ทักษิณ ชินวัตร

รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ ต้องผ่าน 3 คกก.

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันหน่อยนะครับ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือด ๆ เลยก็คือ รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ นี่เอง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชัดเจน ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 ว่า ยังไม่ทราบเรื่องเลยสักนิด แม้ครอบครัวชินวัตรจะบอกว่าจะยื่นภายในเดือนนี้ก็ตาม

รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ

คุณ ๆ คงทราบกันดีว่าคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ในเรือนจำจากคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมา ล่าสุดมีข่าวว่าครอบครัวจะยื่นขอพักโทษ แต่ รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ ยังไม่มีข้อมูลมาถึงมือเลย ไม่ว่าจะเป็นจากเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปลัดกระทรวง หรือตัว รมว. เอง รุทธพลย้ำชัดว่าต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น ไม่มีลัด!

ผู้สื่อข่าวถามต่อ รุทธพลก็ตอบตรง ๆ ว่า ยังไม่มีเรื่องเข้ามาเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการบริหารงานยุติธรรม

ขั้นตอนยื่นขอพักโทษต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ

มาดูกันครับว่าขั้นตอนการยื่นขอพักโทษเป็นยังไงบ้าง รุทธพลได้กำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องผ่าน 3 คณะกรรมการหลัก ดังนี้

  • คณะกรรมการเรือนจำ: เริ่มต้นที่ระดับเรือนจำก่อนเลยครับ ที่นี่จะพิจารณาพฤติกรรมผู้ต้องขัง สุขภาพ และคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด
  • คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์: หลังจากเรือนจำอนุมัติ ก็ส่งขึ้นมาที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
  • คณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม: สุดท้ายที่กระทรวงฯ ซึ่ง รุทธพล ในฐานะ รมว. จะกำกับดูแลให้ทุกอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

เห็นไหมครับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องผ่านหลายด่าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการตัดสินใจเป็นไปตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่มี favoritism แน่นอน

พื้นหลังคดีทักษิณและกระแสสังคม

ย้อนกลับไป คุณทักษิณถูกศาลพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงและอื่น ๆ รวมโทษกว่า 10 ปี ตั้งแต่กลับมาประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว หลังจากลี้ภัยนาน 17 ปี การยื่นพักโทษครั้งนี้จึงเป็นที่จับตาของสังคมไทยทั้งประเทศ บางคนเห็นด้วยว่าควรให้โอกาส บางคนก็กังวลเรื่องความเท่าเทียม

รุทธพลย้ำว่า ไม่ว่านายกฯ หรือบุคคลสำคัญแค่ไหน ก็ต้องทำตามกฎเดียวกันหมด ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่ากระบวนการยุติธรรมไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่โปร่งใสมากขึ้น

ความเห็นจากรุทธพล: กำชับทำตามกฎหมาย

ที่น่าสนใจคือ รุทธพลได้กำชับลูกน้องทุกคนให้ยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าครอบครัวชินวัตรจะยื่นเมื่อไหร่ ก็ต้องรอผลจาก 3 คกก. นี้ก่อน ถ้าคุณสมบัติครบ ก็ไปต่อได้ แต่ถ้าไม่ ก็ต้องยอมรับ

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรมจริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดไปงั้น ๆ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราอาจได้เห็นพัฒนาการเพิ่มเติมในไม่ช้า

สุดท้ายแล้ว เราในฐานะประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด และแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ คุณคิดยังไงกับเรื่อง รุทธพล ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ ทักษิณ นี้ล่ะครับ? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลย หรือกดแชร์เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้!

ความเห็นส่วนตัว: การยึดกฎหมายคือกุญแจสู่สังคมที่ยุติธรรม ถ้าทำได้จริง จะช่วยลดข้อครหาได้เยอะเลยครับ

ที่มา – “รุทธพล” ไม่ทราบปมยื่นขอพักโทษ “ทักษิณ” เผยขั้นตอนต้องผ่าน 3 คกก. กำชับทำตามกฎหมาย

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท ไม่โหวต “อนุทิน”

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน” เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ หลังจากที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาแฉแบบจัดเต็ม ระหว่างเดินทางเข้ารายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 บอกเลยว่าคำพูดของท่านแรงกล้ามาก โดยเฉพาะการตำหนิพรรคภูมิใจไทยว่าขาดมารยาทสุดๆ ที่เอาชื่อพรรคตัวเองไปรวมเสียงตั้งรัฐบาลทั้งที่ยังไม่เคยคุยกันจริงจัง

“เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล

ก่อนอื่นต้องย้อนบริบทกันหน่อยครับ หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รอบล่าสุด พรรคเล็กๆ อย่างเสรีรวมไทยของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็กลายเป็นที่จับตามอง เพราะมี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และท่านยังประกาศชัดว่าจะไม่เกี่ยงงอน เข้ารายงานตัวหลังห่างสภาไป 2 ปีเต็ม เพื่อให้คนอื่นได้ทำงานแทน แต่คราวนี้กลับมาพร้อมกระสุนแรงๆ เลย

ท่านเล่าว่า พรรคภูมิใจไทยที่ได้ ส.ส. กว่า 190 เสียง คิดจะตั้งรัฐบาลใหญ่โต ต้องเอาพรรคเพื่อไทย 70 กว่าเสียงมารวมเป็น 200+ เสียง แต่ยังไม่พอ ต้องดึงพรรคเล็กพรรคน้อย 1 2 3 4 5 เข้ามาให้ครบ 300 เสียง เพื่อบีบพรรคอื่นๆ ให้ยอมตาม โดยเอาชื่อพรรคเสรีรวมไทยไปรวมด้วยแบบไม่มีมารยาท “คนอย่างนี้พอได้ 190 กว่า ก็คิดว่าจะต้องจัดรัฐบาล ต้องบริหารประเทศให้ได้ จะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้” ท่านเหน็บแบบ辛辣เลยครับ

ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน” และเปรียบเทียบพรรคเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังย้ำชัดเจนว่าจะไม่โหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยเด็ดขาด! แต่ก็ไม่บอกว่าจะเลือกใครนะครับ ทำเอาแฟนข่าวต้องรอฟังต่อ ท่านยังเหน็บ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ พรรคน้องใหม่ที่เคยประกาศกร้าวว่าจะปราบโกง ใครโกงประหารชีวิต แต่ดันไปมอบตัวร่วมกับคนโกงซะแล้ว “ไปร่วมกับคนโกงไม่ได้หรอก” คำพูดนี้สะท้อน mindset ชัดเจน

ส่วนเรื่องที่ท่านกำลังผลักดัน คือการยื่นหนังสือต่อศาลฎีกา ขอให้ตั้งองค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกลุ่มบุคคลถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยอ้างว่าฝ่าฝืนกฎหมายชัดๆ จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ที่สั่งจำคุกกรณีรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

ท่านยังหยิบยกประเด็น “ตั๋วช้าง” การแต่งตั้งตำรวจแบบพิเศษ โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล จากสารวัตรก้าว跳เป็น ผบ.ตร. ซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการพานายทักษิณกลับไทย มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก่อนหน้านี้ท่านยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบนายทักษิณ, นายวิษณุ เครืองาม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, นายเศรษฐา ทวีสิน แล้ว วันนี้ขยับไปศาลฎีกา เรียกนายวิษณุกับนายทักษิณมาไต่สวน ถ้าผิดมีโทษจำคุก!

ท่านย้ำว่า “ละเมิดอำนาจพระมหากษัตริย์” ในฐานะอดีต ผบ.ตร. และผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องปกป้องสถาบันฯ ไม่ให้ใครมาแสวงหาประโยชน์

คุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคใหญ่ๆ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไล่เรียงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่มี ส.ส. เกิน 20 เสียง ดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย: นายแพทองธาร ชินวัตร – ลูกสาวทักษิณ ฐานะทายาทการเมือง
  • พรรคภูมิใจไทย: นายอนุทิน ชาญวีรกูล – ประสบการณ์รัฐมนตรีสาธารณสุข
  • พรรคพลังประชารัฐ: พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ – อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
  • พรรคประชาชน: นายณัฐพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภรณ์ – ส.ส. นายกฯ คนใหม่?

ท่านบอกว่ามีเสียงเดียวก็จะผลักดันกฎหมายสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม แม้จะยาก แต่ไม่ยอมแพ้

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกในหมู่พรรคเล็ก ที่ไม่อยากถูกบีบให้เข้าร่วมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไข การเมืองไทยหลังเลือกตั้งยังคงเข้มข้น ลุ้นกันยาวๆ ครับ คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของเสรีพิศุทธ์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย หรือติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” ซัดภูมิใจไทย ไร้มารยาท เอาชื่อไปรวมเป็นเสียงรัฐบาล ย้ำไม่โหวตให้ “อนุทิน”

