จีน

สิงคโปร์ปฏิเสธ “นาธาน ลอว์” เข้าประเทศ

สิงคโปร์ปฏิเสธ “นาธาน ลอว์” นักเคลื่อนไหวฮ่องกงเข้าประเทศ ชี้ขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติ เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศล่าสุด เมื่อรัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจไม่อนุญาตให้ นาธาน ลอว์ นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยชื่อดังจากฮ่องกง เข้าประเทศ แม้ว่าเขาจะได้รับวีซ่าอนุมัติแล้วก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน โดยลอว์ถูกกักตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนานหลายชั่วโมง ก่อนถูกส่งตัวกลับทันทีในวันอาทิตย์

สิงคโปร์ปฏิเสธ “นาธาน ลอว์” นักเคลื่อนไหวฮ่องกงเข้าประเทศ ชี้ขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติ

นาธาน ลอว์ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในสหราชอาณาจักร เดินทางมาสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมลับที่จัดเฉพาะผู้เชิญ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างกะทันหัน ทางการสิงคโปร์จากกระทรวงมหาดไทยอธิบายว่า แม้ผู้ถือวีซ่าจะต้องผ่านการตรวจสอบเพิ่มเติมด้านความมั่นคง และในกรณีนี้ การปรากฏตัวของเขาถูกมองว่า “ไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติของสิงคโปร์” สิงคโปร์ยืนยันจุดยืนชัดเจนในการไม่ให้การเมืองต่างชาติแทรกแซง โดยเฉพาะเมื่อสิงคโปร์มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของสิงคโปร์

ลอว์ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง และเป็นหนึ่งในนักกิจกรรม 8 คนที่ถูกออกหมายจับจากรัฐบาลฮ่องกงในข้อหากบฏและความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่าการถูกปฏิเสธครั้งนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง เขายื่นขอวีซ่าแบบเข้า-ออกครั้งเดียวล่วงหน้า 3 สัปดาห์และได้รับอนุมัติ แต่เมื่อถึงสนามบิน กลับถูกสอบสวนโดยไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ ก่อนถูกส่งกลับไปยังซานฟรานซิสโก จุดเริ่มต้นการเดินทางของเขา ลอว์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้รับการสอบถามคำถามใด ๆ และพวกเขาไม่ได้ให้เหตุผลในการปฏิเสธ”

ด้านจีน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเรียกลอว์ว่าเป็น “ผู้ก่อกวนที่ต่อต้านจีนและต่อต้านฮ่องกง” และยืนยันว่าประเทศต่างๆ มีสิทธิกำหนดกฎการเข้า-ออกของตนเอง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างจีนกับนักกิจกรรมฮ่องกง โดยลอว์หลบหนีออกจากฮ่องกงในปี 2020 หลังจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในสหราชอาณาจักรปี 2021 ปัจจุบัน ทางการฮ่องกงตั้งรางวัลนำจับกว่า 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 4.14 ล้านบาท สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมเขาและเพื่อนนักกิจกรรม

  • นาธาน ลอว์: แกนนำการประท้วงฮ่องกงปี 2019
  • หลบหนีปี 2020 หลังกฎหมายความมั่นคง
  • สถานะผู้ลี้ภัยใน UK ปี 2021
  • ถูกตั้งรางวัลนำจับ 1 ล้าน HKD

ไม่ใช่ครั้งแรกที่สิงคโปร์จัดการกับนักกิจกรรมฮ่องกง ในปี 2019 รัฐบาลเคยสั่งปรับนักเคลื่อนไหวท้องถิ่นที่จัดเวทีออนไลน์ โดยมีโจชัว หว่อง นักกิจกรรมชื่อดังเข้าร่วมผ่านวิดีโอคอล สิงคโปร์ซึ่งรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์กับจีน มักหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับประเด็น敏感เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการทูต

เหตุการณ์สิงคโปร์ปฏิเสธ “นาธาน ลอว์” นักเคลื่อนไหวฮ่องกงเข้าประเทศ ชี้ขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติ นี้ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและบทบาทของสิงคโปร์ในเวทีโลก สิงคโปร์ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางที่เป็นกลาง แต่การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการประเมินความเสี่ยงจากประเด็นการเมืองจีน-ฮ่องกง นักวิเคราะห์บางคนมองว่า อาจมีแรงกดดันจากปักกิ่ง แต่ทางการสิงคโปร์ยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจอิสระเพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องรักษาสมดุลกับมหาอำนาจอย่างจีน การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของลอว์ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนทั่วโลก แม้จะเผชิญอุปสรรคมากมาย หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจบริบทลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่มา – สิงคโปร์ปฏิเสธ “นาธาน ลอว์” นักเคลื่อนไหวฮ่องกงเข้าประเทศ ชี้ขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน เป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้เริ่มมาตรการนี้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับจีน ประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ

เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

ภายใต้โครงการนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีสมาชิกอย่างน้อย 3 คน สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้และพำนักได้นาน 15 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า มาตรการดังกล่าวมีกำหนดดำเนินการจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับช่วงที่การท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนระหว่าง 1-8 ตุลาคม ที่จะมาพร้อมกับวันหยุดยาวของเกาหลีใต้ ทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวจะพลุกพล่าน

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากมาตรการยกเว้นวีซ่า

ภาคธุรกิจในเกาหลีใต้ต่างเตรียมพร้อมรับมือกับกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัทชิลลา ดิวตี้ ฟรี ได้จัดทัวร์เรือสำราญพิเศษสำหรับชาวจีน เพื่อให้พวกเขาสามารถช้อปปิ้งสินค้าหรูหราได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่แอปพลิเคชันส่งอาหารยอดนิยมอย่าง Baedal Minjok กำลังเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay ซึ่งเป็นระบบที่ชาวจีนคุ้นเคย ทำให้การใช้ชีวิตในเกาหลีใต้สะดวกสบายมากขึ้น เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นรายได้จากท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลดีต่อค้าปลีก โรงแรม และร้านอาหารทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้ จีนเคยเสนอยกเว้นวีซ่าให้ชาวเกาหลีใต้พำนักได้นาน 30 วันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นการตอบแทนที่เกาหลีใต้หวังจะเสริมสร้างความสัมพันธ์สองฝ่าย การประกาศมาตรการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และเป็นครั้งที่สองที่เกาหลีใต้ใช้การยกเว้นวีซ่าแบบกลุ่มสำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครั้งแรกคือระหว่างธันวาคม 2560 ถึงมีนาคม 2561 เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่พยองชาง ซึ่งประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง มองว่ามาตรการนี้จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิกในปลายเดือนตุลาคม 2568 ที่คาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วม ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลีใต้

ก่อนเกิดโรคโควิด-19 จีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของเกาหลีใต้ โดยในปี 2562 มีชาวจีนเดินทางเข้าประเทศกว่า 6 ล้านคน สร้างรายได้มหาศาล แต่หลังโควิด จำนวนลดลงอย่างมาก มาตรการเกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟู ในช่วงปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเกาหลีใต้เติบโตขึ้น 20-30% ต่อเดือน และคาดว่าปีนี้จะถึงเป้าหมาย 10 ล้านคนจากจีน หากโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ อาจขยายไปสู่การยกเว้นวีซ่าทั่วไปในอนาคต

  • ดึงดูดกลุ่มทัวร์ขนาดเล็กเริ่มต้น 3 คน ทำให้เข้าถึงได้ง่าย
  • รองรับช่วงวันหยุดยาว สร้างกระแสท่องเที่ยวทันที
  • เสริมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การชำระเงินดิจิทัล สำหรับชาวจีน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะโซลและปูซาน

นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่าน K-pop และ K-drama ที่เป็นจุดขายหลักสำหรับชาวจีน ทำให้พวกเขาตื่นเต้นที่จะมาเยือนสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดัง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจ แต่ยังลดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสองประเทศที่เคยมีปัญหาจากระบบ THAAD ในปี 2560 ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดฮวบ การยกเว้นวีซ่านี้จึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ลองเช็คโปรโมชั่นทัวร์กลุ่มจากจีน หรือหากเป็นคนไทยที่สนใจ สามารถใช้โอกาสนี้เดินทางไปช่วงเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนได้

สุดท้าย เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศนี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการใช้การท่องเที่ยวเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ หากมาตรการนี้สำเร็จ จะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย

ที่มา – เกาหลีใต้ยกเว้นวีซ่ากลุ่มทัวร์จีนเข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-สานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว

จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่กำลังสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก สะพานแห่งนี้ไม่เพียงแต่สูงเสียดฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของประเทศยักษ์ใหญ่เอเชีย

จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน สะพานฮวาเจียง แกรนด์ แคนยอน หรือที่รู้จักกันในชื่อสะพานข้ามโกรกธารฮวาเจียง ได้เปิดให้สัญจรอย่างเป็นทางการในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พื้นที่ภูเขาที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางธรรมชาติ สะพานนี้มีความสูงถึง 625 เมตรเหนือแม่น้ำเป่ยผาน ซึ่งสูงกว่าสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโกเกือบ 9 เท่า ทำให้มันครองตำแหน่งสะพานที่สูงที่สุดในโลกอย่างไม่มีใครเทียบ

