หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์การเมืองไทยกำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ ทำให้หลายคนโล่งใจที่การเมืองไม่รีบร้อนเกินไป แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการรับรองผล ส.ส. มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
“จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะนัดพบแกนนำพรรคเพื่อไทยในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เพื่อหารือเรื่องแบ่งกระทรวง โดยยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่มีการนัดหมายใดๆ กันเลย ตนเองเคยป่วยจึงไม่ได้เข้าร่วมแถลงข่าวแสดงเจตจำนงค์ร่วมรัฐบาลครั้งก่อน และหลังจากนั้นทั้งสองพรรคก็ยังไม่มีการพูดคุยกันเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องรอให้ กกต. รับรองรายชื่อ ส.ส. ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยนัดพบปะกันใหม่
ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องแบ่งกระทรวง รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ
นายจุลพันธ์ ยังย้ำว่าการพูดคุยครั้งก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการแบ่งกระทรวงเลย ข่าวที่ออกมาในสื่อเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น พรรคเพื่อไทยยึดหลักการเจรจาที่โปร่งใสและรอบคอบ ไม่รีบร้อนตกลงอะไรโดยไม่สมบูรณ์แบบ นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคการเมืองไทยในยุคนี้
สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ นายจุลพันธ์มั่นใจว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาแน่นอน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอต่อความมั่นคงในการบริหารประเทศ ส่วนจำนวนที่นพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจะเห็นว่าดีที่สุดนั้น เป็นสิทธิ์ของเขาเอง พรรคเพื่อไทยไม่ก้าวก่าย แต่พร้อมสนับสนุนเต็มที่
สานต่อนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยในทุกกระทรวง
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเลือกเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ชี้ว่าเพื่อสานต่อนโยบายสำคัญๆ ที่เคยตั้งเป้าไว้ โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายกระจายตัวไปในทุกหน่วยงานและกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แม้ยังไม่พูดถึงกระทรวงเฉพาะเจาะจง แต่เชื่อว่าจะมีการหารือเพื่อรวมพลังผลักดันนโยบายที่ตรงกัน
- นโยบายดิจิทัลวอลเล็ท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและเกษตรกร
- การปฏิรูประบบสาธารณสุขให้เข้าถึงทุกคน
- พัฒนาการศึกษาและอาชีวะเพื่ออนาคตเยาวชน
- นโยบายพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน
นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่หากรวมกับนโยบายพรรคร่วม จะยิ่งแข็งแกร่งและตอบโจทย์ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ประเด็นร้องเรียนการเลือกตั้งและคำถามถึง กกต.
ในส่วนของการประกาศผลรับรอง ส.ส. ของ กกต. นายจุลพันธ์คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักพัก แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่นิ่ง หลังเลือกตั้งได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง ส่งเรื่องร้องเรียนกว่า 200 รายการ โดย 100 กว่ารายการผ่าน กกต. แล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด และเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามข้อสงสัยของประชาชน
โดยเฉพาะกรณีบัตรเลือกตั้งซ่อมบางหน่วยเมื่อวานนี้ที่ไม่มีเลขต้นขั้วและบาร์โค้ด ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งหลัก (8 ก.พ.) ต่างหาก นี่เป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยให้สังคม การเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อสงสัยทั้งหมดไปให้ กกต. แล้ว เพราะประชาชนเสียสละเวลาไปโหวต ทุกฝ่ายต้องให้คำตอบที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส
- ตรวจสอบบัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว
- ร้องเรียนการเลือกตั้งกว่า 200 เรื่อง
- เรียกร้องความยุติธรรมจาก กกต.
การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับหลักประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน
สรุปแล้ว “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นข่าวดีที่ลดทอนความสับสน และเปิดทางให้การเจรจาเดินหน้าอย่างมีระบบ ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลใหม่นี้มีโอกาสสูงที่จะมั่นคงและสานต่อนโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลางได้ หากทุกพรรคร่วมมือกันจริงจัง
คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? รัฐบาลภูมิใจไทย-เพื่อไทยจะเสถียรแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!
ที่มา – “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ


