ตํารวจไซเบอร์

ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน 2,400 ล้านบาท ฟอกคริปโต

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน ครั้งใหญ่ล่าสุดกลายเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ ด้วยยอดเงินหมุนเวียนมหาศาลกว่า 2,400 ล้านบาท ที่ถูกฟอกผ่านคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้หน่วยงานตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ต้องเร่งปราบปรามอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์นี้

ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน “BANKKOK1688”

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการ สอท. เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายท่าน ได้แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ชื่อดัง “BANKKOK1688” ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 1 ปี มีสมาชิกทะลุ 1 หมื่นราย ยอดเงินหมุนเวียนเฉลี่ย 200 ล้านบาทต่อเดือน หรือรวมกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี เว็บไซต์นี้ให้บริการพนันหลากหลาย เช่น หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่า และเกมอื่นๆ อีกมากมาย

รูปแบบการทำงานของเว็บนี้ทันสมัยสุดๆ โดยมีระบบโอนเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร สามารถแจ้งถอนเงินตรงผ่านเว็บได้เลย แถมยังมีแอดมินคอยช่วยเหลือ ตั้งแต่สมัครสมาชิก ทำธุรกรรม ไปจนถึงชักชวนให้เล่นพนัน ทำให้ดูน่าเชื่อถือและดึงดูดนักพนันได้ง่าย

การสืบสวนที่ละเอียดยิบของตำรวจไซเบอร์

ชุดสืบสวนจากกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำโดย พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล และ พ.ต.ท.สุภารัตน์ คำอินทร์ ได้ตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้แบ่งหน้าที่ชัดเจน ใช้บัญชีม้ากว่า 18 บัญชี รับเงินจากลูกค้า จ่ายเงินคืน และยักย้ายถ่ายเทเงินเพื่อปกปิดเส้นทาง โดยสุดท้ายฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มคริปโต

หลังรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ 18 ราย จับกุมได้แล้ว 6 ราย ดังนี้

  • นายคิรินทร์ จันทร์หอม อายุ 30 ปี เจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์ จับที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
  • นายภาณุพล เงากระจ่าง อายุ 20 ปี เจ้าของบัญชีรับจ่ายหน้าเว็บ จับที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • น.ส.เบญจวรรณ พงษ์ละคร อายุ 40 ปี เจ้าของบัญชีพักเงิน จับที่กรุงเทพฯ
  • นายเชาวฤทธิ์ แสงสุข อายุ 43 ปี เจ้าของบัญชีพักเงิน จับที่ จ.ชัยนาท
  • นายชัยอนันต์ หัสดี อายุ 19 ปี เจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์ จับที่ จ.เพชรบุรี
  • นายศิวรา ศิริกระจาย อายุ 27 ปี เจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์ จับที่ จ.สระแก้ว

เทคนิคฟอกเงินผ่านคริปโตที่ซับซ้อน

จากการสอบสวนนายคิรินทร์ พบว่าเขายืนยันตัวตน (KYC) ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยการสแกนใบหน้า จากนั้นส่งบัญชีธนาคารและมือถือให้เพื่อนชาวกัมพูชาใช้งาน รับเงินจากเว็บพนัน 59 ล้านบาท ซื้อคริปโต แล้วโอนไป Binance เพื่อแปรสภาพทรัพย์สิน ทำให้ติดตามยาก

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันจัดให้เล่นพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบฟอกเงิน และฟอกเงินจริง ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.การพนัน

เหตุการณ์ ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน ครั้งนี้ สะท้อนถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีติดตามเส้นเงินที่ซับซ้อนอย่างคริปโต มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าการพนันออนไลน์ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังเสี่ยงถูกโกงและถูกฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว

สำหรับประชาชน ขอให้ระวังเว็บพนันที่โฆษณาอย่างหนักในโซเชียล หากพบเห็นหรือถูกชักชวน รีบแจ้งเบาะแสได้ที่ สอท. hotline 1441 หรือแอป Thaipol เพื่อช่วยกันปราบปราม หยุดยั้งก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน เงินหมุนกว่า 2,400 ล้านบาท ฟอกผ่านคริปโต

ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวร้ายที่ทำให้หลายคนช็อกสุดๆ เลย นั่นคือ ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบอัดคลิปส่งโซเชียล เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยเราได้ยังไงเนี่ย มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบอัดคลิปส่งโซเชียล

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร แต่เชื่อว่าน่าจะ 2567 นะครับ) ตำรวจไซเบอร์หรือ TICAC นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. และทีมงาน ได้บุกจับกุมนายสิทธิกร สนธิรอด อายุ 25 ปี เด็กวัดชื่อดังในอำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ด้วยหมายค้นศาลจังหวัดพิจิตรที่ 20/2567

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาหนัก “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ลามกโดยรู้ตัว” สอบสวนแล้วยอมรับสารภาพทุกข้อหาเลยครับ

ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบอัดคลิปส่งโซเชียล: หลักฐานที่พบ

เรื่องราวเริ่มจาก TICAC ประสานงานกับมูลนิธิ Our Rescue Thailand จับกุมนายกิติ อายุ 26 ปี ที่เปิดกลุ่ม Telegram ลับชื่อ “รวมงานซ้อแทนเจ้าแม่เงินกู้โหด” คิดค่าสมาชิกเพื่อแลกสื่อลามกเด็ก โดยใช้อุบายกู้เงินหลอกเด็กอายุต่ำกว่า 18 ถ่ายภาพเปลือยคู่บัตรประชาชน พบเด็กเสียหายอายุ 16 ปี

จากนั้นทีม พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต และ พ.ต.ท.เขมอธิษฐ์ ทองคำ ขยายผล พบบัญชี Telegram “ipxคนดี200%” ส่งคลิปวางแผนสุดโหด: แอบถอดหัวฉีดสายชำระในห้องน้ำหญิง ใส่ปัสสาวะ อสุจิ ทินเนอร์ แล้วใส่กลับ สร้างอุปกรณ์ทำร้ายเพื่อแอบถ่าย!

คลิปเผยผู้หญิงคนหนึ่งออกจากห้องน้ำอาการผิดปกติ คาดบาดเจ็บจากสารเคมี สืบจนรู้ว่านายสิทธิกรคือตัวการ จับได้ของกลางโทรศัพท์ 2 เครื่อง และกล้องบอร์สโคป (กล้องงู) 1 ตัว ที่เตรียมแอบถ่ายห้องน้ำวัดแต่ยังไม่ทันใช้

ที่หนักกว่านั้น นายสิทธิกรยอมรับว่าก่ออนาจารเด็กหญิงวัย 10 ขวบจริง อัดวิดีโอเก็บไว้ ส่งต่อในกลุ่มโซเชียล เรื่องแบบนี้ฟังแล้วขนลุกเลยครับ

พฤติกรรมอันตรายและวิธีที่ตำรวจไซเบอร์สืบสวน

  • การหลอกเด็กกู้เงิน: ใช้เป็นข้ออ้างถ่ายภาพลามก
  • ดัดแปลงห้องน้ำ: ใส่สารพิษเพื่อแอบถ่ายและทำร้าย
  • ของกลางหลัก: คลิปวิดีโอ สื่อลามกเด็ก โทรศัพท์ กล้องงู
  • ทีมสืบสวน: TICAC ร่วมมูลนิธิ ใช้เทคโนโลยีติดตาม Telegram

ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมออนไลน์ร้ายแรงแค่ไหน โดยเฉพาะต่อเด็ก กล้องแอบถ่ายและสื่อลามกเด็กแพร่กระจายง่ายในโซเชียล

บทเรียนและความสำคัญของการป้องกันล่วงละเมิดเด็กทางอินเทอร์เน็ต

สังคมเราต้องตื่นตัว ตำรวจไซเบอร์ TICAC ทำงานหนักมากในการปราบปราม พ่อแม่ควร:

  • สอนลูกไม่รับกู้เงินออนไลน์จากคนแปลกหน้า
  • ตรวจสอบโทรศัพท์และแอปที่ลูกใช้
  • แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน TICAC 1448
  • หลีกเลี่ยงห้องน้ำสาธารณะที่ดูน่าสงสัย