โอ๊ค เยี่ยม ทักษิณ บอกแข็งแรงดี ไม่คุยพักโทษ พ.ค.นี้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โอ๊ค เยี่ยม ทักษิณ บอกแข็งแรงดี ไม่ได้คุยเรื่องพักโทษ พ.ค.นี้ กลายเป็นข่าวที่คนไทยหลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะแฟนคลับและผู้ติดตามสถานการณ์ทางการเมือง ลูกชายคนโตของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพ่อที่เรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมภรรยาและญาติสนิท ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าสุขภาพของท่านเป็นอย่างไรบ้าง และเรื่องพักโทษจะเป็นอย่างไรต่อไป

โอ๊ค เยี่ยม ทักษิณ บอกแข็งแรงดี ไม่ได้คุยเรื่องพักโทษ พ.ค.นี้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.40 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอ๊ค” ลูกชายคนโตของนายทักษิณ ได้เดินทางมาพร้อมนางสาวณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากใช้เวลาเข้าเยี่ยมราว 45 นาที โอ๊คได้ออกมาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า พ่อของตนมีสุขภาพแข็งแรงดี การสนทนาในวันนี้เป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้พูดถึงประเด็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการพักโทษที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้

ข้อมูลนี้ช่วยคลายความกังวลของคนที่ติดตามข่าวทักษิณมาอย่างต่อเนื่อง เพราะตั้งแต่ท่านเข้ามารับโทษ สุขภาพเคยเป็นเรื่องที่หลายคนห่วงใย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นมาก

ทนายวิญญัติอัพเดทสุขภาพและความคืบหน้าพักโทษ

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ เผยว่าจากการเข้าเยี่ยม สุขภาพของนายทักษิณดีขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ สีหน้ายิ้มแย้ม เบิกบาน สาเหตุมาจากการได้รับเยี่ยมจากลูกหลาน ญาติ และกำลังใจจากประชาชน โดยเฉพาะมวลชนคนเสื้อแดงที่ส่งกำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องการพักโทษ ทนายวิญญัติยืนยันว่ากำลังดำเนินการตามระเบียบ กฎกระทรวง และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ อย่างเคร่งครัด คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ 3 ชุดภายในเดือนมีนาคมนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ข้อมูล ปัจจุบันนายทักษิณอยู่ในเรือนจำครบ 6 เดือนแล้ว ซึ่งตามเกณฑ์ต้องคุมขังครบ 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด 8 เดือน หากผ่านเกณฑ์ จะเป็นข่าวดีสำหรับท่าน ครอบครัว และแฟน ๆ ที่รอคอย

  • สุขภาพทักษิณ: แข็งแรงดี ยิ้มแย้ม สีหน้าเบิกบาน
  • การเยี่ยม: ลูกชาย โอ๊ค และครอบครัวเข้าเยี่ยม 45 นาที
  • หัวข้อสนทนา: เรื่องทั่วไป ไม่พูดพักโทษ
  • พักโทษ: ดำเนินการตามกฎ คาดพิจารณาเดือนมี.ค.

คดีมาตรา 112 ไม่กระทบการพักโทษ

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงคดีมาตรา 112 ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ทนายวิญญัติชี้แจงว่ากำลังขอขยายเวลาแก้อุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้ว ทักษิณจึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์ การอุทธรณ์ของโจทก์เป็นกระบวนการปกติ ไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษา และที่สำคัญ คดีนี้แยกจากเรื่องพักโทษ เพราะพักโทษเกี่ยวกับคดีที่ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีผลกระทบต่อกัน

นอกจากนี้ ทนายวิญญัติยังให้กำลังใจประชาชนที่รอคอยอิสรภาพของทักษิณในเดือนพฤษภาคม เชื่อว่าวันนั้นจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ หลังจากท่านปฏิบัติตามเกณฑ์ครบถ้วน ส่วนภารกิจหลังออกมาก็เป็นเรื่องส่วนตัว ขอให้ประชาชนใจเย็นกับปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง เพราะประเทศมีกลไกดูแล และเรื่องเลือกตั้งหากมีหลักฐานก็ให้กระบวนการตัดสิน

ข่าว โอ๊ค เยี่ยม ทักษิณ บอกแข็งแรงดี ไม่ได้คุยเรื่องพักโทษ พ.ค.นี้ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของครอบครัวชินวัตรและกระบวนการยุติธรรมที่กำลังเดินหน้า จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงมีประเด็นร้อนที่คนสนใจ หากคุณเป็นคนติดตามข่าวการเมือง แนะนำให้ติดตามอัพเดทต่อไป เพราะเดือนมีนาคมนี้จะมีพัฒนาการสำคัญ อย่าลืมแชร์บทความนี้และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องพักโทษของทักษิณ!

