ทักษิณ ชินวัตร

แกนนำเสื้อแดงนครพนมต้อนรับทักษิณ พักโทษ หิ้วลิ้นจี่

ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศที่จังหวัดนครพนมคึกคักไปด้วยความเคลื่อนไหวของแกนนำเสื้อแดง นครพนม เตรียมเหมารถตู้ไปต้อนรับ “ทักษิณ” ได้พักโทษ พร้อมหิ้วลิ้นจี่ไปฝาก หลังจากกรมราชทัณฑ์ประกาศปล่อยตัวพักโทษให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ชาวเสื้อแดงนครพนมไม่ยอมพลาดโอกาสสำคัญนี้ รีบรวมตัวกันเพื่อไปให้กำลังใจที่หน้าเรือนจำ

แกนนำเสื้อแดง นครพนม เตรียมเหมารถตู้ไปต้อนรับ “ทักษิณ” ได้พักโทษ พร้อมหิ้วลิ้นจี่ไปฝาก

“เปรี้ยว ตลาดแตก” ซึ่งเป็นแกนนำเสื้อแดงชื่อดังของนครพนม ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า พวกเขาได้รวมพลแกนนำและสมาชิกเสื้อแดงทั้งหมด เตรียมเหมารถตู้เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ทันทีที่ทักษิณได้รับการปล่อยตัวพักโทษ ที่ขาดไม่ได้คือของฝากสุดพิเศษ ลิ้นจี่สายพันธุ์นพ.1 หรือนครพนม 1 ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจตัวหลักของจังหวัด สร้างรายได้ปีละเกือบ 100 ล้านบาท หวังให้ทักษิณได้ลิ้มรสความอร่อยจากแผ่นดินอีสาน

นอกจากนี้ แกนนำยังเล่าว่าพวกเขาจะขอกอดให้กำลังใจทักษิณ ซึ่งครั้งล่าสุดที่ได้กอดกันเมื่อ 20 ปีก่อน ในช่วงหาเสียงนายกอบจ.นครพนมเมื่อเดือนมกราคม 2568 ทักษิณคือบุคคลที่ชาวนครพนมมองว่าเป็นนายกในดวงใจ เพราะนำพาการพัฒนาจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง

ผลงานสำคัญของทักษิณที่เปลี่ยนโฉมนครพนม

ย้อนกลับไปในปี 2547 ทักษิณได้จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่นครพนม และอนุมัติงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท สร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เชื่อมระหว่างนครพนมกับคำม่วนของลาว สะพานนี้กลายเป็นประตูบานสำคัญที่พลิกโฉมให้นครพนมกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดน เส้นทางเชื่อมสู่จีนและเวียดนามที่สั้นที่สุด นอกจากนี้ยังส่งเสริมความสัมพันธ์กับเวียดนาม นำไปสู่การก่อสร้างหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวและค้าขายข้ามชาติที่เฟื่องฟูมาจนถึงปัจจุบัน

  • อนุมัติงบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่ 3 มูลค่า 1,700 ล้านบาท
  • พัฒนาเศรษฐกิจชายแดน สร้างเส้นทางสู่จีน-เวียดนาม
  • สร้างหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม ส่งเสริมท่องเที่ยว
  • ประชุมครม.สัญจร นำงบพัฒนาจังหวัด

ลิ้นจี่นพ.1 ของฝากที่แสดงถึงความภูมิใจของนครพนม

ลิ้นจี่นพ.1 ไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งทางการเกษตรของนครพนม ผลกลมโต เนื้อแน่น หอมหวาน รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ริมโขง ทุกปีช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มหาศาล แกนนำเสื้อแดงเลือกของฝากนี้เพราะอยากให้ทักษิณได้ชิมผลผลิตจากบ้านเกิดของผู้สนับสนุน เพื่อแสดงความขอบคุณที่ไม่เคยลืมอีสาน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแกนนำเสื้อแดง นครพนม เตรียมเหมารถตู้ไปต้อนรับ “ทักษิณ” ได้พักโทษ พร้อมหิ้วลิ้นจี่ไปฝาก สะท้อนถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างทักษิณกับพี่น้องชาวอีสาน โดยเฉพาะนครพนมที่มั่นใจว่าอดีตนายกฯ จะกลับมาเยือนอีกครั้งเพื่อพบปะประชาชน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความนิยมและความเชื่อมั่นในตัวทักษิณก็ยังคงอยู่

เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการเมืองไทย โดยเฉพาะในฐานะเสื้อแดง ยังคงมีฐานมวลชนที่เหนียวแน่น สร้างสีสันให้วงการการเมืองอีกครั้ง

คุณคิดอย่างไรกับการต้อนรับสุดอบอุ่นครั้งนี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ เพื่อติดตามข่าวสารการเมืองและผลไม้เด่นของไทยต่อไป

ที่มา – แกนนำเสื้อแดง นครพนม เตรียมเหมารถตู้ไปต้อนรับ “ทักษิณ” ได้พักโทษ พร้อมหิ้วลิ้นจี่ไปฝาก

ชี้ “ทักษิณ” พักโทษ พักผ่อนลูกหลาน ไม่เอาคืน

ประเด็นการ ทักษิณ พักโทษ กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังจากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความมั่นใจว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาหลังพักโทษเพื่อพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ ไม่ได้มีเจตนาเอาคืนใคร พร้อมวอนให้กลุ่มที่จองเวรกันมานานปล่อยวางและมองไปข้างหน้า

ทักษิณ พักโทษ ใช้เวลาพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ

ตามที่นายพร้อมพงศ์กล่าวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายทักษิณกำลังจะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ตามขั้นตอนของคณะกรรมการพักโทษอย่างถูกต้อง รมว.ยุติธรรมยืนยันแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แม้จะมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวบางส่วนคัดค้าน แต่ก่อนหน้านี้ พวกเขากลับเรียกร้องให้ทักษิณกลับไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งท่านก็ทำตามทุกประการ ถูกคุมขัง 2 รอบแล้ว แต่ยังไม่พอใจ

สังคมไทยวนเวียนกับความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี เพราะขาดการให้อภัย นายทักษิณอายุ 76 ปี ยอมทำตามกฎทุกอย่าง แม้ต้องใส่กำไล EM ก็ยอม พวกที่คัดค้านต้องการให้พอใจอย่างไร? เราควรลดความแค้น อภัย และมุ่งสู่อนาคต มากกว่าจมปลักในอดีต

ทักษิณ พักโทษ ไม่คิดเอาคืนใคร วอนจองเวรปล่อยวาง

นายพร้อมพงศ์ย้ำว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ชาวบ้านหลายคนหวนนึกถึงนโยบายของทักษิณที่เคยทำให้ไทยก้าวหน้า เช่น การนำพาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ ผู้นำโลกยอมรับ นโยบายที่จับต้องได้จริง

  • 30 บาทรักษาทุกโรค: ลดภาระค่ารักษาพยาบาลให้ประชาชนทุกชนชั้น
  • กองทุนหมู่บ้าน: กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน
  • OTOP: ส่งเสริมสินค้าไทย สร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น
  • ปราบยาเสพติด: เอาจริงเอาจัง ลดปัญหาสังคม
  • แก้ปัญหาพลังงานและปากท้อง: เป็นระบบ ยั่งยืน

ช่วงที่ทักษิณอยู่ต่างประเทศ นักธุรกิจและนักการเมืองแวะไปปรึกษาไม่ขาดสาย ประสบการณ์บริหารบริษัทโลกและเจรจากับผู้นำชาติต่างๆ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อไทยในอนาคต พวกที่กลัวทักษิณจะเอาคืน คิดใหม่เถอะ อายุ 76 ปี มีหลาน 7 คน ท่านอยากพักผ่อนกับครอบครัวมากกว่า ท่านเคยให้อภัยผู้ที่พยายามทำร้ายถึงชีวิตแล้ว จะมานั่งแค้นใครได้อย่างไร สังคมไทยคือสังคมให้โอกาส ควรปล่อยวางสิ่งที่ปล่อยได้

นายพร้อมพงศ์เองเคยได้รับโอกาสจากทักษิณ และจะร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงต้อนรับการกลับมา บทบาทในอนาคตท่านจะเป็นอย่างไร คงรอฟังจากตัวท่าน แต่จากอดีต นโยบายทักษิณทำให้ประชาธิปไตยกินได้จริง ชาวบ้านสัมผัสประโยชน์โดยตรง

การ ทักษิณ พักโทษ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนสังคมไทยที่ควรเรียนรู้การให้อภัย เพื่อก้าวไปข้างหน้า ลองคิดดู หากทุกคนจองเวรกันไม่จบ ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร

คำแนะนำ: สังคมไทยควรให้โอกาสผู้นำที่มีประสบการณ์ เพื่อแก้ปัญหาปัจจุบัน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง ทักษิณ พักโทษ นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้สังคมปล่อยวางกันเถอะ!