นอกจากนี้ หน่วยงานอย่างมูลนิธิ Our Rescue ช่วยเหลือเยอะ สังคมต้องสนับสนุน

สุดท้าย ข่าว ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบอัดคลิปส่งโซเชียล เป็นเครื่องเตือนใจว่า อาชญากรซ่อนตัวได้ทุกที่ แม้ในวัดชื่อดัง ความไว้วางใจไม่อาจป้องกันได้ 100% เราต้องร่วมกันปกป้องเด็กๆ ครับ หากเจอเรื่องต้องสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที! แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์บุกรวบเด็กวัดชื่อดังเมืองพิจิตร อนาจารเด็ก 10 ขวบอัดคลิปส่งโซเชียล

ทลายเครือข่ายเว็บพนัน betmazon.net เงิน 120 ล้าน

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการข่าวอาชญากรรม นั่นคือ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน betmazon.net ซึ่งตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมได้สำเร็จ โดยใช้บริษัทขายเบเกอรี่เป็นฉากหน้าเพื่อปกปิดการกระทำผิดกฎหมาย พบว่ามีเงินหมุนเวียนมหาศาลถึง 120 ล้านบาทต่อเดือน! เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนระวังเว็บพนันออนไลน์ที่แฝงตัวอยู่รอบตัว

ทลายเครือข่ายเว็บพนัน betmazon.net เปิดบริษัทขายเบเกอรี่บังหน้า

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ (ผบช.สอท.) ร่วมกับทีมงาน พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 ได้นำกำลังบุกค้นบ้านพักในพื้นที่หมู่ 5 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ ตามหมายค้นศาลจังหวัดแพร่ ที่ 28/2567 จับกุมผู้ต้องหาคือ นายณัฐชัย แสงทอง อายุ 32 ปี พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องเป็นของกลาง

การสืบสวนเริ่มต้นจากการตรวจสอบเว็บไซต์ betmazon.net ที่มีสมาชิกกว่า 25,000 ราย เปิดให้บริการมานานกว่า 1 ปี โดยมียอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 120 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 1,440 ล้านบาทต่อปี เว็บนี้ให้บริการพนันออนไลน์หลากหลายประเภท เช่น

  • หวยออนไลน์
  • สล็อต
  • พนันฟุตบอลต่างประเทศ
  • บาคาร่า
  • และเกมพนันอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้เล่นสามารถโอนเงินเข้าเล่นผ่านระบบอัตโนมัติ โดยใช้บัญชีธนาคารของบริษัท “วีกรีน เฮลธ์ตี้ เบเกอรี่ จำกัด” ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่และขายเบเกอรี่ แต่จริงๆ แล้วเป็นบริษัทบังหน้า ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง แอดมินของเว็บจะช่วยเหลือเรื่องสมัครสมาชิก ธุรกรรมการเงิน และชักชวนให้เล่นพนัน

ขั้นตอนการทลายเครือข่ายเว็บพนัน betmazon.net

ทีมตำรวจชุดสืบสวนใช้เวลาสืบสวนอย่างละเอียด พบว่าฐานที่มั่นอยู่ใน จ.แพร่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้น เมื่อเข้าจับกุม นายณัฐชัยยอมรับสารภาพว่าได้รับจ้างเป็นแอดมิน คอยตอบคำถามลูกค้ามานานกว่า 1 ปี โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ตำรวจเตรียมขยายผลจับผู้ร่วมเครือข่ายทั้งหมด

ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีฐาน “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

อันตรายของเว็บพนันออนไลน์และวิธีป้องกัน

เว็บพนันอย่าง betmazon.net มักใช้กลอุบายซับซ้อน เช่น เปิดบริษัทเสมือนจริง โอนเงินอัตโนมัติ และมีแอดมินคอยหลอกล่อ ทำให้ประชาชนหลงกลได้ง่าย ในประเทศไทย การพนันออนไลน์ผิดกฎหมายร้ายแรง สามารถติดคุกนานหลายปีและปรับสูงลิ่ว นอกจากนี้ยังเสี่ยงถูกโกง 丢失เงิน และปัญหาสุขภาพจิต

เพื่อป้องกันตัวเอง ควร:

  • ตรวจสอบเว็บไซต์ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ (ในไทยไม่มีเว็บพนันถูกกฎหมาย)
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • แจ้งเบาะแสให้ตำรวจไซเบอร์ที่สายด่วน 1441
  • ใช้เครื่องมือบล็อกเว็บพนัน

เหตุการณ์ ทลายเครือข่ายเว็บพนัน betmazon.net ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าตำรวจไทยไม่ยอมให้อาชญากรรมไซเบอร์ลอยนวล เงินหมุนเวียนมหาศาล 120 ล้านต่อเดือนแสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหา หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังหลงใหลพนันออนไลน์ ควรหยุดและขอความช่วยเหลือทันที

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านตื่นตัวกับภัยพนันออนไลน์ แชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ และครอบครัว ร่วมกันสร้างสังคมปลอดพนัน!

