จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

“จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง

“จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนตัวเองจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ด้าน “ชูศักดิ์” หวั่นซ้ำรอยโมฆะ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการเมืองไทย หลังจากเกิดปัญหาการจัดเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด

“จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนตัวเองจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ด้าน “ชูศักดิ์” หวั่นซ้ำรอยโมฆะ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนการทำงานของตัวเอง หลังจากเกิดข้อผิดพลาดในการติดป้ายเบอร์ผู้สมัครที่ผิดพลาดในหลายพื้นที่ รวมถึงพรรคเพื่อไทยเองด้วย ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้ผู้ลงคะแนนสับสน แต่ยังอาจนำไปสู่การเสียสิทธิ์ในการเลือกตั้งหลักวันที่ 8 กุมภาพันธ์

นายจุลพันธ์ เน้นย้ำว่า “จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนตัวเองจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ด้าน “ชูศักดิ์” หวั่นซ้ำรอยโมฆะ เป็นเรื่องที่สังคมไทยทั้งประเทศได้รับผลกระทบ ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว แต่กกต. ต้องรับผิดชอบให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่รุนแรงในหลายพื้นที่

ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและเบิกเงินผิดปกติ

นอกจากปัญหาป้ายเบอร์ผิดแล้ว ยังมีประเด็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้กกต. เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะหลังธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเบิกเงินแบงก์ย่อยผิดปกติกว่า 200-300 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสของการเลือกตั้ง

  • การติดป้ายเบอร์ผู้สมัครผิดในหลายพรรค
  • บัตรลงคะแนนและใบปิดหายในบางพื้นที่
  • การซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงในหลายจังหวัด
  • เบิกเงินผิดปกติที่ยังไม่ชี้แจง

มุมมองของนายชูศักดิ์ ศิรินิล

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหานี้อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 157 หรือไม่นั้น ต้องตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยกกต. ยอมรับบกพร่องแล้วจากการใช้เบอร์ผู้สมัครปี 2566 ซึ่งไม่ควรเกิดกับหน่วยงานมืออาชีพ นายชูศักดิ์ ยังหวั่นเกรงว่าจะซ้ำรอยการเลือกตั้งโมฆะปี 2549 ที่เกิดจากปัญหาคล้ายกันหลายประการ แม้บริบทจะต่าง แต่หากไม่แก้ไขให้ทัน อาจนำไปสู่วิกฤตการเมืองอีกครั้ง

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยไม่เรียกร้องให้กกต. ลาออกในช่วงนี้ แต่ต้องเดินหน้าให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยทบทวน

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย ปัญหา “จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนตัวเองจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ด้าน “ชูศักดิ์” หวั่นซ้ำรอยโมฆะ สะท้อนถึงความจำเป็นที่กกต. ต้องยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อไม่ให้สังคมไทยเสียหายอีก หากคุณมีประสบการณ์หรือเห็นปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า สามารถแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ที่มา – “จุลพันธ์” จี้ กกต. ทบทวนตัวเองจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่อง ด้าน “ชูศักดิ์” หวั่นซ้ำรอยโมฆะ

เพื่อไทย ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ ท้าดีเบต

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 เพื่อไทย ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ หวังผลเลือกตั้งเหมือน “อังเคิล” ท้าดีเบตสักครั้ง กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย พรรคเพื่อไทยนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ ออกมาโจมตีพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่ากำลังใช้วาทกรรมคลั่งชาติเพื่อแบ่งแยกประชาชน เหมือนกับที่อังเคิลเทม ฮุนเซน เคยทำในกัมพูชา สร้างปัญหาชายแดนเพื่อหวังผลทางการเมือง

ยศชนัน หาเสียงเชียงราย

เพื่อไทย ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ หวังผลเลือกตั้งเหมือน “อังเคิล” ท้าดีเบตสักครั้ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 31 ม.ค. 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางหาเสียงที่เชียงราย ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 และ 4 อย่างน.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ประชาชนมาร่วมฟังแน่นขนัดทุกเวที ก่อนปิดท้ายที่หอประชุม GMS

ที่เวทีปิดท้าย นายจุลพันธ์ หรือ “หนิม” ปราศรัยซัด “อนุทิน” หรือ “หนู” ว่ากำลังอึดอัดเพราะยศชนันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การผูกขาดคำว่ารักชาติ แบ่งคนเป็นสองฝั่ง “รักชาติ-ไม่รักชาติ” ทำให้ประชาชนแตกแยก ทั้งที่ทุกพรรครักชาติเท่าเทียมกัน จุลพันธ์บอกว่าอนุทินฟังแต่เนวิน คำนวณ (แดดดี้) แต่ทำเหมือนอังเคิลฮุนเซน สร้างกระแสคลั่งชาติ ปัญหาชายแดนเพื่อหวังคะแนนเลือกตั้ง

“เพื่อไทยยืนยันทุกคนรักชาติเท่าเทียม จะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่าผูกขาดรักชาติ ไม่มีใครรักมากรักน้อย” จุลพันธ์กล่าว พร้อมท้าให้อนุทินมาดีเบตก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบาย แทนการปลุกระดม

จุลพันธ์ ปราศรัยเชียงราย

ท้าดีเบตสักครั้งก่อนเลือกตั้ง

จุลพันธ์เน้นย้ำว่า “วันนี้เดินหน้าเอานโยบายมาคุยกันดีกว่า อยากให้หนูมาดีเบต พรรคภูมิใจไทยหลบหายไป เราขอเชิญหัวหน้าพรรคมาดีเบตสักวันก่อนเลือกตั้ง” เพื่อนำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคเบอร์ 9

ภูมิธรรม เตือนโค้งสุดท้าย อย่าปลุกวาทกรรมรักชาติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กเตือนในช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียง อย่าหยิบวาทกรรมแบ่งแยกประชาชน เช่น รักชาติ-ไม่รักชาติ หรือขัดแย้งชายแดนมาใช้สร้างคะแนน การเมืองที่ดีต้องไม่ปลุกความกลัวเกลียดชัง แต่เน้นนโยบายชัดเจน รูปธรรม

“ความรักชาติไม่ควรถูกผูกขาด ประชาชนควรได้นโยบายแก้ปัญหา ไม่ใช่วาทกรรมทำลายกัน 20 ปีที่ผ่านมา การเมืองสร้างความขัดแย้งซ้ำซาก วันนี้ต้องเลือกอนาคตด้วยความสามัคคี” ภูมิธรรมระบุ

ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก
หาเสียงเชียงราย
เวทีปราศรัยเพื่อไทย

ประเด็นนี้สะท้อนถึงการแข่งขันดุเดือดในเลือกตั้ง 2569 ที่พรรคต่างๆ พยายามดึงคะแนนด้วยวาทกรรมชาตินิยม แต่เพื่อไทยยืนยันจะเน้นนโยบายแก้เศรษฐกิจ สวัสดิการประชาชน การแบ่งแยกแบบนี้เสี่ยงทำให้สังคมแตกหักยิ่งขึ้น ผู้สมัครแต่ละพรรคควรโฟกัสที่วิสัยทัศน์จริงๆ เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การศึกษา สุขภาพ และความมั่นคงชายแดนที่ยั่งยืน

ในมุมมองของเรา การท้าดีเบตเป็นไอเดียดีเยี่ยม เพราะประชาชนจะได้เห็นนโยบายชัดๆ ไม่ใช่แค่วาทะ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับ เพื่อไทย ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ หวังผลเลือกตั้งเหมือน “อังเคิล” ท้าดีเบตสักครั้ง ? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อตัดสินใจโหวตอย่างมีสติในวันเลือกตั้ง!

ที่มา – เพื่อไทย ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ หวังผลเลือกตั้งเหมือน “อังเคิล” ท้าดีเบตสักครั้ง

“จุลพันธ์” เผยคะแนน “ยศชนัน-เพื่อไทย” ดีขึ้นจริงหรือ?

“จุลพันธ์” เผยคะแนน “ยศชนัน-เพื่อไทย” ดีขึ้น มั่นใจพรรคเพื่อไทยตีตื้นได้หลังลงพื้นที่ครบสัปดาห์ โว! กระแสตอบรับดี ฟาก “ยศชนัน” คะแนนนิยมดีขึ้นหลังเปิดตัว จ่อเปิดนโยบายหมัดเด็ด 2 ระลอก เผยพบพิรุธลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าบางพื้นที่มากผิดปกติ หวั่นซื้อเสียงเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหาเสียงครบ 1 สัปดาห์จะต้องมีการปรับแผนหรือเพิ่มกลยุทธ์อะไรหรือไม่ว่า ช่วงนี้เรามีการวางแผนไปจนถึงจบการเลือกตั้ง ในเรื่องของการดีเบต ในส่วนของเวทีต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เรามีการกำหนดผู้ปราศรัย ซึ่งตนและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จะได้ลงทุกพื้นที่พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน วันนี้เราพร้อมทุกอย่าง ส่วนต้องปรับอะไรนั้นอาจจะมีหน้างานบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราค่อนข้างพร้อม และมีกำหนดที่จะเปิดนโยบายสำคัญอีก 2 ช่วง ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

เมื่อถามถึงความนิยมของแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่ครั้งนี้หลายโพลมองว่าจะมาเป็นอันดับ 3 จะมีนโยบายอะไรที่จะดึงเสียงความนิยมของประชาชนกลับมาเหมือนเดิม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลขณะนี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน พอดูจากผลโพลก็พบว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มที่จะจ่อขึ้นมาแล้ว จากที่ไม่มีชื่อของนายยศชนัน แต่เมื่อเปิดชื่อออกมา 15 วัน ความนิยมจ่อขึ้นมาแล้ว และจากการทำงาน โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะนำเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเต็ง แต่ก็มีการพลิกแซงในโค้งสุดท้าย ดังนั้นอย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตาย หรือประชาชนมีความแน่นอน เพราะประชาชนมีโอกาสและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ และเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นการทำงานอย่างหนักจึงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ประชาชนได้รู้ถึงความตั้งใจและแนวนโยบายของพรรคเรา

เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากมาเดินพบปะประชาชนเช่นพวกตน จะเห็นว่าเรามีโอกาสสูงมาก วันนี้การตอบรับแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชนเป็นไปด้วยดี พี่น้องประชาชนให้การตอบรับ ฉะนั้นตนจึงไม่ได้เป็นห่วงในประเด็นนี้ และนโยบายของเรายังออกไม่หมด และจะมีนโยบายทีเด็ดทีขาดที่จะนำมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ ซึ่งจะมีการออกนโยบายอีก 2 ระลอก แต่คงไม่ช้าถึงขณะที่ออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยคาดว่าในต้นปีนี้จะออกมา 1 นโยบาย ขอให้ประชาชนรอติดตาม

เมื่อถามถึงผู้สมัครในพื้นที่อื่นๆ ได้มีการรายงานปัญหาอุปสรรคหรือข้อพิรุธเข้ามาหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวยอมรับว่า มีปัญหาพอสมควร และมีเรื่องที่น่ากังวลคือการทุจริตคอร์รัปชั่น การทำลายป้ายหาเสียง และอย่างที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่าอย่าไปโทษผู้สมัคร แต่ทุกพรรคต้องกำชับอย่างจริงจัง ว่าอย่าให้มีการทำร้ายหรือทำลายป้ายหาเสียง ซึ่งช่วงนี้เริ่มจะเห็นว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากระแสความนิยมของพรรคกำลังกลับมาอย่างดี ซึ่งตนขอความกรุณาผู้สมัครแต่ละพรรคการเมือง ให้ช่วยกันเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวนี้

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เช่น การเก็บบัตรประชาชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด และอีกเรื่องคือมีตัวเลขในการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เยอะผิดปกติในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย พวกเราในฐานะฝ่ายการเมืองจะติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก็ขอให้ดำเนินภารกิจตามหน้าที่ของท่านในการติดตามการทุจริตคอร์รัปชั่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเข้มข้นด้วย

เมื่อถามย้ำว่ามีตัวเลขหรือข้อมูลหรือไม่สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผิดปกติ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จะมีการรวบรวมข้อมูลและนำเสนออีกครั้ง เพราะมีบางพื้นที่เท่านั้นที่มีตัวเลขโดดผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่การย้ายที่อยู่ เพราะมีระยะเวลาตามกฎหมายกำหนดอยู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีผู้ประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เยอะกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ก่อนวันเลือกตั้งเพื่อสะดวกในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

“จุลพันธ์” เผยคะแนน “ยศชนัน-เพื่อไทย” ดีขึ้น

“จุลพันธ์” มองอนาคต “ยศชนัน-เพื่อไทย” คะแนนดีขึ้น จริงหรือไม่?

จากข้อมูลที่นายจุลพันธ์ได้ให้สัมภาษณ์นั้น ทำให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การที่คะแนนนิยมของนายยศชนันและพรรคเพื่อไทยเริ่มดีขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถรักษาและเพิ่มคะแนนนิยมได้หรือไม่ นอกจากนี้ การพบพิรุธเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองและแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

การออกมาให้ข้อมูลของ “จุลพันธ์” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลและนโยบายของพรรคอย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “จุลพันธ์” เผยคะแนน “ยศชนัน-เพื่อไทย” ดีขึ้น แฉ ตจว. เริ่มเก็บบัตรประชาชน

“จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

“จุลพันธ์” ควง “เพ็ญพิสุทธิ์” เดินหาเสียงชุมชนสวนหลวง 1 เจอแฟนคลับเพื่อไทยโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” บอกติดตามตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เล็งผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวนผู้สมัคร ภท.พร้อมจับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ก่อนแยกกันหาเสียง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ชุมชนสวนหลวง 1 พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ช่วย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 3 นายณณัฏฐ์ หงส์ชูเวช นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่ชุมชนสวนหลวง 1 ซึ่งเป็นชุมชนชาวมุสลิม เขตบางคอแหลม โดยเมื่อนายจุลพันธ์และคณะเดินทางมาถึง นายจุลพันธ์พร้อมผู้สมัคร ได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ระหว่างทางเจอนายสาโรช ต่อเทียนชัย ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย โดยได้มีการจับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ พร้อมแนะนำตัว และอวยพรให้โชคดี ก่อนแยกย้ายเดินหาเสียงกันต่อ