ที่มา – ชี้ “ทักษิณ” พักโทษ ใช้เวลาพักผ่อนกับลูกๆ หลานๆ ไม่คิดเอาคืนใคร วอนพวกจองเวรปล่อยวาง

เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนจับตามอง ตั้งแต่กลับไทย เข้าเรือนจำ จนได้กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า วันนี้เราจะย้อนดูทุกขั้นตอนแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจชัดเจนว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ทักษิณ ชินวัตร ก้มกราบแผ่นดิน

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

เรื่องราวเริ่มต้นยาวนาน 28 ก.พ. 2551 ทักษิณกลับไทยครั้งแรกหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภาพประวัติศาสตร์เลย แต่สุดท้ายต้องลี้ภัยอีก 17 ปี

22 ส.ค. 2566 กลับไทยครั้งที่ 2 ด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากดูไบ ลงดอนเมือง ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ลูกๆ รอต้อนรับ ศาลฎีกาฯ พิพากษาคดี 3 คดี โทษรวม 8 ปี ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ป่วยแน่นหน้าอก ส่ง รพ.ตำรวจ

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

ขั้นตอนสำคัญในไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร

  • 31 ส.ค. 2566: ราชกิจจาฯ โปรดเกล้าฯ ลดโทษเหลือ 1 ปี หลังยื่นฎีกา
  • 17 ก.พ. 2567: พักโทษชั่วคราว ออกจาก รพ.ตำรวจ ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า สวมเฝือกคอ สถานะนักโทษ 1 ใน 945 ราย อายุ 70+ ป่วยหนัก

ต่อมา 13 มิ.ย. – 30 ก.ค. 2568 ศาลไต่สวน 7 นัด 31 ปาก ทักษิณส่งทนายไปแทน

4 ก.ย. 2568 ออกนอกประเทศไปสิงคโปร์แต่เปลี่ยนไปดูไบ รักษาโรค สัญญากลับ 8 ก.ย.

8 ก.ย. 2568 กลับไทยทันฟังคำสั่ง

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย

9 ก.ย. 2568 ศาลสั่งนับโทษใหม่ ไม่หักเวลาที่ รพ.ตำรวจ ต้องจำ 1 ปีจริง

27 พ.ย. 2568 ภาพแรกในชุดนักโทษสีฟ้า ผมสั้น อิ๊งค์โพสต์ ลูกๆ เยี่ยม 61 ครั้ง

ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำ

25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ยันเข้าเกณฑ์พักโทษพ.ค. ครบ 2/3 หรือ 8 เดือน

31 มี.ค. 2569 คก.เรือนจำมติเห็นชอบ

29 เม.ย. 2569 อยุติธรรมอนุมัติ ติด EM ห้ามออกนอกประเทศ

11 พ.ค. 2569 ปล่อยตัวหลังจำ 243 วัน คุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษ 9 ก.ย. 2569

ทักษิณ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ไทม์ไลน์ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร แสดงให้เห็นกระบวนการยุติธรรมที่เข้มงวดแต่เป็นธรรม ครอบครัวคือกำลังใจใหญ่ ถ้าคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ติดตามอัปเดตจากเรา และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” จากเรือนจำสู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า”

“วรงค์” ชม “ทักษิณ” รับโทษตามกฎหมาย เชื่อกระทบการเมือง

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด มีประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง นั่นคือ “วรงค์” ชม “ทักษิณ” รับโทษตามกฎหมาย เชื่อหลังออกเรือนจำมีผลต่อการเมือง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและเตรียมออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้