ไม่ใช่แค่ความสูงที่ทำให้สะพานแห่งนี้โดดเด่น แต่โครงสร้างของมันยังน่าทึ่งมาก ทางการมณฑลกุ้ยโจวระบุว่าสะพานนี้มีช่วงหลักยาว 1,420 เมตร ถือเป็นสะพานแขวนโครงถักเหล็กที่มีช่วงยาวที่สุดในโลกสำหรับพื้นที่ภูเขา ความยาวรวมของสะพานอยู่ที่ 2,890 เมตร ทอดข้ามหุบเขาฮวาเจียง ซึ่งได้รับฉายาว่า “รอยแยกของโลก” สะพานนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่จีนกำลังขยายอย่างรวดเร็ว เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ห่างไกลให้ใกล้ชิดมากขึ้น

ประโยชน์ของสะพานสูงที่สุดในโลก

การเปิดใช้จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว จะช่วยปฏิวัติการเดินทางในพื้นที่นี้ จากเดิมที่ต้องใช้เวลาข้ามหุบเหวถึงสองชั่วโมง ตอนนี้เหลือเพียงสองนาทีเท่านั้น นึกภาพตามดูสิว่ามันจะช่วยลดเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้าและผู้คนได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะในมณฑลกุ้ยโจวที่เป็นพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนและพัฒนาน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน

ก่อนหน้านี้ สถิติเดิมเป็นของสะพานอีกแห่งที่ข้ามแม่น้ำเป่ยผานเช่นกัน อยู่ห่างจากที่นี่เพียง 100 กิโลเมตร สะพานนั้นเปิดในปี 2016 มีความสูง 565.4 เมตร แต่ตอนนี้ถูกแซงโดยฮวาเจียงที่สูงกว่าเกือบ 60 เมตร มณฑลกุ้ยโจวเองก็เป็นเจ้าของสถิติสะพานสูงที่สุดในโลกถึง 3 แห่ง จาก 100 อันดับแรกทั่วโลก และมีสะพานมากกว่า 30,000 แห่งที่สร้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน

  • ความสูง: 625 เมตร – สูงที่สุดในโลก
  • ความยาวช่วงหลัก: 1,420 เมตร – ยาวที่สุดสำหรับสะพานแขวนในพื้นที่ภูเขา
  • ความยาวรวม: 2,890 เมตร – เชื่อมหุบเขาฮวาเจียง
  • ลดเวลาเดินทาง: จาก 2 ชั่วโมงเหลือ 2 นาที
  • ตำแหน่ง: มณฑลกุ้ยโจว จีน

นอกจากนี้ สะพานยังออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศรุนแรงในพื้นที่ภูเขา เช่น ลมแรงและแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ในการก่อสร้าง วิศวกรจีนใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการเทคอนกรีตและโครงเหล็ก เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ใช้

การก่อสร้างสะพานนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2016 และใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าจะเสร็จสิ้น ด้วยงบประมาณมหาศาล แต่ผลตอบแทนที่ได้คือการเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ผู้คนในพื้นที่สามารถเดินทางไปยังเมืองใหญ่ได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าขาย จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว จึงไม่ใช่แค่โครงสร้างทางวิศวกรรม แต่เป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ในฐานะที่ผมชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน การเห็นจีนสร้างสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้ทำให้รู้สึกทึ่งจริงๆ มันแสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและนวัตกรรมสามารถเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติได้ หากคุณสนใจเรื่องราวแบบนี้ ลองแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับสะพานแห่งนี้

ที่มา – จีนเปิดใช้ “สะพานสูงที่สุดในโลก” ข้ามแกรนด์แคนยอนฮวาเจียง ในกุ้ยโจว

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองจีน เมื่อศาลตัดสินลงโทษนายถัง เหรินเจี้ยน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท ในข้อหายักยอกสินบนมูลค่ามหาศาล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลประชาชนกลางเมืองฉางชุน ในมณฑลจี๋หลิน ได้พิพากษาว่านายถังสมควรได้รับโทษประหารชีวิต แต่ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากเขายอมรับสารภาพความผิดแล้ว การตัดสินนี้สะท้อนถึงนโยบายต่อต้านการทุจริตที่เข้มข้นของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

รายละเอียดของคดีเผยว่านายถังได้รับสินบนในรูปแบบเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 268 ล้านหยวน หรือประมาณ 1.2 พันล้านบาท ตั้งแต่ปี 2550 จนถึง 2567 ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงเกษตร การรับสินบนจำนวนมากเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงส่วนตัว แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการของจีน

ก่อนหน้านี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) ได้ขับไล่นายถังออกจากพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นเวลา 6 เดือนหลังจากเขาถูกสำนักงานต่อต้านการทุจริตนำตัวไปสอบสวน และถูกปลดจากตำแหน่ง การสอบสวนครั้งนี้ถือว่ารวดเร็วผิดปกติ เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ โดยเชื่อมโยงกับการกวาดล้างทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง

บริบทการต่อต้านทุจริตในจีน

การตัดสินคดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญต่อต้านการทุจริตที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศ เช่น ตำรวจ อัยการ และผู้พิพากษา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ “จงรักภักดีอย่างที่สุด บริสุทธิ์อย่างที่สุด และน่าเชื่อถืออย่างที่สุด” ในเดือนมกราคม 2568 นายสีได้ออกมากล่าวย้ำว่าการทุจริตยังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุดต่อพรรคคอมมิวนิสต์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนายถังแล้ว คดีที่คล้ายคลึงกันยังเกิดขึ้นกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เช่น หลี่ ซ่างฝู และเว่ย เฟิ่งเหอ ซึ่งถูกสอบสวนในข้อหาทุจริตเช่นกัน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการปราบปรามทุจริตกำลังขยายวงกว้างขึ้น โดยไม่เว้นตำแหน่งสูงสุดในรัฐบาล

  • มูลค่าสินบน: 268 ล้านหยวน
  • ระยะเวลาการกระทำผิด: 2550-2567
  • โทษที่ได้รับ: ประหารชีวิต รอลงอาญา 2 ปี
  • เหตุผลรอลงอาญา: ยอมรับสารภาพ

ผลกระทบจากคดีนี้ไม่เพียงจำกัดอยู่ที่ตัวนายถังเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรของจีน จีนเป็นมหาอำนาจด้านการเกษตร การทุจริตในส่วนนี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนานโยบาย และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรนับล้าน

จากมุมมองนักวิเคราะห์ คดีนี้เป็นสัญญาณว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกำลังเสริมสร้างอำนาจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยใช้การต่อต้านทุจริตเป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง ในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคคอมมิวนิสต์ได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การรอลงอาญา 2 ปีหมายความว่านายถังอาจหลีกเลี่ยงการประหารจริง หากเขาไม่กระทำผิดซ้ำ หากในช่วงเวลานี้เขามีพฤติกรรมดี โทษอาจถูก減เหลือเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือน้อยกว่านั้น

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตเหตุการณ์ล่าสุดจากทั่วโลก

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการทุจริตไม่เว้นแม้แต่ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุด และเป็นบทเรียนสำหรับผู้นำทั่วโลกในการสร้างระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง

ที่มา – จีนตัดสินประหารชีวิต อดีต รมว.เกษตร คดีรับสินบน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์ หวังสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่สดใส เป็นข่าวที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในสัปดาห์นี้ สำนักงานบริหารไซเบอร์แห่งประเทศจีน (CAC) ได้ริเริ่มแคมเปญระยะเวลา 2 เดือน เพื่อจำกัดการโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่แสดงออกถึงความรู้สึกด้านลบและความสิ้นหวังเกินจริง เป้าหมายหลักคือการแก้ไขอารมณ์ด้านลบ สร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่มีอารยธรรมและมีเหตุผลมากขึ้น

เนื้อหาที่ถูกเพ่งเล็ง ได้แก่ เรื่องเล่าหรือความคิดเห็นเชิงลบ เช่น “เรียนไปก็ไร้ประโยชน์” หรือ “ทำงานหนักไปก็ไร้ประโยชน์” รวมถึงเรื่องราวที่ส่งเสริม “ความเบื่อหน่ายโลก” ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้รู้สึกท้อแท้มากขึ้น

จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์

ปัจจุบัน จีนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหลังวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ อัตราการว่างงานของเยาวชนที่สูงถึงระดับน่าตกใจ และการแข่งขันที่รุนแรงในการเข้าศึกษาต่อและหางาน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจและผิดหวังในหมู่คนรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมกระแสทางสังคม

ดร. ไซมอน ซีฮัง ลั่ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ ได้ให้ความเห็นกับบีบีซีว่า คนหนุ่มสาวในจีนกำลังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตชีวิต พวกเขาต้องเผชิญความจริงที่ว่าความเป็นอยู่ของตัวเองมีแนวโน้มแย่กว่าคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งเป็นสัญญาณของปัญหาสังคมที่ลึกซึ้ง

ความกังวลของรัฐบาลจีนต่อความไม่พอใจที่กำลังปะทุนี้ สะท้อนผ่านการลงโทษผู้มีอิทธิพลทางความคิดหรืออินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายแห่ง

กรณีศึกษาการลงโทษผู้สร้างเนื้อหา

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หู เฉินเฟิง ผู้สร้างคอนเทนต์ชื่อดัง ถูกลบโพสต์ทั้งหมดจากบัญชีโซเชียลมีเดีย แม้ไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อกันว่ามาจากคอมเมนต์ไวรัลของเขาที่จัดประเภทผู้คนและสิ่งของเป็น “แอปเปิล” หรือ “แอนดรอยด์” โดยใช้คำหลังเพื่ออธิบายสิ่งที่ด้อยกว่า การล้อเลียนความไม่เท่าเทียมเช่นนี้ กลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อน เพราะตอกย้ำความเหลื่อมล้ำที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่อยากให้ประชาชนสนใจ

