จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

สส.แบ่งเขต รายงานตัวสภาฯ 93คน รับรองกกต.207คน

สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน

ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งใหญ่ สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความคืบหน้าของกระบวนการจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ภายในเวลาเพียง 2 วันแรก บรรยากาศที่รัฐสภาและสำนักงาน กกต. คึกคักไปด้วยว่าที่ สส. จากพรรคการเมืองชั้นนำที่ทยอยเดินทางมารายงานตัวและรับเอกสารสำคัญ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นวันแรกของการรับรายงานตัวอย่างเป็นทางการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดรับ สส.แบบแบ่งเขต หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจำนวน 396 คน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่นำทีมโดยผู้สมัครนายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย นำว่าที่ สส.เขต พรรคเพื่อไทย เข้าสักการะศาลพระพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา ก่อนเดินทางเข้าห้องรายงานตัว ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างคับคั่ง

สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รายวันละเอียดย่อย

ตลอดทั้งวัน สส.จากพรรคต่างๆ ทยอยมารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับรายงานตัวประจำวัน มียอดสะสมวันแรกและวันที่สองรวม 93 คน โดยเฉพาะวันที่สองมีเพิ่มอีก 46 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 28 คน พรรคภูมิใจไทย 11 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน สะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของ สส.แต่ละพรรคในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สภา

  • พรรคเพื่อไทย: 28 คน (นำโด่ง)
  • พรรคภูมิใจไทย: 11 คน
  • พรรคประชาชาติ: 4 คน
  • พรรคกล้าธรรม: 2 คน
  • พรรคโอกาสใหม่: 1 คน

นอกจากนี้ ยังมี สส. จากพรรคอื่นๆ ที่ทยอยตามมา ทำให้ยอดรวมทั้งสองวันทะลุ 93 คนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายวันในการรายงานตัว

รับหนังสือรับรองจาก กกต. พุ่ง 207 คน ใน 2 วัน

ทางด้านสำนักงาน กกต. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ก็คึกคักไม่แพ้กัน โดย สส.ที่ได้รับเลือกตั้งเดินทางมารับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ในวันที่สองมีเพิ่มอีก 66 คน ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 207 คน จากทั้งหมด 396 คนที่ กกต. รับรองแล้ว สำนักงาน กกต. เปิดให้มารับเอกสารได้ระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องรับรองชั้น 2

ความสำคัญของกระบวนการนี้ต่อการเมืองไทย

การที่ สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและรวดเร็วของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ในเร็ววันนี้ หลังจากนั้นจะเป็นการเลือกประธานสภา วาระสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตา โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย ภูมิใจไทย และพรรคอื่นๆ ที่จะกำหนดทิศทางรัฐบาล

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การรายงานตัวจำนวนมากในวันแรกๆ บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นของ สส.ในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการร้องเรียนที่อาจล่าช้า หาก สส.ทั้ง 400 เขต (รวมบัญชีรายชื่อ) รายงานตัวครบ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา และสวัสดิการสังคม

สำหรับกำหนดการต่อไป สภาฯ จะประกาศวันเปิดประชุมสมัยแรกตามรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้ทันกรอบเวลา ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของประเทศ

สรุปแล้ว สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน เป็นข่าวดีที่บอกถึงความพร้อมของระบบประชาธิปไตยไทย ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวการเมือง!

ที่มา – สส.แบ่งเขต รายงานตัวต่อสภาฯ แล้ว 93 คน รับหนังสือรับรองจาก กกต. แล้ว 207 คน

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยันไร้ดราม่าตีกลับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องเด่นที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2567 พรรคเพื่อไทยแสดงพลังความสามัคคีแบบเต็มสูบ นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พวกเขาควงกันยกทีม สส.แบบแบ่งเขต ขึ้นรถบัสไฟฟ้า EV สุดหรูจากที่ทำการพรรค ตรงดิ่งไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภา

บรรยากาศคึกคักมากๆ เลยครับ ทันทีที่มาถึง พวกเขาก็ไม่พลาดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา เพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็นพระสยามเทวาธิราช, พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระภูมิชัยมงคล และศาลตาศาลยาย เรียกว่าเริ่มต้นด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม ก่อนจะเข้ารายงานตัวกันอย่างเรียบร้อย