“วรงค์” ชม “ทักษิณ” รับโทษตามกฎหมาย เชื่อหลังออกเรือนจำมีผลต่อการเมือง

นพ.วรงค์ เปิดเผยว่ากรณีของนายทักษิณนั้น เกิดจากการทำผิดกฎหมายและใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชน โดยอ้างเจ็บป่วยไม่ยอมติดคุก จนภาคประชาชนต้องต่อสู้จนศาลมีคำพิพากษาให้กลับไปจำคุกรับโทษ สิ่งที่น่าชื่นชมคือ นายทักษิณได้จำคุกครบ 8 เดือนตามกฎกระทรวงแล้ว และได้รับการพักโทษซึ่งเป็นสิทธิ์ที่สมควรได้รับ โดยยึดหลักความถูกต้องและกฎหมาย “การที่เขาเข้ารับผิดและติดคุกแล้ว เราต้องชื่นชม แต่หลังจากนี้เป็นเรื่องของทักษิณที่จะวางแผนอนาคตตัวเอง” วรงค์กล่าว

วรงค์ชื่นชมทักษิณในประเด็นใดบ้าง

คำชื่นชมจากนพ.วรงค์ มุ่งไปที่การที่นายทักษิณเคารพกระบวนการยุติธรรม โดยหลังจากศาลสั่งจำคุก เขาก็ปฏิบัติตาม จนครบกำหนดพักโทษ นี่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการยอมรับผิดตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการเห็นจากนักการเมืองทุกคน

ผลกระทบต่อการเมืองหลังทักษิณออกจากเรือนจำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบต่อการเมือง นพ.วรงค์มองว่า การระดมมวลชนแจกลอตเตอรี่และเชิญชวนมาต้อนรับ แสดงว่าทักษิณยังไม่ทิ้งการเมือง ซึ่งไม่ผิดเพราะเป็นสิทธิ์ แต่ควรตระหนักถึงอดีตที่ผิดพลาด “หากเคารพกติกาและกฎหมาย ก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาในอดีตเกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย จนสังคมแตกแยก มันจะมีผลต่อการเมืองแน่นอน มากน้อยดูที่ยั้งมือแค่ไหน” วรงค์ระบุ

นอกจากนี้ วรงค์ยืนยันว่า หลังศาลตัดสิน ตนถือว่าหมดหน้าที่แล้ว และแทบไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับทักษิณ เพราะเคารพกระบวนการ แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมายอีก ไม่ว่าจะทักษิณ รัฐบาล หรือใคร ตนพร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องหลักนิติรัฐนิติธรรม

ประเด็นสำคัญจากคำสัมภาษณ์ของนพ.วรงค์

  • ทักษิณจำคุกครบ 8 เดือนตามกฎกระทรวง
  • การพักโทษเป็นสิทธิ์ที่สมควรได้
  • ชื่นชมที่รับผิดและเคารพศาล
  • การออกคุกสะท้อนทักษิณยังเล่นการเมือง
  • จะมีผลต่อการเมือง แต่ต้องเคารพกฎหมาย
  • พร้อมสู้หากทำผิดซ้ำ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนของนายทักษิณ แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมในสังคมไทย ที่นักการเมืองต้องยึดถือ หากทุกคนทำตามกฎ จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีได้ หลังจากที่ทักษิณพ้นโทษแล้ว การเมืองไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร? เราเห็นการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มผู้สนับสนุนที่เริ่มคึกคัก บ่งชี้ว่าประเด็น “วรงค์ ชม ทักษิณ รับโทษตามกฎหมาย เชื่อหลังออกเรือนจำมีผลต่อการเมือง” จะเป็นประเด็นร้อนต่อไป

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การกลับมาของทักษิณอาจช่วยเสริมสร้างพลังให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล หรือกดดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องอยู่ในกรอบกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอยอดีต นพ.วรงค์ยังย้ำถึงบทเรียนจากอดีตที่การไม่เคารพกฎหมายนำไปสู่ความแตกแยก ซึ่งเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกฝ่าย

สุดท้ายแล้ว “วรงค์” ชม “ทักษิณ” รับโทษตามกฎหมาย เชื่อหลังออกเรือนจำมีผลต่อการเมือง ถือเป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่นิติธรรมต้องมาก่อน คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “วรงค์” ชม “ทักษิณ” รับโทษตามกฎหมาย เชื่อหลังออกเรือนจำมีผลต่อการเมือง