นอกจากนี้ จาง ซู่เฟิง ติวเตอร์ออนไลน์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลายล้านคน ถูกบล็อกไม่ให้เพิ่มผู้ติดตามใหม่ แม้เขาจะเคยสร้างความขัดแย้งด้วยการประกาศบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนหากจีนบุกไต้หวัน แต่การลงโทษล่าสุดเชื่อว่ามาจากคำแนะนำของเขาที่ว่า “ในโลกที่ไม่ยุติธรรม คุณต้องเลือกทางเลือกที่เป็นประโยชน์เท่านั้น” ซึ่งอาจแพร่กระจายความสิ้นหวัง

ทางการจีนยังกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดอินเทอร์เน็ตครั้งใหญ่ โดย CAC จะลงโทษอย่างเข้มงวดกับแอปอย่างเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu), ไคว่โส่ว (Kuaishou) และเว่ยป๋อ (Weibo) หากล้มเหลวในการควบคุมเนื้อหาเชิงลบ เช่น การโหมกระแสอัพเดตส่วนตัวของดาราหรือข้อมูลที่ไม่สลักสำคัญ

  • เนื้อหาเชิงลบที่ถูกห้าม: โพสต์แสดงความสิ้นหวังเกินจริง
  • เป้าหมาย: สร้างโลกออนไลน์ที่สดใสและมีเหตุผล
  • ผลกระทบ: อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกกดดันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดร. ลั่ว ให้ความเห็นว่า การกีดกันไม่ให้ประชาชนระบายความรู้สึกหดหู่ อาจทำให้สถานะทางจิตใจโดยรวมแย่ลง ปัจจัยกดดันทางสังคม เช่น เยาวชนที่ต้องกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่เพราะหางานไม่ได้ หรือต้องการพักจากงานหนัก ยังคงอยู่ และการวิจัยล่าสุดยืนยันว่าความสิ้นหวังเกี่ยวกับอนาคตในจีนเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ตระหนักดี จึงพยายามปราบปรามหลักฐานเหล่านี้

ดร. ลั่ว สรุปว่า ประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัยแสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การรณรงค์ทางอุดมการณ์จากเบื้องบนแทบไม่สามารถกำจัดรากเหง้าของปัญหาสังคมได้ แม้รัฐบาลจะทรงอำนาจ แต่ก็ยากที่จะยับยั้งความรู้สึกมองโลกในแง่ร้าย เมื่อเศรษฐกิจมืดมน ตลาดงานแข่งขันโหดร้าย และอัตราการเกิดต่ำสุด

การเคลื่อนไหวนี้อาจช่วยควบคุมกระแสชั่วคราว แต่เพื่อแก้ปัญหาที่แท้จริง จีนควรหันไปโฟกัสที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและโอกาสสำหรับเยาวชนมากกว่า คุณคิดอย่างไรกับแคมเปญนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – จีนเปิดแคมเปญกวาดล้าง “ความสิ้นหวัง” ในโลกออนไลน์ หวังสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่สดใส

ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA

คลาสรูมส์ 2022 ร่วมกับ ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม และพันธมิตรจีน เปิดโครงการ “VERTICAL MICRO – DRAMA PROGRAM 2025” อบรมเชิงปฏิบัติการผลิตละครแนวตั้ง หวังขยายอิทธิพลของวัฒนธรรมเอเชียในตลาดโลก

จาก Workshop สู่ Commercial Success ! 4 หน่วยงาน พันธมิตรจีนพร้อมสนับสนุนเต็มรูปแบบสำหรับโครงการที่ผ่านการคัดเลือกโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ VERTICAL MICRO – DRAMA PROGRAM 2025 ผลิตละครแนวตั้ง ระยะเวลา 10 วัน จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ บริษัท คลาสรูมส์ 2022 จำกัด ร่วมกับ บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด, สมาคมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ฮ่องกง, บริษัท China Pearl River Film Group จำกัด, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ประเทศไทย), สำนักงานสร้างสรรค์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (THACCA) และโครงการ “One Family One Soft Power” (OFOS)

โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันความร่วมมือเชิงลึกและการพัฒนาเชิงนวัตกรรมในอุตสาหกรรมละครแนวตั้ง (MICRO – DRAMA) จีน–ไทย ผ่านการฝึกอบรมเชิงระบบและการฝึกปฏิบัติจริง ได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ กิจกรรมครั้งนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมได้คัดเลือกผลงานละครแนวตั้งจากทีมชาวไทยที่เข้าร่วมอบรมที่มีความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าทางวัฒนธรรมโดดเด่นจำนวน 3 เรื่อง 1. 7 Days Love Challenge 2.HEART QUAKE 3. A SPICY LOVE STORY แต่ละเรื่องมีการผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของจีนและไทยอย่างลึกซึ้ง มีทั้งนวัตกรรมการเล่าเรื่อง และศักยภาพในการสื่อสารสู่ระดับนานาชาติ เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมงานจริงในระยะพรีโปรดักชัน ครอบคลุมการพัฒนาบท การสร้างทีมงาน และการประสานทรัพยากร และคาดว่าจะมีโครงการคุณภาพสูงอื่น ๆ ตามมาในอนาคตถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ระหว่างจีน–ไทย

นาย 侯楚峰 (โหว ชู่เฟิง) รองประธานสมาคมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ฮ่องกง และภัณฑารักษ์ของกิจกรรม กล่าวว่า: “การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างเวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ให้กับคนทำงานภาพยนตร์จีนและไทย แต่ยังผลักดันให้เกิดการบ่มเพาะและการลงมือทำในโครงการจริง เราจะยังคงให้การสนับสนุนด้านการจับคู่ทางธุรกิจแก่ผู้สร้างสรรค์ทั้งสองประเทศ เพื่อช่วยให้เนื้อหาจีน–ไทยก้าวสู่เวทีโลก”

นาย 陈一奇 (เฉิน อี้ฉี) รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัท China Pearl River Film Group เน้นย้ำในการกล่าวปิดงานว่า: “ละครแนวตั้ง (MICRO – DRAMA)เป็นสื่อสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมในยุคใหม่ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของโครงการความร่วมมือจีน–ไทย สะท้อนถึงการบูรณาการและพลังนวัตกรรมที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ทั้งสองประเทศ เราคาดหวังว่าจะมีความร่วมมือเชิงปฏิบัติมากยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันขยายอิทธิพลของวัฒนธรรมเอเชียในตลาดโลก”

การจัดอบรมครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ และมีการขับเคลื่อนโครงการที่เป็นรูปธรรม ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์จีน–ไทย ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์และการเผยแพร่ผลงานข้ามวัฒนธรรมคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น

ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA

โครงการ ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของทั้งสองประเทศ การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้และเทคนิคในการผลิตละครแนวตั้ง แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างผู้สร้างสรรค์จากทั้งสองวัฒนธรรมอีกด้วย

ละครแนวตั้งคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

ละครแนวตั้ง หรือ Vertical Micro Drama เป็นรูปแบบละครขนาดสั้นที่ออกแบบมาเพื่อรับชมบนโทรศัพท์มือถือ โดยเน้นเนื้อหาที่กระชับ รวดเร็ว และดึงดูดผู้ชมในเวลาอันสั้น ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือที่ง่ายขึ้น ทำให้ละครแนวตั้งกลายเป็นสื่อบันเทิงที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การอบรม ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA ครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้สร้างสรรค์ไทยในการเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโตนี้

การร่วมมือกับจีนซึ่งเป็นผู้นำในด้านการผลิตและเผยแพร่ละครแนวตั้ง จะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ไทยได้เรียนรู้จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของจีน และสามารถนำมาปรับใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก นอกจากนี้ การผสมผสานวัฒนธรรมและเรื่องราวของไทยและจีนเข้าด้วยกัน จะทำให้ละครแนวตั้งที่ผลิตขึ้นมีความน่าสนใจและแตกต่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

การอบรม ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอบรม แต่เป็นการสร้างโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ไทย การสนับสนุนและพัฒนาผู้สร้างสรรค์ให้มีความรู้และทักษะที่ทันสมัย จะช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตละครแนวตั้งที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ที่มา – ไทย-จีน จับมือ เปิดอบรม VERTICAL MICRO – DRAMA ปั้นละครแนวตั้งสู่ตลาดโลก

ไต้หวันดับ 2 ศพ! ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทะเลสาบล้น

อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น รากาซา ทำให้ทะเลสาบในไต้หวันล้นตลิ่งเข้าท่วมเมือง เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ขณะที่มีผู้ติดค้างและสูญหายอีกนับร้อยราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาภาคใต้ของประเทศจีน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเกาะไต้หวัน ทำให้น้ำในทะเลสาบบนภูเขาเอ่อล้นทะลักตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองใกล้เคียง ล่าสุดมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ประชาชนอีกนับร้อยติดค้างหรือสูญหาย จากเหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

ไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งมีความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 มีความเร็วลมสูงสุดถึง 285 กม./ชม. ทำให้มันกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปี 2568 จนถึงตอนนี้ และทำให้หลายพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องประกาศเตือนภัยน้ำท่วม, คลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง และดินถล่ม