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

หลังจากรายงานตัวเสร็จ นายยศชนัน ก็ให้สัมภาษณ์แบบชัดเจนเลยครับ ว่า เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ เพื่อแสดงความปึกแผ่นของพรรค พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มทำงานเพื่อประชาชนทันที รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การเมืองกำลังร้อนระอุเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ที่หลายคนสงสัยกันมาก คือข่าวลือเรื่องรายชื่อบุคคลสำคัญอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ ไม่ให้เป็น รมต. นายจุลพันธ์ ปัดทันควัน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้เลย! พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งรายชื่อใดๆ ไป และข่าวที่ออกมานั้นไม่มีมูล เป็นแค่กระแสลือจากช่วงสูญญากาศทางการเมืองเท่านั้นเอง พวกเขายังคุยกันภายในเพื่อเตรียมพร้อมในทุกรูปแบบ ไม่ได้แบ่งกระทรวงกันแล้ว

หลังเพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ความสามัคคีไร้คลื่นใต้น้ำ

นายจุลพันธ์ ยังชี้แจงเพิ่มว่า อำนาจจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วม ก็รอให้พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยดำเนินการก่อน การหารือจะเน้นนโยบายและความถนัดของแต่ละพรรคเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีปัญหาคลื่นใต้น้ำ ทุกคนมาพร้อมหน้า สส.เขตและบัญชีรายชื่อ แสดงความพร้อมให้สังคมเห็นชัดๆ

น่าสนใจมากคือ พรรคเตรียมยื่นกฎหมายเข้าสภา 20 ฉบับทันทีที่เปิดประชุม! นายยศชนัน บอกว่าทำการบ้านทุกกระทรวงไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะอว. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) หรือกระทรวงอื่นๆ ปัดข่าวเผือกร้อนอย่างเกษตรฯ หรือแรงงาน ว่าไม่มีกระทรวงเกรด A B C ทุกที่สำคัญหมด

  • ไฮไลต์สำคัญ: ใช้รถบัส EV สุดทันสมัย สะท้อนภาพลักษณ์พรรคสีเขียว
  • ยืนยันคุยกับแกนนำภูมิใจไทยแล้ว ข่าวลือไม่มีจริง
  • บุคลากรคุณภาพสูง สุริยะ ประเสริฐ และคนอื่นๆ พร้อมพิสูจน์ตัวเอง
  • เตรียมประชุมพรรคหารือกฎหมายและนโยบายรัฐบาลร่วม

ปิดท้ายด้วยโมเมนต์น่ารัก นักข่าวแซว “หนิมได้คุยกับหนูแล้วหรือยัง” (หมายถึงนางสาวแพทองธาร?) นายจุลพันธ์ ยิ้มรับ พยักหน้าเลยครับ บรรยากาศอบอุ่นมาก!

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ครั้งนี้ สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมมากสำหรับบทบาทนิติบัญญัติและบริหารประเทศ ไม่มีดราม่าภายในหรือภายนอกอย่างที่ลือกัน ผมมองว่ามันเป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังเดินหน้าสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง คุณล่ะครับ คิดว่าการจัดสรรเก้าอี้ครม. จะออกมายังไง? รัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาประชาชนได้จริงมั้ย? ลองคอมเมนต์แชร์ความเห็นใต้โพสต์นี้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดแบบเรียลไทม์!

ที่มา – เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยัน ไม่มีเรื่องรายชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์” ถูกตีกลับ

“จุลพันธ์” ยัน ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง

หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์การเมืองไทยกำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ ทำให้หลายคนโล่งใจที่การเมืองไม่รีบร้อนเกินไป แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการรับรองผล ส.ส. มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะนัดพบแกนนำพรรคเพื่อไทยในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เพื่อหารือเรื่องแบ่งกระทรวง โดยยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่มีการนัดหมายใดๆ กันเลย ตนเองเคยป่วยจึงไม่ได้เข้าร่วมแถลงข่าวแสดงเจตจำนงค์ร่วมรัฐบาลครั้งก่อน และหลังจากนั้นทั้งสองพรรคก็ยังไม่มีการพูดคุยกันเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องรอให้ กกต. รับรองรายชื่อ ส.ส. ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยนัดพบปะกันใหม่

ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องแบ่งกระทรวง รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ

นายจุลพันธ์ ยังย้ำว่าการพูดคุยครั้งก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการแบ่งกระทรวงเลย ข่าวที่ออกมาในสื่อเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น พรรคเพื่อไทยยึดหลักการเจรจาที่โปร่งใสและรอบคอบ ไม่รีบร้อนตกลงอะไรโดยไม่สมบูรณ์แบบ นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคการเมืองไทยในยุคนี้

สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ นายจุลพันธ์มั่นใจว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาแน่นอน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอต่อความมั่นคงในการบริหารประเทศ ส่วนจำนวนที่นพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจะเห็นว่าดีที่สุดนั้น เป็นสิทธิ์ของเขาเอง พรรคเพื่อไทยไม่ก้าวก่าย แต่พร้อมสนับสนุนเต็มที่