คปท.บุกยธ.ยื่นระงับพักโทษทักษิณ หวั่นแทรกการเมือง

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม ได้บุกไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อยื่นหนังสือขอให้ยับยั้งการพิจารณาพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คปท. ออกมาเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้เมื่อ 22 มกราคม พวกเขายื่นหนังสือทักท้วงไปแล้ว แต่หลังจากกรมราชทัณฑ์ชี้แจงเมื่อ 6 พฤษภาคม ว่าการพักโทษนายทักษิณเป็นไปตามกฎหมาย โดยอ้างมาตรา 92 และ 93 ที่ไม่ถือเป็นความผิดซ้ำ คปท. ก็มองว่ากรมราชทัณฑ์ตีความผิดพลาด เหมือนนำคดีแพ่งมาอธิบายคดีอาญา

นายพิชิต ไชยมงคล ระบุว่าตั้งแต่นายทักษิณถูกหมายขังเมื่อ 22 สิงหาคม 2567 พฤติกรรมระหว่างถูกคุมขังต้องถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ชี้ว่า:

  • การส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 55
  • การบังคับโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนายทักษิณทราบดีว่าไม่ใช่โรควิกฤตฉุกเฉิน
  • นายทักษิณตัดสินใจปฏิเสธผ่าตัดหัวใจและกระดูกคอ แต่เลือกผ่าตัดนิ้วล็อคและเอ็นไหล่ที่ไม่เร่งด่วน ส่งผลให้พักที่โรงพยาบาลตำรวจยาวนาน
คปท. บุกกระทรวงยุติธรรม
ภาพจากเหตุการณ์คปท.บุกยธ.

เหตุผลที่คปท.ไม่เชื่อว่านายทักษิณจะออกมาแค่เลี้ยงหลาน

คปท. ชี้ว่าพฤติการณ์เหล่านี้เข้าข่ายกระทำผิดวินัยระหว่างถูกขัง ทำให้ไม่สมควรได้รับพักโทษตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) ที่ห้ามนักโทษที่มีประวัติผิดวินัยหรือผิดอาญาระหว่างกุมขัง นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามว่ามีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ และคณะกรรมการพักโทษ 3 ระดับ (เรือนจำ กรม กระทรวง) อาจละเว้นหน้าที่ตามมาตรา 157

นายพิชิต ยังแสดงความกังวลหากนายทักษิณได้รับพักโทษจริง โดยเชื่อว่าจะไม่ใช่แค่เลี้ยงหลานตามที่เคยพูด แต่จะแทรกแซงการเมือง ทำให้ไทยมี "นายกฯ สองคน" – คนหนึ่งที่บุรีรัมย์ อีกคนที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ส่งผลให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีตำแหน่งแต่ไร้อำนาจ สุดท้ายพรรคจะโตแบบเก่าหรือใหม่ต้องรอติดตาม

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยื่นถึงนายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม คปท. ขู่หากไม่ยับยั้ง จะยื่นมาตรา 157 กับคณะกรรมการและรัฐมนตรีว่าฯ เพราะรัฐมนตรียังสั่งประชุมใหม่ได้ แม้ใกล้กำหนดปล่อยตัว

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะคดีนักการเมืองระดับสูงที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติ หากคุณสนใจเรื่องกฎหมายพักโทษหรือการเมืองไทย ลองศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เพื่อเข้าใจบริบทให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผม กรณี คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายต้องใช้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ใดก็ตาม คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – คปท. บุก ยธ.ยื่นระงับพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” หวั่นแทรกแซงการเมือง ไม่เชื่อออกมาเลี้ยงหลาน

“โอ๊ค เอม อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณครั้งสุดท้ายก่อนพักโทษ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 หรือ 7 พ.ค. 69 เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการการเมืองไทย เมื่อ“โอ๊ค เอม อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษ 11 พ.ค. 69ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ครอบครัวชินวัตรทั้ง 6 คน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นครั้งที่ 61 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะได้รับการพักโทษ

“โอ๊ค เอม อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษ 11 พ.ค. 69

บรรยากาศการเยี่ยมครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. สมาชิกครอบครัวชินวัตรนำโดยนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอ๊ค” พร้อมภรรยา น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ “ติ๊ก” น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ “เอม” พร้อมสามี นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมสามี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” ได้เดินทางมาถึงเรือนจำฯ เพื่อใช้เวลากับนายทักษิณ

