ทักษิณ ชินวัตร

ด่วน! ชาญชัยยื่นศาล ห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ศาลออกข้อกำหนดห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” เดินทางออกนอกประเทศ เรื่องนี้สร้างความสนใจและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม

เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 5 กันยายน 2566 ที่ศาลฎีกา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ได้ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งห้าม นาย“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าจะมีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษ 1 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ นายทักษิณฯ ได้เข้ารับการรักษาตัวนอกเรือนจำ ณ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

“ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

ประเด็นสำคัญที่นายชาญชัยยกขึ้นมาคือ ความห่วงใยเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสในการบังคับโทษ โดยนายชาญชัยกล่าวว่า แม้ว่านายทักษิณฯ จะได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว (ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเดินทางออกไปจริงหรือไม่) ตนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาบังคับโทษในคดีชั้น 14 และต้องการให้ศาลตรวจสอบว่าการจำคุกของนายทักษิณฯ เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

ถึงแม้ว่าศาลฯ จะยกคำร้องของนายชาญชัย โดยให้เหตุผลว่าตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แต่เขาก็ได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นต่อศาลฯ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยในวันที่ 9 กันยายน จะมีการฟังคำสั่งในคดีนี้

ความห่วงใยและข้อเสนอแนะถึง “ทักษิณ ชินวัตร”

นายชาญชัยได้แสดงความห่วงใยและให้ข้อเสนอแนะถึงนาย“ทักษิณ ชินวัตร” ให้เดินทางกลับมารับฟังคำสั่งของศาลฎีกาฯ ด้วยตนเอง หากศาลฯ มีคำสั่งยกคำร้องของตน เขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือเสียหน้าแต่อย่างใด เพราะศาลฯ ได้นำพยานหลักฐานของตนไปพิจารณาในคดีแล้ว

นายชาญชัยย้ำว่า การกระทำของตนเป็นไปในฐานะประชาชนคนไทย ที่ต้องการรักษากระบวนการยุติธรรมและตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปอย่างถูกต้อง

ส่วนตัวนายชาญชัยเอง ไม่ขอแสดงความคิดเห็นว่านายทักษิณฯ จะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ แต่อยากจะเรียกร้องให้กลับมารับผิดชอบต่อสิ่งที่เคยกระทำไว้กับประเทศไทย

สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และผลการพิจารณาของศาลฯ ในวันที่ 9 กันยายน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางของคดีและความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาทางการเมืองและกฎหมายในประเทศไทย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การที่ประชาชนออกมาเรียกร้องและติดตามความคืบหน้าของคดีต่างๆ อย่างใกล้ชิด ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความใส่ใจต่อความเป็นไปของบ้านเมือง

มาร่วมกันติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นและกระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปอย่างถูกต้อง!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นศาลฎีกาฯ ออกคำสั่งห้าม “ทักษิณ ชินวัตร” ออกนอกประเทศ

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“สรวงศ์” รับสภาพหาก สส.เพื่อไทย ถอนตัวไม่สู้ต่อ ขอให้บอกกันตรงๆ ยันยื่น “ชัยเกษม” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 32 เผย “อิ๊งค์” ให้กำลังใจผ่านกลุ่มไลน์ ชี้ “ทักษิณ” บินออกนอกประเทศเป็นเรื่องส่วนตัว

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมที่ห้องประชุมงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในการประชุมในวันนี้ก็เป็นการแจ้งกับเลขาธิการพรรคของแต่ละพรรคร่วม ในการพูดคุยเพิ่มเติม โดยพรรคเพื่อไทยเป็นหลักในการประชุมในวันนี้ 

ส่วนประเด็นเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ยืนยันว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละคน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยืนยันเหมือนเดิมว่าจะมีการยื่น นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งในส่วนของการขอคะแนนเสียงเพิ่มนั้น ตนมีการตามข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังคงยืนยันในเรื่องของเอกสิทธิ์ในการโหวต

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงขวัญกำลังใจของ สส.พรรคเพื่อไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อันดับแรก นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย การเดินทางของท่านก็เป็นเรื่องส่วนตัว 

เมื่อถามถึงความพร้อมสำหรับบทบาทการเป็นฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ เผยว่า เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีการให้กำลังใจอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ ตอบว่า ท่านพิมพ์ข้อความให้กำลังใจในกลุ่มไลน์ ซึ่งตนเองก็ต้องขอขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน และพร้อมที่จะสู้ต่อไป 

