ชัยนาท

เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำเพิ่ม! รับมือน้ำเหนือ

สถานการณ์น้ำล่าสุด! เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมา ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวสูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร ทางเขื่อนเตรียมปรับแผนระบายน้ำเป็นขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 เวลา 14:00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,036 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.07 เมตร/รทก. และท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.68 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 2.66 เมตร/รทก. ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,680 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การระบายน้ำเพิ่มขึ้นนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้นกว่า 30 เซนติเมตร คาดการณ์ว่าในช่วงเย็นของวันเดียวกัน จะมีการปรับการระบายน้ำเป็น 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได

กรมชลประทานคาดการณ์ว่า มวลน้ำเหนือจะไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง จึงมีแผนให้เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่น้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ปรับการระบายน้ำเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมให้มากที่สุด โดยจะปรับตามปริมาณน้ำทางตอนบนและปริมาณฝนที่ตกลงมาในระยะนี้

ผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 1,700 – 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนฯ ได้แก่ พื้นที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.อยุธยา (แม่น้ำน้อย), คลองบางบาล จ.อยุธยา และคลองโผงเผง จ.อ่างทอง ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และจังหวัด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยการขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียนไข และยาประจำตัว
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพน้ำท่วมก่อนออกเดินทาง
  • เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สำคัญ เช่น สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย

การระบายน้ำของ เขื่อนเจ้าพระยา เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนเช่นกัน การเตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สถานการณ์น้ำเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นการติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัย

ที่มา – “เขื่อนเจ้าพระยา” ระบายน้ำเพิ่มต่อเนื่อง รับมวลน้ำเหนือท้ายเขื่อนขึ้นอีก 30 ซม.

เขื่อนเจ้าพระยาแจ้งปรับระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัด

กรมชลประทานแจ้งเตือน ปรับการระบายน้ำจาก เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับน้ำเหนือ และแจ้งเตือน 11 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

เขื่อนเจ้าพระยา แจ้งปรับการระบายน้ำ รองรับน้ำเหนือ เตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือ

จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน คาดว่าในอีก 1-9 วันข้างหน้า ณ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,900 – 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาอีกประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ 2,000 – 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมชลประทานได้ดำเนินการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 350 – 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นต้องปรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 1,500 – 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ริมแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.30 – 1.10 เมตร โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ เช่น บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง, คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด, ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว

กรมชลประทานยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรให้มากที่สุด หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบต่อไปอย่างทันท่วงที

สถานการณ์ปัจจุบัน ณ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,971 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.54 เมตร/รทก. และมีปริมาณน้ำด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.08 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 3.26 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น กรมชลประทานได้แจ้งเตือนไปยัง 11 จังหวัดในลุ่มเจ้าพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมชลประทานและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้วางแผนการอพยพหากจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางหรือทำกิจกรรมใกล้ริมน้ำในช่วงที่มีน้ำขึ้นสูง

การเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้า จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมได้ อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

สถานการณ์น้ำเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือเป็นสิ่งสำคัญ หากเราทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา แจ้งปรับการระบายน้ำ รองรับน้ำเหนือ เตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือ

Scroll to top