โอ๊ค เอม อิ๊งค์ เยี่ยมทักษิณ

ปัจจุบัน นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมมาเป็นเวลา 7 เดือนกับอีก 28 วันแล้ว และเหลือเพียงอีก 4 วันเท่านั้นก็จะนับถอยหลังสู่การพักโทษคุมประพฤติ โดยจะได้รับการปล่อยตัวในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 69 เวลา 07.45 น. จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนคุมประพฤติอีก 4 เดือน และพ้นโทษสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย. 69

รายชื่อสมาชิกครอบครัวที่เข้าร่วมเยี่ยมทักษิณ

  • นายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) และภรรยา ติ๊ก
  • น.ส.พินทองทา ชินวัตร (เอม) และสามี ณัฐพงศ์
  • น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (อิ๊งค์) และสามี ปอ

การเยี่ยมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพบปะญาติธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบอกถึงความแข็งแกร่งของครอบครัวชินวัตรที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างกัน แม้ในยามที่ทักษิณต้องเผชิญกับคดีความต่างๆ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การกลับมาประเทศไทยเมื่อปี 2566 เพื่อรับโทษคดีหมิ่นเบญจาและอื่นๆ จนนำไปสู่การจำคุก แต่ด้วยพฤติกรรมที่ดีเยี่ยม จึงได้รับการพิจารณาพักโทษ

ความสำคัญของการเยี่ยม “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” ครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเยี่ยม“โอ๊ค เอม อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษ 11 พ.ค. 69ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ทุกคนจับตามอง เพราะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนทักษิณจะก้าวออกจากเรือนจำสู่สังคมอีกครั้ง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของครอบครัวในการสนับสนุน ซึ่งโอ๊ค เอม และอิ๊งค์ ล้วนเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะอิ๊งค์ที่เคยลงสมัคร ส.ส. และมีบทบาทในพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของทักษิณที่ได้รับการดูแลอย่างดีในเรือนจำ และการเตรียมตัวสำหรับชีวิตหลังพักโทษ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่บ้านพักในกรุงเทพฯ หรือการกลับมาสู่เวทีการเมืองในรูปแบบใหม่ ทุกฝ่ายต่างคาดหวังว่าการพักโทษครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับอดีตนายกฯ คนนี้

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง การกลับมาของทักษิณอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองไทย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต ครอบครัวชินวัตรยังคงเป็นอิทธิพลสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม

สุดท้ายแล้ว การเยี่ยมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรักในครอบครัวที่เหนือสิ่งใด หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการข่าวการเมืองไทยแบบเรียลไทม์ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” เยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ครั้งสุดท้าย ก่อนพักโทษ 11 พ.ค. 69

ราชทัณฑ์ แจงยิบ พักโทษ ทักษิณ ชินวัตร ถูกกฎหมาย

กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างละเอียดเกี่ยวกับกรณี ราชทัณฑ์ แจงยิบ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยยืนยันว่าการพิจารณานี้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน หลังจากมีข่าวลือและคำถามจากสังคมเกี่ยวกับกระบวนการนี้

ราชทัณฑ์ แจงยิบ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” พิจารณาโดยชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารข่าวเพื่อตอบโต้ข่าวที่ว่า การพักโทษต้องจำกัดเฉพาะนักโทษชั้นดีเท่านั้น และอ้างว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 รวมถึงกรณีที่นายทักษิณเป็นนักโทษชั้นกลางและจำคุกครั้งที่ 2 ซึ่งกรมฯ ชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง

การชี้แจงนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการที่โปร่งใส โดยยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52

ตามมาตรา 52 วรรคแรกของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ระบุว่านักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี อุตสาหะ ก้าวหน้าในการศึกษา หรือทำความชอบแก่ทางราชการ อาจได้รับประโยชน์ 8 ประการ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนชั้น ลดวันโทษ พักโทษ หรืออื่นๆ โดย มิได้กำหนดชั้นนักโทษ ไว้อย่างชัดเจนในมาตรานี้

  • ได้รับความสะดวกในเรือนจำ
  • เลื่อนชั้นนักโทษ
  • แต่งตั้งตำแหน่งช่วยเจ้าพนักงาน
  • ลาไม่เกิน 7 วัน
  • ลดวันโทษเดือนละไม่เกิน 5 วัน
  • ลดวันโทษจากการทำงานสาธารณะ
  • พักการลงโทษ หลังรับโทษไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 ของโทษ
  • ฝึกวิชาชีพภายนอก

