จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจชะลอการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทยได้ถอนชื่อสนับสนุนจำนวน 30 รายชื่อออกไป ทำให้สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องหันมาจับตามองว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล

เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าดังกล่าว โดยยอมรับว่าพรรคจำเป็นต้องถอยออกมาเพื่อทบทวนทิศทางใหม่ การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยพรรคเดียว แต่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้นการมุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จมากกว่าการฝืนสถานการณ์จึงถูกหยิบยกมาเป็นตัวตั้ง

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

การที่ เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ในครั้งนี้ มีปัจจัยที่น่าสนใจดังนี้:

  • พรรคเพื่อไทยมีเสียงเพียง 74 เสียง ไม่เพียงพอต่อการยื่นร่างกฎหมายสำคัญได้ด้วยตัวเอง
  • ต้องการรักษาสัมพันธภาพกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่มีเสียงในมือจำนวนมาก
  • ต้องการหาจุดร่วมในตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การผลักดันเข้าสู่กระบวนการในสภามีความราบรื่น ไม่ถูกตีตกตั้งแต่วาระแรก
  • มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของ สสร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่าย

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การถอยครั้งนี้จะทำให้เสียหลักการหรือไม่ แต่นายจุลพันธ์ยืนยันหนักแน่นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเริ่มจากความขัดแย้งได้ การตั้งหลักใหม่เพื่อหาจุดที่เห็นตรงกันคือกลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ทางออก โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

บทสรุปของเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการเมืองไทยที่ว่า การทำงานร่วมกันย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง แต่หากเรายึดหลักการพูดคุยมากกว่าการยืนประจันหน้า การแก้ปัญหาใหญ่ของชาติอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าการดึงดัน ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนการเอาชนะคะคานกันทางการเมือง เราต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อการพูดคุยสิ้นสุดลง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ที่มา – เพื่อไทยถอยยื่นร่าง รธน. เข้าสภาฯ จ่อหาข้อสรุปให้ตกผลึก ยันไม่สร้างรอยร้าวพรรคร่วม

จุลพันธ์รับข้อเสนอ ต่ออายุแรงงานต่างด้าว แก้ขาดแคลน 5 แสนราย

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเริ่มสังเกตเห็นว่าช่วงนี้ภาคธุรกิจหลายแห่งกำลังเจอกับภาวะ ‘คนขาด’ อย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ ซึ่งล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาขานรับข้อเสนอจากทาง กกร. เพื่อเร่งแก้ปัญหาจุลพันธ์รับข้อเสนอ ต่ออายุแรงงานต่างด้าว แก้ขาดแคลน 5 แสนราย โดยตั้งเป้าที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุดครับ

จุลพันธ์รับข้อเสนอ ต่ออายุแรงงานต่างด้าว แก้ขาดแคลน 5 แสนราย อย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าน่ากังวลไม่น้อย เพราะตัวเลขการขาดแคลนแรงงานพุ่งสูงถึง 5 แสนคน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาความตึงเครียดตามแนวชายแดน รวมถึงคู่แข่งประเทศอื่นที่ดึงแรงงานไป ทำให้นายจ้างไทยต้องเร่งหาทางออก ทาง กกร. จึงได้เสนอให้มีการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงาน 4 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้พวกเขาสามารถอยู่ในระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และทำงานต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาติดขัด

กางแผนขยายฐานนำเข้าแรงงานประเทศใหม่

นอกจากมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการต่อใบอนุญาตแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือแผนระยะยาวที่กระทรวงแรงงานกำลังพิจารณา คือการเปิดช่องให้นำเข้าแรงงานจากประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ศรีลังกา บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแรงงานเพียงไม่กี่กลุ่ม และเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรวัยทำงานในบ้านเราที่เริ่มลดน้อยลงทุกที ซึ่งหากทำสำเร็จจะถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดแรงงานของเราให้กว้างขวางขึ้น

แนวทางหลักๆ ที่รัฐมนตรีจุลพันธ์จะผลักดันมีดังนี้ครับ:

  • เร่งนำเสนอมาตรการต่ออายุใบอนุญาตทำงานเข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยเร็วที่สุด
  • ประสานงานให้นำแรงงานต่างด้าวที่ตกค้างหรือกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง
  • ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำ MOU กับกลุ่มประเทศใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบการไทย

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐยอมรับปัญหาและรีบปรับตัวตามข้อเสนอของภาคเอกชนถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะแรงงานคือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้โรงงานและธุรกิจต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้ หากเรามองข้ามปัญหานี้ไป อีกไม่นานอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจนกระทบถึงผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ หวังว่ามาตรการนี้จะถูกคลอดออกมาใช้งานจริงในเวลาอันรวดเร็วเพื่อผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” รับข้อเสนอ กกร. ขอต่ออายุแรงงานต่างด้าว-นำเข้าแรงงานประเทศใหม่ แก้ขาดแคลน 5 แสนราย

รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทยทั้ง 24 ล้านคนเลยทีเดียว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อกำหนดทิศทางใหม่ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลและความต้องการของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ทุกคน

รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

นายจุลพันธ์ เน้นย้ำนโยบายหลัก 3 องค์ประกอบ แต่ที่เด่นชัดคือ 4 ภารกิจสำคัญ ที่จะเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนระบบประกันสังคมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกู้ความเชื่อมั่น ขยายความคุ้มครองสู่แรงงานยุคใหม่ หรือยกระดับบริการทุกมิติ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องแรงงานได้อย่างแท้จริง

รายละเอียด 4 ภารกิจสำคัญจากนโยบายประกันสังคม

มาดูกันว่า รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ มีอะไรบ้าง โดยสามารถสรุปได้ดังนี้:

  • ภารกิจที่ 1: ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความโปร่งใส – แม้กองทุนโดยรวมยังบริหารดี แต่ภาพลักษณ์กระทบจากข่าวสาร สั่งให้สื่อสารเชิงรุก ตรวจสอบได้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกันตน
  • ภารกิจที่ 2: ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน – เปิดประตูให้ Platform Worker และ Gig Worker เช่น ไรเดอร์กว่า 3 แสนคน ที่คาดว่าจะพุ่งถึง 1 ล้านคนใน 3-5 ปี รวมถึงแรงงานข้ามชาติ โดยบูรณาการกับกรมการจัดหางาน ให้ถูกกฎหมายและสอดคล้องพันธกรณีสากล
  • ภารกิจที่ 3: ยกระดับมาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย การป้องกันโรคและอุบัติเหตุ – รวมระบบฟื้นฟูสมรรถนะแรงงาน ให้กลับสู่การทำงานได้เร็ว ลดค่ารักษาพยาบาลระยะยาว
  • ภารกิจที่ 4: ยกระดับการให้บริการให้ครอบคลุมทุกมิติ – เร่ง Quick Wins เช่น สิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการเพิ่มเติม โดยไม่กระทบเสถียรภาพกองทุน แก้ปัญหา SSO Core ที่ค้างอยู่ และรับฟังสูตร CARE จากทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังพูดถึงการปฏิรูปโครงสร้าง สปส. ให้อิสระจาก politics ยกระดับมืออาชีพด้านลงทุน และเดินหน้าการเลือกตั้งบอร์ดตามระเบียบ โดยกำหนดโรดแมปชัดเจน กระทรวงแรงงานยืนยันพร้อมร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อระบบที่มั่นคง โปร่งใส ทันสมัย

นโยบายนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแนวทางปฏิบัติจริง ที่จะช่วยให้ประกันสังคมเป็นที่พึ่งพิงได้ ในยุคที่แรงงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Gig Economy เติบโต แรงงานข้ามชาตินับล้าน การขยายฐานผู้ประกันตนจะช่วยกระจายความเสี่ยง ลดปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก โดยเฉพาะไรเดอร์ที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง สปส. กำลังเร่งแก้ระบบดิจิทัลให้ลื่นไหล ผู้ประกันตนจะเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น

สำหรับสูตร CARE ที่เป็นประเด็นร้อน รมว.ยืนยันรับฟังทุกความเห็น ก่อนเสนอครม. และรับผิดชอบเต็มตัว ส่วนการเลือกตั้งผู้แทนนายจ้าง-ลูกจ้าง จะประชุม 12 พ.ค. 2569 เพื่อโรดแมปต่อไป

โดยรวมแล้ว นโยบายชุดนี้แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้มั่นคงยั่งยืน คุณคิดว่านโยบายเหล่านี้จะเปลี่ยนระบบประกันสังคมได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แรงงานได้รับรู้สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ กันนะครับ!