ที่มา – “โอ๊ค” เยี่ยม “ทักษิณ” บอกแข็งแรงดี ไม่ได้คุยเรื่องพักโทษ เดือน พ.ค. นีี้

“กรมราชทัณฑ์” ชี้แจงพักโทษ “ทักษิณ” ปล่อย 11 พ.ค.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงการคำนวณพักโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเป็นข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทย กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าทักษิณจะได้รับการพักการลงโทษและปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังจากครบกำหนดโทษตามกฎหมาย

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงการคำนวณพักโทษ ทักษิณ

ตามประกาศของกรมราชทัณฑ์ ทักษิณ ชินวัตร ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โทษจำคุก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งปกติจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569 แต่ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามกฎหมาย ทักษิณจะเข้าเกณฑ์พักโทษได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และปล่อยตัวในวันถัดไป

การชี้แจงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและคำถามมากมายจากประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการคำนวณพักโทษ กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

เงื่อนไขการพักการลงโทษตามกฎหมาย

เพื่อให้นักโทษอย่างทักษิณได้รับการพักโทษ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปดังนี้:

  • ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ
  • ได้รับประโยชน์พักโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด
  • ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ
  • ปฏิบัติตามระเบียบและหลักสิทธิมนุษยชน

สำหรับทักษิณ โทษ 1 ปี เท่ากับ 365 วัน (12 เดือน 5 วัน) 2 ใน 3 คือ 244 วัน หรือ 8 เดือน 4 วัน นับจาก 9 กันยายน 2568 จนถึง 10 พฤษภาคม 2569 พอดี

วิธีการคำนวณระยะเวลาตามประมวลกฎหมายอาญา

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงการคำนวณพักโทษ ทักษิณ อย่างละเอียด โดยอ้างอิง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ที่กำหนดว่า:

  • นับวันเริ่มจำคุกรวมเข้า และนับเป็นวันเต็มโดยไม่สนชั่วโมง
  • 1 เดือน = 30 วัน
  • 1 ปี = ปีปฏิทินราชการ

ดังนั้น 1 ปี = 365 วัน 2/3 = 243.333 วัน ปัดเป็น 244 วัน ตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 สามารถปล่อยได้ 11 พฤษภาคม 2569 ส่วนเรื่องติดอุปกรณ์ EM (อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว) ขึ้นกับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการ

การชี้แจงครั้งนี้ช่วยคลายข้อสงสัยให้สังคม โดยยืนยันว่าการพักโทษเป็นกระบวนการมาตรฐานสำหรับนักโทษเด็ดขาดทุกคนที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่เรื่องพิเศษสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงระบบยุติธรรมไทยที่ยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของทักษิณอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองไทยในอนาคต โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและกลุ่มผู้สนับสนุน หากคุณสนใจข่าวการเมืองและกฎหมายเพิ่มเติม สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดได้เลยนะครับ

ที่มา – “กรมราชทัณฑ์” ชี้แจงการคำนวณพักโทษ “ทักษิณ” กำหนดปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้

รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องของ รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้ ตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3 นี่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการเมืองไทยเลยทีเดียว

รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้ ตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาพูดถึงกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลายคนจับตา โดยย้ำชัดเจนว่า รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้ ตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3 ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ ตนเองได้สอบถามข้อมูลจากเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงยุติธรรมมาแล้ว และยืนยันว่านายทักษิณสามารถยื่นคำร้องพักโทษได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 หลังจากรับโทษคุมขังครบ 2 ใน 3 ของระยะเวลาทั้งหมด

ทำความเข้าใจระเบียบพักโทษผู้ต้องขัง

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ แบบไม่ต้องงง เรามาอธิบายกันหน่อยนะครับ ตามพระราชบัญญัติวินัยผู้ต้องขัง พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ผู้ต้องขังที่ถูกตัดสินคดีอาญาจะมีสิทธิยื่นพักโทษได้เมื่อรับโทษครบกำหนดตามที่กฎหมายกำหนด โดยสำหรับคดีร้ายแรงอย่างคอร์รัปชันหรือละเมิดอำนาจศาล มักต้องรับโทษไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด ซึ่งกรณีของทักษิณก็ตรงตามนี้เป๊ะๆ เลยครับ