ที่มา – ทลายเครือข่ายเว็บพนัน “betmazon.net” เปิดบริษัทขายเบเกอรี่บังหน้า เงินหมุน 120 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์ ตามรวบสาวยูเครน หนีคดีโกงแชร์ลูกโซ่

ตำรวจไซเบอร์ ตามรวบสาวยูเครน หนีคดีโกงแชร์ลูกโซ่หมื่นล้าน มากบดานในภูเก็ต นับเป็นปฏิบัติการที่สร้างความฮือฮาในวงการตำรวจไทยและนานาชาติ เมื่อเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายสำคัญได้สำเร็จ

ตำรวจไซเบอร์ ตามรวบสาวยูเครน หนีคดีโกงแชร์ลูกโซ่หมื่นล้าน มากบดานในภูเก็ต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการ สอท. เมืองทองธานี โดยมี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ สอท. นำทีมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายท่าน เช่น พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์, พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผู้บังคับการ สอท.5

พื้นหลังคดีโกงแชร์ลูกโซ่สุดโหดในอเมริกา

ผู้ต้องหาคือ น.ส.โอเล อายุ 42 ปี สัญชาติยูเครน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่ทางการสหรัฐอเมริกาตามล่าตัว เธอถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุฉ้อโกงประชาชนชาวอเมริกันผ่านแชร์ลูกโซ่หรือ Ponzi Scheme ออนไลน์ สร้างความเสียหายรวมกว่า 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,617 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ความผิดนี้เข้าข่าย “สมคบกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ (Wire Fraud)” ตามประมวลกฎหมายสหรัฐฯ

หลังก่อคดี น.ส.โอเล หลบหนีออกจากอเมริกาและเดินทางมาถึงประเทศไทยช่วงเดือนธันวาคม 2568 โดยเลือกกบดานในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวต่างชาติ ทำให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการหลบหนี

กระบวนการสืบสวนและจับกุมของตำรวจไซเบอร์

ทุกอย่างเริ่มต้นจากคำร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ เช่น FBI, HSI และ USSS ผ่านช่องทาง Mutual Legal Assistance Treaty (MLAT) พล.ต.ท.สุรพล ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.5 นำโดย พ.ต.อ.ธีระ เชื้อสุวรรณ ผู้กำกับการ ลงพื้นที่สืบสวน

  • ติดตามเส้นทางการเดินทางของผู้ต้องหาเข้ามาไทย
  • ระบุตำแหน่งที่พักในภูเก็ต
  • ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต

เจ้าหน้าที่บุกเข้าค้นห้องพักและจับกุมตัวได้คาหนังคาเขาขณะพักผ่อน สามารถยึดของกลางสำคัญได้มากมาย เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก iPad และเอกสารต่างๆ ที่อาจเป็นหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม

การให้การและขั้นตอนต่อไป

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอรอให้การในชั้นศาล ปัจจุบันถูกควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ เพื่อดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับสหรัฐฯ ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ร่วมสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของตำรวจไซเบอร์ไทยในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแชร์ลูกโซ่ที่ลุกลามผ่านโลกออนไลน์ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหานี้เพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนควรระวังการลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริง ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนโอนเงิน และแจ้งเบาะแสได้ที่ สอท. โทร 1441

ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเหลือนานาชาติ แต่ยังปกป้องชื่อเสียงประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของอาชญากรต่างชาติ หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ ตามรวบสาวยูเครน หนีคดีโกงแชร์ลูกโซ่หมื่นล้าน มากบดานในภูเก็ต

ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้จำเป็น

ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์แสบสันต์มากขึ้นเรื่อย ๆ กรณีที่ ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงชื่อดังและจิตอาสา ถูกอายัดบัญชีเพราะมิจฉาชีพนำเลขบัญชีมูลนิธิของเธอไปหลอกลวงประชาชน จนเงินไหลทะลักเข้าบัญชีนั้น ตำรวจต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อปกป้องผู้เสียหาย แต่ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อผู้สุจริตด้วย

ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้จำเป็นต้องทำ

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ 1 ได้ออกมา ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าการอายัดบัญชีทั้งหมดของบุ๋มเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินของผู้เสียหายถูกโอนต่อไปยังบัญชีม้าอื่น ๆ ที่ติดตามยาก ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ทั้งหมดแล้ว

เหตุการณ์เริ่มต้นจากมิจฉาชีพที่นำเลขบัญชีของมูลนิธิ “องค์กรทำความดี” ที่บุ๋มดูแล ไปโฆษณาหลอกลวงให้ผู้คนโอนเงิน เมื่อเงินเข้าบัญชี เจ้าหน้าที่ก็ต้องอายัดทันที และขยายไปยังบัญชีส่วนตัวของบุ๋มที่เชื่อมโยงด้วยเลขบัตรประชาชนเดียวกัน มาตรการนี้ช่วยสกัดกั้นเงินผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการอายัด SR03 ทำงานอย่างไร

มาตรการที่ใช้ชื่อว่า SR03 เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สมาคมธนาคมไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย และตำรวจไซเบอร์ โดยมุ่งเป้าที่บัญชีม้าดำหรือเทาเข้มเป็นหลัก เมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความ ธนาคารจะอายัดบัญชีนั้นทันที รวมถึงบัญชีอื่น ๆ ที่เปิดด้วยบัตรประชาชนเดียวกัน เพื่อหยุดยั้งการโอนเงินต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า แม้จะกระทบผู้สุจริต แต่จำเป็นต้องทำเพราะเงินศุลกากรไหลเร็วมาก หน่วยงานต่าง ๆ กำลังเร่งหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อน เช่น การปลดล็อคบัญชีให้ผู้บริสุทธิ์ที่มาชี้แจงตัวบุคคล สำหรับบุ๋ม ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการปลดล็อคให้เร็วที่สุด

ผลกระทบต่อผู้สุจริตและวิธีแก้ไข

หลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอาจถูกอายัดบัญชีโดยไม่รู้ตัว สร้างความเดือดร้อนในการใช้จ่ายประจำวัน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ อธิบายว่านี่เป็นรูปแบบหลอกลวงใหม่ มิจฉาชีพใช้ชื่อน่าเชื่อถืออย่างมูลนิธิเพื่อสร้างความมั่นใจ แล้วหลอกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว

  • หากบัญชีถูกอายัดโดยไม่ผิด ให้รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
  • เตรียมเอกสารยืนยัน เช่น สมุดบัญชี ข้อมูลธุรกรรม และหลักฐานว่าเงินมาจากแหล่งสุจริต
  • ติดต่อธนาคารและ ปปง. เพื่อขอปลดล็อค
  • ใช้สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อขอคำปรึกษา
  • ตรวจสอบธุรกรรมบัญชีสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ

นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรระวังการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่อ้างชื่อคนดังหรือองค์กรการกุศล ตรวจสอบเสมอก่อนโอน

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการอย่าง SR03 แม้จะสร้างความไม่สะดวกชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังลุกลาม ถ้าทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือ การบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สุดท้าย ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวถูกหลอกหรือบัญชีถูกอายัด อย่าลังเล ติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ จะได้ไม่เดือดร้อนนาน

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้จำเป็นต้องทำ ยอมรับกระทบผู้สุจริต

จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

ข่าวใหญ่สุดสะเทือนวงการการเมืองและตำรวจเลยทีเดียว เมื่อ จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน หลังจากตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมเครือข่ายเว็บหวยออนไลน์ “huaysodplus” ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการระดับสูง เรื่องนี้เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความฮือฮาให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ หรือ ผบช.สอท. พร้อมทีมงาน ได้นำกำลังตรวจค้น 2 จุดในจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามหมายค้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจุดแรกคือบ้านพักของนายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน หรือ “สจ.เปียว” สจ.เขตอำเภอยางตลาด จุดที่สองเป็นบ้านของนายธนาวุธ ผอ.โรงเรียนอนุบาล แม้ไม่พบตัวผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารหลักฐานจำนวนมากเพื่อขยายผล