ชายขอบด้านของพายุ รากาซา พัดกระหน่ำเกาะไต้หวันตั้งแต่เมื่อวันจันทร์แล้ว และทำให้คันดินกั้นทะเลสาบซึ่งเกิดจากดินถล่มก่อนหน้านี้ แตกออกในช่วงบ่ายวันอังคาร (23 ก.ย. 2568) ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่เมืองกวงฟู ในเขตฮวาเหลียน ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ

น้ำจากทะเลสาบพัดทำลายสะพาน, ถอนรากถอนโคนต้นไม้ และท่วมรถยนต์หลายคัน โดยนาย หลี่ หลงเซิ่ง รองหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงของเขตฮวาเหลียนเผยว่า บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ขณะที่ในย่านใจกลางเมืองน้ำท่วมถึงชั้น 1 ก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงตามลำดับ

นายหลี่บอกอีกว่า มีประชาชนประมาณ 263 คนยังติดค้าง และต้องอพยพขึ้นที่สูงในตอนที่แม่น้ำเพิ่มระดับอย่างกะทันหัน โดยพวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายในทันที แต่กำลังกังวลมากเกี่ยวกับระดับน้ำที่สูง

ในพื้นที่อื่น ๆ ของไต้หวัน มีรายงานพบผู้บาดเจ็บ 6 คน, บริการเรือข้ามฟากถูกระงับ และเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 100 เที่ยวถูกยกเลิกเนื่องจากไต้ฝุ่นรากาซาพัดผ่าน

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศคาดว่า ไต้ฝุ่น รากาซา จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนในวันพุธนี้ (24 ก.ย.) โดยทางการมณฑลกวางตุ้งสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 370,000 คน ขณะที่โรงเรียนกับธุรกิจหลายแห่งต้องปิดทำการ ขณะที่เมืองฮ่องกงยกระดับการเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นเป็นระดับ 8 ซึ่งห่างจากระดับสูงสุด 2 ระดับ

ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

สถานการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ และการวางแผนอพยพหากจำเป็น

ผลกระทบจากไต้ฝุ่นรากาซาต่อไต้หวัน

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นรากาซาในไต้หวันครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อ:

  • ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: บ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • การอพยพ: ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากน้ำท่วม
  • การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: โรงเรียน ธุรกิจ และบริการต่างๆ ต้องหยุดทำการ

เหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง การวางแผนการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเสมอ และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

แก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีน คดีฆาตกรรม-ฉ้อโกง

ศาลในเมืองเซินเจิ้นของจีนได้พิจารณาคดีของกลุ่มอาชญากรรม 21 ราย ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา (พม่า) โดยมีข้อหาเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง, ฆาตกรรม, ทำร้ายร่างกาย และการลักพาตัว ซึ่งเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีแก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีนนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก

แก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีน ไต่สวนคดีฆาตกรรม-ฉ้อโกงโทรคมนาคม

ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ได้เริ่มกระบวนการพิจารณาคดีสำคัญของกลุ่มอาชญากรจำนวน 21 คน ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา หรือพม่า โดยถูกตั้งข้อหาที่ร้ายแรงหลายกระทง ได้แก่ ฉ้อโกง, ฆาตกรรมโดยเจตนา, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา, ลักพาตัว, ข่มขู่กรรโชกทรัพย์, การเปิดบ่อนการพนัน, การจัดหาและบังคับค้าประเวณี, การกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการลักลอบผลิตและค้ายาเสพติด การพิจารณาคดีในชั้นต้นนี้ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ถึง 22 กันยายนที่ผ่านมา

สำนักงานอัยการประชาชนเมืองเซินเจิ้นได้ทำการฟ้องร้องกลุ่มอาชญากรดังกล่าว ซึ่งนำโดยนายเบย์ ซอ เชน และนายเบย์ หยิน ชิน โดยระบุว่าบุคคลเหล่านี้ได้ใช้อิทธิพลของตระกูลเบย์ในภูมิภาคโกก้างของพม่า ในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการจำนวนมากถึง 41 แห่ง นอกจากนี้ ยังจัดหากองกำลังติดอาวุธเพื่อคุ้มครองผู้ที่ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2009 อีกทั้งยังสมรู้ร่วมคิดกับผู้ที่ได้รับการคุ้มครองเพื่อกระทำการอาชญากรรมต่างๆ เช่น การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม, การฆาตกรรมโดยเจตนา, การทำร้ายร่างกายโดยเจตนา, การลักพาตัว, การข่มขู่กรรโชกทรัพย์, การเปิดบ่อนการพนัน, การจัดการข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย และการจัดหาหรือบังคับค้าประเวณี