  • ต้องรับโทษคุมขังครบ 2/3 ของโทษที่ศาลสั่ง
  • มีพฤติกรรมสุจริต ไม่กระทำผิดในเรือนจำ
  • ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการพักโทษ
  • ไม่เป็นภัยต่อสังคมหรือความมั่นคง

ดังนั้น มันจึงเป็นกระบวนการปกติที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่ใช่เรื่องพิเศษสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ประวัติย่อคดีของทักษิณ ชินวัตร

ย้อนกลับไป นายทักษิณถูกศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก 3 ปี จากคดีช่วยเหลือภริยาในการขายหุ้นชินคอร์ป ถือเป็นคดีใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองไทยมานาน ตั้งแต่ปี 2551 จนนำมาซึ่งการประท้วงและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้ง หลังจากหลบหนีต่างประเทศนาน 17 ปี ทักษิณก็กลับมาและเข้ามารับโทษในปี 2566 ก่อนได้รับการลดโทษเหลือ 1 ปี และพักโทษไป แต่ล่าสุดกลับเข้าคุกใหม่จากคดีอื่นๆ จนครบกำหนดพักโทษแบบนี้

ข่าวนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย บ้างบอกว่าระบบยุติธรรมโปร่งใส บ้างก็ตั้งคำถามถึงการบังคับใช้กฎหมายที่อาจเลือกปฏิบัติ แต่จากคำยืนยันของ รมว.ยุติธรรม ก็ชัดเจนว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ

ผลกระทบทางการเมืองที่อาจตามมา

ถ้าทักษิณได้พักโทษจริงในพฤษภาคมนี้ คงส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองแน่นอนครับ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่กำลังร้อนระอุกับข่าวรัฐบาล สมมติว่าเขาจะเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อ ความเป็นไปได้ที่ทักษิณจะกลับมาสนับสนุนลูกสาวอย่าง แพทองธาร ในฐานะ “นายกแม่” หรือมีบทบาทเบื้องหลังมากขึ้น ก็เป็นไปได้สูง นอกจากนี้ ฝ่ายค้านอย่าง ก้าวไกล ก็คงไม่นิ่งเฉย อาจนำไปสู่การอภิปรายในสภาหรือการชุมนุม

ส่วนตัวผมมองว่าข่าว รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้ ตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3 นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ถ้าทุกอย่างโปร่งใส ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ก็ต้องจับตาดูการตัดสินใจของคณะกรรมการพักโทษต่อไป

สุดท้ายนี้ อยากชวนเพื่อนๆ มาคุยกันในคอมเมนต์ครับ คุณคิดว่าทักษิณจะได้พักโทษจริงไหม และจะกระทบการเมืองไทยอย่างไรบ้าง? แชร์มุมมองของคุณมาเลยนะครับ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ย้ำ “ทักษิณ” ครบกำหนดพักโทษ พ.ค.นี้ ตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ไม่นั่ง รมต. ภูมิใจไทย

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่หลายคนจับตามองในช่วงนี้คือ “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ลูกชาย ไม่นั่ง รมต. ในรัฐบาลภูมิใจไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมภรรยา นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความคู่ใจร่วมด้วย หลังใช้เวลาพูดคุยกันนาน 1 ชั่วโมง 30 นาที นายสมชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ลูกชาย ไม่นั่ง รมต. ในรัฐบาลภูมิใจไทย

นายสมชายเล่าว่า การมาเยี่ยมครั้งนี้เป็นเรื่องปกติของคนในครอบครัว เพราะนานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ตนเป็นห่วงสุขภาพของทักษิณซึ่งยังแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายปฏิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย นายสมชายย้ำชัดว่า "เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะประชุมหารือกัน ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะออกจากพรรคมาแล้ว มีแต่ให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น" เขายอมรับการตัดสินใจของยศชนันทุกกรณี เพราะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน

รายละเอียดหลัง “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ลูกชาย ไม่นั่ง รมต.