ปฏิบัติการนี้มาจากการร้องเรียนเว็บพนัน “huaysodplus” ที่ให้บริการหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยหุ้น และพนันอื่นๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับ “Banhuay98” ของ “สจ.เนย์” นายปฐนัญ จันดอน ชุดสืบสวนออกหมายจับ 5 รายในข้อหาจัดให้เล่นพนันออนไลน์ ฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน ได้แก่ นายธนาวุธ, นายศุภโชค (อดีตนายตำรวจ), สจ.เปียว, นายพัฒน์ธวัช และน.ส.พรนภา

เส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องสำคัญ

หลักฐานเด็ดคือเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนหลายล้านบาท เงินจากเว็บพนันถูกฟอกผ่านการซื้ออสังหา ที่ดิน รถหรู ร้านอาหาร ค่ายมวย และสร้างวัตถุมงคลให้วัดดังในอีสาน นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับ นายพลากร พิมพะนิตย์ หรือ สส.บอล สส.คนดัง และนายตำรวจระดับ ผกก. ในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเตรียมออกหมายเรียกให้มาสอบสวนในสัปดาห์หน้าในฐานะผู้รับผลประโยชน์

  • สจ.เปียว: สมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตกลุ่มวัยรุ่น 888 เคยสร้างพระให้เกจิดัง
  • สจ.เนย์: หัวโจกหลัก หลบหนีไปหนองคายตั้งแต่ 20 ม.ค.
  • เครือข่ายทั้งหมด: เงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท จากเว็บพนันหลายแห่ง

ทั้งสจ.เปียวและสจ.เนย์หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ตำรวจเตรียมประสาน Interpol ออกหมายแดง สร้างความกังวลให้ประชาชนเรื่องความโปร่งใสของนักการเมืองและตำรวจ

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาเว็บพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน ที่มักใช้เส้นสายนักการเมืองท้องถิ่นปกปิด การฟอกเงินผ่านกิจการชุมชนทำให้ตรวจจับยาก ผู้ประกอบการเว็บเหล่านี้มักอวดรวยด้วยรถหรู บ้านใหญ่ แต่เบื้องหลังคือเงินจากประชาชนที่ติดพนัน

นอกจากนี้ ยังพบว่า สส.บอล เพิ่งโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชาวกาฬสินธุ์ฟังปราศรัยที่สนามกีฬาเทศบาลฆ้องชัย แสดงถึงภาพลักษณ์ปกติ แต่เบื้องหลังมีประเด็นร้อนรอสอบสวน

จากประสบการณ์ติดตามข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ พบว่าเครือข่ายแบบนี้มักขยายตัวเร็วเพราะใช้บัญชีม้าและแอปพลิเคชันลับ ประชาชนควรระวังการเล่นหวยออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะส่วนใหญ่เป็นกับดัก

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านติดตามพัฒนาการของคดีนี้อย่างใกล้ชิด และแชร์ข่าวเพื่อเตือนภัย หยุดสนับสนุนเว็บพนันผิดกฎหมาย ร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใส ห่างไกลอาชญากรรมออนไลน์

ที่มา – จ่อหมายเรียก สส.คนดัง-ตำรวจใหญ่ เอี่ยว สจ. เครือข่ายเว็บพนัน

ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม ลักลอบซื้อกระสุนปืน

ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม ลักลอบซื้อกระสุนปืนจำนวนมากผ่านกลุ่มลับออนไลน์ สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวอาชญากรรมเมื่อไม่นานมานี้ เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายก่อนวันเลือกตั้งตามนโยบายของ ผบ.ตร. มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม ลักลอบซื้อกระสุนปืน

ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม ลักลอบซื้อกระสุนปืน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี (สอท.) ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีกหลายท่าน ได้นำกำลังบุกค้นบ้านพักของนายวัฒนา นนทศิลา อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่บ้านหรูย่านรังสิต-คลอง 4 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 76/2569

จากการค้นพบของกลางสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืน Glock 26 ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และกระสุนปืน 50 นัด โดยผู้ต้องหาถูกจับในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เทียน และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

