ชัยนาท

ชัยนาทอ่วม! **น้ำท่วมชัยนาท** 11 โรงเรียนปิด

สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด 11 โรงเรียนในพื้นที่ประกาศปิดการเรียนการสอนอย่างไม่มีกำหนด ปรับรูปแบบเป็นการเรียนออนไลน์เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

น้ำท่วมชัยนาท ยังอ่วม 11 โรงเรียนปิดไม่มีกำหนด ปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์

สถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่หลายพื้นที่ในจังหวัดชัยนาทยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมสูง ทำให้บ้านเรือน วัด โรงเรียน และหน่วยงานราชการหลายแห่งยังไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่บางพื้นที่น้ำยังคงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ทำให้ต้องรอให้น้ำลดลงกว่านี้ถึงจะสามารถระบายน้ำออกไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาท

ปัจจุบัน สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,788 ลบ.ม./วินาที ส่วนที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อน 17.45 เมตร/รทก. และท้ายเขื่อน 16.29 เมตร/รทก. ซึ่งต่ำกว่าตลิ่งเพียง 5 ซม. เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,688 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน 5 ซม. กรมชลประทานได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวม 640 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ในบางพื้นที่ น้ำท่วมขังยังคงสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก และต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน

ชาวบ้านชัยนาทประสบภัยน้ำท่วม

โรงเรียนในชัยนาทปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท เปิดเผยว่ามีโรงเรียนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและต้องปิดการเรียนการสอนแล้วถึง 11 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดอินทราราม โรงเรียนโพธิ์ประสิทธิ์ โรงเรียนวัดสมอ โรงเรียนวัดยางศรีเจริญ โรงเรียนวัดมะปราง โรงเรียนวัดศรีมงคล โรงเรียนวัดหาดอาษา โรงเรียนวัดบ้านหนอง โรงเรียนบางไก่เถื่อน โรงเรียนชุมชนวัดโคกเข็ม และโรงเรียนวัดโพธิ์มงคล เนื่องจากนักเรียนไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ตามปกติ ทางโรงเรียนจึงได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์และ On hand แทน

โรงเรียนปรับการเรียนเป็นออนไลน์

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท (กอ.ปภ.ชัยนาท) รายงานว่าขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมชัยนาทแล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรคบุรี และ อ.สรรพยา รวม 26 ตำบล 1 เขตเทศบาล 88 หมู่บ้าน 11 ชุมชน มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 17,947 คน จาก 6,235 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 600 ไร่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังคงให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การปรับรูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนเป็นออนไลน์ ถือเป็นมาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนยังคงได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ การช่วยเหลือและเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – น้ำท่วมชัยนาท ยังอ่วม 11 โรงเรียนปิดไม่มีกำหนด ปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์

วิกฤต! ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา น้ำท่วมชัยนาทขยายวง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ที่ยังคงเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต เขื่อนเจ้าพระยายังคงตรึงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่

สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทวิกฤต ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ ล่าสุดอยู่ที่ 2,976 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.54 เมตร รทก. และปริมาณน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.67 เมตร รทก. ซึ่งสูงกว่าตลิ่งถึง 33 เซนติเมตร อัตราการระบายน้ำยังคงตรึงอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงจมอยู่ใต้น้ำ

ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอสรรพยา ได้รับผลกระทบอย่างหนัก สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาทได้ขยายวงกว้างขึ้น จากเดิม 4 ตำบล เพิ่มขึ้นเป็น 6 ตำบล รวม 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วประมาณ 4,600 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 20 เซนติเมตร ไปจนถึง 2 เมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชัยนาท

ขณะที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในตำบลโพนางดำออก และตำบลหาดอาษา โดยทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไปยังโรงพยาบาลสรรพยา และบ้านญาติ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจเป็นอันตรายได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก หลายครัวเรือนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ถนนหนทางถูกตัดขาด การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • อพยพไปยังที่ปลอดภัยหากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  • ดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองและครอบครัว
  • ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยาก

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนรับมือกับภัยพิบัติ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์ยังวิกฤต “น้ำท่วมชัยนาท” ขยายวงกว้างเป็น 6 ตำบล

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วมต่อเนื่อง แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนครสวรรค์จะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม หลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,662 ลบ.ม./วินาที ซึ่งลดลงจากก่อนหน้า ส่วนที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อน 16.06 เมตร/รทก. ระบายน้ำในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 15.47 เมตร/รทก. ห่างจากตลิ่ง 87 เซนติเมตร สถานการณ์โดยรวมยังน่าเฝ้าระวัง