นอกจากนี้มีประชาชนมอบดอกกล้วยไม้ให้กำลังใจนายจุลพันธ์และทีมผู้สมัคร โดยตลอดทางนายจุลพันธ์ได้มีการฝาก น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เขต 3 และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ตลอดทาง

จากนั้นคณะได้เดินเข้าตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 พบปะประชาชนโดยมีประชาชนถามหานายยศชนันด้วย และชาวบ้านได้อวยพรวันปีใหม่ รวมถึงมีบ้านหลังหนึ่งบอกว่าติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็นของนายทักษิณ และบอกว่าลายเซ็นนี้ได้มาตั้งแต่สมัยหาเสียงใหญ่ที่สนามหลวงตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก ซึ่งพื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยมีความใกล้ชิด เนื่องจากบ้านของตนและครอบครัวก็ทำมาหากินอยู่แถวนี้ ตระกูลโบราณเป็นคนจีนอยู่ในแถวนี้ ซึ่งพื้นที่นี้มีความผูกพันกับตน วันนี้ลงมาพบปะพี่น้องประชาชนได้สัมผัสถึงการตอบรับที่ดี ซึ่งการตอบรับของพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ ก็ได้รับรอยยิ้ม และการต้อนรับขับสู้ที่ดี ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับผู้สมัคร และวันนี้เข้ามาที่ตลาดยิ่งประทับใจ เพราะได้เห็นศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าพื้นที่นี้เป็นตลาดที่มีอัตลักษณ์ และมีความแปลก มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นชุมชนจริงๆ พรรคเพื่อไทยมาเดินก็มีความสุข แต่คนที่มาจับจ่ายใช้สอยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ จึงต้องมาคิดกันว่าในอนาคตจะสามารถดึงคนนอกชุมชนเข้ามาเดินเล่น มาเยี่ยมชมซื้อของได้อย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ชุมชน

“จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

เรื่องราวการลงพื้นที่หาเสียงของ “จุลพันธ์” ที่สวนหลวง ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ได้พบกับแฟนคลับที่แสดงออกถึงความชื่นชมที่มีต่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ผ่านการโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็น ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจและสะท้อนถึงความผูกพันระหว่างนักการเมืองกับประชาชนได้เป็นอย่างดี

ทำไมนายจุลพันธ์ถึงได้รับการตอบรับที่ดีในการหาเสียงที่สวนหลวง?

การที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้รับการตอบรับที่ดีในการลงพื้นที่หาเสียงที่สวนหลวงนั้น มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจ ปัจจัยแรกคือความใกล้ชิดกับพื้นที่ เนื่องจากนายจุลพันธ์เองก็มีพื้นเพและครอบครัวที่ทำมาหากินอยู่ในย่านนี้ ทำให้เขามีความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับชุมชน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านให้การสนับสนุน เพราะพวกเขามองเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ และเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถผลักดันให้ชุมชนสวนหลวง 1 กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้

การที่แฟนคลับโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคเพื่อไทยและอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในพื้นที่นี้

สถานการณ์ “จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวงเจอ แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ” แสดงให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้เต็มไปด้วยสีสันและความน่าสนใจ การแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นไปอย่างเข้มข้น และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “จุลพันธ์” หาเสียงสวนหลวง เจอแฟนคลับโชว์แบงก์ 20 ลายเซ็น “ทักษิณ”

เพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคใด ขอยังไม่รับที่ 3

เพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3 ชี้หลังลงพื้นที่ประชาชนตอบรับดี “ยศชนัน-จุลพันธ์” พร้อมเดินหน้าผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดต่อ หากกลับมาเป็นรัฐบาล

เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์หลังนำทีมพรรคเพื่อไทย มาวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณจะจับมือทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะจับขั้วกับพรรคใดบ้างว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้ประชาชนเริ่มมองเห็นแล้วว่าการจับขั้วในตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญมากคือเรามองประชาชนเป็นที่ตั้ง เราพยายามที่จะเดินทางไปพูดคุยกับผู้คนว่ามีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นแนวนโยบายที่จะส่งไปถึงประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งหากพรรคการเมืองใดไม่ได้มีประเด็นนโยบายที่ไม่ไปทางเดียวกัน ก็สามารถจับได้ทุกขั้ว

ส่วนถามว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดตาย หากพรรคไหนนำนโยบายพรรคไปปฏิบัติก็สามารถจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ใช่ และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพยายามบอกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสาม เรายังไม่ค่อยจะเต็มใจตอบ เพราะเมื่อเราลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน จึงมองว่านโยบายเราจะเป็นตัวตั้ง การเมือง และต้องมาดูว่าพรรคการเมืองไหน สามารถที่จะจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้ และเปิดกว้างหากพรรคการเมืองอื่นมีนโยบายที่ดีและสอดรับ เราก็พร้อมที่จะทำ