สานต่อนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยในทุกกระทรวง

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเลือกเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ชี้ว่าเพื่อสานต่อนโยบายสำคัญๆ ที่เคยตั้งเป้าไว้ โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายกระจายตัวไปในทุกหน่วยงานและกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แม้ยังไม่พูดถึงกระทรวงเฉพาะเจาะจง แต่เชื่อว่าจะมีการหารือเพื่อรวมพลังผลักดันนโยบายที่ตรงกัน

  • นโยบายดิจิทัลวอลเล็ท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและเกษตรกร
  • การปฏิรูประบบสาธารณสุขให้เข้าถึงทุกคน
  • พัฒนาการศึกษาและอาชีวะเพื่ออนาคตเยาวชน
  • นโยบายพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่หากรวมกับนโยบายพรรคร่วม จะยิ่งแข็งแกร่งและตอบโจทย์ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ประเด็นร้องเรียนการเลือกตั้งและคำถามถึง กกต.

ในส่วนของการประกาศผลรับรอง ส.ส. ของ กกต. นายจุลพันธ์คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักพัก แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่นิ่ง หลังเลือกตั้งได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง ส่งเรื่องร้องเรียนกว่า 200 รายการ โดย 100 กว่ารายการผ่าน กกต. แล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด และเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามข้อสงสัยของประชาชน

โดยเฉพาะกรณีบัตรเลือกตั้งซ่อมบางหน่วยเมื่อวานนี้ที่ไม่มีเลขต้นขั้วและบาร์โค้ด ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งหลัก (8 ก.พ.) ต่างหาก นี่เป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยให้สังคม การเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อสงสัยทั้งหมดไปให้ กกต. แล้ว เพราะประชาชนเสียสละเวลาไปโหวต ทุกฝ่ายต้องให้คำตอบที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส

  • ตรวจสอบบัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว
  • ร้องเรียนการเลือกตั้งกว่า 200 เรื่อง
  • เรียกร้องความยุติธรรมจาก กกต.

การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับหลักประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน

สรุปแล้ว “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นข่าวดีที่ลดทอนความสับสน และเปิดทางให้การเจรจาเดินหน้าอย่างมีระบบ ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลใหม่นี้มีโอกาสสูงที่จะมั่นคงและสานต่อนโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลางได้ หากทุกพรรคร่วมมือกันจริงจัง

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? รัฐบาลภูมิใจไทย-เพื่อไทยจะเสถียรแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแส พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน นี่คือคำย้ำจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเองเลยนะครับ หลังจากที่พรรคตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 นายจุลพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงแบบชัดๆ ว่าพรรคเพื่อไทยทุ่มสุดตัวหาเสียง นำเสนอนโยบายเจ๋งๆ เพื่อให้คนไทยมีโอกาส มีความมั่นคง ชีวิตดีขึ้น แต่ผลเลือกตั้งออกมา พวกเขาได้อันดับ 3 เสียงไม่มากพอ นี่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนหรอกครับ แต่เป็นบทเรียนที่ต้องเอากลับมาปรับปรุงนโยบายให้ตรงใจมากขึ้น

สิ่งสำคัญคือเคารพเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 1 แบบห่างๆ นั่นคือประชาธิปไตยแท้ๆ พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 เลยต้องชั่งใจหนักๆ ระหว่างร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน คำตอบคือ เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า เพราะจะได้ลงมือแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่วิจารณ์เฉยๆ

ทำไมเพื่อไทยถึงเลือก “ร่วมรัฐบาล” แบบมีขอบเขตชัดเจน

นายจุลพันธ์ ย้ำชัดว่าการร่วมกันไม่ได้แปลว่าเพื่อไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทยนะครับ พวกเขายังคงอิสระ มีจุดยืนและอุดมการณ์ของตัวเอง ขอบเขตการร่วมก็กำหนดไว้แน่นอน เสียงประชาชนไม่เท่ากัน การทำงานร่วมกันคือการรวมพลังเพื่อประชาชนอีกกลุ่ม

ส่วนประเด็นฮั้ว สว. หรือเขากระโดง พรรคยังเดินหน้าต่อ แต่ตระหนักดีว่าไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก ไม่ใช่แกนนำ ถ้าประชาชนอยากให้จัดการเต็มที่ คงให้เสียงถล่มทลาย แต่ผลคือไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ ต้องเคารพหลักประชาธิปไตยรัฐสภา

  • ข้อดีของการร่วมรัฐบาล: ได้ใช้เสียงทุกที่นั่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เคารพประชาชน: ทุกการตัดสินใจรับผิดชอบต่อผู้เลือกตั้ง
  • ไม่ใช่รวมพรรค: รักษาอิสระ ปัดข่าวลือกลายเป็นภูมิใจไทย
  • บทเรียนเลือกตั้ง: ปรับนโยบายให้ดีขึ้นในอนาคต

สุดท้าย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยบอกว่าถ้าทำผิดพลาด ประชาชนจะตัดสินในการเลือกตั้งหน้า พวกเขาตระหนักดีว่าทุกก้าวเดินต้องรับผิดชอบต่อทุกเสียงที่ได้มา นี่คือการเมืองที่成熟จริงๆ ครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า การตัดสินใจแบบนี้ฉลาดนะครับ เพราะการเมืองไทยซับซ้อน ถ้าอยู่ฝ่ายค้านอาจพูดได้แต่ทำไม่ได้ แต่ร่วมรัฐบาลแล้วจะผลักดันนโยบายได้จริง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องเพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมอง!