เมื่อถามถึงทิศทางของ สส.พรรคเพื่อไทย จะมีงูเห่าเพิ่มหรือไม่ นายสรวงศ์ ระบุว่า ให้ดูกันต่อไป วันนี้เสียงเขาพอ หางอาจจะยังไม่โผล่ เราอยู่กันด้วยความจริงใจอยู่แล้ว ตนเองก็พูดตรงๆ กับสมาชิกไปแล้วว่า ถ้าหาก ไม่มีอุดมการณ์ที่จะสู้ต่อไปด้วยกัน หรือคิดว่าพรรคเพื่อไทยไปต่อไม่ได้แล้ว ก็ขอให้แสดงตัวอย่างชัดเจน โตๆ กันแล้ว ทุกคนมีวุฒิภาวะกันหมด ตนเองพร้อมที่จะสู้กับสมาชิกที่ยังอยู่กับเรา ส่วน 8 งูเห่าของพรรคเพื่อไทย จะมีการขับออกหรือมีบทลงโทษของพรรคหรือไม่นั้น ต้องดูกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องในส่วนของคณะกรรมการจริยธรรมของพรรค 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามย้ำ มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะกลับมาที่ประเทศไทย จะกลับมาจริงหรือไม่ นายสรวงศ์ ยืนยันอีกครั้งว่า นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ท่านจะไปก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งตนเองก็เข้าใจดี เพราะเคยมีคดีความและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ บางทีชื่อถูกแบล็กลิสต์ในระบบมันยังไม่ถูกเคลียร์ออก พอใช้พาสปอร์ตแตะที่เครื่องอาจจะขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีการตรวจสอบ ส่วนจะกลับมาที่ประเทศไทยแน่นอนหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบ.

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงน่าติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ท่ามกลางกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร และเรื่องของ สส. งูเห่าในพรรค

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า การตัดสินใจเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นไปตามมติของพรรค และ สส.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในการโหวต อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าพรรคต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค หากใครที่คิดว่าไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับพรรคเพื่อไทยได้อีกต่อไป ก็ขอให้แจ้งความประสงค์อย่างชัดเจน

แม้จะมีข่าวลือและความไม่แน่นอนต่างๆ เกิดขึ้น แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งข้อความให้กำลังใจสมาชิกพรรคผ่านกลุ่มไลน์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป

การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคในการรักษาความเป็นเอกภาพ และเดินหน้าตามกระบวนการประชาธิปไตย แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมายก็ตาม

อนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส. และการสนับสนุนจากประชาชน การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า

ที่มา – เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

สรุปไทม์ไลน์ ทักษิณ เปลี่ยนแผนไปดูไบเพราะอะไร

สรุปไทม์ไลน์ “ทักษิณ” อ้างเจอ ตม. ถ่วงเวลา ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนจากหาหมอที่สิงคโปร์ ไปดูไบแทน ยืนยันกลับไทยไม่เกินวันที่ 8 ก.ย. เพื่อเดินทางไปฟังคำตัดสินคดีชั้น 14 ในวันที่ 9 ก.ย. นี้

เรียกว่าเป็นกระแสข่าวที่หลายคนเฝ้าติดตามมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 4 ก.ย. 68 หลังจากที่มีรายงานว่า ตม.สนามบินดอนเมือง ได้มีการกักตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังขึ้นเครื่องบินส่วนตัว เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งต่อมามีการชี้แจงจากทาง ตม. สนามบินดอนเมืองว่า 

เวลา 16.50 น. ด่าน ตม. ทอ.ดอนเมือง ได้รับแจ้งจากบริษัท เอ็มเจท ว่าจะมีผู้โดยสาร เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ด้วยเครื่องบินส่วนตัว เพื่อเดินทางไปประเทศสิงคโปร์

ปรากฏชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้โดยสาร ในเที่ยวบิน T7GTS ซึ่งเป็นเที่ยวบินส่วนตัว เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ พบว่าไม่มีคำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีหมายจับคดีอาญา ที่ต้องการตัวเพื่อนำไปดำเนินคดี

เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย จึงอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ตามอำนาจหน้าที่ โดยเครื่องบินได้ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 19.17 น. ซึ่งมีทีมรักษาความปลอดภัยเดินทางไปด้วยอีก 3 คน

จากการติดตาม เว็บไซต์ “Flightradar24” เกี่ยวกับเที่ยวบินของนายทักษิณ พบว่า เที่ยวบินดังกล่าวมุ่งหน้าลงไปทางใต้ของประเทศไทย และทิศทางไปที่สิงคโปร์ได้ แต่ในเว็บไซต์ ช่วงแรก ไม่มีการระบุว่าเครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ จะบินไปที่ไหน

ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้คุยกับนายทักษิณ จึงไม่ทราบว่าไปไหน พร้อมยืนยันว่า นายทักษิณมีสิทธิออกนอกประเทศ หลังยกฟ้องคดี ม.112 ขณะที่นายทักษิณ เองยืนยันล่าสุดว่า จะเดินทางมาฟังคำตัดสินคดีชั้น 14 ที่ศาลด้วยตัวเอง ในวันที่ 9 ก.ย. ที่จะถึงนี้ 

20.50 น. เครื่องบินเริ่มเบี่ยงออกไปทางมหาสมุทรอินเดีย แทนที่จะบินไปสิงคโปร์ตามที่ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ 

21.30 น. เครื่องบินของนายทักษิณ เลี้ยวออกนอกเส้นทาง ลักษณะจะบินออกไปทางน่านฟ้าสากล ใกล้ออกทะเลอันดามัน ไปทางมหาสมุทรอินเดีย

22.00 น. เครื่องบินบินวนเป็นวงกลมกลางมหาสมุทรอินเดีย ประมาณ 2 รอบ ก่อนจะมุ่งหน้าสู่มหาสมุทรอินเดีย คาดบินวน เพื่อรออนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้าอินเดีย

22.17 น. พินทองทา ชินวัตร ลูกสาวคนโต รีโพสต์สตอรี่ IG โต้ข่าวไปสิงคโปร์พร้อมนายทักษิณ บอกกล่อมลูกนอนอยู่ที่ไทย

22.20 น. เที่ยวบินของนายทักษิณ หายไปจากเรดาร์บนเว็บไซต์ Flightradar24 ซึ่งตอนนั้นบินอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ทำให้หลายคนสงสัยว่าคนบนเครื่องปิดสัญญาณเพื่อไม่ให้ติดตามหรือไม่ แต่เพจดังอ้างว่า อาจเป็นเพราะบริเวณนั้นไม่มีเสาสัญญาณ ทำให้ติดตามไม่ได้ ก่อนสัญญาณกลับมาอีกครั้ง เมื่อเครื่องบิน บินเข้าสู่น่านฟ้าอินเดีย

23.10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์สตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพสนามหญ้ามีบึงน้ำ และปักหมุดโลเคชันว่า Bangkok, Thailand พร้อมกับใส่เพลง A Thousand Years – Christina Perri ประกอบโพสต์ คาดว่าเป็นการบอกว่าเจ้าตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ 

00.12 น. พบว่าเว็บไซต์ Flightradar24 ระบุจุดหมายของเที่ยวบินนายทักษิณว่า ปลายทางอยู่ที่ประเทศดูไบ มีกำหนดถึงในเวลา 23.25 น. ตามเวลาท้องถิ่นของดูไบ

02.17 น. นายทักษิณ ชี้แจงผ่าน x (@ThaksinLive) ระบุว่า ผมตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ กับหมอที่เคยดูแลระหว่างอยู่ต่างประเทศ ตม.ที่ไทยถ่วงเวลาผมไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ผมได้ชนะคดี ที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว มีสิทธิเดินทางเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป 

ระหว่างเส้นทางบิน นักบินแจ้งว่า การที่โดน ตม.ถ่วงเวลาผมไว้นาน ทำให้เครื่องจะไปลงสนามบิน Seletar ซึ่งใช้สำหรับเครื่อง Private Jet ลงที่สิงคโปร์ไม่ทัน เพราะสนามบินเปิดให้บริการ ถึงแค่ 4 ทุ่ม เท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม.) 

เมื่อไม่สามารถไปลงที่สิงคโปร์ได้ ผมจึงตัดสินใจให้นักบินเปลี่ยนแผนไปลงดูไบ เพราะที่ดูไบผมมีหมอกระดูก และหมอปอดที่ผมใช้ประจำมานาน และยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนที่ดูไบ ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 2 ปีกว่าแล้ว ระหว่างรอขออนุญาตจากสนามบินดูไบ นักบินต้องบินวนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้รับอนุญาตจึงได้หันหัวบินต่อไปยังดูไบ ผมตั้งใจจะกลับไปไทยไม่เกินวันที่ 8 เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง วันที่ 9 กันยายนนี้

สรุปไทม์ไลน์ ทักษิณ อ้างเจอถ่วงเวลา ทำเปลี่ยนแผนจากปลายทางสิงคโปร์ไปดูไบ

ทำไมทักษิณถึงเปลี่ยนแผนไปดูไบ?

จากไทม์ไลน์ที่กล่าวมาข้างต้น สาเหตุหลักที่นายทักษิณ ชินวัตร เปลี่ยนแผนการเดินทางจากสิงคโปร์ไปยังดูไบ เนื่องจากการอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ ตม. ที่สนามบินดอนเมืองถ่วงเวลา ทำให้พลาดกำหนดการลงจอดที่สนามบิน Seletar ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสนามบินสำหรับเครื่องบินส่วนตัว ที่สำคัญคือ ประเด็นการตรวจสุขภาพที่ดูไบนั้นมีความสำคัญ เนื่องจากนายทักษิณมีแพทย์ประจำที่ดูแลอาการป่วยอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว การเปลี่ยนแผนจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้น

นอกจากนี้ การที่นายทักษิณยังคงยืนยันที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 8 กันยายน เพื่อไปฟังคำตัดสินในวันที่ 9 กันยายน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางเกิดขึ้นก็ตาม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการเดินทางของผู้มีชื่อเสียง และความสำคัญของการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

เรื่องราวการสรุปไทม์ไลน์ ทักษิณ อ้างเจอถ่วงเวลา ทำเปลี่ยนแผนจากปลายทางสิงคโปร์ไปดูไบนี้ ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไปถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การเดินทางกลับไทยของนายทักษิณจะเป็นอย่างไร การขึ้นศาลจะเป็นไปในทิศทางไหน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สังคมกำลังจับตามอง

สรุปไทม์ไลน์ ทักษิณ อ้างเจอถ่วงเวลา ทำเปลี่ยนแผนจากปลายทางสิงคโปร์ไปดูไบ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร

ที่มา – สรุปไทม์ไลน์ ทักษิณ อ้างเจอถ่วงเวลา ทำเปลี่ยนแผนจากปลายทางสิงคโปร์ไปดูไบ

จับตา! เส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” บินวน

โซเชียลจับตา เส้นทางบินเครื่องบินส่วนตัว “ทักษิณ ชินวัตร” มุ่งลงไปทางใต้ของประเทศไทย บินวนบริเวณมหาสมุทรอินเดีย เรื่องราวการเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน

วันที่ 4 ก.ย. 68 มีข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เตรียมที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยมีปลายทางคือประเทศสิงคโปร์ และมีรายชื่อผู้ที่จะเดินทางไปกลับ 3 คน ซึ่งแจ้งว่าจะเดินทางกลับพรุ่งนี้ (5 ก.ย. 68) ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

จากการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ FLIGHTRADAR24 พบว่า เครื่องบินดังกล่าวไม่ระบุปลายทาง โดยพบว่าเป็นเครื่องประเภท Bombardier Global 7500 ซึ่งตรงกับตามรายงานว่าเป็นเครื่องบินของ นายทักษิณ ซึ่งล่าสุด เวลา 21.20 น. พบว่าเครื่องบินได้มุ่งลงไปผ่านทางใต้ของประเทศไทย ไปเหนือทะเลอันดามัน โดยบางช่วงได้บินวนบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับ เส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามพบว่า ในโลกออนไลน์มีการติดตามเส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นจำนวนมาก และมีการพูดถึงในโลกออนไลน์ ทำให้แฮชแท็ก #ทักษิณ และ #ทักษิณชินวัตร พุ่งติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว

จับตา เส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งเครื่องบินส่วนตัว บินวนกลางมหาสมุทรอินเดีย

การเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนอย่างกว้างขวาง หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับการเดินทางและจุดประสงค์ที่แท้จริง

ทำไมเส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงเป็นที่สนใจ?

เหตุผลที่เส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองนั้น มีหลายปัจจัยด้วยกัน:

  • ความสนใจในตัวบุคคล: นายทักษิณ ชินวัตร เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย การเคลื่อนไหวของท่านจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
  • ความไม่ชัดเจนของจุดหมายปลายทาง: การที่เครื่องบินบินวนในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทาง
  • สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน: ในช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การเดินทางของบุคคลสำคัญมักถูกจับตามองเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ การที่ข้อมูลการบินถูกเผยแพร่และวิเคราะห์อย่างละเอียดบนโลกออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถติดตามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” ได้อย่างใกล้ชิด

การเดินทางครั้งนี้ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง และคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ เปิดเผยออกมาอีกหรือไม่

ที่มา – จับตา เส้นทาง “ทักษิณ ชินวัตร” นั่งเครื่องบินส่วนตัว บินวนกลางมหาสมุทรอินเดีย

ด่วน! ทักษิณ พินทองทา ไปสิงคโปร์ กำหนดกลับ 5 ก.ย. 68

“ทักษิณ” พร้อมลูกสาว “พินทองทา” เดินทางไปสิงคโปร์แล้ว ระบุไปธุระส่วนตัว แจ้งว่าจะเดินทางกลับช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย. 68) เหตุต้องฟังคำพิพากษาในคดีชั้น 14

วันนี้ (4 ก.ย. 68) เวลา 17.10 น. ที่อาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (M Jet) ท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีรายงานว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เตรียมที่จะเดินทางไปต่างประเทศ โดยมีปลายทางคือประเทศสิงคโปร์ และมีรายชื่อผู้ที่จะเดินทางไปกลับ 3 คน ซึ่งแจ้งว่าจะเดินทางกลับพรุ่งนี้ (5 ก.ย. 68)

สำหรับบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสาร MJets มีรถยนต์หรู และมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง จอดอยู่บริเวณหน้าอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรถของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ออกไปก่อน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.17 น. มีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวบินออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งทีมข่าวได้ตรวจสอบผ่านแอพ FLIGHTRADAR24 พบว่า ไม่มีข้อมูลระบุในแอปพลิเคชั่นว่าเครื่องดังกล่าวไม่มีระบุปลายทาง แต่มุ่งลงไปทางใต้ของประเทศไทย โดยพบว่าเป็นเครื่องประเภท Bombardier Global 7500 ซึ่งตรงกับตามรายงานว่าเป็นเครื่องของนายทักษิณ

จากนั้น เวลา 19.20 น. รถยนต์หรู Mercedes-Maybach ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่นายทักษิณใช้ในการไปศาลอาญา ในการส่งฟ้องคดี ม.112 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา และเป็นรถที่ใช้เข้าไปที่ทำการพรรคเพื่อไทย ขับออกจากสนามบิน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลยืนยันว่า นายทักษิณ ได้ออกเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำธุระส่วนตัว พร้อมครอบครัว จำนวน 5 คน โดยมี น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ลูกสาวรวมอยู่ในเครื่องด้วย ซึ่งได้ขออนุญาตในการเดินทางออกนอกประเทศ ในคดีชั้น 14 พร้อมยื่นเอกสารกับ ตม.แล้ว โดยยืนยันว่าจะกลับในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย เพราะต้องรอฟังคำพิพากษาในคดีชั้น 14 วันที่ 9 ก.ย.นี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ตม. จะประทับตรายืนยันให้เดินทางออกนอกประเทศได้.

ทักษิณ พินทองทา ไปสิงคโปร์ กำหนดกลับ 5 ก.ย. 68

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยลูกสาวคนเก่ง พินทองทา คุณากรวงศ์ ได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชน เนื่องจากมีกำหนดการกลับประเทศไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการพิจารณาคดีสำคัญ

ทำไมการเดินทางของ ทักษิณ พินทองทา ไปสิงคโปร์ จึงเป็นที่จับตา?

การเดินทางของนายทักษิณและคุณพินทองทาในครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจาก:

  • กำหนดการกลับ: มีกำหนดการกลับประเทศไทยในวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งใกล้เคียงกับการพิจารณาคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ
  • คดีความ: นายทักษิณต้องเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีชั้น 14 ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก
  • การขออนุญาตเดินทาง: การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย

ตามรายงานข่าว ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยมีการรายงานบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (M Jet) ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายทักษิณและครอบครัวใช้เดินทางออกนอกประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายทักษิณได้ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวในการเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ โดยข้อมูลจากแอปพลิเคชั่น FLIGHTRADAR24 ระบุว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องประเภท Bombardier Global 7500 ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวที่ระบุว่าเป็นเครื่องบินของนายทักษิณ

อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นธุระส่วนตัวของนายทักษิณและครอบครัว โดยมีคุณพินทองทาร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งได้ขออนุญาตในการเดินทางออกนอกประเทศในคดีชั้น 14 พร้อมยื่นเอกสารกับ ตม. เป็นที่เรียบร้อย

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การกลับมาของนายทักษิณในช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน 2568 และการเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีชั้น 14 ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วนของสังคม

แม้การเดินทางไปสิงคโปร์ของ ทักษิณ พินทองทา ไปสิงคโปร์ กำหนดกลับ 5 ก.ย. 68 จะถูกระบุว่าเป็นธุระส่วนตัว แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองและคดีความที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของนายทักษิณยังคงเป็นที่จับตา และอาจส่งผลต่อสถานการณ์ต่างๆ ในอนาคตอันใกล้

ความโปร่งใสและความชัดเจนในการดำเนินการตามกฎหมายจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและสังคมโดยรวมเกิดความสงบเรียบร้อย

ที่มา – “ทักษิณ” พร้อมลูกสาว “พินทองทา” ไปสิงคโปร์แล้ว แจ้งกำหนดกลับบ่าย 5 ก.ย. 68

ทนายยัน “ทักษิณ” จะมาฟังคดีชั้น 14 แน่นอน!

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” จะมาฟังคดีชั้น 14 ไม่ทราบโผล่ดอนเมือง “ทนายวิญญัติ” ยืนยัน “ทักษิณ” จะมาฟังคดีชั้น 14 ชี้มีสิทธิออกนอกประเทศ หลังยกฟ้องคดี ม.112

จากกรณี เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า มีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวมาจอดเติมน้ำมันที่อาคารเอ็ม แจ็ส ดอนเมือง มีการแจ้งกับ ตม. และศุลกากรว่า ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกับเครื่องบินลำนี้ มีรายชื่อทั้งหมด 3 คน ยังไม่รู้มีใครบ้าง เพื่อเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ในเวลา 18.00 น.