ดังนั้น การพักโทษจึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มเติม ไม่ขัดกฎหมายหลัก

กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์นักโทษเด็ดขาด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

กฎกระทรวงนี้กำหนดว่านักโทษเด็ดขาด ชั้นกลางขึ้นไป สามารถได้รับพักโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาด โดยเฉพาะหลังพระราชทานอภัยโทษให้ใช้อัตราใหม่ กฎนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ จึงสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 52(7) ทุกประการ

ไม่ใช่การขัดแย้ง แต่เป็นการขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

กรณีเฉพาะของนายทักษิณ ชินวัตร

นายทักษิณต้องโทษจำคุก 3 คดี แต่หลังพระราชทานอภัยโทษเหลือ 1 ปี ศาลฎีกาแผนกคดีนักการเมืองวินิจฉัยว่าช่วงเวลาที่พักในโรงพยาบาลตำรวจไม่หักลบวันคุมขังได้ จึงบังคับโทษ 1 ปีเต็ม

ดังนั้น จึง ไม่ใช่ความผิดซ้ำ ตามมาตรา 92 หรือ 93 ประมวลกฎหมายอาญา และไม่ใช่นักโทษที่เคยพ้นโทษแล้วกลับมากระทำผิดภายใน 5 ปี นายทักษิณจึงมีคุณสมบัติครบถ้วน: เป็นชั้นกลาง รับโทษแล้ว 2 ใน 3 ของโทษ (ตามหมาย 1 ปี) และพักไม่เกิน 1 ใน 3

คณะอนุกรรมการพิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และกฎหมายอย่างรอบคอบ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า กระบวนการทั้งหมดโปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบกฎหมาย สิทธิเท่าเทียมทุกคน

ประเด็นนี้ช่วยคลายข้อสงสัยให้สังคมเข้าใจว่ากฎหมายเรือนจำออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงพฤติกรรมนักโทษ ไม่ใช่การลงโทษอย่างเดียว หากนักโทษแสดงความดี ก็สมควรได้รับโอกาส

ติดตามข่าวสารกฎหมายและเรือนจำเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับกระบวนการนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ราชทัณฑ์ แจงยิบ พักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” พิจารณาโดยชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้

“อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้

“อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและนักการเมืองทั่วประเทศ หลังจากนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้แสดงมุมมองต่อการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่จุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงหัวใจสมาชิกพรรคเพื่อไทย

“อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ว่า การพักโทษของนายทักษิณ ถือเป็นสายลมแห่งความหวังที่พัดพาความเชื่อมั่นกลับคืนสู่พรรคเพื่อไทย แม้ที่ผ่านมาจะเผชิญมรสุมทางการเมือง แต่พรรคยังยืนหยัดด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง นายทักษิณยังคงเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” และศูนย์รวมแห่งเจตจำนงของสมาชิกทุกคน

ผลกระทบเชิงบวกจากการพักโทษของทักษิณ

การออกมาครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูขวัญกำลังใจ ทำให้บุคลากรทางการเมืองทุ่มเททำงานโดยไม่ย่อท้อ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก “อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้ อย่างแน่นอน ด้วยพลังศรัทธาที่หวนคืน

  • เพิ่มขวัญกำลังใจ: สมาชิกพรรคได้รับแรงบันดาลใจใหม่
  • เสริมเสถียรภาพ: การทำงานภายในพรรคมั่นคงยิ่งขึ้น
  • ขับเคลื่อนเจตจำนง: มุ่งสู่ประโยชน์ชาติและประชาชน
  • ก้าวข้ามอุปสรรค: พรรคเพื่อไทยพร้อมลุยต่อ

แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะท้าทาย แต่การพักโทษนี้เปรียบเสมือนจุดประกายที่ปลุกพลังทั้งหมด นายทักษิณคือเสาหลักที่สั่งสมพลังขับเคลื่อนมานาน พรรคเพื่อไทยจึงพร้อมฟื้นตัวและกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