ความเสียหายจากแก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีน

การกระทำความผิดทางอาญาที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้พลเมืองชาวจีนเสียชีวิตไปถึง 6 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ เงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันและการฉ้อโกงมีมูลค่ารวมกันสูงเกินกว่า 2 หมื่นล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8.93 หมื่นล้านบาท

สำนักงานอัยการประชาชนเมืองเซินเจิ้นยังระบุเพิ่มเติมว่า นายเบย์ หยิน ชิน ยังได้ร่วมมือกับบุคคลอื่นในการลักลอบผลิตและค้ายาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) หรือที่รู้จักกันในชื่อยาบ้า เป็นจำนวนมากถึง 11 ตัน

การพิจารณาคดีความในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก กว่า 100 คน ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากสภาผู้แทนประชาชน, ที่ปรึกษาทางการเมือง, ญาติของจำเลย และประชาชนทั่วไป โดยคำตัดสินในคดีนี้จะถูกประกาศให้ทราบในภายหลัง

คดีแก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีนแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการก่ออาชญากรรมข้ามชาติและการมีอิทธิพลของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ชายแดน การดำเนินคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความยุติธรรมและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – แก๊งอาชญากรรมพม่าขึ้นศาลในจีน ไต่สวนคดีฆาตกรรม-ฉ้อโกงโทรคมนาคม

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของจีน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ได้สร้างความกังวลอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะปานุยตัน (Panuitan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะบาบูยัน (Babuyan) ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันจันทร์ที่ 22 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยพายุลูกนี้มีความเร็วลม 285 กม./ชม. และคาดว่ามันจะมุ่งไปทางตะวันตกสู่ภาคใต้ของจีนต่อไป ทำให้ทางการจีนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

หน่วยงานสภาพอากาศของฟิลิปปินส์ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังลงเล็กน้อย แต่ก็มีโอกาสที่มันจะทวีกำลังขึ้นอีก พร้อมเตือนว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดคลื่นพายุหนุนซัดฝั่งที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยมีความสูงมากสุด 3 เมตร และอาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนกับโครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

การมาของไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 ทำให้ทางการฟิลิปปินส์ต้องสั่งอพยพประชาชนหลายพันคน โรงเรียนและสำนักงานรัฐบาลในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในกรุงมะนิลา ต้องปิดทำการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ หมู่เกาะบาบูยัน อยู่ห่างจากเกาะไต้หวันประมาณ 740 กม. อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าพายุ รากาซา จะไม่พัดเข้าสู่เกาะไต้หวันโดยตรง แต่จะทำให้เกิดฝนตกหนักบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาะ โดยทางการไต้หวันสั่งปิดพื้นที่ป่าและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วภาคใต้และภาคตะวันออกตั้งแต่เช้าวันจันทร์ บริการเรือข้ามฟากก็ถูกระงับด้วย เป็นมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่จีนในมณฑลกวางตุ้งออกคำแนะนำประชาชนให้เตรียมรับมือ “หายนะ” และ “ภัยพิบัติขนาดใหญ่” โดยคาดว่าจะเริ่มมีฝนตกหนักและลมแรงอย่างเร็วที่สุดในวันอังคารนี้ ก่อนที่พายุรากาซาจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในอีกราว 2 วันหลังจากนั้น ทางการจีนได้เตรียมพร้อมทีมกู้ภัยและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ในเมืองเซินเจิ้นวางแผนอพยพประชาชนราว 400,000 คน เพื่อเตรียมรับการมาเยือนของไต้ฝุ่นลูกนี้แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ฮ่องกงเตือนว่า สภาพอากาศจะแย่ลงอย่างรวดเร็วในวันอังคาร ขณะที่หน่วยงานศึกษาธิการกำลังพิจารณาเรื่องการหยุดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

สายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ของฮ่องกงระบุว่า พวกเขาจะยกเลิกเที่ยวบินขาออกจำนวน 500 เที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันอังคารเป็นต้นไป ส่วนสายการบินฮ่องกงระบุว่า จะระงับเที่ยวบินขาออกทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางทางอากาศในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว

สถานการณ์ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา

ผลกระทบและความเสียหายจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซาส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อฟิลิปปินส์และประเทศใกล้เคียง การประเมินความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

  • น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม: พื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจทำให้บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายอย่างหนัก
  • ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน สะพาน และระบบไฟฟ้าอาจได้รับความเสียหาย ทำให้การคมนาคมและการสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • ผลกระทบต่อการเกษตร: พายุอาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและรายได้ของเกษตรกร

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและความเข้าใจในสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ

ที่มา – ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว เตือนดินถล่ม-น้ำท่วมวงกว้าง

Scroll to top