ซึ่งเมื่อใกล้ช่วงเวลาเครื่องบินจะออก นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่อาคารเอ็ม แจ็ส ดอนเมือง และแจ้งกับ ตม. และศุลกากร ขอเพิ่มรายชื่อว่าต้องการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ด้วย มีนัดคุยธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์และจะเดินทางกลับประเทศไทยวันพรุ่งนี้ (ยกเลิกกักตัว “ทักษิณ” เดินทางไปสิงคโปร์แล้ว มีกำหนดกลับพรุ่งนี้)

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.26 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณ กล่าวถึงกระแสข่าวลือว่า มีคนพบนายทักษิณที่สนามบินดอนเมือง และเตรียมจะเดินทางออกนอกประเทศนั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบ วันนี้ไม่ได้มีการคุยกัน ส่วนวันที่ 9 ก.ย. ที่ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษชั้น 14 ล่าสุดที่คุยกับนายทักษิณ ท่านจะเดินทางมาอยู่แล้ว ตนยังเป็นคนทำเรื่องขออนุญาตให้บุตรของนายทักษิณ เข้าฟังคำสั่งในวันดังกล่าวอยู่เลย

ขณะที่ แหล่งข่าวจากศาลยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณ คดี 112 แล้วโดยไม่ได้สั่งขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ คดีนายทักษิณก็จะพ้นข้อกำหนดของศาลที่ออกไว้ระหว่างพิจารณา เท่ากับว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ทนายความของนายทักษิณก็สามารถขออนุญาตนำเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศที่วางไว้กับศาลกลับได้

ในส่วนคดีบังคับโทษชั้น 14 ของศาลฎีกาฯ ศาลฎีกาเพียงแต่นัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 ก.ย. ไม่ได้มีการออกข้อกำหนดไว้ หากนายทักษิณไม่เดินทางมาศาลจึงจะพิจารณาในการออกหมายจับ เท่ากับว่าตอนนี้เป็นเพียงหมายเรียกนัดให้มาฟังคำสั่งจึงยังไม่มีสภาพที่จะเป็นข้อกำหนดในการห้ามเดินทางออกนอกประเทศได้.

ทนายยืนยัน “ทักษิณ” จะมาฟังคดีชั้น 14

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นที่จับตาของสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเดินทางและการดำเนินคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดมีรายงานจากทนายความส่วนตัวที่ยืนยันว่า ทักษิณจะมาฟังคดีชั้น 14 อย่างแน่นอน

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่ามีการพบนายทักษิณที่สนามบินดอนเมืองและเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้เกิดความสงสัยในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายและการเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรี

ข้อเท็จจริงที่ควรทราบเกี่ยวกับคดีและสถานะของทักษิณ

เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน เรามาสรุปข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  • การยกฟ้องคดี ม.112: ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณในคดี ม.112 โดยไม่ได้สั่งขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ ทำให้คดีของนายทักษิณพ้นจากข้อกำหนดของศาลที่ออกไว้ระหว่างพิจารณา
  • สิทธิในการเดินทางออกนอกประเทศ: จากการยกฟ้องดังกล่าว ทำให้นายทักษิณสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และทนายความสามารถขอเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางที่วางไว้กับศาลคืนได้
  • คดีบังคับโทษชั้น 14: ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 ก.ย. โดยไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากนายทักษิณไม่มาศาล ศาลจึงจะพิจารณาออกหมายจับ

ดังนั้น ณ ปัจจุบัน สถานะของนายทักษิณคือมีเพียงหมายเรียกให้มาฟังคำสั่ง ซึ่งยังไม่มีผลในการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และทนายความได้ยืนยันว่า ทักษิณจะมาฟังคดีชั้น 14 อย่างแน่นอน

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย การที่อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับประเทศและเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายเป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวลือและการคาดการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางของนายทักษิณ แต่การยืนยันจากทีมทนายความทำให้เกิดความชัดเจนว่า ทักษิณจะมาฟังคดีชั้น 14 ตามนัดหมายของศาลฎีกา การปรากฏตัวของเขาจะเป็นการแสดงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมและเป็นการยืนยันถึงความพร้อมที่จะเผชิญกับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ทนายยืนยัน “ทักษิณ” จะมาฟังคดีชั้น 14 ชี้มีสิทธิออกนอกประเทศหลังยกฟ้องคดี ม.112