ในส่วนที่ยศชนันปรึกษาครอบครัวหรือไม่ นายสมชายบอกว่า เรื่องการเมืองมักปรึกษาพรรคมากกว่า ที่บ้านคุยกันเรื่องกินข้าว เล่นกับหลาน ส่งกำลังใจกันตามประสาครอบครัว เมื่อถามทักษิณเห็นด้วยไหม ตนบอกว่าทักษิณทราบจากข่าวและให้กำลังใจเช่นกัน แต่สถานะปัจจุบันของทักษิณไม่อาจแทรกแซงได้ นายสมชายยังส่ายหัวปฏิเสธว่าไม่เสียดายโอกาส เพราะลูกชายตัดสินใจเอง และตนวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งพรรค

บริบทการเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสพรรคภูมิใจไทยที่กำลังเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคเพื่อไทย โดยมีข่าวเชิญเพื่อไทยมาร่วม นายสมชายมองว่าเป็นเรื่องทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ว่าผลจะออกมายังไง ถ้าประโยชน์ประชาชนก็ดีใจด้วย การเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในวงการการเมืองไทย โดยสมชายเคยเป็นนายกฯ สมัยปี 2551 ก่อนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ส่วนทักษิณยังคงมีอิทธิพลสูงแม้ถูกคุมขัง ยศชนันเองเป็นนักวิชาการชื่อดังด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เคยลงสมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย

  • ประเด็นสำคัญจากนายสมชาย: เป็นห่วงสุขภาพทักษิณ แข็งแรงดี
  • ยศชนันตัดสินใจเอง เรื่องพรรค ไม่ยุ่งเกี่ยว
  • ให้กำลังใจทุกฝ่าย ทำงานเพื่อประชาชน
  • ไม่ปรึกษาการเมืองที่บ้าน เน้นครอบครัว
  • ยอมรับสถานะทักษิณ ส่งกำลังใจทางอ้อม

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นความเป็นเอกภาพในครอบครัววงศ์สวัสดิ์ แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ครอบครัวมีบทบาทสำคัญ การตัดสินใจของยศชนันอาจเป็นกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อรักษาภาพลักษณ์นักวิชาการ ไม่รีบรับตำแหน่งท่ามกลางวิกฤตการเมืองหลังเลือกตั้ง 2566 ที่พรรคก้าวไกลถูกตัดสิทธิ์ ส.ส. และภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำ

จากมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์ “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ลูกชาย ไม่นั่ง รมต. ในรัฐบาลภูมิใจไทย ชี้ให้เห็นถึงความรอบคอบของนักการเมืองรุ่นเก๋า ที่เลือกวางตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แทนที่จะผลีผลามเข้าสู่อำนาจ มันเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับลูกหลานในวงการ ถ้าคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกนี้ต่อไป หรือแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณมองอย่างไรกับการตัดสินใจของยศชนัน?

ที่มา – “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” แจงปม “ยศชนัน” ลูกชาย ไม่นั่ง รมต. ในรัฐบาลภูมิใจไทย

“อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ร้อง Let It Be หลังเลือกตั้ง

ข่าวการเมืองไทยช่วงนี้ดราม่าจัดเต็ม โดยเฉพาะเรื่องตระกูลชินวัตรที่ยังคงเป็นจุดสนใจของสังคม ล่าสุด “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ร้อง Let It Be หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ พรรคเพื่อไทยและนักการเมืองทั่วไป วันนี้เราจะมาสรุปและวิเคราะห์เหตุการณ์นี้แบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจบริบททั้งหมด

“อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ร้อง Let It Be

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่งข่าว) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในนาม “อิ๊งค์” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมสามี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เรือนจำกลางคลองเปรม เวลา 10.00 น. และออกมากระทบสายตาสื่อมวลชนเวลา 10.40 น.

อิ๊งค์เล่าว่า ได้พูดคุยกับพ่อเรื่องผลการเลือกตั้ง โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทักษิณพอใจกับคะแนนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เธอตอบว่า “ท่านไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ร้องเพลง Let It Be ของ The Beatles ให้ฟัง” เพลงนี้ทักษิณเคยขับร้องบนเวทีหาเสียงปี 2555 ซึ่งแฟนเพลง Beatles คงรู้ดีว่านี่คือเพลงคลาสสิกที่สื่อถึงการปล่อยวาง อย่ากังวลกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ คำว่า “Let It Be” ตรงตัวเลย แสดง mindset ของท่านที่ยังแคลมแม้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

นอกจากนี้ อิ๊งค์ยังย้ำว่าไม่ได้คุยทิศทางพรรคในอนาคต เพียงเล่าเหตุการณ์บ้านเมืองให้ฟัง แล้วท่านก็ร้องเพลงจบสนทนา ส่วนเรื่องสุขภาพ ท่านปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ทนายวิญญัติ เตรียมฟ้องคนใส่ร้ายทักษิณ