ที่มาของปฏิบัติการสืบสวน

ทุกอย่างเริ่มต้นจากช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 ตรวจพบกลุ่มลับในแอปพลิเคชันไลน์ที่มีสมาชิกกว่า 400 ราย ทำการซื้อขายอาวุธปืน กระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างผิดกฎหมาย ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวน จนพบว่านายวัฒนาเป็นหนึ่งในลูกค้าประจำที่สั่งซื้อกระสุนปืนทางออนไลน์ถึง 3 ครั้ง รวมมูลค่ากว่าที่ 300 นัด

ก่อนหน้านี้ ตำรวจชุดเดียวกันได้จับกุมผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้ไปแล้วกว่า 10 ราย โดยรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้น สุดท้ายนำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย

  • ผู้บังคับบัญชาที่สั่งการ: พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร, พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์
  • ผู้ปฏิบัติ: พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2, พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม, พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

คำให้การของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย

เบื้องต้น นายวัฒนาให้การรับสารภาพบางส่วน โดยอ้างว่าปืน Glock 26 เป็นของญาติ ส่วนตัวชื่นชอบกีฬายิงปืน จึงสั่งซื้อกระสุนมาซ้อมยิงในสนามยิงปืนที่ถูกกฎหมายเท่านั้น และยืนยันว่าไม่เคยนำไปใช้ในทางมิชอบ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบไม่พบเอกสาร許可ครอบครองอาวุธปืนหรือกระสุน ทำให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใหญ่ “กวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพลและอาวุธปืนผิดกฎหมาย” ก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อสร้างความมั่นคงให้ประชาชน ตำรวจไซเบอร์ยังคงเฝ้าระวังกลุ่มลับออนไลน์อย่างเข้มข้น เนื่องจากแพลตฟอร์มอย่างไลน์ถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการค้าของผิดกฎหมาย

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน การซื้อขายกระสุนปืนผ่านกลุ่มลับแบบนี้มีความเสี่ยงสูง ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมรุนแรงได้ ประชาชนควรตื่นตัว หากพบเห็นเบาะแส รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีผ่านช่องทาง สอท. หรือสายด่วน 191

ข้อคิดเห็น: เรื่องนี้เตือนใจเราว่า แม้จะเป็นแค่ “ซ้อมยิง” แต่การครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ผิดกฎหมายเช่นกัน ควรใช้วิธีที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ หากคุณสนใจกีฬายิงปืน แนะนำให้ติดต่อสนามยิงปืนที่ได้รับอนุญาตและเช่าอุปกรณ์แทน

เรียกร้องให้คุณมีส่วนร่วม: แชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ และครอบครัว ช่วยกันสร้างสังคมปลอดอาวุธผิดกฎหมาย รอติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มพนักงานโรงแรม ลักลอบซื้อกระสุนปืนรวมกว่า 300 นัดในกลุ่มลับ

ตร.ไซเบอร์ยัน! หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่มีใบสั่ง


ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าหมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง! ปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ขยายผลเครือข่ายเว็บพนันภาคอีสาน กลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว “สจ.888” นำไปสู่การออกหมายจับ “สจ.เนย์” นักการเมืองนายทุนใหญ่ ที่ใช้ฟาร์มไก่ชนบังหน้า เพื่อฟอกเงินที่ได้จากเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ได้มีการแถลงปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ซึ่งเป็นการขยายผลเครือข่ายเว็บพนันในภาคอีสาน นำไปสู่การออกหมายจับนักการเมืองนายทุนใหญ่ที่ใช้ฟาร์มไก่ชนบังหน้า โดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. และคณะ เป็นผู้แถลง

พ.ต.อ.คัมภีร์ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดือนมีนาคม 2568 ที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวที่ใช้ชื่อ “สจ.888” ซึ่งเริ่มต้นจากการทำเว็บพนันหวยออนไลน์ ก่อนจะเข้ามาสู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่น ตำรวจได้สืบสวนและจับกุมอย่างต่อเนื่อง พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทางการเงินที่ซับซ้อนกับเว็บไซต์พนันหวยออนไลน์ “Banhuay98” โดยเปิดให้บริการพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เช่น หวยรัฐบาลไทย, หวยลาว, หวยฮานอย, หวยหุ้นต่างๆ รวมถึงไพ่บาคาร่า, สล็อต, เกมกีฬา และอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2555 มีสมาชิกกว่า 10,000 ราย มีทรัพย์สินหมุนเวียนในระบบกว่า 150 ล้านบาทต่อปี ตำรวจได้จับกุมเครือข่ายนี้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้แล้วหลายสิบล้านบาท

จากการขยายผลการสืบสวนเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังคือนายปฐนัญ จันดอน หรือ “สจ.เนย์” อายุ 29 ปี นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ และ น.ส.ปริญญา มุกดาสมุทรสาร อายุ 28 ปี ภรรยา ทั้งสองได้เปิดกิจการฟาร์มไก่ชนในพื้นที่ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อใช้เป็นฉากหน้าในการนำเงินที่ได้จากการเปิดเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงิน รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ

ตร.ไซเบอร์ยืนยัน หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง

นายปฐนัญได้ผันตัวเป็นนักการเมือง ทำให้เส้นทางการเงินมีความซับซ้อนและถูกทำลายไปบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงต้องย้อนตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินตั้งแต่ปี 2562 พบว่าผู้ต้องหาและภรรยายังคงใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีรับเงินจากผู้เล่นพนันโดยตรง โดยบางผู้เล่นได้โอนเงินตรงเข้าไปบัญชีของผู้ต้องหาถึง 100-200 ครั้งต่อเดือน มียอดเงินตั้งแต่หลักสิบถึงพัน ซึ่งพยานหลายรายยอมรับว่าโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อเล่นพนันหวยออนไลน์ในช่วงที่เปิดเป็น “ห้องหวย98” ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้เล่นไปแล้ว และมีการยืนยันตัวบุคคลจากหลักฐานภาพถ่ายตรงตามหมายจับ

จากการขยายผลเพิ่มเติม พบว่าในช่วงปี 2562–2566 เครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีของตนเองในการรับและหมุนเวียนเงินพนัน ก่อนจะพัฒนาไปใช้บัญชีม้าในระยะหลัง โดยมีการว่าจ้างนักศึกษาเป็นรายเดือน เดือนละหลักร้อยถึงหลักหมื่น ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรองรับการโอนเงิน รวมถึงเป็นแอดมิน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.คัมภีร์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขออำนาจศาลออกหมายจับถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกศาลไม่อนุมัติ เนื่องจากยังมีประเด็นเกี่ยวกับการรวบรวมหลักฐานไม่ชัดเจน จึงเสนอแนะให้ตำรวจไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนที่จะอนุมัติหมายจับในครั้งที่สอง ซึ่งหลักฐานที่ทำให้ศาลอนุมัติออกหมายจับ คือมีพยานบุคคลที่เป็นผู้เล่นทั้งที่ถูกจับกุม รวมเส้นทางการเงินที่ปรากฏอย่างชัดเจน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”

ทำไมตำรวจถึงยืนยันว่าหมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง?

จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายปฐนัญเพียงบัญชีเดียว พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 90 ล้านบาท ส่วนบัญชีของนางสาวปริญญานั้น พบว่ามีผู้ที่โอนเงินแทงหวย และพักเงิน ซึ่งในส่วนนี้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก เนื่องจากมีหลายบัญชี รวมถึงจะมีการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่นเพิ่มเติม

ส่วนจะมีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจะเป็น 10 รายชื่อที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาระบุหรือไม่นั้น ตรงนี้ก็ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน แต่หากพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร จะดำเนินการอย่างไม่ละเว้น ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่มีใบสั่ง

ทั้งนี้ พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาสองราย หลบหนีไปตั้งแต่ก่อนออกหมายจับ ทางด้าน จ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว หลังจากนี้จะมีการประสานตำรวจสากลออกหมายแดงต่อไป คาดว่าจะสามารถออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อีกภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายพนันออนไลน์ และความพยายามในการฟอกเงินผ่านธุรกิจบังหน้า การที่ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่า หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง เป็นการยืนยันถึงความเป็นอิสระในการสืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

ที่มา – ตร.ไซเบอร์ยืนยัน หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง เผยเบื้องหลังวัยรุ่นสร้างตัว สจ.888

Scroll to top