ทักษิณบินสิงคโปร์ฟังคำสั่งคดีชั้น 14

“ทักษิณ ชินวัตร” บินสิงคโปร์ พบแพทย์ตรวจร่างกาย 2 วันกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14 คนใกล้ชิดยันไม่หลบหนีตามกระแสข่าว นี่คือข่าวล่าสุดที่ได้รับความสนใจจากประชาชน

วันที่ 4 กันยายน 2568 มีรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) จาก MJet ท่าอากาศยานดอนเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และการท่าอากาศยาน ได้ตรวจสอบเอกสารของนายทักษิณอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีความ โดยเฉพาะคดีมาตรา 112 ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว พาสปอร์ตที่เคยถูกอายัดก็ได้รับการปลดล็อกแล้ว ทำให้สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ สำหรับคดีการบังคับโทษกรณีชั้น 14 ที่เป็นการไต่สวนข้อเท็จจริงของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่านายทักษิณ ได้รับโทษตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงไม่มีการวางข้อกำหนดเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณแต่อย่างใด

การเดินทางไปสิงคโปร์ของนายทักษิณในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และหลายฝ่ายต่างจับตามองถึงผลที่จะตามมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดนายทักษิณ ยืนยันว่า นายทักษิณ จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ โดยมีนัดไปตรวจสุขภาพร่างกาย ซึ่งการพบแพทย์และตรวจร่างกายในครั้งนี้จะใช้เวลา 2 วัน จากนั้นจะเดินทางกลับประเทศไทยทันที เพื่อฟังคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดี 14 ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ไม่มีหลบหนีตามกระแสข่าวที่ออกมา การยืนยันนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการหลบหนีที่แพร่หลายในช่วงก่อนหน้านี้การที่ “ทักษิณ ชินวัตร” บินสิงคโปร์ พบแพทย์ตรวจร่างกาย 2 วันกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14 แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะเผชิญกับผลที่จะตามมา

“ทักษิณ ชินวัตร” บินสิงคโปร์ พบแพทย์ตรวจร่างกาย 2 วันกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14

การเดินทางไปต่างประเทศของนักการเมืองที่กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณชนมักจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ

ทำไมนายทักษิณต้องเดินทางไปสิงคโปร์?

เหตุผลหลักของการเดินทางครั้งนี้คือการไปตรวจสุขภาพร่างกายตามนัดหมายแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ด้วยสถานะของนายทักษิณ ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความสำคัญและถูกจับตามองเป็นพิเศษ นอกจากนี้ การที่คนใกล้ชิดออกมายืนยันว่าจะกลับมาฟังคำสั่งศาลในคดีชั้น 14 ยิ่งเป็นการยืนยันความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย

  • การตรวจสุขภาพร่างกาย
  • การยืนยันว่าจะกลับมาฟังคำสั่งศาล
  • การลดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการหลบหนี

ประเด็นสำคัญคือ ทักษิณบินสิงคโปร์ฟังคำสั่งคดีชั้น 14 และการกลับมาประเทศไทยเพื่อรับฟังคำสั่งศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 กันยายนนี้ จะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ของการพิจารณาคดีจะเป็นไปในทิศทางใด และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยหรือไม่ เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

การเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อตรวจร่างกายของนายทักษิณ และการยืนยันว่าจะกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14 แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับอดีตผู้นำประเทศ

ดังนั้น การที่ “ทักษิณ ชินวัตร” บินสิงคโปร์ พบแพทย์ตรวจร่างกาย 2 วันกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14 จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเมืองไทย

ที่มา – “ทักษิณ” บินสิงคโปร์ พบแพทย์ตรวจร่างกาย 2 วันกลับมาฟังคำสั่งคดีชั้น 14

“ทักษิณ” โผล่ดอนเมือง ตม. คุมตัว ยึดพาสปอร์ต

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวที่สนามบินดอนเมือง ทำเอาเจ้าหน้าที่การท่าและ ตม. ต้องเข้าควบคุมตัวและยึดพาสปอร์ตกันเลยทีเดียว เรื่องราวเป็นอย่างไร เราจะมาเจาะลึกกันในบทความนี้

“ทักษิณ” โผล่สนามบินดอนเมือง ตม.ควบคุมตัว ยึดพาสปอร์ต

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาที่สนามบินดอนเมือง โดยเจ้าหน้าที่การท่าฯ ตรวจพบว่ามีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่ภายในมีนายทักษิณ โดยแจ้งกำหนดการเดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง ทำให้ต้องประสานไปยัง ผกก.ตม.สนามบินดอนเมืองเพื่อร่วมตรวจสอบ

เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่านายทักษิณ ชินวัตร พร้อมทีมงานจริง โดยนายทักษิณ อ้างว่าจะเดินทางไปยัง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสารและพบว่า….

