหลือ รัฐบาลจะไม่ทะเลาะกัน แต่จะแข่งขันด้วยความสะอาดและรอยยิ้ม โดยมุ่งทำความดีให้ประชาชน นายอนุทินยืนยันว่าไม่เคยหลงใหลในอำนาจ และจะไม่กลั่นแกล้งใคร กระบวนการยุติธรรมจะจัดการทุกเรื่อง

สำหรับรัฐธรรมนูญ นายกฯ ขอบคุณพรรคประชาชนที่ร่วมลงนาม MOA โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ย้ำว่านโยบายหลักคือยุบสภาใน 4 เดือนและแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมสนับสนุนประชามติ

ขอความร่วมมือแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จปลายปี

รัฐบาลขอให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนร่วมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในธันวาคม 2568 แม้ต้องประชุมหนัก แต่เชื่อว่าการร่วมมือจะทำให้สำเร็จ สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชน จะทำตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และเริ่มวางรากฐานกฎหมายประกอบไว้ล่วงหน้า

นายอนุทินชี้แจงเรื่องโยกย้ายข้าราชการเพื่อเลือกตั้งว่า ไม่มีผลต่อผลการเลือกตั้ง อยู่ที่ผู้สมัครและนโยบาย ‘คนที่ตัดมือตัวเองคือรัฐบาลที่แล้ว แต่ขออโหสิกรรมกัน แล้วมาแข่งขันด้วยความบริสุทธิ์’ นายกฯ กล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่ารัฐบาลนี้ ‘นี่หนูครับ ไม่ใช่เป็ดง่อย’ และขอใช้ห้องประชุมทันทีเพื่อทำงานให้ประชาชน

การกล่าวของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ หากคุณสนใจพัฒนาการทางการเมืองไทย ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นเพื่อประเทศที่ก้าวหน้ากว่าเดิม

ที่มา – นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับคำแนะนำนโยบายรัฐบาล ย้ำ “นี่หนูครับ…ไม่ใช่เป็ดง่อย”

“โสภณ” ยันไร้มลทินนั่ง รมต. – วรภัคย้อนเพื่อไทย

“โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน- “วรภัค” ย้อนเพื่อไทย ตอนนั่งที่ปรึกษา “พิชัย” ก็ไม่เห็นติดใจ

ในวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา บรรยากาศการอภิปรายนโยบายรัฐบาลร้อนระอุ เมื่อ ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยออกมาแฉคุณสมบัติรัฐมนตรีคนใหม่ๆ โดยเฉพาะกรณี “โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน- “วรภัค” ย้อนเพื่อไทย ตอนนั่งที่ปรึกษา “พิชัย” ก็ไม่เห็นติดใจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจ มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในวันนั้น

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็นจี้ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงการแต่งตั้งนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่เคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และมีประเด็นอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทกำมะลอ ส.ส.คนนี้ย้ำว่าตำแหน่งรัฐมนตรีคือเกียรติยศของชาติ ประชาชนสมควรได้รับคำอธิบายชัดเจน นอกจากนี้ยังตั้งคำถามหาก ป.ป.ช. ชี้มูลผิดในอนาคต นายกฯ จะมีมลทินหรือไม่

การอภิปรายในสภา

ด้านนายทรงยศ รามสูตร ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายหนักเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี เปรียบเหมือน ‘ธรณีทัก’ หรือแผ่นดินทรุดที่เตือนภัย ว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ที่นายอนุทินตั้งขึ้นอาจมีตำหนิซ่อนอยู่ โดยยกตัวอย่างนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ดูแลกฎหมาย ที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ทำไม่ได้ และคุม DSI ที่อาจได้คำตอบเดิม ‘ทำไม่ได้’ สำหรับคดีฮั้ว สว.

ส่วนกระทรวงยุติธรรม ส.ส.คนนี้ชี้ว่านายมนตรีที่เป็นตำรวจจะนำความยุติธรรมกลับมา แต่เป็นของฝ่ายไหน ประชาชนต้องรอดู ต่อมาถึงนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ดูแลสังคมและสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทยเคยผลักดันกัญชาเกลื่อนเมือง แต่รัฐบาลเพื่อไทยย้อนกลับมาใช้ทางการแพทย์ ส.ส.ทรงยศหวังว่ารัฐบาลอนุทินจะไม่เอากัญชากลับมาอีก

นอกจากนี้ยังเสนอนโยบายที่ดินที่ยังไม่มีรายละเอียดจริงจัง เพียงเขียนไว้ว่า ‘การบริหารจัดการที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกินอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม’ แต่ขาดวิธีการ ขอให้รัฐบาลจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ประชาชนเดือดร้อนมานาน

รัฐมนตรีในที่ประชุม

“โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน

นายโสภณ ซารัมย์ ชี้แจงทันทีว่า ป.ป.ช. ในยุคนั้นที่น่าเชื่อถือได้ตรวจสอบตนแล้ว พบไร้มลทิน ไม่มีข้อกล่าวหา ยืนยันว่านายทรงยศพูดเท็จและไม่รู้ข้อเท็จจริง เรื่องโครงการถนนไร้ฝุ่นในชนบทก็ขอให้บอกสายเส้นที่ไม่เสร็จ หากกล่าวหาในสภาจะเสียหาย ตนทำคุณูปการให้ประเทศมากในการเป็นรัฐมนตรีคมนาคมเก่า ดังนั้น “โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน จริง

นายโสภณ ชี้แจง

วรภัคชี้แจงประเด็นที่ปรึกษาพิชัย

นายวรภัค ธันยาวงษ์ ดีใจได้ชี้แจง ถูกกล่าวหาว่าเคยอนุมัติสินเชื่อบริษัทกำมะลอตอนเป็น กจก.ธนาคารกรุงไทย แต่ตอนเป็นที่ปรึกษานายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ-รมว.คลัง พรรคเพื่อไทยเคยตรวจสอบแล้ว ไม่ติดใจอะไร เพราะทราบข้อเท็จจริง ตนได้ตำแหน่งปี 2555 บริษัทลูกค้าไม่มีปัญหาตกแต่งบัญชี ก.ล.ต. ไม่เคยร้องทุกข์ ยอดขายและทรัพย์สินจริงทั้งหมด ดังนั้น “โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน- “วรภัค” ย้อนเพื่อไทย ตอนนั่งที่ปรึกษา “พิชัย” ก็ไม่เห็นติดใจ เป็นการตอบโต้ที่ชัดเจน

นายวรภัค ชี้แจง

ประเด็นนี้สะท้อนถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เข้มข้นในสภา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย การอภิปรายช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลโปร่งใส หากคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ร่วมติดตามและแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้ถกเถียงกันต่อไป

  • คุณสมบัติรัฐมนตรีต้องโปร่งใส
  • ป.ป.ช. มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ
  • นโยบายที่ดินรอคอยรายละเอียดจริง

ที่มา – “โสภณ” ยันนั่ง รมต. ไร้มลทิน- “วรภัค” ย้อนเพื่อไทย ตอนนั่งที่ปรึกษา “พิชัย” ก็ไม่เห็นติดใจ

Scroll to top