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

ในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ จิตอาสา ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ประชาชนจิตอาสา และทหาร ต่างร่วมมือกันกรอกกระสอบทราย เสริมแนวป้องกันและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ชาวบ้าน

นายธีระ ศรีเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลตลุก กล่าวว่า ตำบลตลุกได้รับผลกระทบในหลายหมู่บ้านตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตามที่กรมชลประทานแจ้งเตือน ทางเทศบาลได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังตลอดเวลา พร้อมทั้งเสริมแนวคันกั้นน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ

สถานการณ์น้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

หมู่ที่ 1, 3 และ 4 ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีบ้านเรือนกว่า 100 ครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย เทศบาลได้ให้ความช่วยเหลือโดยแจกจ่ายถุงยังชีพ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น พด.6 สำหรับใช้ในพื้นที่น้ำท่วมขังที่มีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ ยังมีการนำกระสอบทรายไปกั้นพื้นที่เสี่ยง และใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบ้านที่ถูกน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม และยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาพรวมระดับน้ำในบางพื้นที่จะเริ่มทรงตัว แต่ปริมาณน้ำเหนือที่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ การเตรียมพร้อมรับมือ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์

เราหวังว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังอ่วม น้ำท่วมนาน 1 สัปดาห์ กระทบชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน

แม่ค้าหวยชัยนาท แย้มเลขเด็ดงวดนี้ ทะเบียนรถมาแรง!

แม่ค้าหวยชัยนาท แย้ม เลขเด็ดมาแรงงวดนี้ 1/10/68 “ทะเบียนกระบะแกร่ง-รถหรูนายกฯ อนุทิน” คนถามหาเกลี้ยงแผงแล้ว ใครยังไม่มีรีบเลย!

วันที่ 30 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนวันหวยออกงวดประจำวันที่ 1 ต.ค. 2568 ที่ตลาดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท คึกคักเป็นพิเศษ มีคอหวยออกมาหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขที่ตนเองชื่นชอบกันอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนออกรางวัล หลายคนรอลุ้นโชคบ่ายพรุ่งนี้ หวังเป็นเศรษฐีใหม่กันเลยทีเดียว

แผงขายลอตเตอรี่

นางวันดี ขาวสนิท หรือป้าเหมียว แม่ค้าสลากฯ ชื่อดัง เปิดเผยว่า เลขเด็ดมาแรงงวดนี้ ที่คนมาถามหาและกว้านซื้อกันเยอะมาก คือเลข 3333 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนรถหรูของ “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่งวดก่อนก็ออกเลขอายุ 58 ออกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวแบบตรงๆ ทำเอาบรรดาคอหวยเฮกันลั่น งวดนี้เลขของนายกฯ ป้ายแดงเลยขายดีเป็นพิเศษ จนเกลี้ยงแผงไปแล้ว ที่เหลือค้างแผงไว้ก็มีคนสั่งจองกันหมดแล้ว ใครอยากได้คงต้องลองเสี่ยงโชคหาดูตามแผงอื่นๆ นะจ๊ะ

รถกระบะ

นอกจากนี้ อีกกระแสที่มาแรงไม่แพ้กันก็คือเลข 4854 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนของรถกระบะพันธุ์แกร่ง ที่รอดจากเหตุการณ์ช็อกประเทศ ถนนทรุดที่หน้า รพ.วชิรพยาบาล ใครที่เชื่อในความแคล้วคลาดปลอดภัย ก็แห่ซื้อเลขนี้กันเยอะมาก

เลขเด็ดมาแรงงวดนี้ จากแม่ค้าหวยชัยนาท

สำหรับเลขดังโซเชียลที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มนักเสี่ยงโชค มีดังนี้:

  • เลข 293, 49, 92, 93 เป็นเลขทะเบียนรถขบวนพญาครุฑ แห่งองค์หลวงพ่อโตปี 68
  • เลข 32, 23 เป็นเลขลำดับนายกฯ คนใหม่
  • เลข 23, 32, 04, 30 เป็นเลขรำลึกเหตุรถบัสไฟไหม้
  • เลข 854, 54 เลขสลากดิจิทัล
  • เลข 12, 16, 71, 76, 51, 56, 71, 76 เป็นเลขม้าสีหมอก

นอกจากนี้ ยังมีเลขที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น:

  • เลข 24, 20, 40, 23 เลขแนวทางจากน็อตตี้
  • เลข 68, 59, 86, 58, 95, 89 เป็นเลขขายดีต้นงวด
  • เลข 81, 18 เป็นเลขอายุวัฒนมงคลหลวงปู่ศิลา
  • เลข 157, 01, 04, 63, 18 เป็นเลขครบรอบ 157 ปี วันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 4
  • เลข 45, 54 เป็นเลขจับเด่นคู่ชนสำนักพิมพ์

สรุปเลขเด็ดมาแรงงวดนี้

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่า เลขเด็ดมาแรงงวดนี้ ที่กำลังได้รับความนิยมจากคอหวยเป็นอย่างมาก คือ เลขทะเบียนรถหรูของนายกฯ อนุทิน (3333) และเลขทะเบียนรถกระบะแกร่งที่รอดจากเหตุการณ์ถนนทรุด (4854) นอกจากนี้ ยังมีเลขดังจากโซเชียลและเลขแนวทางอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ใครที่ยังไม่มีเลขในใจ ก็ลองพิจารณาจากข้อมูลเหล่านี้ดูได้ เผื่อจะโชคดีถูกรางวัลใหญ่ร่ำรวยกันไปเลย

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรเล่นอย่างมีสติ และอย่าให้กระทบต่อการเงินของตนเอง ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคงวดนี้นะครับ

ใครที่กำลังมองหา เลขเด็ดมาแรงงวดนี้ อย่าลืมพิจารณาเลขจากข่าวสารที่เรานำมาฝากกันนะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดีค่ะ!

ที่มา – แม่ค้าหวยชัยนาท แย้มเลขเด็ดมาแรงงวดนี้ “ทะเบียนกระบะแกร่ง-รถหรูนายกฯ”

เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำ เฝ้าระวังพายุบัวลอย

เขื่อนเจ้าพระยา ทยอยปรับลดการระบายน้ำ พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์พายุ “บัวลอย” ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ด้านหัวหน้าสำนักงาน ปภ. เผยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังมีกว่า 222 ครัวเรือน

วันนี้ (25 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับลดการระบายน้ำ จากอัตรา 2,200 ลบ.ม./วินาที เหลืออัตรา 2,100 ลบ.ม./วินาที หลังตรึงการระบายมาครบ 1 สัปดาห์ สถานการณ์น้ำเหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้นตามลำดับ หากไม่มีฝนตกซ้ำจากพายุบัวลอย พายุโซนร้อนลูกที่ 20 ที่ล่าสุดยกระดับแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว จ่อถล่มฟิลิปปินส์ ก่อนมุ่งหน้าทะเลจีนใต้ 26-27 ก.ย. 68

โดยสภาพน้ำท่าล่าสุดที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ 2,303 ลบ.ม./วินาที ขณะที่สถานี C.13 ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,100 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.99 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.35 เมตร ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน 24 ซม. ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.28 ม.รทก. ส่งผลให้พื้นที่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ต.โพนางดำ ต.ตลุก ต.หาดอาษา อ.สรรพยา บริเวณวัดสิงห์ วัดเสือจ้าม อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี คลองโผงเผง วัดไชโย อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง และคลองบางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) มีระดับน้ำลดลง ลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงนี้

นายคำรณ อิ่มเนย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จำนวน 5 ตำบล 16 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบประชาชน 222 ครัวเรือน 584 คน

ด้านนายมนตรี คุ้มเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง บริเวณหมู่ที่ 1 บางใหญ่ ตำบลโพนางดำออก เพื่อเร่งระบายน้ำที่ซึมเข้าบ้านเรือนประชาชน ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง และลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และแจกถุงยังชีพไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่

เขื่อนเจ้าพระยา ทยอยปรับลดการระบายน้ำ

สถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยาและการรับมือพายุบัวลอย

สถานการณ์โดยรวมถือว่าดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์พายุ “บัวลอย” อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

เขื่อนเจ้าพระยา ยังคงต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

การปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาเป็นสัญญาณที่ดี แต่เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา ทยอยปรับลดการระบายน้ำ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์พายุ “บัวลอย”

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ! เตรียมรับมือ

เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำ คาดท้ายเขื่อนน้ำสูงขึ้นอีก 30 ซม.

กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นอีก คาดการณ์ว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนจะสูงขึ้นอีกประมาณ 30 เซนติเมตร ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องปรับแผนการระบายน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำในเขื่อนและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อน

รายละเอียดการปรับเพิ่มการระบายน้ำ

  • กรมชลประทานจะทยอยเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตรา 2,100 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,200 ลบ.ม./วินาที
  • การปรับเพิ่มจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 17 กันยายน 2568 และจะแล้วเสร็จภายในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน 2568
  • หลังจากนั้น จะคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาทีอย่างต่อเนื่อง
  • คาดการณ์ว่าการปรับเพิ่มการระบายน้ำนี้จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 30 เซนติเมตร

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำบริเวณต่อไปนี้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง:

  • คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง
  • คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พื้นที่ติดกับแม่น้ำน้อย)
  • วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  • อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  • อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  • วัดไชโย จังหวัดอ่างทอง
  • และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาทั้งหมด

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทานและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูงหากระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง
  • หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ แจ้งหน่วยงานราชการในพื้นที่ทันที

สถานการณ์น้ำเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเองและครอบครัว

การที่เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำ คาดท้ายเขื่อนน้ำสูงขึ้นอีก 30 ซม. เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ การเตรียมตัวและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำ คาดท้ายเขื่อนน้ำสูงขึ้นอีก 30 ซม.

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง

ขอความช่วยเหลือ! ครอบครัวของสาววัย 29 ปี ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจาก ป่วยพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิดและต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ครอบครัววอนผู้ใจบุญช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ทับไทย อายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท ที่ต้องดูแลลูกสาวซึ่งป่วยพิการทางสมองมาตั้งแต่เกิด ทำให้ น.ส.พรเพ็ญ ต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องอาศัยอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ รวมเป็น 3 ชีวิตที่ต้องเผชิญความยากลำบาก

คุณพ่อของ น.ส.พรเพ็ญ ทำงานเป็นลูกจ้าง ได้รับเงินเดือนเพียง 6,500 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่รวมแล้วประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าแพมเพิร์ส นม และอาหารสำหรับ น.ส.พรเพ็ญ นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้รับเงินช่วยเหลือผู้พิการจากรัฐบาลเพียง 800 บาทต่อเดือนเท่านั้น ทำให้สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวค่อนข้างตึงเครียด

สถานการณ์ที่ยากลำบากของครอบครัว

ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล น.ส.พรเพ็ญ ค่อนข้างสูง ทั้งค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ค่าอาหารเสริม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น ทำให้เงินเดือนของคุณพ่อแทบไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ยิ่งไปกว่านั้น สภาพบ้านที่อาศัยอยู่ก็ค่อนข้างคับแคบและไม่สะดวกสบายต่อการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้รับความเมตตาจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินให้ 1 แปลง ขนาด 30 ตารางวา เพื่อให้สร้างบ้านเป็นของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านในแต่ละเดือน แต่ทางครอบครัวยังขาดแคลนเงินทุนในการก่อสร้างบ้านอยู่มาก ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างบ้านได้

  • ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้าน
  • ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ค่าอาหารเสริมและแพมเพิร์ส

ครอบครัวจึงขอวอนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ น.ส.พรเพ็ญ ทับไทย ให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาชัยนาท เลขบัญชี 020412276196

นอกจากนี้ หากท่านใดมีความประสงค์จะบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น แพมเพิร์ส หรืออาหารเสริม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ใส่เบอร์โทรศัพท์ หรือช่องทางการติดต่อ]

การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากท่าน อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของ น.ส.พรเพ็ญ และครอบครัว ให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้กับความยากลำบาก และก้าวผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดี

ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อเพื่อนมนุษย์

เรื่องราวของครอบครัว น.ส.พรเพ็ญ สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้พิการและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง การได้รับความช่วยเหลือจากสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแม้แต่การส่งกำลังใจให้แก่พวกเขา

การช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีกว่าให้กับพวกเขาอีกด้วย มาร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

เราเชื่อว่าด้วยน้ำใจและความเอื้อเฟื้อของคนไทย จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกันนะครับ

ที่มา – ​วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

น้ำเหนือมาแล้ว! “เขื่อนเจ้าพระยา” เร่งระบายน้ำ

“เขื่อนเจ้าพระยา” เร่งระบายต่อเนื่อง ชาวบ้าน-ทหาร เร่งกรอกกระสอบทรายเสริมคันดินกั้นน้ำ ป้องกันน้ำที่เอ่อขึ้นมาเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน

วันที่ 13 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง เพราะยังมีมวลน้ำจากภาคเหนือที่จะไหลมาสมทบอีก 2-3 วันข้างหน้า ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายอยู่ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที ส่วนเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ชะลอน้ำไว้ชั่วคราวลดความเสียหายท้ายเขื่อน ระดับน้ำเหนือเขื่อนจะสูงขึ้นอีกและรักษาระดับไม่เกิน +17.50 ม.รทก. ระดับน้ำเหนือและท้ายเขื่อนยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,246 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.21 ม.รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.68 ม.รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 1.66 ม.รทก.

ภายหลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา ได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ บริเวณชุมชนวัดมะปราง ม.5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบิน 4 ตาคลี ได้ร่วมกันกรอกและขนกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันดินกั้นน้ำให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำที่เอ่อขึ้นมาเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน

นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เผยว่า จากสถานการณ์น้ำดังกล่าว ทำให้ 4 อำเภอของจังหวัดชัยนาทเริ่มมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้างแล้ว บางส่วนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และจากการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีปริมาณฝนตกในอาทิตย์หน้า เขื่อนเจ้าพระยาก็จำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่ม

ทั้งนี้ ทางจังหวัดชัยนาทได้สั่งการให้ นายอำเภอ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชัยนาท อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ และ อ.สรรพยา รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝน และน้ำท่า จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจะต้องรีบเร่งประสานประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหากหลังจากนี้ไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มเติม ก็คาดการณ์ว่าน้ำในปีนี้ก็จะค่อยๆบรรเทาลง.

เขื่อนเจ้าพระยา เร่งระบายต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้เคียงแม่น้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำของ เขื่อนเจ้าพระยา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ

รับมือสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างไรดี?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉุกเฉิน
  • ตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงของคันดินกั้นน้ำ
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง
  • เตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์รุนแรง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัย การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – น้ำเหนือมาแล้ว “เขื่อนเจ้าพระยา” เร่งระบายต่อเนื่อง ชาวบ้านเสริมคันดินกั้นน้ำ

โพนางดำออก ชัยนาท เร่งทำคันดิน รับมือเขื่อนเจ้าพระยา

สถานการณ์น้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในจังหวัดชัยนาทเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนในตำบลโพนางดำออก ทำให้ทางเทศบาลต้องเร่งดำเนินการทำคันดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและปกป้องทรัพย์สินของพวกเขา

ต.โพนางดำออก จ.ชัยนาท เร่งทำคันดิน รับมือ “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มการระบายน้ำ

นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังทำคันดินป้องกันน้ำท่วมแทนการใช้กระสอบทรายแบบเดิม โดยเน้นย้ำว่าจะพยายามป้องกันอย่างเต็มที่จนถึงระดับน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที สถานการณ์ปัจจุบันคือเขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,800 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 แล้ว

วันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต.โพนางดำออก จ.ชัยนาท ว่าเริ่มรุนแรงขึ้น หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ

นายมนตรี คุ้มเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก กล่าวว่าทีมงานได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันสร้างคันดินกั้นน้ำเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะทาง 1.3 กิโลเมตร คันดินนี้สร้างขึ้นแทนกระสอบทรายแบบเดิม ซึ่งได้รับการยืนยันว่าสามารถป้องกันน้ำได้เกือบทั้งหมด ปัญหาที่พบในปัจจุบันคือยังมีน้ำฝนและน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วนซึมเข้ามา ทำให้ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ถึงแม้ว่าคันดินจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมได้ แต่ทางนายกเทศมนตรีฯ ก็ยอมรับว่าไม่มั่นใจว่าคันดินจะสามารถต้านทานกระแสน้ำได้นานแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำสูงถึง 2,000 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีฯ ยืนยันว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันต.โพนางดำออก จ.ชัยนาท จนถึงระดับ 2,300 ลบ.ม./วินาที

ประชาชนใน ต.โพนางดำออก ชัยนาท ต้องเตรียมพร้อมรับมือ

นอกจากนี้ นายกเทศมนตรีฯ ยังได้แนะนำให้ประชาชนในหมู่ที่ 5 โดยเฉพาะบริเวณวัดมะปราง ซึ่งเริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้นแล้ว ให้รีบยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมในต.โพนางดำออก จ.ชัยนาท เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทางเทศบาลตำบลโพนางดำออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงน่ากังวล แต่ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

การทำคันดินป้องกันน้ำท่วมเป็นมาตรการที่จำเป็นและเร่งด่วน แต่ในระยะยาว การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและการวางแผนป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเรียนรู้และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

ที่มา – ต.โพนางดำออก จ.ชัยนาท เร่งทำคันดิน รับมือ “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มการระบายน้ำ

Scroll to top