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่มา – เพื่อไทยร่วมรัฐบาล มีโอกาสทำงานให้ประชาชนได้มากกว่า ปัดกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิใจไทย

เพื่อไทยเปลี่ยนโลโก้ใหม่สีน้ำเงิน ยิ้มโพสต์จุลพันธ์ป่วย

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวสำคัญของพรรคในการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข่าวนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการปรับภาพลักษณ์ของพรรคเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นด้านมนุษย์ของนักการเมืองด้วย

เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทยได้ทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรคอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่ใช้พื้นสีแดงกับตัวอักษรสีขาว กลับมาใช้อีกครั้งกับโลโก้พื้นสีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน พร้อมลายธงชาติตรงกลางตัวอักษร ซึ่งคล้ายกับที่เคยใช้ในปี 2563 การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพอดีกับวันที่พรรคประกาศพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย โดยเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่

หลายคนมองว่าการเปลี่ยนโลโก้สู่สีน้ำเงินนี้ เป็นสัญญาณของการปรับตัวให้เข้ากับพันธมิตรใหม่ สีน้ำเงินที่สื่อถึงความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความสงบ อาจช่วยเสริมภาพลักษณ์ของพรรคในสายตาประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน: ด้านมนุษย์ของหัวหน้าพรรค

ในขณะเดียวกัน ข่าวที่สร้างความฮือฮาอีกด้านหนึ่งคือ โพสต์จากนางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หรือ “ยิ้ม” อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นภรรยาของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เธอได้โพสต์ภาพสามีขณะนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมลูกโป่งรูปหัวใจ และข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย Influenza B เล่นงาน ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง ขอแค่หายป่วยเร็ว ๆ ก็พอ ปกติดูแลหลายคน วันนี้ขอให้ได้พักให้เต็มที่บ้างนะคะ หายไว ๆ ค่ะ”

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ที่เล่นงานหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาสำคัญนี้ ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่านักการเมืองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ป่วยไข้ได้ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่โรคนี้ระบาดหนัก

  • ประวัติโลโก้พรรคเพื่อไทย: โลโก้สีแดง-ขาว ใช้ช่วงหลังเพื่อแสดงความเข้มแข็ง แต่การกลับสู่น้ำเงิน-ขาว อาจบ่งบอกถึงการเริ่มต้นใหม่
  • ความหมายสีน้ำเงิน: สื่อถึงความโปร่งใส ความเชื่อถือได้ เหมาะกับการร่วมรัฐบาล
  • สถานการณ์สุขภาพ: Influenza B อาการรุนแรง รักษาด้วยยาต้านไวรัสและพักผ่อน
  • ผลกระทบต่อการเมือง: ไม่น่าจะกระทบการตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากทีมงานยังแข็งแกร่ง

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่มั่นคงมากขึ้น ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่า เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน เป็นสัญญาณบวกที่ผสมผสานระหว่างการเมืองและชีวิตส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์จากโซเชียลมีเดียว่า การโพสต์ของ “ยิ้ม” ช่วยสร้างภาพลักษณ์อบอุ่นให้กับพรรค ทำให้ประชาชนเห็นด้านอ่อนโยนของผู้นำ ไม่ใช่แค่นักการเมืองหักเหลี่ยมเฉือนคมเท่านั้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนโลโก้ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ SEO การเมืองที่ชาญฉลาด ช่วยให้พรรคดูสดชื่นและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ขณะที่เรื่องสุขภาพของนายจุลพันธ์ เตือนใจว่าการเมืองต้องคำนึงถึงสุขภาพด้วย หากหัวหน้าป่วย ทีมงานต้องช่วยกันสานต่อ

คุณคิดอย่างไรกับข่าว เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน

“หนู” บอก “หนิมน่ารัก” รักกันดี ไม่มีอะไร

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวการเมืองไทยทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องน่ารักๆ ในวงการการเมืองมาอัปเดตกันครับ เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อ “หนู” บอก “หนิมน่ารัก” รักกันดี ไม่มีอะไร เลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พี่หนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ออกมาปัดข่าวลือเรื่องดีลลับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยอย่างชัดเจน แถมยังยิ้มแย้มบอกว่ารักกันดีอยู่แล้ว ไม่มีดราม่าอะไรเลย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หรือ “หนิม” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินทับสูทสีฟ้า มาปรากฏตัวแถลงข่าว ซึ่งพี่หนูถึงกับร้องโอ้ยอมยิ้ม แล้วบอกว่า “ตอนนี้ไม่หนิม ไม่หนูแล้ว หนิมน่ารัก” น่ารักเวอร์!

“หนู” บอก “หนิมน่ารัก” รักกันดี ไม่มีอะไร

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) ที่วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายอนุทินให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง หลังเห็นภาพนายจุลพันธ์แต่งตัวเท่ๆ พี่หนูยิ้มกว้างแล้วชี้ให้ผู้สื่อข่าวดู ก่อนตอบคำถามเรื่องมีนัยยะในการประสานงานเพื่อเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่มีจริงๆ ก็รักกันดีอยู่แล้ว เจอกันก็พูดคุยกัน คงเรียกผมหนูเปล่าๆ แค่บนเวที แต่ยังไงเจอกันก็เรียกผมว่าพี่หนู เชื่อเถอะ” ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจแทนเลยนะครับ เหมือนพี่น้องนักการเมืองที่เคยแซวกันบนเวทีหาเสียง แต่พอลงพื้นจริงก็พร้อมจับมือกันทำงานเพื่อประชาชน

ปัดมีนัยดีลเพื่อไทยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่ารัฐบาลอนุทินพร้อมรับเพื่อไทยมาร่วมหรือยัง? พี่หนูส่ายหน้าทันที บอกว่า “ยังไม่ได้มองไกลขนาดนั้น ทุกคนต้องเล่นตามบทบาท” และเน้นย้ำว่าไม่นำความขัดแย้งจากการปราศรัยโจมตีกันมาคิดอะไร เพราะมันเป็นแค่การแซวกัน ไม่มีเรื่องส่วนตัวแม้แต่น้อย สุดยอดเลยครับ การแสดงวุฒิภาวะแบบนี้ ทำให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนถล่มทลายในการเลือกตั้งใหญ่ ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่พร้อมเปิดประตูให้พันธมิตรเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

  • จุดเด่นจากคำพูดอนุทิน: ยืนยันรักกันดี ไม่มีดีลลับ
  • เน้นทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก ไม่ยึดติดอดีต
  • ยังไม่คิดไกลเรื่องร่วมรัฐบาล ตามบทบาทก่อน
  • แซวกันบนเวที = ไม่ใช่ขัดแย้งจริง
  • เรียก “หนิมน่ารัก” แทนชื่อเก่า สัญญาณบวกชัดๆ

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจภาพรวมมากขึ้น หลังการเลือกตั้งส.ส.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทินคว้าที่นั่งเพิ่มพูน สูงสุดเป็นอันดับ 3 รองจากเพื่อไทยและก้าวไกล ทำให้พี่หนูขึ้นแท่นนายกฯ ได้สำเร็จ ขณะที่เพื่อไทยของนายจุลพันธ์แม้จะได้คะแนนนำ แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิม การที่ทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีเป็นมิตรแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีต่อการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มั่นคง ไม่มีดราม่าอีกต่อไป ในอดีต การเมืองไทยมักมีเรื่องทะเลาะวิวาท แต่ครั้งนี้ดูเหมือนนักการเมืองรุ่นใหญ่จะเรียนรู้แล้ว ว่าประชาชนต้องการความสามัคคีมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์จากนักการเมืองคนอื่นๆ ว่าอาจมีโอกาสที่เพื่อไทยจะเข้ามาร่วม หากสถานการณ์เอื้อ แต่ตัวพี่หนูเองย้ำชัด ไม่มีอะไรตอนนี้ ทุกอย่างต้องรอตามกระบวนการ คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเน้นนโยบายเศรษฐกิจ สุขภาพ และท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของภูมิใจไทย เพื่อนๆ คิดว่าดีลนี้จะเกิดจริงมั้ยนะ?