ทำไมถึงต้องควบคุมตัว “ทักษิณ” และยึดพาสปอร์ต?

สาเหตุที่เจ้าหน้าที่การท่าฯ และ ตม.สนามบินดอนเมือง ต้องทำการตรวจยึดหนังสือเดินทางของนายทักษิณ นั้น เป็นเพราะก่อนหน้านี้มีคำสั่งห้ามมิให้นายทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และจากรายงานล่าสุด นายทักษิณถูกควบคุมตัวอยู่ภายในสนามบินดอนเมือง

สถานการณ์นี้สร้างความสนใจและเกิดคำถามมากมายในสังคม หลายคนสงสัยว่า….

  • คำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศมีผลบังคับใช้อย่างไร?
  • การอ้างว่าจะเดินทางไปหัวหินนั้นเป็นความจริงหรือไม่?
  • หลังจากนี้ นายทักษิณ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป?

สำหรับคำถามเหล่านี้ คงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และทุกการกระทำย่อมมีผลตามมาเสมอ

การปรากฏตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่สนามบินดอนเมือง และการถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมือง และความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญ ที่ทำให้เราต้องพิจารณาถึงความยุติธรรม ความเสมอภาค และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและสงบสุข

สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีประเด็นใหม่ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การเคารพในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คือสิ่งที่เราทุกคนต้องยึดมั่นไว้

การที่อดีตนายกรัฐมนตรีถูกควบคุมตัวและยึดพาสปอร์ต แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง นี่คือสิ่งที่สังคมไทยควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้

ที่มา – “ทักษิณ” โผล่สนามบินดอนเมือง ตม.ควบคุมตัว ยึดพาสปอร์ต อ้างจะไปประจวบฯ

“ธรรมนัส” ปัดดีลแลก มท.1 ไม่เคลียร์ใจ “ทักษิณ”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข่าวลือเรื่องดีลแลกตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และงดตอบคำถามเรื่องการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ว่าตลอดชีวิตการเมืองที่ผ่านมา ตนเองเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมมีมติชัดเจนในการหาทางออกให้กับประเทศชาติ เช่นเดียวกับพรรคประชาชนที่ได้ตัดสินใจในวันนี้ และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในการตัดสินใจครั้งนี้

“เราอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า เราหักหลังใคร หรือใครดีกับเรา ใครไม่ดีกับเรา นี่คือการเมือง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนเองเคารพการตัดสินใจและมติของพรรคกล้าธรรมในการหาทางออกให้กับประเทศชาติ เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยในอนาคต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองรู้จัก สส. ในสภาเกินครึ่ง และมีการพูดคุยกันอยู่เสมอในประเด็นการหาทางออกให้กับประเทศชาติ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการดีลตำแหน่งรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ และนายกรัฐมนตรียังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสข่าวการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ให้กับตนเอง ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธว่า “ไม่มี ไม่มีเสนอ” ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

“ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ”

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนในปัจจุบัน การตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองย่อมมีเหตุผลและความจำเป็นที่แตกต่างกันไป การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่อง “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาจุดยืนทางการเมืองของตนเองและพรรคกล้าธรรม

อะไรคือเบื้องหลังการปฎิเสธดีล มท.1 ของธรรมนัส?

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธข่าวเรื่องดีลแลก “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” อาจมีหลายเหตุผลประกอบกัน ประการแรก อาจเป็นเพราะ ร.อ.ธรรมนัส ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังมีความไม่แน่นอน การรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ประการที่สอง ร.อ.ธรรมนัส อาจต้องการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระในการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรม โดยไม่ต้องการให้ถูกมองว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคใดพรรคหนึ่ง การปฏิเสธข่าวลือจึงเป็นการยืนยันถึงจุดยืนทางการเมืองของตนเอง

ประการที่สาม ร.อ.ธรรมนัส อาจมีเป้าหมายทางการเมืองอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ การออกมาปฏิเสธข่าวลืออาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธข่าวเรื่อง “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1 ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการตัดสินใจของ ร.อ.ธรรมนัส อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต

สำหรับการงดตอบคำถามเรื่องการเคลียร์ใจกับนายทักษิณ ชินวัตร อาจเป็นเพราะ ร.อ.ธรรมนัส ต้องการหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว หรืออาจเป็นเพราะยังมีประเด็นที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว การออกมาปฏิเสธข่าวลือและการงดตอบคำถามของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการแสดงออกถึงความระมัดระวังและรอบคอบในการตัดสินใจทางการเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเปลี่ยนแปลง การรักษาจุดยืนและรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ธรรมนัส” ปัดมีดีลแลก มท.1ไม่ตอบเคลียร์ใจ “ทักษิณ” ของดวิจารณ์หักหลังใคร

Scroll to top