ที่มา – รมว.แรงงานมอบนโยบายประกันสังคม กำหนดแนวคิด-เน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ

“จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก.

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวการเมืองไทย ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ “จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตบางรายใช้โลโก้หาเสียง ซึ่งเป็นการชี้แจงชัดเจนจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือที่เรียกกันว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2567 นี้เองครับ

“จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตบางรายใช้โลโก้หาเสียง

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า “จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตบางรายใช้โลโก้หาเสียง พรรคไม่ได้มีมติส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค แม้จะเคยทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วก็ตาม สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ก็เช่นกัน ไม่ส่งลงในนามพรรค แต่เปิดประตูให้สมาชิกบางคนที่ยังศรัทธาในพรรค ขอใช้โลโก้พรรคหาเสียงได้ โดยจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายบุคคล

ฟังดูแล้วพรรคเพื่อไทยดูมีหลักการชัดเจนนะครับ ไม่ได้ปิดกั้นคนที่อยากทำงานต่อในนามพรรค เพียงแต่ไม่ใช่การส่งอย่างเป็นทางการทุกเขต เป็นการลงสมัครส่วนตัวของสมาชิกที่ขออนุญาตใช้โลโก้เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระมาขอใช้โลโก้ด้วย

เหตุผลหลักที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

นายจุลพันธ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมพรรคพิจารณาจากความพร้อมและความเหมาะสม พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคระดับประเทศที่โฟกัสการเลือกตั้งใหญ่ๆ มาอย่างยาวนาน ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างผู้ว่าฯ กทม. หรือ สก. นั้น ไม่ได้เป็นนโยบายหลัก แม้จะเคยส่งผู้สมัครท้องถิ่นในบางจังหวัดบ้าง แต่ระดับเทศบาลหรือต่ำกว่านั้น ก็ไม่เคยส่งอย่างเป็นทางการ

การตัดสินใจนี้ สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคที่มุ่งเน้นเวทีใหญ่ เพื่อรักษาโอกาสในระดับชาติมากกว่าเสี่ยงกระจายกำลังไปยังท้องถิ่น โดยเฉพาะกทม.ที่เป็นสนามแข็งแกร่งและมีการแข่งขันสูงจากพรรคอื่นๆ อย่างก้าวไกลหรือประชาธิปัตย์

เงื่อนไขการอนุญาตใช้โลโก้พรรคสำหรับสมาชิก สก.

สำหรับสมาชิกที่อยากลงสมัคร สก. พรรคยินดีรับฟังคำขอใช้โลโก้ โดยจะดูเป็นเคสต่อเคส ต้องมีคนรักและศรัทธาจริงๆ ในการทำงานของพรรค ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ยังมีฐานเสียงเหลืออยู่ แม้พรรคจะไม่ส่งอย่างเป็นทางการ

  • ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค
  • ไม่ส่ง สก. ในนามพรรคทุกเขต
  • อนุมัติใช้โลโก้เป็นรายบุคคล หากขอมา
  • เน้นเลือกตั้งระดับชาติเป็นหลัก
  • ยังไม่มีคำขอล่าสุดจากผู้สมัครผู้ว่าฯ อิสระ

ประเด็นนี้ทำให้การเลือกตั้งกทม. ปีนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะพรรคใหญ่บางพรรคถอนตัว สนามอาจเปิดให้ผู้สมัครอิสระหรือพรรคเล็กๆ ได้ลุ้นมากขึ้น คุณลองนึกภาพดูสิครับ กทม. ที่มีประชากรหนาแน่น ปัญหาจราจร น้ำท่วม มลพิษ การจัดการขยะ ถ้าผู้ว่าฯ คนใหม่มาจากไหน ก็อาจเปลี่ยนเกมการเมืองได้เลย