บทบาทของทักษิณในฐานะผู้นำจิตวิญญาณ

ไม่ว่าอยู่ในสถานะใด นายทักษิณยังคงเป็นศูนย์กลางศรัทธา “อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้ โดยจะเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายทำงานหนักเพื่อประเทศ สิ่งนี้จะช่วยยกระดับพรรคให้ก้าวข้ามความท้าทายทั้งปวง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อการเมืองไทยในอนาคต พรรคเพื่อไทยที่เคยเผชิญแรงกดดัน จะได้รับการหนุนหลังจากฐานเสียงที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ผู้สนับสนุนจำนวนมากรอคอยโมเมนต์นี้มานาน

สุดท้ายแล้ว “อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้ และนี่คือโอกาสทองที่พรรคจะพิสูจน์ตัวเอง หากคุณสนใจการเมืองไทย ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญ

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังมีฐานรากที่มั่นคง และพร้อมกลับมาสร้างสรรค์นโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุสรณ์” เชื่อ “ทักษิณ” พักโทษ ฟื้นพลังศรัทธาพรรคเพื่อไทยกลับมาได้

ราชทัณฑ์แจง พักโทษ “ทักษิณ” ให้ติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ

กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงเรื่อง ราชทัณฑ์แจง พักโทษ “ทักษิณ” ให้ติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ การตัดสินใจนี้มาจากการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการพักการลงโทษครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดทั้งหมด 920 รายที่เข้ารับการพิจารณา

ราชทัณฑ์แจง พักโทษ “ทักษิณ” ให้ติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ

ในที่ประชุม คณะอนุกรรมการมีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติจำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบ 49 ราย รอไว้ 2 ราย และกรณีพิเศษ 10 ราย โดยเฉพาะกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษกรณีปกติ พร้อมเงื่อนไขสำคัญคือต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) หรือที่เรียกกันว่ากำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษทั้งหมด

เหตุผลที่นายทักษิณเข้าเกณฑ์นี้เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง คณะอนุกรรมการพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น พฤติการณ์คดี ระยะเวลาคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบต่อความปลอดภัยสังคม และการพัฒนาพฤติกรรมในเรือนจำ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลพิเศษ เช่น อายุ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟู และมีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำค่อนข้างน้อย

กำหนดการปล่อยตัวและเงื่อนไขการคุมประพฤติ

นายทักษิณจะเข้าเกณฑ์พักโทษกรณีปกติในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมราชทัณฑ์กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการติดกำไล EM ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยติดตามตำแหน่งนักโทษแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ว่าอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดหรือไม่

อุปกรณ์ EM หรือ Electronic Monitoring เป็นเครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายในระบบยุติธรรมสมัยใหม่ทั่วโลก ไม่เพียงช่วยลดภาระเรือนจำ แต่ยังส่งเสริมให้ผู้พักโทษสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ โดยมีข้อจำกัด เช่น ห้ามออกนอกพื้นที่ ห้ามติดต่อบุคคลต้องห้าม และต้องรายงานตัวเป็นประจำ หากฝ่าฝืนอาจถูกเรียกตัวกลับเรือนจำทันที

  • ประโยชน์ของกำไล EM: ลดค่าใช้จ่ายรัฐ ลดความแออัดในเรือนจำ ส่งเสริมการฟื้นฟู
  • ข้อจำกัด: ต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน สัญญาณอาจรบกวนในบางพื้นที่
  • สถิติ: กรมราชทัณฑ์ใช้ EM กับนักโทษพักโทษกว่า 1,000 รายต่อปี

การตัดสินใจ ราชทัณฑ์แจง พักโทษ “ทักษิณ” ให้ติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ นี้ สะท้อนถึงความโปร่งใสและเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมไทย โดยยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเมืองอย่างที่บางคนกังวล นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือระบบราชทัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมราชทัณฑ์ได้ หากคุณมีประสบการณ์หรือมุมมองเกี่ยวกับระบบพักโทษนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราอยากฟังความเห็นจากทุกท่าน เพื่อให้ระบบยุติธรรมของเราเจริญขึ้น

ในมุมมองของผม การใช้ EM นี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าไทยกำลังเดินหน้าสู่ยุติธรรมสมัยใหม่ ลดการลงโทษแบบลงโทษล้วนๆ มาเป็นการฟื้นฟูแทน

ที่มา – ราชทัณฑ์แจง พักโทษ “ทักษิณ” ให้ติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ

Scroll to top