ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์แสบสันต์มากขึ้นเรื่อย ๆ กรณีที่ ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงชื่อดังและจิตอาสา ถูกอายัดบัญชีเพราะมิจฉาชีพนำเลขบัญชีมูลนิธิของเธอไปหลอกลวงประชาชน จนเงินไหลทะลักเข้าบัญชีนั้น ตำรวจต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อปกป้องผู้เสียหาย แต่ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อผู้สุจริตด้วย
ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้จำเป็นต้องทำ
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ 1 ได้ออกมา ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าการอายัดบัญชีทั้งหมดของบุ๋มเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินของผู้เสียหายถูกโอนต่อไปยังบัญชีม้าอื่น ๆ ที่ติดตามยาก ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ทั้งหมดแล้ว
เหตุการณ์เริ่มต้นจากมิจฉาชีพที่นำเลขบัญชีของมูลนิธิ “องค์กรทำความดี” ที่บุ๋มดูแล ไปโฆษณาหลอกลวงให้ผู้คนโอนเงิน เมื่อเงินเข้าบัญชี เจ้าหน้าที่ก็ต้องอายัดทันที และขยายไปยังบัญชีส่วนตัวของบุ๋มที่เชื่อมโยงด้วยเลขบัตรประชาชนเดียวกัน มาตรการนี้ช่วยสกัดกั้นเงินผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรการอายัด SR03 ทำงานอย่างไร
มาตรการที่ใช้ชื่อว่า SR03 เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สมาคมธนาคมไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย และตำรวจไซเบอร์ โดยมุ่งเป้าที่บัญชีม้าดำหรือเทาเข้มเป็นหลัก เมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความ ธนาคารจะอายัดบัญชีนั้นทันที รวมถึงบัญชีอื่น ๆ ที่เปิดด้วยบัตรประชาชนเดียวกัน เพื่อหยุดยั้งการโอนเงินต่อเนื่อง
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า แม้จะกระทบผู้สุจริต แต่จำเป็นต้องทำเพราะเงินศุลกากรไหลเร็วมาก หน่วยงานต่าง ๆ กำลังเร่งหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อน เช่น การปลดล็อคบัญชีให้ผู้บริสุทธิ์ที่มาชี้แจงตัวบุคคล สำหรับบุ๋ม ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการปลดล็อคให้เร็วที่สุด
ผลกระทบต่อผู้สุจริตและวิธีแก้ไข
หลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอาจถูกอายัดบัญชีโดยไม่รู้ตัว สร้างความเดือดร้อนในการใช้จ่ายประจำวัน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ อธิบายว่านี่เป็นรูปแบบหลอกลวงใหม่ มิจฉาชีพใช้ชื่อน่าเชื่อถืออย่างมูลนิธิเพื่อสร้างความมั่นใจ แล้วหลอกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว
- หากบัญชีถูกอายัดโดยไม่ผิด ให้รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
- เตรียมเอกสารยืนยัน เช่น สมุดบัญชี ข้อมูลธุรกรรม และหลักฐานว่าเงินมาจากแหล่งสุจริต
- ติดต่อธนาคารและ ปปง. เพื่อขอปลดล็อค
- ใช้สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อขอคำปรึกษา
- ตรวจสอบธุรกรรมบัญชีสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ
นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรระวังการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่อ้างชื่อคนดังหรือองค์กรการกุศล ตรวจสอบเสมอก่อนโอน
ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการอย่าง SR03 แม้จะสร้างความไม่สะดวกชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังลุกลาม ถ้าทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือ การบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สุดท้าย ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวถูกหลอกหรือบัญชีถูกอายัด อย่าลังเล ติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ จะได้ไม่เดือดร้อนนาน
ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ แจงปมอายัดบัญชี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้จำเป็นต้องทำ ยอมรับกระทบผู้สุจริต