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายของทักษิณ เผยว่า วันนี้คุยกับท่านไม่เยอะ เพื่อให้เวลาครอบครัว แต่ได้รายงานคดีความ โดยเฉพาะข่าวเท็จที่ปล่อยก่อนและหลังเลือกตั้ง เช่น เรื่องทุนสีเทา รัฐบาลจีนจับคนเกี่ยวข้องแล้วโยงมาที่ทักษิณ ซึ่งไม่มีหลักฐาน เป็นการใส่ร้ายล้วนๆ ทนายยืนยันว่าจะดำเนินคดีแน่นอน หลังเลือกตั้งเพื่อไม่ให้กระทบบรรยากาศการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้พร้อมแล้ว รู้ตัวคนปล่อยข่าว แต่กำลังเลือกฟ้องใครก่อน

ทนายยังอัพเดทสุขภาพทักษิณว่า ดีขึ้นมาก แม้มีปัญหาความดันโลหิตซึ่งเป็นโรคประจำตัว แต่ท่านดูแลตัวเองดี สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนเรื่องพักโทษหรือพระราชทานอภัยโทษ ยังไม่มีคืบหน้า ทุกอย่างตามกระบวนการกฎหมาย ทักษิณไม่ได้เร่งรัด ได้สิทธิ์แค่ไหนก็แค่นั้น

  • ประเด็นสำคัญจากข่าว: ทักษิณร้องเพลง Let It Be สะท้อนความสงบใจหลังผลเลือกตั้ง
  • สุขภาพดี ไม่มีปัญหาใหญ่
  • ทนายเตรียมฟ้องคนปล่อยข่าวเท็จ ทุนสีเทา-จีน ไม่มีมูล
  • ครอบครัวชินวัตรยังเข้มแข็ง อิ๊งค์เข้าเยี่ยมสม่ำเสมอ
  • พรรคเพื่อไทยได้คะแนนดี แต่สถานการณ์รัฐบาลยังไม่อาจคาดเดา

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่สะท้อนภาพครอบครัวชินวัตรที่ยังคงสามัคคี ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ เพลง Let It Be กลายเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับความจริงและก้าวต่อไป ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งเยอะแต่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ทันที นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่คือสัญญาณว่าทักษิณยังมีอิทธิพลเบื้องหลัง และพร้อมสนับสนุนลูกสาว

สำหรับแฟนข่าวการเมือง การร้องเพลงนี้ยังเชื่อมโยงกับอดีต ทักษิณเคยร้องเพลงนี้ในหาเสียง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผ่อนคลาย ตอนนี้แม้อยู่ในเรือนจำ แต่ยังคงสไตล์เดิม นอกจากนี้ ข่าวใส่ร้ายบนโซเชียลมีเดียเป็นปัญหาใหญ่ในยุคนี้ ทนายชินวัตรพร้อมใช้กฎหมายจัดการ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงง่ายๆ

สุดท้ายแล้ว “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ร้อง Let It Be เป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจ แสดงถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของผู้นำคนนี้ คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คิดว่าทักษิณหมายถึงอะไรกันแน่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ร้องเพลง Let It Be หลังรู้ผลเลือกตั้ง ส่วนเรื่องสุขภาพปกติทุกอย่าง

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากในช่วงเวลาที่สถานการณ์การเมืองร้อนระอุ โดยเฉพาะก่อนวันเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อิ๊งค์” ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบิดาที่เรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมด้วยสามีและตัวแทนครอบครัว ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับข้อความที่อาจจะถูกฝากถึงพรรคเพื่อไทยหรือสถานการณ์การเมือง

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายทักษิณกำลังรับโทษจำคุก น.ส.แพทองธาร เดินทางมาพร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของเธอ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยก่อนเข้าเยี่ยม “อิ๊งค์” ยังได้ทักทายกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ รหัส MC 08 ของนายทักษิณ ซึ่งมารอต้อนรับด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

รายละเอียดการสนทนาในเรือนจำ

ในการเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อออกมา “อิ๊งค์” ยิ้มแย้มและแจ้งว่าการสนทนาเน้นไปที่เรื่องทั่วไป เช่น การเรียนคอร์สทำอาหารและการอบรม 10 วัน ซึ่งวันถัดไปคือวันสุดท้ายของการอบรม โดยไม่มีประเด็นการเมืองหรือข้อความฝากถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน ผู้สื่อข่าวสอบถามตรงๆ แต่ “อิ๊งค์” ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่มีค่ะ” ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที สิ่งนี้ทำให้หลายคนตีความได้หลายแง่มุม โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคเพื่อไทยกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณยังได้ฝากข้อความให้ “อิ๊งค์” ส่งถึงนายทักษิณ ซึ่งเธอทำตามและได้รับคำตอบกลับมาว่า นายทักษิณดีใจและขอบคุณ พร้อมฝากบอกให้ทุกคนรักษาสุขภาพ นายบรรณพจน์เองก็สนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนเหล่านี้เป็นทุนเดิม ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นมิตร ส่วนนายวิญญัติยืนยันว่าเป็นการพูดคุยในครอบครัว ไม่มีข้อมูลอัปเดตใหม่