ส่วนเงื่อนไขการจับมือของพรรคเพื่อไทยต่อประเด็นมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า เงื่อนไขการจับมือคือต้องดูนโยบาย ทุกอย่างอยู่ในนโยบายหมด รวมถึงเรื่องที่ถามก็เป็นนโยบาย

นายยศชนัน ยังได้พูดถึงนโยบายด้านสวนสาธารณะ และสุขภาพว่า ต้องพูดถึงเรื่องของการลดรายจ่ายก่อน เพราะร่วม 10% ของ GDP เป็นเรื่องของสุขภาพที่ไม่ดี โดยการดูแลเรื่องค่ารักษา คือเรื่องของปลายทาง ซึ่งเราพยายามแก้ปัญหาที่ต้นทาง ทั้งนี้เราพบว่า ประมาณ 64% เราสามารถป้องกันที่จะเกิดโรคได้ จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกกำลังกาย เพื่อการดูแลร่างกาย

ส่วนเรื่องสวนสาธารณะ และสภาพอากาศ พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด (พ.ร.บ.อากาศสะอาด) ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา แต่ยังไม่สุดทาง ซึ่งเราจะผลักดันเรื่องนี้ และกฎหมายลูกต่อไป เพราะอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจอีกด้วย การที่อากาศมีปัญหาทำให้ชีวิตข้างนอก ทุกคนไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ดังนั้นอากาศสะอาดจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการแก้ปัญหาหลายภาคส่วน จะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟฟ้าและขึ้นรถเมล์ได้ ซึ่งต้องมีการลดค่าใช้จ่าย รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อถามว่า ระหว่างที่วิ่งประชาชนมีการสะท้อนอย่างไรบ้างนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของปากท้อง ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่เข้ากับนโยบายของพรรคเพื่อไทย อย่างที่สวนสาธารณะ เรื่องปากท้องเป็นเรื่องที่นำมาพูดคุยกันที่นี่ บางส่วนมีการพูดคุยเรื่องการใช้ชีวิต อย่างผู้สูงอายุเมื่อเจอกับคนต่างรุ่นก็มีการพูดคุยแนะนำกัน ซึ่งในส่วนของสวนสาธารณะ เป็นเรื่องที่พูดคุยกันมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นเป็นการปราศรัยในสวนสาธารณะ ดังนั้นสวนสาธารณะจะเป็นจุดศูนย์รวมที่เวลามีคนมีความเครียดก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ ดังนั้นการที่เราทำให้สวนสาธารณะในจังหวัดต่างๆดี ซึ่งตรงนี้จะเป็นศูนย์รวม และทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่เราทำการผลักดันให้สตรีทฟู้ดโดยการหาที่ขายให้ ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และไม่ใช่เพียงแค่ใน กทม. แต่หาก กทม. ทำได้จังหวัดอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน

ด้านนายจุลพันธ์ ได้กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่ยอมรับว่า กระบวนการของกรรมาธิการ ใช้เวลาค่อนข้างนานถึง 2 ปี มีการปรับแก้ และสุดท้ายเข้ามาในสภา แม้เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ใช้เวลาเป็นเดือน จนกระทั่งผลักดันจนผ่านกระบวนการเข้าไปสู่ชั้น สว. แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภา ทำให้ตัวกฎหมายนั้นติดขัด ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะผลักดันตัวกฎหมายหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล ยืนยันที่จะผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไปให้ได้ เพราะจะเป็นเครื่องยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้รับอากาศบริสุทธิ์

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ค่อนข้างสูง ซึ่งกลไกในการดำเนินการของพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่า ไม่เพียงพอที่จะมาหยุดยั้งการเผาภายในประเทศ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการเผาในปัจจุบันเริ่มจากประเทศใกล้เคียง และเข้ามายังประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการเผาในภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม โดยในกฎหมายจะมีการกำกับว่า ผู้เผาจะต้องเป็นผู้จ่ายเพื่อนำมาชดเชย และแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าในการผลักดันต่อไป

เพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3

จากประเด็นที่พรรคเพื่อไทยออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องการจับมือกับพรรคการเมืองต่างๆ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับทิศทางและจุดยืนของพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป การที่พรรคเพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3 นั้น แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

พรรคเพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคใด

การที่พรรคเพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3 ทำให้เกิดความหวังว่าการเมืองไทยจะมีความร่วมมือและปรองดองมากยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของนโยบายเป็นหลักในการพิจารณาจับมือกับพรรคอื่น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายสอดคล้องกัน การที่พรรคเพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง

  • พรรคเพื่อไทยเปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกับทุกพรรค
  • ให้ความสำคัญกับนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน
  • พร้อมผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำถึงนโยบายและการทำงานร่วมกัน ทำให้ประชาชนมีความหวังว่าการเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ การผลักดันกฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

การเมืองไทยในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่สิ่งสำคัญคือการที่ทุกพรรคการเมืองหันมาร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ การที่พรรคเพื่อไทยไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3 เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับประเทศไทย

ที่มา – พรรคเพื่อไทย ไม่ปิดตายจับมือพรรคการเมืองใด ขอยังไม่รับถูกมองเป็นพรรคอันดับ 3

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยเชื่อมั่นว่า “พลภูมิ” จะกลับมาเป็น ส.ส. อีกครั้ง พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค นำทีมลงพื้นที่หาเสียงในเขต 14 และ 15 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 15 และนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 14 ร่วมขบวน

บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสะท้อนปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเผชิญ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการหวยเกษียณที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตบั้นปลาย

นายยศชนันกล่าวว่า เขตนี้เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 และปีหน้า 69 ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ขออย่าเลือกผิด นอกจากนี้ยังได้ทดลองปิ้งหมูร่วมกับแม่ค้า และไหว้พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาต

นโยบายเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายยศชนันเน้นย้ำว่า นายพลภูมิไม่เคยทิ้งประชาชน และมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง เขากล่าวว่า สิ่งที่สำคญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง หนี้สิน และความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

นโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดัน ได้แก่ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3.70 บาท โดยการนำระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ กลับมาใช้ เพื่อลดค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการหวยเกษียณที่จะสร้างการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ

นายพลภูมิกล่าวเสริมว่า เขามีความมั่นใจที่จะชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเขา

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยากให้มีการเลือกตั้งแบบแฟร์ว่า สิ่งสำคัญคือต้องมองไปข้างหน้า มองที่ประเทศ มองที่ประชาชนที่เดือดร้อน ปีหน้าเป็นปีแห่งโอกาสที่จะให้ของขวัญกับประชาชนเป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตกลับขึ้นมาอีกครั้ง

นายจุลพันธ์กล่าวถึงเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งกองตรวจสอบเหตุทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นหัวหน้าทีม เพราะพรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาหลายครั้ง และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันตัดสินใจ เลือกคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ และพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น

ที่มา – “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

เพื่อไทยได้ เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ 9! ลุยหาเสียงต่อ

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนพรรค นำจับหมายเลขผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ 9 ติดป้ายรถแห่ ขึ้นหาเสียงทันที

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมจับหมายเลข สส. บัญชีรายชื่อ เพื่อนำไปหาเสียงทั่วประเทศ

โดยนายจุลพันธ์ ได้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ขึ้นไปจับหมายเลขด้านบนเวทีเป็นลำดับที่ 13 ได้เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 9 ซึ่งจะนำไปใช้หาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจับหมายเลขหรือเบอร์ที่ใช้หาเสียงเสร็จสิ้น แคนดิเดตทั้ง 3 คน จะขึ้นรถแห่ออกจากโรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ เพื่อไปพบปะมวลชนสวนหย่อมเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ และพบปะมวลชนแฟลตเคหะทุ่งสองห้อง เขตดอนเมือง

เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” ขึ้นรถแห่หาเสียงทันที

การได้มาซึ่งเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้ง เพราะเป็นหมายเลขที่ประชาชนจะใช้ในการลงคะแนนให้กับพรรคที่ตนเองสนับสนุน การที่พรรคเพื่อไทยได้หมายเลข 9 ทำให้ง่ายต่อการจดจำและเป็นที่คุ้นเคยของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ความหมายของเบอร์ 9 กับพรรคเพื่อไทย

หลายคนอาจมองว่าตัวเลขที่ได้มาจากการจับสลากเป็นเพียงตัวเลข แต่ในทางการเมืองแล้ว ตัวเลขแต่ละตัวอาจมีความหมายแฝงหรือเป็นนิมิตหมายที่ดีได้ สำหรับพรรคเพื่อไทย การได้หมายเลข 9 อาจถูกนำไปเชื่อมโยงกับความก้าวหน้า ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคต้องการสื่อสารไปยังประชาชน

การขึ้นรถแห่หาเสียงทันทีหลังจากการจับสลากได้เบอร์ เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความสนใจและดึงดูดความสนใจจากประชาชน การที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านขึ้นรถแห่พร้อมกัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความพร้อมในการนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การเลือกที่จะไปพบปะมวลชนในพื้นที่เคหะทุ่งสองห้องและแฟลตเคหะทุ่งสองห้อง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงประชาชนในทุกระดับชั้น การรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่เข้ามาบริหารประเทศ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความเจริญก้าวหน้าของประเทศในอนาคต ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด และการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของแคนดิเดตทั้ง 3 ท่าน ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ การได้เบอร์ 9 มาครอง และการเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของท่าน

ที่มา – เบอร์ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9 “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” ขึ้นรถแห่หาเสียงทันที

นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ซบเพื่อไทย หวังปักธงใต้!

“นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง ซบพรรคเพื่อไทย หวังปักธงภาคใต้ให้สีแดง

“จุลพันธ์-สุริยะ” แถลงเปิดตัว “นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง สวมเสื้อเพื่อไทย เสริมความแข็งแกร่ง หวังปักธงเป็นหัวเรือภาคใต้ โว นโยบายชัด หวังหาสิ่งดีๆ ให้คนพัทลุง

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดตัวนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นายนิติศักดิ์เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรุ่นล่าสุดในการเลือกตั้งปี 66 วันนี้ถือเป็นข่าวดีเราได้เสริมความแข็งแกร่งของผู้มีอุดมการณ์ ยืนยันได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถปักธงในพื้นที่ภาคใต้ได้แน่นอน ขอเรียนว่านายนิติศักดิ์มีแนวคิด อุดมการณ์ทำงานร่วมกันในสภาฯ ได้พูดคุยกันมาอย่างยาวนาน มีแนวคิดที่ตรงกัน มีจิตใจที่จะทำเพื่อประชาชน วันนี้เมื่อมีการเปิดโอกาสคัดสรรผู้สมัคร นายนิติศักดิ์ก็ได้ประสานงานเข้ามากระทั่งผ่านการคัดเลือก ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งโดยนายนิติศักดิ์จะลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยในจ.พัทลุง เขต 2 และจะไปสมัครในวันเปิดรับสมัครวันแรกคือวันที่ 27 ธ.ค.นี้แน่นอน

“ท่านถือเป็นนักการเมืองหนุ่มไฟแรง เห็นฝีไม้ลายมือกันมาแล้วในสภาฯ การทำงานที่เข้มแข็งในกรรมาธิการฯ ที่ติดตามงานอย่างไม่ลดละ ผมได้เห็นการทำงานของท่านแล้วรู้สึกดีใจที่ได้คนหนุ่มที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมกัน ยืนยันว่าภาคใต้ของพรรคเพื่อไทยเราจะต้องมี สส. โดยคุณนิติศักดิ์จะเป็นหัวเรือในการทำงานเพื่อยืนยันว่าเราจะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ และเราจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกภาคโดยเฉพาะภาคใต้ เราจะนำความเจริญ การพัฒนามาให้พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์ กล่าว

ด้านนายก่อแก้ว กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายนิติศักดิ์และครอบครัว โดยเฉพาะนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง พวกตนรู้จักท่านและชื่นชมท่านมายาวนานในความตั้งใจทำงานของท่านในการพัฒนาพัทลุง ตระกูลธรรมเพชรเป็นตระกูลที่ชาวพัทลุงเคารพนับถือ เป็นตระกูลการเมือง วันนี้เป็นความโชคดีของพรรคเพื่อไทยที่นายนิติศักดิ์สนใจมาทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสนับสนุนในการขับเคลื่อนพัฒนาพัทลุงในวันข้างหน้า วันนี้ทางคุณพ่อ (นายวิสุทธิ์) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับพวกตนในฐานะที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน และเรียนกับพวกตนว่าท่านสนใจให้ลูกชายมาลงสมัครพรรคเพื่อไทยเพราะชื่นชมในนโยบายและผลงานของพรรคเพื่อไทยที่มีมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าเราทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันสิ่งดีๆ ให้เกิดประโยชน์กับพัทลุงได้ ซึ่งพวกตนขอขอบพระคุณท่านและครอบครัวธรรมเพชรอีกครั้งที่จะทำงานร่วมกันในวันข้างหน้า

ด้านนายนิติศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนอยู่ในพื้นที่และจะมีการเลือกตั้งในครั้งถัดไป ตนมองว่าวันนี้ตนอยากหาสิ่งดีๆ ให้กับพ่อแม่พี่น้องพัทลุงเขต 2 คือการพัฒนาพื้นที่ ที่ผ่านมาเราได้เคยร่วมรัฐบาลกันมาตั้งแต่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เราได้ร่วมงานกับทางพรรคเพื่อไทยซึ่งตนมองว่าทางพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ชัดเจน แล้ววันนี้ตนอยากเป็นตัวแทนคนใต้ที่จะพาพรรคเพื่อไทยไปยังภาคใต้ เพราะตนรักและอยากจะสะท้อนปัญหาของคนใต้มายังพรรคเพื่อไทย ซึ่งถ้าตนไม่ได้มาอยู่จุดนี้เราอาจจะเป็นแค่พรรคร่วม ตนจะสะท้อนปัญหาของพี่น้องคนใต้ได้น้อย แต่วันนี้เมื่อตนมาอยู่จุดนี้ตนมั่นใจว่าตนจะเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องคนใต้ทั้งหมด สะท้อนมาถึงพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน และจะได้รู้ถึงวิถีชีวิตของคนใต้ว่าวันนี้คนใต้มีกระบวนการในการดำเนินชีวิตอย่างไร การเลือกตั้งและนโยบายที่จะดูแลคนใต้มีอะไรบ้าง ซึ่งอยากจะเสนอนายจุลพันธ์ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ทำไมนิติศักดิ์ ธรรมเพชร จึงเลือกพรรคเพื่อไทย?