จากมุมมองของผม เหตุการณ์ “หนู” บอก “หนิมน่ารัก” รักกันดี ไม่มีอะไร นี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองผู้ใหญ่ ที่แยกการแข่งขันกับการร่วมมือได้ชัดเจน มันช่วยลดความตึงเครียดในสังคม และเปิดทางให้รัฐบาลทำงานได้เต็มที่ สุดท้ายแล้ว ประชาชนอย่างเราก็ได้ประโยชน์สูงสุด คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับโมเมนต์นี้? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – “หนู” บอก “หนิมน่ารัก” รักกันดี ไม่มีอะไร ปัดมีนัยดีลเพื่อไทยร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย เป็นประเด็นร้อนหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามข้อมูล) ที่พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 3 สร้างความสนใจให้กับนักการเมืองและประชาชนอย่างมาก วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์และคำให้สัมภาษณ์สำคัญๆ กัน

“จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยคึกคักตั้งแต่เช้า แกนนำพรรคทยอยเข้ามา เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ, นายภูมิธรรม เวชยชัย และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ใช้ประตูหลังเพื่อประชุมประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดเผยตอน 13.59 น. ว่า ยังไม่มีการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเรื่องร่วมรัฐบาล เพียงแค่มา

คุยกันเฉยๆ

ชูศักดิ์ย้ำต้องคิดให้หนักก่อนร่วมรัฐบาล

เวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ต่ำกว่าคาดจากหลายปัจจัย มีทั้งข้อดีข้อเสียของการร่วมรัฐบาล ต้องฟังทุกฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ เพราะมีผลต่ออนาคตการเมืองครั้งหน้า ย้ำว่าต้องตัดสินใจดีๆ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ต่อมา 15.50 น. นายจุลพันธ์ยอมรับเสียใจผลเลือกตั้งเล็กน้อย แต่ตั้งหลักได้แล้ว พรรคมี ส.ส.เกือบ 80 คน ไม่ใช่น้อย จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ สำหรับข่าวลือพรรคภูมิใจไทยทาบทาม พรรคเพื่อไทยยังไม่ถูกทาบ และรอให้พรรคเสียงมากสุดนำจัดตั้ง จุดยืนเปิดกว้าง หากตรงอุดมการณ์-นโยบาย อะไรก็เกิดขึ้นได้

วิเคราะห์ผลเลือกตั้งและบทเรียนพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ชี้ว่าผลต่ำกว่าคาดเพราะตั้งเป้าสูงเพื่อประชาชน แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แม้มีอุปสรรคจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก่อนหน้า แต่ฐานเสียงยังอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.เกือบ 80 ที่จะทำงานต่อ ในพื้นที่เชียงใหม่ที่แคนดิเดตนายกฯ 2 คนไม่ได้ที่นั่ง ไม่ใช่ปิดฉาก แต่ต้องปรับปรุงนโยบาย ตัวบุคคล ให้ตอบโจทย์มากขึ้น พรรคเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์ เป็นสถาบันการเมืองที่พร้อมสู้ครั้งหน้า

ส่วนปัจจัยแพ้ เช่น กระแสชาตินิยมช่วยภูมิใจไทย คลิปอังเคิลกระทบ หรือยกจังหวัดในพื้นที่แข็ง นายจุลพันธ์บอกมีหลายองค์ประกอบ จะลงพื้นที่ถอดบทเรียนกับเลขาฯประเสริฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ย้ำให้รอหัวหน้าพรรค

  • ยังไม่มีการทาบทามจากภูมิใจไทย
  • ตัดสินใจจากอุดมการณ์-นโยบายเป็นหลัก
  • พรรคเพื่อไทยตั้งหลักได้ รักษาฐานเสียง
  • เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเลือกตั้งหน้า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งนี้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนนำ จะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยในฐานะอันดับ 3 มีบทบาทสำคัญหากถูกเชิญ แต่จุลพันธ์ย้ำ “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย ทำให้อนาคตยังเปิดกว้าง

มุมมองอนาคต: พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่ง?

จากประสบการณ์การเมืองไทย พรรคที่ปรับตัวดีมักคัมแบ็คได้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประชาชนศูนย์กลาง หากถอดบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่แดนไทบ้านอย่างเชียงใหม่ และจัดการปัจจัยภายนอก น่าจะกลับมานำในอนาคต ในมุมนี้ การไม่รีบตัดสินใจร่วมรัฐบาลแสดงถึงความรอบคอบ

ติดตามพัฒนาการการจัดตั้งรัฐบาลได้ที่บล็อกนี้ เราจะอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดเพื่อคุณ! ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยต้องเน้นนโยบายที่ชัดเจนเพื่อประชาชนจริงๆ ถึงจะยั่งยืน

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย

บิ๊กตู่ ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ประชามติ

บิ๊กตู่ ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ประชามติ กันอย่างคึกคัก! วันนี้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นวันสำคัญที่นักการเมืองชื่อดังตบเท้าเข้าคูหา เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บรรยากาศทั่วประเทศคึกคัก ผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิกันเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีผู้สูงอายุต่อคิวยาวเหยียด การจราจรก็ติดขัดหนึบเลยทีเดียว