บริบทการเมืองก่อนเลือกตั้ง

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ชี้ให้เห็นถึงความระมัดระวังของครอบครัวชินวัตรในช่วง敏感 นายทักษิณยังคงเป็นบุคคลสำคัญในพรรคเพื่อไทย แม้จะอยู่ในเรือนจำ การเยี่ยมครั้งนี้อาจเป็นการเสริมกำลังใจให้กันในครอบครัวมากกว่าการแทรกแซงการเมืองโดยตรง ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าเป็นสัญญาณว่าครอบครัวชินวัตรโฟกัสที่สุขภาพและชีวิตประจำวันของนายทักษิณมากกว่า

  • สามีและตัวแทนครอบครัวร่วมเยี่ยม
  • กลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯ มารอต้อนรับ
  • สนทนาเรื่องทำอาหาร ไม่ใช่การเมือง
  • ไม่มีข้อความฝากถึงเลือกตั้ง

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความนิยมของนายทักษิณที่ยังคงมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น แม้เวลาจะผ่านไปนาน กลุ่มเพื่อนรุ่นเก่าที่เดินทางไกลมาจากเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน นอกจากนี้ การที่ “อิ๊งค์” กลายเป็นดาวเด่นทางการเมืองในช่วงหลัง โดยเฉพาะบทบาทในพรรคเพื่อไทย ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการแยกแยะระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการเมือง ซึ่งสำคัญมากในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนรวดเร็ว คุณคิดอย่างไรกับการเยี่ยมครั้งนี้? มันมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่หรือเป็นแค่การเยี่ยมลูกหลานธรรมดา? ชวนคุณ读者มาคุยกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญก่อนวันเลือกตั้ง!

ที่มา – “อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือ เอม พร้อมด้วยน.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในฐานะตัวแทนครอบครัว พวกเขาเดินทางมาพร้อมทนายความประจำตัวอย่างนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วงใย

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

หลังจากใช้เวลาอยู่ในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยอัปเดตสถานการณ์สุขภาพของนายทักษิณว่า อาการป่วยเล็กน้อยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้คุณพ่อได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีการเข้าคอร์สเรียนทำอาหารภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นคอร์สระยะเวลา 10 วัน ไม่ใช่แค่การทำอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอบรมหลายเรื่อง เช่น การวาดรูป เพื่อพัฒนาการทางอารมณ์และสุขภาพจิตของผู้ต้องขังให้ดีขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการดูแลผู้ต้องขังอย่างครบด้านของเรือนจำ

รายละเอียดคอร์สเรียนและพัฒนาการของทักษิณ

คอร์สเรียนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ต้องขังมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ โดยน.ส.พินทองทาเล่าว่าคุณพ่อรู้สึกดีกับกิจกรรมเหล่านี้ มันช่วยให้มีเวลาผ่อนคลายและพัฒนาตัวเอง นอกจากสุขภาพที่ฟื้นตัวแล้ว ยังไม่มีข้อความใดฝากถึง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แม้จะใกล้ช่วงเลือกตั้งใหญ่ก็ตาม น.ส.พินทองทายิ้มรับคำถามและบอกว่า “ยังไม่มีค่ะ”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการยื่นเอกสารพักโทษในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายทักษิณอาจได้รับการพิจารณา น.ส.พินทองทาปฏิเสธที่จะตอบ และขอบคุณกำลังใจจากคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนยกมือไหว้และขึ้นรถกลับ

  • ขั้นตอนการพิจารณาพักโทษ: เรือนจำกำลังรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมด
  • พิจารณาโดยคณะกรรมการระดับเรือนจำ
  • คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์
  • คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

ข้อมูลจากเรือนจำกลางคลองเปรมระบุว่า ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ต้องผ่านการพิจารณา 3 ระดับเพื่อความโปร่งใส

เหตุการณ์ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ นี้ สะท้อนถึงความสามัคคีของครอบครัวชินวัตร และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน ในมุมมองของผู้เขียน การพัฒนาตัวเองผ่านคอร์สเรียนในเรือนจำเป็นแนวทางที่น่าชื่นชม ช่วยลดความเครียดและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

Scroll to top