การตัดสินใจของ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ในการเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองพอสมควร หลายคนตั้งคำถามว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้อดีต สส. พัทลุง ตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ นอกจากความชื่นชมในนโยบายของพรรคแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวใต้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ

การเข้ามาของ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ถือเป็นการเสริมทัพที่แข็งแกร่งให้กับพรรคเพื่อไทยในการขยายฐานเสียงในภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถเจาะเข้าไปได้อย่างเต็มที่ การมีบุคคลที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักในพื้นที่อย่างนายนิติศักดิ์ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากชาวใต้ได้มากยิ่งขึ้น

นโยบายที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้นายนิติศักดิ์เข้าร่วมงาน การมีนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

มองไปข้างหน้า การจับมือกันระหว่าง นิติศักดิ์ ธรรมเพชร และพรรคเพื่อไทย จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภาคใต้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง ซบพรรคเพื่อไทย หวังปักธงภาคใต้ให้สีแดง

ยศชนัน หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่


“ยศชนัน” นำทีมเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกที่อยุธยา มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำและเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ด้าน “อนุชา” การันตีความสามารถของยศชนัน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยเลือกนายกฯ คนนี้ ขณะที่ “จุลพันธ์” เปิดนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่รับน้ำ จึงต้องการให้มีการบริหารจัดการกระจายน้ำไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน พร้อมทั้งขอให้พิจารณาเรื่องการเยียวยาที่ผ่านมา ซึ่งมักจะได้รับเงินช่วยเหลือหลังจากน้ำลดลงแล้ว

นายยศชนัน กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข การกำหนดนโยบายจากในห้องประชุมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น การลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนหลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ เรื่องราคาสินค้าเกษตรเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องราคาตกต่ำและการปลูกพืชนอกฤดูกาล รวมถึงการเจรจากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม การเยียวยาต้องมีความเหมาะสม และจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และการแก้ไขปัญหาน้ำไม่ใช่แค่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ต้องพิจารณาถึงต้นน้ำด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับน้ำ แต่ถูกระงับไป

ยศชนัน ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า แม้จะมีปัญหาที่ชายแดน แต่ไม่ควรละเลยประชาชนที่อยู่เบื้องหลัง ชาวเสนานั่งแช่น้ำมา 3 เดือน เช่นเดียวกับชาวหาดใหญ่ที่ไม่ควรถูกลืม รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและเยียวยาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว สภาพน้ำในเสนาลดลงไม่เกินคืบจากครั้งก่อนที่เคยมา ส่วนการเยียวยาจากรัฐบาล 9,000 บาทได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ 20,000 บาท ยังไม่ได้รับ จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ สำหรับราคาพืชผล สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีโครงการจำนำข้าวที่ทำให้เงินถึงมือเกษตรกรอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันไม่สามารถทำได้แล้ว จึงต้องเปลี่ยนกลไก วันนี้พรรคเพื่อไทยขอนำเสนอนโยบายด้านการเกษตร คือ การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ซึ่งเป็นนโยบายที่จะขับเคลื่อน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะแก้ไขทั้งราคาพืชผลเกษตรและปัญหาน้ำ หากได้รับโอกาสในการทำงาน

อนุชา การันตี ยศชนัน เป็นคนเก่ง

ขณะที่นายอนุชา กล่าวว่า เข้าใจถึงชีวิตของชาวไร่ชาวนา ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ และเป็นผู้สร้างรายได้แรกของแผ่นดิน เหตุผลที่ทำให้คิดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะทั้งสองท่านทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความหวังในอนาคต วันนี้นายยศชนัน คือว่าที่นายกฯ ของเรา จากการพูดคุยพบว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ ตนยอมรับในสติปัญญาและวิสัยทัศน์ของท่าน ยืนยันได้ว่าเป็นคนเก่งของประเทศ เพราะคิดแบบวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ไม่ต้องคาดเดาหรือพยากรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนชื่นชม และรับรองได้ว่าประเทศไทยจะได้คนดีมีความสามารถมาบริหารประเทศอย่างแน่นอน จึงขอให้ประชาชนบอกต่อคนไทยทั้งประเทศ ให้สนับสนุนนายกฯ คนนี้มาดูแลประเทศของเรา และนำพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียว เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีอย่างแน่นอน

การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ถือเป็นนโยบายที่น่าสนใจและอาจเป็นทางออกสำหรับเกษตรกรไทยได้

ที่มา – “ยศชนัน” ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก “อนุชา” การันตีคนเก่ง ขอให้คนไทยเอานายกฯคนนี้

Scroll to top