จากมุมมองของผม การที่ “จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตบางรายใช้โลโก้หาเสียง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของพรรคเพื่อไทย ไม่แข็งทื่อเกินไป แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้ดี พรรคเลือกโฟกัสจุดแข็งของตัวเอง ซึ่งน่าจะเป็นกลยุทธ์ฉลาดในระยะยาว

แล้วคุณล่ะคิดยังไงกับการตัดสินใจนี้? พรรคเพื่อไทยพลาดโอกาสหรือฉลาดแล้ว? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตการเลือกตั้งกทม. เพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

นอกจากนี้ หากสนใจนโยบายพรรคการเมืองอื่นๆ หรือวิเคราะห์การเลือกตั้ง สามารถอ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกได้เลยครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ยืนยัน เพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตบางรายใช้โลโก้หาเสียง

“จุลพันธ์” ยอมรับโดนเกมการเมือง ปมโยกย้าย “อธิบดี ราเชน”

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวแบบวันต่อวัน ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง นั่นคือ “จุลพันธ์” ยอมรับโดนเกมการเมือง ปมโยกย้าย “อธิบดี ราเชน” ซึ่งกลายเป็นหัวข้อถกเถียงทั้งในสื่อและโซเชียลมีเดีย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพรรคเพื่อไทย

“จุลพันธ์” ยอมรับโดนเกมการเมือง ปมโยกย้าย “อธิบดี ราเชน” ไม่หวั่น ก.เกษตรฯ เข้าที่แรง

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงแทน มีกระแสข่าวว่ามีคนเตรียมร้องเรียนจริยธรรมต่อนายสุริยะ แต่ฝั่งจุลพันธ์มองว่าเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้วินิจฉัย

นายจุลพันธ์ยืนยันว่าพรรคมีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายสุริยะ เพราะเหตุการณ์นี้ชัดเจน มีการประสานงานกันก่อนหน้า ตั้งแต่สมัยเป็นฝ่ายค้านแล้ว หากรัฐมนตรีจะติดต่อใคร ก็แค่โทรศัพท์ครั้งเดียวก็จบ ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจหน้าที่อะไรเลย นอกจากนี้ เรื่องการดูงบประมาณก็เป็นเรื่องปกติ รัฐมนตรีทุกกระทรวงทำกันหมด โดยเฉพาะช่วงจัดทำงบปี 2570 ที่กำลังเร่งประชุมลำดับความสำคัญ

สาเหตุหลักของการโยกย้ายและเกมการเมือง

การโยกย้ายข้าราชการเป็นเรื่องธรรมดาในระบบราชการไทย โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายเปลี่ยน เจ้ากระทรวงก็ต้องปรับโครงสร้างให้เหมาะสม นายจุลพันธ์ยกตัวอย่างกระทรวงแรงงานของตัวเองที่เชิญหน่วยงานมาคุยงบประมาณบ่อยๆ รัฐมนตรีต้องเซ็นรับทราบ ไม่มีอะไรผิดปกติ เมื่อถามถึงเกมการเมืองจากฝ่ายตรงข้าม จุลพันธ์ยอมรับตรงๆ ว่า “นาทีนี้มันใช่แล้ว” มีการรับลูกจากฝ่ายค้านเพื่อโจมตี แต่พรรคเพื่อไทยขอให้มั่นคง เอางานเป็นหลัก

  • การดูงบประมาณ: ปกติที่รัฐมนตรีต้องตรวจสอบก่อนเสนอ ไม่ใช่เรื่องลับ
  • การโยกย้าย: เพื่อให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลใหม่
  • ฝ่ายค้านรับลูก: จังหวะทางการเมืองเพื่อสร้างกระแส
  • ข้าราชการมืออาชีพ: ทำงานให้ทุกรัฐบาล เปลี่ยนสีไปมาเป็นสีรุ้ง

ส่วนที่หลายคนกังวลว่ากระทรวงเกษตรฯ “เจ้าที่แรง” จุลพันธ์ไม่หวั่นใจเลย พรรคอยู่มาได้ด้วยนโยบายประชาชน ข้าราชการทุกคนมืออาชีพ รับนโยบายรัฐบาลไปขับเคลื่อนได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีและนายอนุทินแล้ว โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่รัฐบาลชุดนี้ระวังมาก จากบทเรียนรัฐบาลก่อนหน้า

ผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล

แม้จะมีเสียงลือเรื่องกระทรวงเกษตร แต่จุลพันธ์มั่นใจว่ารัฐบาลเร่งผลงานไม่มีหยุด พรรคเพื่อไทยและคณะรัฐมนตรีประชุมกันต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลงานให้ประชาชน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเป็นเกมที่ซับซ้อน ฝ่ายค้านใช้ทุกโอกาสโจมตี แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ตอบโต้ด้วยการทำงานจริง

จากมุมมองของเรา ประเด็น “จุลพันธ์” ยอมรับโดนเกมการเมือง ปมโยกย้าย “อธิบดี ราเชน” นี้อาจเป็นแค่ดอกไม้ไฟทางการเมืองชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรให้เกษตรกรไทยมีรายได้ดีขึ้น หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจการเมือง คุณคิดว่าการโยกย้ายนี้จะกระทบอะไรบ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวอัปเดต!

ที่มา – “จุลพันธ์” ยอมรับโดนเกมการเมือง ปมโยกย้าย “อธิบดี ราเชน” ไม่หวั่น ก.เกษตรฯ เข้าที่แรง

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก สูญ 20 ล้าน

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อไปทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อยราย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท เป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตื่นตัว โดยเฉพาะคนที่ฝันอยากไปหาเงินง่ายๆ งานเกษตรในออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ วันนี้เรามาเล่าให้ฟังแบบละเอียดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และควรระวังยังไงบ้าง

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปคม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวจับกุมแก๊งนี้ ผู้เสียหายกว่า 100 ราย ร้องเรียนหลังถูกหลอกจ่ายเงินหลักแสนเพื่อไปทำงานเก็บผลไม้ แต่สุดท้ายบริษัทหายตัวไป

เหตุการณ์เริ่มจากเดือนสิงหาคม 2568 แก๊งนี้โพสต์ประกาศรับสมัครงานเกษตรในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เงินเดือน 85,000-100,000 บาท มีที่พักฟรี สวัสดิการดี บริษัทจดทะเบียนถูกต้อง ล่อใจคนหางานได้ไม่ยาก ผู้สมัครหลงเชื่อ ติดต่อแล้วถูกเรียกเก็บเงินดังนี้

  • ค่าทำสัญญา: 80,000 บาท
  • ค่าประกันชีวิต: 40,000 บาท
  • ค่าออกวีซ่า: 9,750 บาท
  • ค่าแลกเงิน: 33,000 บาท
  • รวมทั้งหมด: 162,750 บาทต่อคน

หลังจ่ายเงิน แก๊งแจ้งนัดอบรมในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แต่พอไปถึง ไม่มีอบรม ไม่ติดต่อได้ รู้ตัวว่าถูกหลอก สูญรวมเกือบ 20 ล้านบาท!

ผู้ต้องหาและการจับกุม

เจ้าหน้าที่ปคม. รับแจ้งความ 25 เม.ย. 2569 สืบสวนพบบริษัทจดทะเบียน 29 ส.ค. 2568 ที่ปากเกร็ด นนทบุรี บุคคลเกี่ยวข้อง 4 ราย: นายวันเฉลิม (กรรมการ), น.ส.พิชญ์จิรา หรือแบม, นายธนาคาร หรือบอย อายุ 23 ปี, นายธราเทพ หรือพัด อายุ 23 ปี จับกุมบอยกับพัดได้ 27 เม.ย. ที่แม่สอ ตาก ข้อหาฉ้อโกง, หลอกลวงหางานต่างประเทศ, โฆษณาฝ่าฝืนกฎหมาย, ทุจริตข้อมูลคอมพิวเตอร์

บริษัทขนของหนีตั้งแต่ต้นเม.ย. ผู้ต้องหาที่เหลือกำลังติดตามดำเนินคดี

คำเตือนจากกระทรวงแรงงาน หลีกเลี่ยงแก๊งตุ๋นลวงโลก

นายจุลพันธ์ ย้ำ คนอยากไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจาก กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน เท่านั้น มิจฉาชีพชอบใช้เฟซบุ๊ก, TikTok, เพจปลอม โฆษณางานเกษตร ฟาร์ม เก็บผลไม้ รายได้สูง

เฉพาะบริษัทที่ใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงานเท่าจัดส่งได้ บุคคลหรือกลุ่มอื่นผิดกฎหมาย อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด!