บิ๊กตู่ ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ประชามติ ที่พญาไท

เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือที่รู้จักกันในนาม “บิ๊กตู่” องคมนตรีและอดีตนายกฯ เดินทางมาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ บริเวณเต็นท์ใต้ทางด่วนซอยประดิพัทธ์ 5 ท่านมีรายชื่อลำดับที่ 162 ในหน่วยที่มีผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 439 คนสำหรับเลือกตั้งสส. และ 434 คนสำหรับประชามติ หลังใช้สิทธิเสร็จ บิ๊กตู่ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่าเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล และเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นที่คาดหวังได้ เพราะ “ไม่เช่นนั้นจะเลือกตั้งกันไปทำไม” คำพูดนี้สะท้อนความมั่นใจในระบบประชาธิปไตยของไทยจริงๆ

นักการเมืองคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า

นอกจากบิ๊กตู่แล้ว ยังมีนักการเมืองคนดังอีกเพียบที่ออกมา บิ๊กตู่ ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ประชามติ ร่วมกัน เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางมาที่เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วย 37 หมู่บ้านมิตรประชา ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมครอบครัว ใช้สิทธิเสร็จแล้วกลับทันที ไม่ให้สัมภาษณ์ บรรยากาศที่นี่คึกคักมาก ผู้สูงอายุออกมาเพียบ

ที่กรุงเทพฯ อีกแห่ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ มาลงคะแนนที่หน่วย 1 เขต 8 จตุจักร หน้าอาคาร SCB ปาร์คพลาซ่าแยกรัชโยธิน หลังลงคะแนน ชัยวุฒิชวนคนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิกำหนดทิศทางประเทศ โดยเฉพาะประชามติที่เป็นประชาธิปไตยทางตรง ยังเตือนว่าช่วงเช้าต้องรอคิว 20 นาที บ่ายอาจนานกว่านั้น และบางหน่วยร้อนมาก แนะนำพกร่มมา

ทางเหนือที่เชียงใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ มาที่หน่วย 1 ศาลาอเนกประสงค์บ้านป่าข่อยเหนือ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง ใช้สิทธิเพื่อ “เดินหน้าประเทศไทย” ชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิให้ได้ประชาธิปไตย หลังจากนั้นเตรียมตัวกลับ กทม. ลุ้นผลที่พรรคเพื่อไทย โดยเชียงใหม่ไม่มีวอร์รูมกลาง รายงานผลออนไลน์แทน

ความสำคัญของการเลือกตั้ง สส. และประชามติครั้งนี้

การเลือกตั้ง สส. และประชามติในวันนี้ปิดหีบตอน 5 โมงเย็น ถือเป็นก้าวสำคัญของการเมืองไทย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกตัดสินโดยประชาชนโดยตรง ซึ่งจะกำหนดโครงสร้างรัฐบาลและทิศทางประเทศในอนาคต นักวิเคราะห์คาดว่าผลจะส่งผลต่อพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย รักชาติ ประชาชาติ และอื่นๆ ผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิเกือบ 100% ในบางหน่วย แสดงถึงความตื่นตัวของประชาชน

  • บรรยากาศคึกคักทั่วประเทศ
  • ผู้สูงอายุและครอบครัวออกมาเพียบ
  • ปัญหาคิวยาวและความร้อนในบางหน่วย
  • นักการเมืองชวนใช้สิทธิเพื่ออนาคตไทย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการจราจรติดขัดรอบหน่วยเลือกตั้งใหญ่ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และนนทบุรี หน่วยกลางแจ้งบางแห่งไม่มีหลังคา ทางเจ้าหน้าที่ควรปรับปรุงเพื่อความสะดวกในครั้งหน้า

ผลกระทบที่คาดหวังหลังปิดหีบ

หลังปิดหีบ ผลนับคะแนนจะเริ่มทยอยออก คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นได้เร็วหากทุกพรรคร่วมมือ การลงประชามติจะเป็นตัวชี้วัดว่าประชาชนเห็นชอบรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ได้

ในมุมมองของผม การที่นักการเมืองชั้นนำอย่างบิ๊กตู่และคนอื่นๆ ออกมาใช้สิทธิ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน แสดงให้เห็นว่าทุกเสียงมีค่า อนาคตไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจวันนี้ ลุ้นผลกันต่อไป!

เรียบเรียงเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจง่ายและครบถ้วน ถ้าคุณพลาดโอกาสไปใช้สิทธิ ครั้งหน้าอย่าลืม nhé

ที่มา – “บิ๊กตู่” ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. – ประชามติ คนการเมืองตบเท้าเข้าคูหา ก่อนปิดหีบ 5 โมงเย็น

“สุริยะ” สวนทุกโพล มั่นใจเพื่อไทยมาที่ 1 ขอนักวิทย์ เป็นนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุก่อนวันเลือกตั้ง “สุริยะ” สวนทุกโพล มั่นใจเพื่อไทยมาที่ 1 ขอนักวิทย์ เป็นนายกฯ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาในการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ได้ออกมาท้าทายผลโพลทุกสำนักที่คาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้อันดับ 3 โดยยืนยันว่าพรรคของเขาจะกวาดอันดับ 1 แน่นอน พร้อมชูวิสัยทัศน์ใหม่ให้ นักวิทยาศาสตร์ มาบริหารประเทศ เพื่อไทยไม่ใช่แค่พูด แต่พิสูจน์ด้วยนโยบายที่ทำได้จริง

“สุริยะ” สวนทุกโพล มั่นใจเพื่อไทยมาที่ 1 ขอนักวิทย์ เป็นนายกฯ

นายสุริยะ กล่าวในการปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความท้าทาย ความเหนื่อยล้า และความผิดหวัง แต่ประชาชนยังคงยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทย แม้ผลโพลหลายสำนักจะบอกว่าเพื่อไทยมาอันดับ 3 แต่กลับสังเกตเห็นว่าพรรคที่นำโพลต่างแสดงความกระวนกระวาย พยายามโจมตีไม่หยุดหย่อน ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่า เพื่อไทยจะมาที่ 1 จริงๆ นโยบายของพรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่แค่สัญญา แต่มาพร้อมประสบการณ์จากอดีตที่เคยเป็นทั้งรัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสม และฝ่ายค้าน ทำให้มองเห็นทุกมุม

เพื่อให้ทุกนโยบายเกิดผลภายใน 4 ปี พรรคเพื่อไทยขอคะแนนอย่างน้อย 200 เสียง นอกจากนี้ นายสุริยะ ยังเสนอไอเดียใหม่ในรอบ 25 ปีของการเมืองไทย ที่เคยมีทั้งนักธุรกิจและทหารเป็นนายกฯ ครั้งนี้ขอให้ นักวิทยาศาสตร์ อย่างนายยศชนัน (เชน) มาบริหารประเทศ เพื่อนำพาไทยสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

นโยบายเด่นที่เพื่อไทยชูเพื่อกวาดอันดับ 1

  • 30 บาทรักษาทุกโรค: เข้าถึงการรักษาพยาบาลทุกที่ทั่วไทย
  • รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย: ค่าโดยสารราคาถูกเพื่อลดภาระประชาชน
  • ประกันสังคมที่ตอบโจทย์แรงงาน: สิทธิประโยชน์ครอบคลุมมากขึ้น
  • วันที่คนไทยไร้จน: ผ่านนโยบายเศรษฐีเงินล้านและรัฐบาลดิจิทัล

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่มาจากประสบการณ์จริงที่พรรคเพื่อไทยสั่งสมมา

จุลพันธ์ มั่นใจเสื้อแดงกลับมา เพื่อไทยนำโดยเชน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เสริมทัพด้วยการยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งฐานเสื้อแดง วันนี้คนเสื้อแดงสามารถใส่เสื้ออย่างภูมิใจ ได้รับการยอมรับในสังคม และมีที่ยืนที่มั่นคง นี่คือสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีพรรคไหนพูดนโยบายมากเท่าเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน

นายจุลพันธ์ ยังชูภาพประเทศไทยที่ไร้ความจน ด้วยรัฐบาลดิจิทัลและนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ที่จะทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้น พรรคเพื่อไทยพร้อมสร้างประเทศที่ดีกว่าด้วยการเป็นรัฐบาล และส่งนายยศชนัน เป็นนายกฯ ที่จะนำพาทุกคนสู่ความสำเร็จ

ทำไมเชนคือความหวังใหม่ของคนไทย

หลังจาก Gen Z เปิดใจรับเพื่อไทย เสียงของเยาวชนมีค่ามากพอๆ กับทุกคน พรรคเพื่อไทยไม่สร้างความแตกแยก แต่โอบรับความหลากหลาย ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการยอมรับความจริง ไม่ใช่เหยียบย่ำคนส่วนใหญ่ นายจุลพันธ์ ปิดท้ายด้วยคำมั่นว่า “เชน ยศชนัน จะเป็นนายกฯ ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน” เชนคือคนที่มีความสามารถ มุ่งมั่น และจะพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งสู่อนาคตที่สดใส

การปราศรัยครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความฮึกเหิมให้ฐานเสียง แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่มุ่งเน้นนโยบายเชิงบวกและการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง หากคุณกำลังมองหาพรรคที่ทำได้จริง ติดตามและสนับสนุนเพื่อไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่า เลือกเพื่อไทยอันดับ 1 ส่งเชนเป็นนายกฯ

ที่มา – “สุริยะ” สวนทุกโพล มั่นใจเพื่อไทยมาที่ 1 ขอนักวิทย์ เป็นนายกฯ

Scroll to top