วิธีตรวจสอบก่อนสมัครงานต่างประเทศ

  • เช็คชื่อบริษัทในเว็บกรมการจัดหางาน
  • ไม่จ่ายเงินล่วงหน้า โดยเฉพาะจำนวนมาก
  • สอบถามสัญญาชัดเจน วีซ่า สวัสดิการ
  • แจ้งความทันทีถ้าสงสัย ที่ ปคม. หรือกรมฯ
  • ใช้ช่องทาง官方 หลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียไม่น่าเชื่อถือ

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพง แสดงให้เห็นมิจฉาชีพฉวยโอกาสจากความฝันคนไทยอยากไปทำงานต่างแดน รัฐบาลปราบปรามเด็ดขาด แต่ประชาชนต้องช่วยตัวเองด้วยการตรวจสอบให้ดี สุดท้าย แนะนำคนหางานศึกษาข้อมูลให้ละเอียด อย่าให้เงินหายฝันล่ม ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่ม สอบถามกรมการจัดหางาน hotline 1506 กด 4 ได้เลย

สรุปคือ อย่าประมาท ตรวจสอบก่อนจ่าย อนาคตสดใสรออยู่!

ที่มา – ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อย สูญเกือบ 20 ล้าน

“อ.เชน-รมต.หนิม” เปิดงานวันแรงงาน 8 ข้อเรียกร้อง

“อ.เชน-รมต.หนิม” เปิดงานวันแรงงาน-เลขา สปส. เผย ปีนี้ผู้ใช้แรงงานยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ เป็นข่าวสำคัญที่ผู้ใช้แรงงานทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีเฉลิมฉลองความเหนื่อยยากของพี่น้องแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มาพบปะเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะโดยตรง

“อ.เชน-รมต.หนิม” เปิดงานวันแรงงาน-เลขา สปส. เผย ปีนี้ผู้ใช้แรงงานยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หรือที่รู้จักในนาม “รมต.หนิม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เชิญชวนผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกันตน และประชาชนทั่วไปมาร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี หรือ “อ.เชน” เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ การจัดงานครั้งนี้เน้นสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ส่งเสริมการเข้าถึงบริการ และมอบโอกาสให้แรงงานนอกระบบได้สมัครประกันตนตามมาตรา 39 และ 40

กิจกรรมเด่นในงาน “อ.เชน-รมต.หนิม” เปิดงานวันแรงงาน

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมจัดบูธนิทรรศการให้ความรู้สิทธิประกันสังคม การให้คำปรึกษา ตรวจสอบสิทธิ และรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 39 (ผู้ออกจากงาน) และมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ) นอกจากนี้ ยังมีบริการสุขภาพฟรี เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากโรงพยาบาลเครือข่าย คำปรึกษาสุขภาพ และกิจกรรมบันเทิงอย่างเล่นเกมตอบคำถามชิงรางวัล ลุ้นของรางวัลมากมาย ทุกอย่างฟรีตลอดงาน

อ.เชน-รมต.หนิม เปิดงานวันแรงงาน

ข้อเรียกร้อง 8 ข้อจากผู้ใช้แรงงานต่อ สปส.

ปีนี้กลุ่มผู้ใช้แรงงานยื่นข้อเรียกร้องถึง 8 ข้อ โดยมุ่งพัฒนาระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น ประเด็นสำคัญ ได้แก่:

  • เปิดโอกาสให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40
  • ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร เช่น เพิ่มเงินช่วยเหลือหรือขยายระยะเวลา
  • คงสิทธิประโยชน์หลังเกษียณในบางกรณี เพื่อให้ผู้สูงอายุยังได้รับความคุ้มครองต่อเนื่อง
  • ขยายช่วงอายุผู้สมัครประกันสังคมมาตรา 40 รองรับสังคมสูงวัย
  • ลดอัตราเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
  • เพิ่มเบี้ยยังชีพหรือปรับยอดเงินชราภาพให้สอดคล้องค่าครองชีพ
  • ขยายสิทธิรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก-ในให้ครอบคลุมมากขึ้น
  • พัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับยื่นเคลมสิทธิออนไลน์ให้สะดวกยิ่งขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรับข้อเรียกร้องทั้งหมดและมอบหมาย สปส. ศึกษาปรับปรุงทันที เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

กิจกรรมวันแรงงาน สปส.

ประกันสังคมมาตรา 33 ครอบคลุมลูกจ้างประจำ มาตรา 39 สำหรับผู้ลาออกที่อยากต่อสิทธิ มาตรา 40 สำหรับฟรีแลนซ์และแรงงานนอกระบบ การเข้าร่วมงานนี้คือโอกาสทองในการตรวจสิทธิ รับคำปรึกษา และสมัครใหม่ได้ทันที สปส. ยังมุ่งพัฒนาต่อเนื่องเพื่อสวัสดิการที่เหมาะสม มั่นคง และยั่งยืน

เชิญชวนพี่น้องผู้ใช้แรงงานมาร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. 2569 ณ ลานคนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อรับสิทธิ สุขภาพ และความบันเทิงฟรี อย่าพลาดโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองและครอบครัว!

ที่มา – “อ.เชน-รมต.หนิม” เปิดงานวันแรงงาน-เลขา สปส. เผย ปีนี้ผู้ใช้แรงงานยื่นข้อเรียกร้อง 8 ข้อ

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมาย

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม หลังเกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจ ไรเดอร์หนุ่มวัย 27 ปีเสียชีวิตระหว่างส่งอาหาร สะท้อนปัญหาความเสี่ยงของแรงงานนอกระบบในยุคดิจิทัลที่รัฐต้องเร่งแก้ไข

วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายอลงกรณ์ ไรเดอร์หนุ่มที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงสวัสดิการของกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น Grab, Foodpanda และ Lineman ที่ยังขาดการคุ้มครองอย่างเพียงพอ

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์

ทันทีที่ทราบข่าว นายจุลพันธ์ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิต พบว่านายอลงกรณ์เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อน รัฐมนตรีฯ กำชับให้จ่ายเงินเยียวยาตามสิทธิที่สะสมไว้ให้ครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก

สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวไรเดอร์จะได้รับ

  • เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต จากกองทุนประกันสังคม
  • เงินสินไหมทดแทนตามระยะเวลาที่ทำงาน
  • สิทธิค่ารักษาพยาบาลย้อนหลัง หากมีหลักฐาน
  • การช่วยเหลือเพิ่มเติมจากกองทุนสงเคราะห์แรงงานนอกระบบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ ไม่เพียงช่วยเหลือเฉพาะกรณีนี้ แต่ยังเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานแพลตฟอร์มที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ

จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

นอกจากเยียวยาเฉพาะหน้า นายจุลพันธ์ยังประกาศผลักดันร่างกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ เพื่อครอบคลุมแรงงานนอกระบบและแรงงานแพลตฟอร์ม โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นร่างในสภา ขณะที่กระทรวงแรงงานกำลังศึกษาการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย รองรับการทำงานผ่านแอปพลิเคชันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ประเด็นสำคัญในร่างกฎหมาย ได้แก่ การบังคับให้แพลตฟอร์มจ่ายประกันสังคมให้ไรเดอร์ สิทธิลากิจ พักร้อน และคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน เช่น อบรมขับขี่ปลอดภัยหรืออุปกรณ์ป้องกัน นอกจากนี้ ยังเสนอให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับงานส่งอาหารและพัสดุ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ

ปัญหาแรงงานแพลตฟอร์มในไทยกำลังรุนแรงขึ้น จากสถิติกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พบอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับไรเดอร์กว่า 2,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเร่งรีบเพื่อรับโบนัส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หากไม่มีกฎหมายเฉพาะ กลุ่มนี้จะยังคงเปราะบาง

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องตามด้วยการบังคับใช้จริงจัง แรงงานแพลตฟอร์มคือฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ ช่วยขับเคลื่อนการค้าออนไลน์ที่เติบโตกว่า 20% ต่อปี รัฐต้องมอบสวัสดิการเท่าเทียม ไม่ให้ใครตกหล่น

บทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าระบบสวัสดิการต้องปรับตัวให้ทันโลก ชีวิตคนทำงานทุกคนมีค่าเท่ากัน นายจุลพันธ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายเต็มที่ เพื่อคืนความยุติธรรมให้แรงงานนอกระบบ

ในฐานะผู้สนใจประเด็นแรงงาน คุณสามารถช่วยผลักดันได้โดยติดตามและแชร์ข่าวนี้ หรือแสดงความเห็นต่อนโยบายในโซเชียลมีเดีย ร่วมกันเรียกร้องสิทธิให้ไรเดอร์และแรงงานแพลตฟอร์มเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – “จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ

วงการการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อพรรคเพื่อไทยแสดงท่าที“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์หลังประชุมแกนนำพรรค ว่าทุกคนในพรรคต่างยินดีและเฝ้ารอให้กระบวนการเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ข่าวนี้ไม่เพียงสร้างความหวังให้สมาชิกพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นที่คนไทยจำนวนมากจับตามอง เพราะนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่าการประชุมแกนนำพรรคในครั้งนี้หารือเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ในวันที่ 24 เมษายน โดยมีวาระสำคัญหลายประการ เช่น การแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ เพื่อทดแทนผู้ที่ลาออกช่วงเลือกตั้ง การตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งให้พร้อมสำหรับกรณีเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่ และกิจกรรมรดน้ำดำหัวประจำปี ซึ่งเป็นประเพณีของพรรค

นายจุลพันธ์ ยังย้ำถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่หัวหน้าพรรคจะประกาศในการประชุมใหญ่ โดยมุ่งสื่อสารทิศทางการทำงานให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงการปรับโครงสร้างพรรคให้สอดประสานระหว่างพรรค สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนพรรคให้เติบโตสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ที่สำคัญคือการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก ทั้งในสภาและรัฐบาล

ผลกระทบหาก “เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ สำเร็จ

สำหรับกรณี“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ นายจุลพันธ์ระบุว่าพรรคยังไม่มีการวางแผนดึงตัวนายทักษิณกลับมาช่วยงานพรรค โดยขอให้รอติดตามสถานการณ์ หลังจากนายทักษิณน่าจะใช้เวลากับครอบครัวก่อน และพรรคก็สามารถทำงานได้ปกติอยู่แล้ว แม้จะมีโอกาสพบปะกันในงานต่างๆ แต่ยังไม่กำหนดแผนล่วงหน้า สิ่งนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของพรรคที่ไม่พึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงผู้เดียว

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่พรรคเพื่อไทยย้ำชัดเจนว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนี้ เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว โดยมุ่งเน้นนโยบายภาพรวม เช่น การพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่ง แต่ปล่อยให้การแข่งขันท้องถิ่นเป็นไปอย่างอิสระ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเอง สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ยังต้องหารือกันเพิ่มเติม

วาระสำคัญในการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย

  • แต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อเสริมความเข้มแข็ง
  • ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งให้พร้อมทุกสถานการณ์
  • ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขับเคลื่อนพรรคสู่การเลือกตั้ง
  • กิจกรรมรดน้ำดำหัว สร้างความสัมพันธ์ภายในพรรค
  • ปรับโครงสร้างพรรคให้ประสานงานระหว่างพรรค สภา และรัฐบาล

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวที่เน้นการทำงานเชิงนโยบายมากกว่าการลงสนามท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งอาจช่วยรักษาพื้นที่ทางการเมืองในกรุงเทพฯ ได้ในระยะยาว โดยไม่เสี่ยงกับการแข่งขันที่เข้มข้น หากทักษิณได้รับการพักโทษจริง คงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พรรคมีพลังใหม่ในการขับเคลื่อน

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยสะท้อนความเป็นมืออาชีพที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีทักษิณกลับมาหรือไม่ พรรคก็มีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว คุณคิดว่าการไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จะส่งผลดีหรือร้ายต่อพรรคอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ ย้ำข้อสรุปไม่ส่งตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

Scroll to top